ครูเจ้าเสน่ห์คนนี้ประธานจอง - บทที่ 704 เธอไม่เคยพบเห็นอีกเลย
บทที่ 704 เธอไม่เคยพบเห็นอีกเลย
เธอรับสายทั้งที่ในใจเต็มไปด้วยคำถามและกล่าวสวัสดีไป
เสียงของเชอร์รีนดังขึ้นมาในทันที “เธอดูข่าวบันเทิงวันนี้หรือยัง?”
“ไม่ได้ดูเลย ตอนนี้ฉันยังเช็กบัญชีอยู่จะไปมีเวลาดูของแบบนี้ได้ยังไง เกิดอะไรขึ้นหรือ” เธอถาม
เชอร์รีนหาวออกมา “ไม่มีอะไร”
แต่ถึงอย่างนั้นดวงตาของที่แสนสวยงามของนาโนก็พลันเฉียบคมขึ้นทันที “มีบางอย่างผิดปกติแน่นอน”
“ไม่มีอะไรทั้งนั้น” เชอร์รีนย้ำอีกครั้ง
“ยังไงก็มี!” น้ำเสียงและการแสดงออกของนาโนแข็งกร้าวและดื้อดึงกว่าเธอมากนัก “เชอร์รีน เธอหลอกฉันไม่ได้หรอกนะ!”
เธอไม่ใช่คนที่ขี้เบื่อ คงไม่โทรหาเธอเพียงเพื่อจะถามข่าวบันเทิงเพื่อคุยเล่นหรอก ที่เธอถามเช่นนี้เห็นได้ชัดว่ามีบางอย่างผิดปกติ
เชอร์รีนรู้สึกเสียใจที่โทรไป เธอกล่าวว่า “ ดนัยกำลังเป็นข่าว แต่เธอไม่ต้องโกรธนะ พวกสื่อบันเทิงมักจะกระทำโดยไม่มีหลักฐานเสมอ”
นาโนตอบรับ เธอหยิบไอแพดที่วางอยู่ข้างแล้วเปิดมันอย่างไม่ใส่ใจนัก เธอพิมพ์ชื่อดนัยลงไปจากนั้นข่าวล่าสุดก็โผล่ขึ้นมา
—— ท่านประธานแห่งเตชะโสภากรุ๊ปลอบพบสาวงามยามค่ำคืน หรือว่าความรักลับๆของเขาจะถูกเปิดเผย!
ในภาพเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่พยุงเขาเข้าโรงแรมไปในยามค่ำคืน และอีกรูปเป็นรูปที่ถ่ายตอนกลางวัน
ทั้งสองยืนอยู่หน้ารถ ริมฝีปากบางของเขายิ้มแย้มและนัยน์ตาเป็นประกาย ขณะที่แก้มของหญิงสาวแดงระเรื่อ เธอก้มศีรษะลงเล็กน้อยราวกับเขินอาย
เธอเคยเจอผู้หญิงคนนี้ เป็นผู้ช่วยเลขาที่ทานข้าวด้วยกันที่ร้านอาหารวันนั้น
นาโนเงียบลงอย่างหาได้ยาก ปลายนิ้วขาวมนค่อยๆไถอ่าน ดวงตาดั่งเม็ดอัลมอนด์ของเธอจับจ้องไปยังไอแพด
ผู้จัดการอยากรู้จึงหันกายมาเล็กน้อย สายตาของเธอมองเห็นสัญลักษณ์สีแดงสดนั้น เธอตกตะลึงอยู่ชั่วครู่ก่อนจะนั่งลงอย่างรวดเร็วและไม่มองอีกเลย
เมื่อปิดไอแพด นาโนเหลือบมองเวลาพร้อมลุกขึ้นยืนและกล่าวว่า “ปิดร้าน ปิดร้านเดี๋ยวนี้”
ผู้จัดการพยักหน้ารับ แต่นาโนก็เดินออกจากร้านอาหารไปแล้ว เธอสตาร์ทรถและมุ่งหน้าไปยังโรงแรม
จากนั้นก็รองน้ำ แช่ตัว ดื่มโยเกิร์ตสักถ้วย จากนั้นจึงเปิดจอภาพ LCD ขนาดใหญ่ มือทั้งสองกอดรอบเข่าเอาไว้และชมภาพยนตร์สยองขวัญด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
สิ่งที่เธอดูตอนนี้เป็นภาพยนตร์ที่เรียกได้ว่าน่ากลัวที่สุดในช่วงเวลานี้ แค่มองดูก็ทำให้คนรู้สึกขนลุกและเหงื่อเย็นๆหลั่งที่แผ่นหลัง ข้อความเต็มไปด้วยความสยดสยองและน่ากลัว
แต่นาโนเหมือนกับกำลังดื่มน้ำเปล่า คิ้วก็ไม่ขมวดแม้สักนิด
โทรศัพท์สั่นครืดๆ เธอก้มศีรษะลงเล็กน้อย เป็นเชอร์รีนที่ส่งข้อความเข้ามาถามว่าเธออยู่ที่ไหน
เธอตอบ “ดูภาพยนตร์สยองขวัญอยู่ที่โรงแรม”
“ไม่ไปหาดนัยหรือ?”
เชอร์รีนส่งภาพมีมแปลกๆมามากมาย ประหลาดใจมากที่เธอสงบได้ขนาดนี้
นาโน “ไม่อยากไปหา เปลี่ยนเรื่องกันดีกว่า สนใจมาดูภาพยนตร์สยองขวัญด้วยกันที่โรงแรมไหม?”
