รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 151 พี่ชายเอาฉันมอบให้คนอื่นไปแล้ว ใช่ไหม
ธิชาแทบจะหันสายตาไปอีกข้างทันที
เธอหวังว่าตัวเองจะได้เจอธาวิน
ถึงแม้จะมีลางสังหรณ์ที่เลวร้ายที่สุดอยู่แล้ว
ถึงแม้ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่สกปรกที่สุด
เธอก็แค่อยากจะได้เห็นเขากับตาตัวเอง อยากจะได้ยินเขาพูดเองกับปาก
แต่ว่าคนที่เธอเจอกลับไม่ใช่ธาวิน
แต่เป็นไพลินที่สวมชุดสีขาวทั้งชุดอยู่
สายตาไพลินไร้อารมณ์ ท่าทีหยิ่งยโสอย่างไร้ที่ติ
เธอเดินมาถึงอีกข้างหนึ่ง แล้วกวาดตามองพงศ์พนาทีหนึ่ง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงดูถูกขึ้นว่า “พี่พงศ์ คุณจะมัวพูดไร้สาระกับเธออยู่ทำไม มาเอะอะโวยวายอยู่ที่อาคารสำนักงานตระกูลธนาภูวนัตถ์ ก็เรียกรปภ.มาลากตัวออกไปก็จบเรื่องแล้ว”
สีหน้าของพงศ์พนาเคร่งขรึมขึ้นเล็กน้อย และก็ไม่เปิดปากพูดอะไร
อารมณ์ของธิชาได้หนักหน่วงไปเรื่อยๆ
เธอรู้ว่าธาวินจะต้องอยู่ในห้องทำงานแน่นอน
ถ้าเกิดว่าตอนนี้ในห้องทำงานประธานว่างเปล่าไร้ซึ่งคน แล้วไพลินจะถือเอกสารมากมายขนาดนั้นออกมาจากข้างในได้ยังไง
ตามปกติแล้ว……ไพลินต้องรับผิดชอบพวกธุรกิจที่เปิดเผยไม่ได้ของตระกูลธนาภูวนัตถ์อยู่
แต่ว่าตอนนี้ วินาทีนี้ เธอกลับปรากฏตัวออกมาอย่างเปิดเผยที่อาคารตระกูลธนาภูวนัตถ์
ไม่ต้องให้เธอเปิดปากพูด ธิชาก็รู้แล้วว่า ไพลินต้องได้เลื่อนขั้นแล้ว
ไม่รู้ว่าเธอทำผลงานอะไรมา หรืออาจจะทำให้ธาวินพอใจตอนอยู่บนเตียงก็ได้
แต่ไม่ว่ายังไง เธอได้เลื่อนตำแหน่งแล้ว
ธิชาเม้มปากขึ้นมาเล็กน้อย แววตาของพงศ์พนาจดจ้องอยู่ที่เธอ
“ไพลิน เธอคงจะรู้นะว่าฉันนามสกุลธนาภูวนัตถ์ ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ลูกสาวแท้ ๆ ของชรัณ แต่ก็ยังคนของตระกูลธนาภูวนัตถ์อยู่ ฉันกับธาวินนั้นอยู่ทะเบียนบ้านเดียวกัน ส่วนเธอ มันก็แค่หมาตัวหนึ่งของพี่ชายฉันเท่านั้น”
พอไพลินโดนเธอเยาะเย้ยอย่างไม่มีสาเหตุ แน่นอนว่าในใจก็ต้องไม่พอใจจนถึงขีดสุดอยู่แล้ว
