รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 155 ความรู้สึกหลากหลายของคนคนหนึ่ง
แล้วก็ในตอนนี้เอง อยู่ ๆ ที่ข้างหลังก็มีเสียงผู้ชายที่คุ้นเคยจนไม่รู้ว่าจะคุ้นเคยยังไงแล้วดังขึ้นมา
ร่างกายของธิชาเกร็งไปทั้งตัวขึ้นมาทันที
เธอไม่ได้หันหน้ากลับไปเลย เพียงแต่แค่ฟังเสียงฝีเท้าของชายหนุ่มค่อย ๆ เดินผ่านไหล่ข้างหนึ่งของเธอไปอย่างชัดเจน
เขาสวมชุดสูทสีดำไว้ชุดหนึ่ง สีหน้าเย็นชาเหมือนอย่างเดิม เนกไทเป็นสีดำส่องประกายสีแดงเข้ม
งานแบบนี้ แล้วก็สวมใส่เครื่องประดับที่โอ่อ่าแบบนี้
เขาน่าจะกำชัยชนะไว้ในมือแล้วจริง ๆ
พนักงานที่หน้าประตูโดนทำให้ตกใจไปเล็กน้อยแล้ว ต่างก็ก้มหน้าก้มตาอย่างเชื่อฟังขึ้นมา แล้วก็ปล่อยคนเข้าไปอย่างนอบน้อม
ไม่เพียงแค่ปล่อยคนเท่านั้น แถมยังถามขึ้นอย่างประจบสอพลอด้วยว่า “ก่อนงานจะเริ่มขึ้นยังมีเวลาอยู่อีกพักหนึ่ง หัวหน้าธาวินต้องการที่จะไปพักผ่อนที่ห้องรับรองสักหน่อยไหมครับ?”
ท่าทางของธาวิน ไม่ได้แตกต่างอะไรกับเมื่อหนึ่งอาทิตย์ก่อนเลย
เขาเหมือนกับว่าจะเป็นอย่างนี้อยู่ตลอดเลย หนำซ้ำอาจจะเหมือนกับเมื่อสิบเอ็ดปีก่อนเลย……ไม่ได้แตกต่างกันมากเท่าไหร่
อยู่ต่อหน้าคนนอกมักจะเย็นชาอยู่ตลอด ไม่เห็นแก่ความรู้สึกของใคร และไม่สนิทสนมกับคนแปลกหน้า
ธิชาแค่ไม่เห็นเขามาอาทิตย์หนึ่งเท่านั้น
แต่กลับมีความรู้สึกเหมือนห่างกันเป็นชาติแล้ว
เมื่อวานเธอเสี่ยงที่จะโดนสั่งสอนอย่างรุนแรงจากเขา ใจกล้าแบบนั้นไปโวยวายจนเกิดความวุ่นวายที่หน้าประตูห้องทำงานประธานบริษัทตระกูลธนาภูวนัตถ์
แต่ว่าผู้ชายคนนี้กลับไม่ว่ายังไงก็ไม่ยอมออกมา
ไม่ยอมมาเจอเธอสักครั้ง แล้วยิ่งไม่อยากจะมาอธิบายเหตุผลของเรื่องกับเธอ
ในนิสัยของธิชานั้นมีส่วนประกอบของความดื้อดึงอยู่จริง ๆ
ความดื้อดึงในตอนนี้ของเธอ ไม่ใช่ความจริงเรื่องที่ธาวินกับญาณินจะแต่งงานกัน
แต่ว่าเธออยากจะได้รับคำตอบจากปากของธาวินจริง ๆ
เธออยากจะฟังความจริง
ถึงแม้ว่าความจริงจะโหดร้ายทารุณ แต่เธอก็ยังอยากจะรู้ว่าทำไมธาวินถึงได้เลือกแบบนี้
เป็นเพราะว่าสถานะตำแหน่งหัวหน้าใหญ่ของแปดเมืองสำหรับเขาแล้ว ไม่สามารถที่จะเกิดข้อบกพร่องได้เลยเหรอ
