รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 127 ถูกย่ำยีหน้ากระจก
ธิชาเบิกตาโตขึ้นมาทันที เธอต้องสงสัยอยู่แล้วว่าระบบรับเสียงของเธอมีปัญหารึเหล่า
หูฝาดเหรอ?
แต่ดนัยกฤตกลับทวนด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาและเข้มงวดว่า “คุณด่าผมได้สะใจมากไม่ใช่รึไง พอเอาเข้าจริงแล้วไม่กล้ารึไง? ธิชา ผมให้โอกาสคุณชกผม ถ้าวันนี้คุณสามารถทำให้ผมล้มได้ ผมก็จะไปช่วยเพียงวรินทร์ออกมากับคุณ”
“……” ธิชาสีหน้าซีดเผือด ขมวดคิ้ว อ้าปากค้างด้วยความช็อก
ชกเขาอย่างนั้นเหรอ?
แถมยังต้องชกเขาจนล้มด้วย?
ธิชาไม่ใช่คนที่ทำร้ายใครไม่เป็น……
ถึงแม้ว่าเธอจะไม่เคยได้รับการฝึกฝนอย่างจริงจังก็เถอะ แต่อย่างน้อยเธอก็เป็นคนของตระกูลธนาภูวนัตถ์นะ
เด็กสาวของตระกูลมาเฟีย จะไม่มีฝีมือติดตัวเลยสักนิดได้ยังไง
ธาวินเคยสอนการป้องกันตัวระยะประชิดกับเธอมาก่อน ถ้าให้เธอสู้กับผู้หญิงทั่วไปก็คงไม่มีปัญหา หรือถ้าเจอกับพวกโรคจิตก็เพียงพอที่จะป้องกันตัวได้
แต่ถ้าต้องเจอกับผู้ชายทั้งกลุ่ม……
หรือต้องปะทะกับคนอย่างดนัยกฤตที่เป็นนักสู้ระดับสูง
เธอก็เป็นได้แค่ไก่อ่อนแท้ๆเท่านั้น
ธิชาคิดไม่ตกจริงๆ ว่าเขากำลังจะเล่นสนุกอะไรกันแน่
และเธอก็ยังเข้าใจหลักธรรมที่ว่า คนเราต้องรู้จักก้มหัวเมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่เป็นรองด้วย
เธอกัดริมฝีปาก แล้วพูดไปเบาๆ ว่า “คุณเลิกแกล้งฉันสักที……ฉันเป็นห่วงเพียงจริงๆ นะคะ นอกจากญาณิน……เธอก็เป็นเพื่อนมัธยมที่ดีที่สุดของฉันแล้ว ถ้าฉันไม่รู้เรื่องนี้เลย ก็ไม่เป็นไร คุณเป็นคนที่พาฉันไปอยู่ตรงหน้าของเธอกับประวิทย์เอง คุณเป็นคนทำให้ฉันกับเธอได้พบกันอีกครั้ง และฉันก็ได้รู้ว่าเธอต้องพบเจอกับเรื่องพวกนั้น……แล้วจะให้ฉันทนดูอยู่เฉยๆ ได้ยังไง? ใครก็ตามที่มีความเป็นคนอยู่ พอเห็นเพื่อนของตัวเองต้องพบกับความยากลำบากก็ไม่มีทางปล่อยผ่านโดยไม่สนใจได้หรอก ……ฉันแค่อยากช่วยเธอ ฉันอยากช่วยเธอจริงๆ”
สีหน้าของชายคนนี้ไปเปลี่ยนไปสักนิด ไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านกับความเจ็บปวดและคำอ้อนวอนของเธอเลยแม้แต่นิดเดียว
เขาแค่เดินไปข้างๆ โน้มตัวลงไปเล็กน้อย แล้วหยิบเครื่องป้องกันที่ไซซ์ค่อนไปทางเล็กขึ้นมา
เขาค่อยๆ ใส่ชุดป้องกันให้เธอทีละชิ้นทีละชิ้น แม้แต่สนับเข่าสนับศอกที่เล็กที่สุดก็ไม่มองข้าม
ในใจของธิชารู้สึกอ่อนแรงลงไปทุกที
ทั้งๆ ที่เธอรู้ดีว่าเป็นไปไม่ได้ แล้วจะให้เธอเอากำลังใจที่ไหนไปทำร้ายเขา
ต่อให้ทุ่มสุดตัวจะเลือดตากระเด็น เธอก็ไม่สามารถล้มชายคนนี้ที่สูงร้อยเก้าสิบได้หรอก
เธอกัดริมฝีปาก รู้สึกเปรี้ยวๆ ที่ปลายจมูก
ดนัยกฤตทำหน้าเรียบเฉย ตอนที่สวมชุดป้องกันให้เธอก็เอาแต่เงียบแต่ก็ตั้งใจ แถมยังเช็คดูอย่างละเอียดแล้วค่อยลุกขึ้น
เขาก้มลงมามองเธอ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉยว่า “ผมรู้ว่าคุณอยากช่วยเธอมาก ดังนั้นผมจะให้โอกาสคุณอีกครั้ง เอาแบบนี้ละกัน ภายในเวลาสิบนาที คุณจะทำร้ายผมยังไงก็ได้ ทั้งมือทั้งขาอยากใช้อะไรก็ได้ ขอแค่คุณยังมีแรง ก็อย่าที่จะหยุด ขอแค่ร่างกายของผมแตะพื้น ก็จะถือว่าคุณชนะ แล้วผมก็จะไปช่วยเธอให้”
ไม่รู้ว่าสมองของเธอมีปัญหา หรือเพราะน้ำเสียงของชายคนนี้คนนี้จริงจังและแน่วแน่เกินไป
มันทำให้เธอเริ่มรู้สึกสนใจขึ้นมาแล้ว หลังจากที่คิดทบทวนแล้ว จู่ๆ ก็รู้สึกถึงความผิดปกติ
เธอกัดริมฝีปาก แล้วถามไปอย่างระมัดระวังว่า “คุณยอมให้ฉันสิบนาที……แล้วหลังจากสิบนาทีนั้นล่ะ?”