เธอโมโหจนมองตาขวาง แต่ว่าตอนนี้อยู่ในบริษัท และอยู่ต่อหน้าเลขาและเพื่อนร่วมงานมากมายขนาดนี้ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีพงศ์พนาที่ให้ความเป็นธรรมยืนอยู่ตรงนี้ด้วยคนหนึ่ง เธอจึงไม่กล้าที่จะแสดงออกมาบ้าคลั่งมากเกินไป
ไพลินก็เลยแสร้งยิ้มจอมปลอมที่แข็งทื่ออันหนึ่งออกมา “คุณธิชานี่พูดเรื่องอะไรกันคะ ฉันรู้อยู่แล้วว่าคุณเป็นคุณหนูใหญ่ของตระกูลธนาภูวนัตถ์ ที่นี่ไม่มีใครไม่รู้จักคุณหรอก แต่ว่าจะมีอะไรให้น่าภาคภูมิใจกัน สถานะของคุณก็ได้มาเพราะแม่ของคุณใช้ร่างกายแลกมา แต่ว่าคุณกลับไม่มีความสามารถอย่างแม่คุณ ตอนนี้คุณชายกำลังยุ่งมาก ไม่มีเวลามาสนใจคุณหรอก ฉันขอเตือนคุณว่าสำรวมหน่อยก็ดี มาทางไหนก็กลับไปทางนั้นซะ สงบเสงี่ยมเจียมตัวหน่อยนะคะ”
ธิชาแกล้งทำเป็นเสียงสูง “ถ้าฉันได้เจอกับธาวินแล้ว ฉันก็จะต้องกลับไปเอง”
ไพลินแอบหัวเราะเยาะอย่างออกนอกหน้า “ฉันเตือนคุณด้วยความหวังดี แต่คุณกลับไม่ฟังไม่ งั้นก็รอไปเถอะ แต่ทางที่ดีรอให้มันสำรวมหน่อยนะ อย่าทำเสียงเอะอะรบกวน คุณชายกำลังยุ่งมากจริง ๆ ยุ่งจนไม่มีเวลามาสนใจคุณแล้ว การเลือกตั้งในวันพรุ่งนี้เป็นเรื่องสำคัญ อาทิตย์หน้ายังมีเรื่องใหญ่ที่สำคัญมากรออยู่อีก คุณชายกับคุณญาณินจะแต่งงานกันแล้ว งานแต่งจะจัดขึ้นที่เกาะG คิดว่าน่าจะต้องรอให้คุณชายกับคุณนายน้อยไปฮันนิมูนกลับมา ถึงจะมีเวลาว่างมาสนใจคุณได้”
แค่เวลาสั้น ๆ ไม่กี่วินาทีสีหน้าของธิชาก็เปลี่ยนไปเป็นขาวซีดแล้ว
มือที่ขาวซีดของเธอกำเป็นหมัดไว้แน่น สายตากลับเลื่อนจากใบหน้าของไพลินไปอยู่ที่พงศ์พนา
ไพลินพูดคำพูดพวกนี้จบก็เดินจากไปอย่างมั่นอกมั่นใจ และไม่เหลียวกลับมาอีกเลย
ธิชาล้มตัวนั่งลงบนโซฟาอย่างใบหน้าไร้ความรู้สึก และชั่วขณะหนึ่งได้สูญเสียอารมณ์ที่จะมาแก่งแย่งชิงดีกับผู้อื่นไปแล้ว
สีหน้าของเธอเคร่งขรึม แต่กลับไม่ได้แสดงความเศร้าหมองและความขุ่นเคืองไว้บนหน้า
พงศ์พนารู้จักกับเธอมานานหลายปี จนแทบจะเห็นเธอเติบโตมากับตา
ที่จริงพงศ์พนารู้มาตลอดว่าน้ำหนักของธิชาที่อยู่ในใจคุณชายนั้นมันไม่กับของคนอื่น
ไม่ใช่พวกผู้หญิงแบบไพลินและญาณินจะสามารถเปรียบเทียบได้ด้วยซ้ำ
แต่ว่าเรื่องบางอย่าง……คุณชายเองก็มีส่วนที่ทำตามใจตัวเองไม่ได้อยู่ในนั้นด้วย
