รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 152 คุณธิชา คืนนี้คุณหนีไม่พ้นแล้ว
ชั่วขณะหนึ่ง เธอก็เข้าใจคำพูดประโยคนั้นตอนที่ตัวเองกึ่งเมา และดนัยกฤตกึ่งหยอกล้อขึ้นมาทันที
ในตอนนั้นเขาพูดว่า เขามั่นใจว่าจะต้องชนะ
นอกซะจาก……ธาวินทำเรื่องที่ไม่มีขีดจำกัดบางอย่างออกมา
รวมถึง……เอาตัวเธอส่งไปถึงเตียง ให้เธอไปยั่วเขา
ตอนนั้นธิชารู้สึกแต่เพียงว่านั่นเป็นประโยคลองใจประโยคหนึ่ง
คิดไม่ถึงว่า……จะเป็นความจริง
อยู่ ๆ เธอก็รู้สึกว่าตัวเองช่างน่าขำ
ธาวินได้ทอดทิ้งเธอไปตั้งนานแล้ว
ตอนแรกเธอนึกว่าตัวเองโดนเอาไปเป็นหมากตัวหนึ่งก็เป็นเรื่องน่าเศร้าพอแล้ว
แต่กลับคิดไม่ถึง แม้แต่สิทธิ์ในการเป็นหมากตัวหนึ่ง เธอก็ยังเป็นไม่ได้
เธอเป็นเพียงแค่ของขวัญชิ้นหนึ่ง
เป็นของขวัญชิ้นหนึ่งที่โดนธาวินเอาไปมอบให้กับดนัยกฤต
ที่น่าขำยิ่งกว่าก็คือ
ทั้ง ๆ ที่ดนัยกฤตรู้ว่าเธอมาเพราะเหตุใด แต่กลับแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง แล้วรับไว้ทุกอย่าง
ผู้ชายพวกนี้……
แต่ละคนสองคนต่างก็คิดว่าเธอเป็นเด็กปัญญาอ่อนเอามาเล่นสนุกได้
เธอโดนหลอกจนหัวหมุน แต่กลับไม่รู้เรื่องอะไรเลย
ธิชารู้สึกว่าตัวเองช่างโง่เขลาเกินไปแล้ว
แล้วก็ท้อใจมากด้วย
เธอรวบรวมสายตากลับมา แล้วไม่มองไปที่ประตูบานนั้นอีก
ธาวินไม่มีทางออกมาแล้ว
ตอนนี้เธอรู้สถานะของตัวเองดีแล้ว
เธอเป็นของขวัญชิ้นหนึ่งที่โดนส่งมอบออกไป ก็เหมือนกับน้ำที่สาดออกไปแล้ว
ธาวินไม่ได้กะว่าจะเก็บเธอกลับมาด้วยซ้ำ
หรือบางทีเขาอาจจะคิดไว้ตั้งนานแล้ว
ไม่ได้เป็นความคิดที่มีขึ้นมากะทันหัน แต่ได้วางแผนไว้ตั้งนานแล้ว
ถึงว่าล่ะ…….ท่าทีที่เขามีต่อดนัยกฤต ในตอนแรกมีแต่ความเป็นศัตรูและหวาดระแวง
แต่ว่าตอนหลัง…….ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเธออาจจะมีความใกล้ชิดกับดนัยกฤต แต่เขากลับไม่ได้สนใจอะไรเลยด้วยซ้ำ
มันก็ใช่ ถ้าเธอไม่สามารถที่จะรักษาความสนใจที่ดนัยกฤตมีต่อเธอไว้ได้
งั้นแม้แต่สิทธิ์การเป็นของขวัญเอาไปมอบให้คนอื่นก็ไม่มีทางได้เป็นแล้ว
ช่วงเวลาสุดท้ายตอนที่เธออยู่กับธาวิน เธออยู่ในใจธาวิน คุณค่าอย่างสุดท้ายที่มีอยู่ ก็คงจะเพื่อวันนี้เท่านั้นแหละ
พงศ์พนาจ้องมองแววตาที่โศกเศร้าเช่นนี้ของเธอ ก็ไม่กล้าที่จะตอบเธอ แต่ก็ไม่กล้าที่จะไม่ตอบ
จนสุดท้ายเขาพูดอย่างค่อนข้างรักษาน้ำใจขึ้นว่า “ผมไม่รู้ที่มาที่ไปจริง ๆ หรือไม่คุณกลับไปก่อนดีกว่า รออีกสักสองสามวัน รอให้คุณชายมีเวลาว่างแล้ว เดี๋ยวผมจะลองช่วยคุณนัดเวลาดู แล้วคุณค่อยไปถามด้วยตัวเองดีกว่า?”