หรือจะบอกว่า……เธอไม่สำคัญเลยจริง ๆ
เพียงแต่แค่เป็นคนคนหนึ่งอยู่ในสายตาเขา……
ที่เป็นผู้หญิงที่โดนเขานอนด้วยจนเบื่อไปแล้ว
ตัวละครชั้นต่ำคนหนึ่งที่เป็นแค่หมากตัวหนึ่งก็ยังเป็นได้ไม่ดี
สิบเอ็ดปีแล้ว
ความรู้สึกของสิบเอ็ดปี
เธอไม่คาดหวังที่จะมีผลที่ดีอะไร
และยิ่งไม่กล้าคาดหวังว่าสุดท้ายแล้วธาวินจะจัดการกับตระกูลมงคลวัชรกุลจริง ๆ แล้วเลิกกับญาณินซะ
เธอก็แค่อยากจะได้การอธิบายที่มีเหตุมีผลสักอัน
การอยู่ด้วยกันมาสิบเอ็ดปี
ถึงแม้ว่าเขาจะไม่รักเธอเลยสักนิด ไม่ทะนุถนอมเธอเลยสักนิด
หรือว่าสิบเอ็ดปีนี้……แม้แต่ความรู้สึกที่พี่ชายมีต่อน้องสาวก็ไม่เกิดขึ้นสักนิดเลยเหรอ?
…………
เท้าที่สวมใส่รองเท้าส้นสูงอยู่ทั้งสองข้างของธิชาเหมือนกับว่าจะโดนตอกตะปูอยู่กับที่ ทำยังไงก็ขยับไม่ได้เลย
ธาวินเหลียวกลับมามองเธอทีหนึ่ง ในดวงตาไม่มีความอบอุ่นอยู่เลยสักนิด ยิ่งไม่มีความรู้สึกอะไรเลยสักเสี้ยว
ในน้ำเสียงของเขาแฝงไว้ด้วยความไม่พอใจอยู่เสี้ยวหนึ่ง “ไหนอยากจะเข้ามาดูงานเลือกตั้งมากนักไม่ใช่เหรอ? ยังจะนิ่งอยู่อีกทำไม ยังไม่รีบเข้ามาอีก”
ในที่สุดธิชาก็ยกฝีเท้าที่หนักอึ้งขึ้นมา แล้วเดินตามข้างหลังเขาไป
เธอรู้ทั้งรู้ว่าตัวเองได้พ่ายแพ้ย่อยยับจนไม่เหลืออะไรแล้ว
แต่ตอนนี้เธอก็แค่อยากจะใช้วิธีของตัวเอง อยากจะเห็นผลการเลือกตั้งสมาคมธุรกิจกับตาตัวเอง
คิดดูแล้วก็แค่เพื่อตำแหน่งหัวหน้าใหญ่อันหนึ่ง
เธออยากจะดูสักหน่อย ว่าธาวินได้หลอกใช้เธอได้สำเร็จแล้วจริง ๆ หรือเปล่า
และดนัยกฤต ก็ยินดีที่จะทำการแลกเปลี่ยนแบบนี้กับเขามากจริง ๆ ใช่ไหม
ใครก็สามารถหลอกลวงเธอได้
แต่ว่าการตัดสินของสายตาและจิตใจลึก ๆ ของเธอไม่มีทางหลอกลวงเธอได้
ถึงแม้ว่าจะเดาได้พอประมาณตั้งนานแล้ว แต่เธอก็จะเห็นทุกอย่างนี้เองกับตา
ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา ที่ว่ามานี้ก็คงน่าจะหมายถึงผู้หญิงที่ดื้อดึงแบบเธอนี้แหละมั้ง
……
น้ำเสียงของเธอเบามาก แหบแห้งเล็กน้อย ตามอยู่ข้างหลังธาวิน ในที่สุดแล้วก็อดไม่ได้จนถามเขาขึ้นมาว่า “ตำแหน่งหัวหน้าใหญ่ที่พี่ชายอยากได้ที่สุด มาวันนี้ได้มาอยู่ในกำมือหรือยังคะ?”