เขาทำใจไม่ได้ที่จะต้องมาเห็นธิชาตอนที่โศกเศร้าเสียใจแบบนี้ แล้วยังต้องมาโดนคนอื่นติฉินนินทาอีก
เขาทำหน้าเคร่งขรึมแล้วกระแอมไอทีหนึ่ง แล้วก็ตำหนิพวกเลขาที่รายล้อมอยู่รอบข้างขึ้นว่า “ไม่ต้องทำงานกันแล้วเหรอ? แต่ละคนมายืนทื่ออยู่ทำไม ไสหัวกลับไปทำงานซิ”
ธิชาก้มหน้าก้มตาเงียบขรึมไปนาน
เธอพยายามให้ตัวเองสงบนิ่งลงมา รอสงบนิ่งลงมาได้แล้ว
เธอก็รู้สึกว่าตัวเองควรจะไปได้แล้ว
วันนี้เธอไม่ควรมาที่นี่ด้วยซ้ำ มาหาเรื่องใส่ตัวชัด ๆ
แต่ว่าตอนที่ลุกขึ้นมานั้น กลับเห็นแววตาที่เห็นอกเห็นใจเล็กน้อยของพงศ์พนา
ที่สุดแล้วเธอก็อดไม่ได้ที่จะเปิดปากถามขึ้น “พงศ์พนา ที่ไพลินพูดเป็นความจริงใช่ไหม? พี่ชายของฉันกับญาณิน……จะแต่งงานกันแล้วใช่ไหม?”
พงศ์พนาชะงักไปครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็พยักหน้าให้
ที่จริง……ไม่เพียงแค่รอจัดงานแต่งเท่านั้น แต่ว่าเมื่อสองวันก่อน……ก็ได้ไปจดทะเบียนสมรสกันที่สำนักงานทะเบียนราษฎร์มาแล้ว
แต่ว่าพงศ์พนาไม่กล้าที่จะซ้ำเติมมากไปกว่านี้
เขาข่มเสียงให้ต่ำลง ทั้ง ๆ ที่รู้ว่ามีเรื่องบางอย่างไม่ควรที่พูด แต่ก็ยังทนไม่ไหวจนต้องเปิดปากพูดขึ้นมา
“คุณธิชา ที่จริง……คุณอายุยังน้อย ถึงคุณชายจะดี แต่ว่าในทางกฎหมายแล้วพวกคุณก็เป็นพี่น้องกัน คุณกับเขา……ทางด้านสถานะ ยังไงก็ไม่ใช่เรื่องที่จะเปิดเผยได้ ผมในฐานะที่เป็นคนของคุณชาย จริง ๆ แล้วไม่ควรจะพูดคำพูดแบบนี้ แต่ว่าในฐานะที่เป็นคนที่รู้จักกับคุณมานานหลายปี ผมรู้สึกว่า……คุณกับคุณดนัยกฤต ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นตัวเลือกที่ไม่ดีหรอกครับ”
ธิชาลืมตาโตขึ้นมาทันที ในดวงตาเต็มไปด้วยของเหลวที่อุ่นร้อน กำลังหมุนวนอย่างสุดกำลัง
อยู่ ๆ เธอก็แน่ใจในการคาดเดาบางอย่างของตัวเองขึ้นมาได้พอประมาณแล้ว
นั่นเป็นสิ่งที่เธอไม่อยากที่สุด แบบที่ไม่อยากจะยอมรับมากที่สุด…….
“พงศ์พนา ครั้งนี้พี่ชายฉันใจกว้างขนาดนี้ถึงส่งฉันไปอยู่ข้างกายดนัยกฤต เขาไม่ได้อยากให้ฉันกลายเป็นหมากตัวหนึ่ง ถึงฉันจะทำสำเร็จหรือไม่ เขาก็ไม่สนใจ ที่จริงแล้วเขา……เอาฉันมอบให้คนอื่นไปแล้ว ใช่ไหม?”
สายตาที่เลือนรางของธิชาจ้องเขม็งไปที่ประตูห้องทำงานประธานที่ปิดสนิทอยู่