ธิชาค่อย ๆ ลุกขึ้น เธอยิ้มแล้วส่ายหน้าเล็กน้อย
“ไม่ต้องหรอก พรุ่งนี้พอผลการเลือกตั้งออกมา ฉันก็จะได้คำตอบแล้ว”
……
ธิชานั่งรถแท็กซี่คันหนึ่งไปอย่างเหม่อลอย
โทรศัพท์ของเธอดังขึ้นตลอด แต่เธอกลับไม่ได้ยินเลย
จนคบขับรถฟังจนเบื่อ ถึงได้ร้องเตือนเธอขึ้นว่า “คุณผู้หญิง โทรศัพท์ของคุณดังไม่หยุดเลย ทำไมไม่รับครับ ทะเลาะกับแฟนมาเหรอครับ?”
ธิชาถึงเพิ่งตั้งสติขึ้นมาได้ แล้วก้มหน้าลงไปดู เป็นสายเรียกเข้าของณิชานาฎ
เธอกดรับสายขึ้นมา ณิชานาฎบอกว่ามีเรื่องด่วนต้องการพบเธอ ให้เธอรีบมาที่โรงพยาบาลสักครั้ง
นอกซะจากว่ามีเรื่องด่วนที่สำคัญแล้ว ปกติณิชานาฎก็จะไม่มีทางโทรหาเธอก่อน
ถึงแม้ว่าธิชาจะอารมณ์โศกเศร้าถึงขีดสุด แต่ก็ยังเป็นห่วงณิชานาฎอยู่ดี แล้วก็ให้คนขับกลับรถขับไปทางโรงพยาบาลเลย
……
พอธิชาเห็นณิชานาฎ ก็เห็นกระเป๋าเดินทางสองใบที่วางอยู่ข้าง ๆ เตียงของเธอด้วย
“แม่คะ นี่แม่จะ…….”
สภาพร่างกายของณิชานาฎดูไปแล้วก็ไม่เลว บนใบหน้าของเธอยังแต่งหน้าอ่อน ๆ อยู่ สีหน้าก็ดูดีมาก
เธอลุกขึ้นมาจับมือของธิชาเอาไว้ แล้วลากเธอมานั่งลงบนโซฟาด้วยกัน
“ธิชา วันมะรืนนี้แม่จะบินไปประเทศอเมริกาแล้ว”
ธิชาอ้าปากเล็กน้อย “ธาวิน……เป็นคนจัดแจงใช่ไหมคะ?”