ก่อนที่ธาวินจะขึ้นไปนั่งที่ที่นั่ง ฝีเท้าได้หยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วเหลียวกลับมาเหล่มองเธอทีหนึ่ง
เขาคลี่ยิ้มมุมปากออกเล็กน้อย “น้องสาวของฉัน กลิ่นความโง่ที่ดื้อดึงที่แผ่ออกมาจากตัวเธอนั้น ไม่รู้ว่าถ่ายทอดมาจากใครจริง ๆ ณิชานาฎกับเธอนั้นช่างเป็นผู้หญิงต่างกันเลยจริง ๆ เรื่องที่รู้คำตอบอยู่แล้วหล่อนไม่เคยที่จะมาเหน็ดเหนื่อยกับมันอีกเลย”
……
ธิชาไม่ได้พูดคุยกับธาวินอีกต่อไป
เธอไปนั่งอยู่ที่มุมท้ายสุดมุมหนึ่ง
ช่างน่าขำ เธออ้างชื่อเสียงของดนัยกฤตเพื่อที่จะมั่วเข้ามาในงาน แต่กลับโดนธาวินช่วยพูดคุยอนุญาตให้เข้ามา
แต่ว่าสุดท้ายเธอกลับไม่ได้เลือกไปนั่งข้างผู้ชายทั้งสองคนนี้
เธอเลือกที่นั่งที่ไม่สะดุดตาที่สุด แล้วก็นั่งดูเรื่องสนุกนี้ไปอย่างสงบนิ่ง
ผลปรากฏออกมาว่าเกือบจะเหมือนกับที่เธอคาดการณ์เอาไว้
ธาวินมีคะแนนต่างกับดนัยกฤตไปเก้าคะแนน ชนะผลการเลือกตั้งในตอนสุดท้ายไป
คนทั้งหมดต่างก็แสดงความยินดีกับเขาที่ได้เป็นหัวหน้าใหญ่สมาคมธุรกิจ และที่สำคัญก็จะดำเนินการตามขั้นตอนของสมาคมพันธมิตรธุรกิจแห่งเมืองภาคใต้ทั้งแปดอย่างรวดเร็ว แล้วเดินหน้าเลือกหัวหน้าใหญ่ของแปดเมืองในครั้งนี้ต่อไป
ส่วนดนัยกฤตกลับได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในสามของรองหัวหน้า
เบื้องหลังของการเลือกตั้งนั้นตั้งแต่แรกก็มีการกระทำลับลมคมในอยู่แล้ว
คนทั้งหมดในงานต่างก็ไม่มีใครมีท่าทีตกตะลึงอะไรโผล่ออกมาอยู่แล้ว
เหมือนกับว่าผลอันนี้ ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งขึ้นมาทุกคนต่างก็รู้กันอยู่แล้ว
ธิชาออกไปจากงานอย่างสงบนิ่ง เหมือนกับหนังฉายจบแล้ว เธอนำพาความใจเย็นและความท้อใจออกไปจากสถานที่ที่ทำให้เธอได้สัมผัสถึงความรู้สึกหลากหลายแห่งนี้ไป
……
ธิชาโบกรถมุ่งตรงไปที่บ้านพักคนชราที่ชรัณอาศัยอยู่
ในตอนที่กำลังล่ำลากับลุงรัณที่สติไม่ดีอยู่นั้น
โทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้นมา เป็นสายโทรเข้าของณิชานาฎ
ณิชานาฎบอกว่าตัวเองกำลังจะเข้าเกทแล้ว ถามเธอว่าจะมาส่งตัวเองหรือเปล่า
ธิชาพูดขึ้นว่า “แม่คะ หนูกำลังอยู่ที่ลุงรัณนี่ค่ะ มาตากแดดเป็นเพื่อนท่านสักหน่อย เดี๋ยวหนูก็จะไปที่สนามบินแล้วค่ะ”