ชายคนนี้ยังคงทำหน้าเย็นชา “หลังสิบนาทีผมก็จะเปลี่ยนจากตั้งรับเป็นโจมตี ถ้าแขนขาของคุณไม่ขยับเกินสิบวิก็ถือว่าแพ้ ถ้าคุณแพ้ ไม่เพียงช่วยเพื่อนของคุณไม่ได้ คุณยังต้องถูกผมจัดการอย่างตามใจชอบด้วย” ธิชารู้สึกสิ้นหวังขึ้นมาทันที
ใบหน้าเล็กๆ ของเธอยู่ยี่ไปหมด ดูหนักใจเอามากๆ
เธอควรคิดได้ตั้งนานแล้วว่า……ดนัยกฤตไม่ใช่คนดีอะไร
ต่อให้แกล้งเป็นคนดี ก็ดีได้ไม่เกินสามวิ
บอกว่าให้เธอทำร้ายเขา แล้วยังให้เวลาเธออีกสิบนาที มันจะไปมีเรื่องง่ายๆ แบบนั้นได้ยังไง
สุดท้ายก็เธอนั่นแหละที่จะซวย
แถมยังต้องโดนเขาจัดการอีก……
สำหรับธิชาแล้วสี่พยางค์นี้มันถึงแก่ชีวิตเลย
เธอรู้ดีว่าการยกตัวเองให้ชายคนหนึ่งจัดการอย่างตามใจชอบนั้น……มีความเป็นไปได้สูงที่ต้องเจอกับอะไร
เธอเงียบไปครึ่งนาทีเต็มๆ
ดนัยกฤตพูดออกมาอย่างจริงจังว่า “ให้เวลาคุณวอร์มสามนาที เร็วๆ เข้าล่ะ”
ธิชาทำหน้ามู่ แล้วพูดอย่างหงุดหงิดว่า “ฉันจะไม่สู้กับคุณ ฉันขอปฏิเสธ ฉันไม่มีความมั่นใจว่าจะล้มคุณได้เลย ……ต่อให้คุณให้เวลาฉันหนึ่งชั่วโมงฉันก็ไม่มั่นใจ! การต่อสู้ในครั้งนี้มันไม่ยุติธรรมเลยสักนิด โอกาสที่ฉันจะแพ้มันมากกว่าชนะอย่างเห็นๆ ฉันไม่ยอมเสี่ยงหรอก”
ชายคนนี้ร่างใหญ่ที่อยู่ตรงหน้ากลับขำออกมาอย่างไม่ชอบใจ
ทำเอาเธอถึงกับขนลุกขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง……
เขาแย้มริมฝีปากขึ้น แล้วพูดด้วยสีหน้าที่จะยิ้มไม่ยิ้มว่า “คุณคิดว่าตอนนี้ตัวเองมีสิทธิ์ที่จะต่อรองกับผมอย่างนั้นเหรอ ธิชา คุณนี่มันเกินเยียวยาแล้วจริงๆ”
เธอทั้งโกรธทั้งหงุดหงิด “เดิมทีคุณก็ใช้ความได้เปรียบมารังแกคนอื่นอยู่แล้ว ฉันไม่สู้กับคุณ!”
ความจริงธิชาไม่คิดว่าเธอจะสามารถหนีรอดเพียงพูดไม่กี่คำหรอก
เธอแค่อยากที่จะยื้ออีกสักหน่อย เพื่อให้ตัวเองได้รับความได้เปรียบที่มากยิ่งขึ้นเท่านั้น
ดนัยกฤตไม่ได้เดินเข้ามากดดัน เขาแค่หันข้างเหลือบมองไปยังกระจกบานใหญ่สว่างไสวที่ยาวถึงพื้นเท่านั้น
แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มลึกและโหดเหี้ยมว่า “คุณเห็นกระจกนั่นมั้ย”
ธิชาจ้องมองตัวเองในชุดนักสู้พร้อมชุดป้องกันที่อยู่ในกระจก……พอมายืนเทียบกับชายคนนี้ที่ร่างกายกำยำแล้วเธอก็ดูโง่ขึ้นมาทันที
เธอเหลือบตามองบน “พูดมาก ฉันไม่ได้ตาบอดสักหน่อย”
ไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้คิดจะเล่นลิ้นอะไรอีก……
เธอกำลังรู้สึกกระวนกระวายใจ
ธิชายังไม่ทันหายกังวล เธอก็ได้ยินเขาพูดไปยิ้มไปว่า “ผมรู้ว่าในใจของคุณกำลังกลัวอะไรอยู่ ก็แค่กลัวว่าแพ้แล้วจะโดนผมเอาไม่ใช่เหรอ งั้นผมขอพูดไว้ตรงนี้เลยแล้วกัน——”
“ถ้าคุณไม่สู้ ผมก็จะเอาคุณตรงหน้ากระจกตอนนี้เลย”