คำพูดในอกของเธอกำลังจะออกจากปากแล้ว แต่กลับต้องกลืนลงไปทั้งหมด
ถ้าหากณิชานาฎรู้ว่าเธอโดนธาวินหลอก..….ยังไงก็คงจะปวดใจอยู่บ้างละมั้ง
ถ้าหากว่าชีวิตในอนาคตของเธอได้ถูกจัดแจงไว้หมดแล้ว งั้นความขัดแย้งระหว่างเธอกับธาวิน ก็คงจะไม่ต้องพูดออกมาให้แม่กลุ้มใจแล้ว
ณิชานาฎนิ่งไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็พยักหน้าขึ้น “ใช่ เงินกับตั๋วเครื่องบินก็เอาให้ฉันหมดแล้ว บ้านที่อเมริกา หมอ และคนรับใช้ต่างก็จัดแจงได้พอประมาณแล้ว ธิชา ถ้าเกิดเธอคิดถึงแม่แล้ว ก็สามารถFaceTimeมาได้ตลอดเลยนะ ฉันรู้ไหม……ฉันไม่ใช่แม่ที่ดีคนหนึ่ง แต่ในเมื่อฉันมีเวลาดี ๆ เหลืออยู่ไม่มากแล้ว ฉันแค่อยากจะมีปั้นปลายชีวิตที่ดี จะได้มีชีวิตยืนยาวขึ้นอีกหน่อย แล้วก็……”
ธิชาพูดขัดเธอขึ้น ยิ้มแล้วก็ส่ายหน้าเล็กน้อย “อย่าพูดแบบนี้เลยค่ะ หนูก็ไม่ใช่ลูกสาวที่ดีมาก แม่คะ ถ้าอนาคตแม่สามารถมีชีวิตที่พึงพอใจได้ หนูก็ดีใจกับแม่ด้วยค่ะ”
…….
ธิชาพยายามข่มความรู้สึกที่ซับซ้อนเอาไว้ แล้วอยู่เป็นเพื่อนณิชานาฎไปจนถึงค่ำ
เธอไม่ได้พูดอะไรเลย และก็ไม่อยากจะแย่งชิงอะไรอีกแล้ว
ถึงแม้ธาวินจะหลอกลวงเธอ แต่ว่าอย่างน้อย เขาก็ยังรักษาสัญญาจัดแจงชีวิตใหม่ให้กับณิชานาฎได้
สำหรับเรื่องอื่นที่พูดไว้……ว่าเขาจะจัดการกับตระกูลมงคลวัชรกุลไป แล้วมาแต่งงานกับเธอ……ธิชาไม่เคยคิดว่าเป็นเรื่องจริงเลย
……
ความมืดคืบคลานเข้ามา ตอนที่ธิชากลับมาถึงคฤหาสน์ตระกูลภักดิภูมิเมธีนั้นก็เป็นเวลาสามทุ่มแล้ว
เธอกินข้าวเย็นเสร็จ ก็ขึ้นตึกกลับห้องไปอาบน้ำรอบหนึ่ง
ในตอนที่ออกมาจากห้องน้ำนั้น ดนัยกฤตก็พิงหัวเตียงของเธออยู่ แล้วยิ้มใส่เธอเล็กน้อย
ธิชาดึงเสื้อคลุมชุดนอนให้กระชับขึ้นอย่างอัตโนมัติ
เธอเดินก้าวสั้น ๆ เข้าไป อยากจะแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องอะไรเลย
ในเมื่อเธอเองก็ไม่มีเหตุผลตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แค่ของขวัญชิ้นหนึ่ง ก็น่าจะรู้หน้าที่หน่อย
ถึงแม้ว่าดนัยกฤตกับธาวินจะหลอกลวงเธอพร้อมกัน เธอก็ควรจะรู้ตัวสักหน่อย ตั้งแต่ต้นจนจบต้องแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องถึงจะถูก
เธอยืนอยู่ข้างเตียง ชายหนุ่มจับข้อมือของเธอเอาไว้ วินาทีต่อมาก็เหวี่ยงตัวเธอลงบนเตียงนุ่ม ๆ แล้วกักขังตัวเธอไว้ใต้ร่าง
เขาโน้มตัวลงมาจูบกระดูกไหปลาร้าของเธอไว้ มือใหญ่ซุกเข้าไปใต้กระโปรงเธอ น้ำเสียงแฝงไว้ด้วยความขบขันอย่างคลุมเครือ “ห้าวันแล้วนะ ประจำเดือนก็น่าจะหมดแล้ว คุณธิชา คืนนี้คุณหนีไม่รอดอีกแล้ว……”