เชอร์รีนไม่มีอารมณ์สบายๆไม่รีบร้อนขนาดนั้น แค่เด็กทั้งสองคนก็เพียงพอที่จะทำให้เธอปลีกตัวไปไม่ได้แล้ว หลังจากคิดดูแล้ว เธอจึงกล่าวว่า “เธอเชื่อใจเขามาก!”
เชื่อใจหรือ?
นัยน์ตาของนาโนพร่ามัวไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
ฝั่งของเชอร์รีนนั้นได้ออฟไลน์ไปแล้ว
ด้วยนิสัยที่โผงผางของนาโนแล้ว เชอร์รีนคิดว่าหลังจากเห็นข่าวแล้วเธอต้องพุ่งตัวไปโวยวายที่เตชะโสภากรุ๊ปอย่างแน่นอน
แต่ผลลัพธ์ที่ออกมากลับเป็นสิ่งที่ไม่คาดคิด
นาโนเองก็คิดว่าคงเป็นเพราะเธออยู่ที่ร้านอาหารนานเกินไป นิสัยของเธอโดนขัดเกลาไปมาก เขี้ยวเล็บที่เคยแหลมคมก็ถูกขัดเกลาจนความกลมมน
จริงๆแล้วนี่ไม่เกี่ยวกับความเชื่อใจเลยด้วยซ้ำ
เพียงแค่ในช่วงขณะนั้นเธอรู้สึกเหนื่อยมาก เป็นความรู้สึกที่เหนื่อยมากจริงๆ เป็นความเหนื่อยที่มาจากทั้งกายและใจ ความเหนื่อยที่ไม่สามารถพูดออกมาได้
นาโนหยิบบุหรี่ออกมาวางลงบนริมฝีปากสีแดงสดของเธอ หยิบไฟแช็กออกมาแต่ก็วางกลับไป จากนั้นจึงโยนบุหรี่ทิ้งลงในถังขยะ
ในช่วงบ่ายข่าวดังกล่าวก็ได้ขึ้นพาดหัวข่าวไปแล้ว ตอนนี้เป็นช่วงกลางคืนและในช่วงเวลานี้ดนัยก็ไม่โทรหาเธอสักสายเดียว และไม่มีคำอธิบายใดๆทั้งนั้น
เหมือนกับว่าเธอและเขาไม่มีความสัมพันธ์ที่สำคัญใดๆต่อกัน
เวลาล่วงเลยมาสักพักนาโนจึงโทรไปหาดนัย
ครั้งนี้เป็นครั้งที่เขารับสายเร็วมาก
“คุณมีอะไรจะอธิบายกับฉันไหมคะ”
“ไม่มี” ดนัยกล่าว “แต่ระหว่างผมกับเธอไม่มีอะไรทั้งนั้น สมภารไม่กินไก่วัดหรอกนะ”
นาโนยิ้มเยาะ “การที่เราไปอยู่ในสถานการณ์ที่เอื้ออำนวย เราจะได้ประโยชน์ก่อนคนอื่นๆ”
ทันทีที่เสียงของเธอจบลงก็มีเสียงผู้หญิงจากทางนั้นเล็ดลอดออกมา “ท่านประธานคะ บะหมี่สุกเรียบร้อยแล้ว จะใส่ต้นหอมไหมคะ?”
รอยยิ้มมุมปากของเธอแย้มยิ้มขึ้นอีกครั้ง นาโนโยนโทรศัพท์ทิ้ง สวมโค้ทยาวและ เหยียบคันเร่งตรงไปยังอพาร์ตเมนต์
เธอกดรหัสผ่านและเมื่อประตูอพาร์ตเมนต์เปิดก็เห็นดนัยกำลังทานบะหมี่ในชุดสบายๆ ส่วนบาร์บี้กำลังทำความสะอาดห้องอยู่
นาโนยกเท้าสะบัดรองเท้าส้นสูงที่สวมอยู่และสวมรองเท้าแตะ เธอก้าวเท้าไปอย่างรวดเร็วดั่งสายลม คว้าคอเสื้อของดนัย น้ำเสียงของเธอโกรธเกรี้ยวเสียงดัง “แกกำลังโกหกใครอยู่?”
บาร์บี้ตกใจเล็กน้อย เธอยืนอยู่ตรงนั้นอย่างทำอะไรไม่ถูก
เธออยากจะเอ่ยปากพูด แต่สายตาที่ดุร้ายของนาโนกวาดสายตามองมา เธอเม้มปากไม่กล้าปริปากพูดอะไรอีก
“เธอเป็นแม่บ้านที่ฉันจ้างมา” ดนัยยังคงทานบะหมี่อย่างช้าๆ
“แม่บ้าน?” นาโนมองด้วยสายตาเย็นชา
“ใช่” เขาพูดอย่างรวบรัด สายตาจับจ้องไปที่บาร์บี้และกล่าวว่า “ผมพอใจกับทักษะการทำอาหารของเธอมาก ราคาคิดตามรายชั่วโมง คุณมีปัญหาอะไรหรือเปล่า?”
บาร์บี้ส่ายหัวอย่างรวดเร็ว “ไม่มีปัญหาค่ะท่านประธาน งั้นฉันไปก่อนนะคะ”
“อืม” ดนัยตอบรับ
ในอพาร์ตเมนต์เหลือเพียงสองคน นาโนจ้องไปยังดนัยที่กำลังทานบะหมี่อยู่
“คุณพูดแบบนี้ฉันก็จะเชื่อ แต่คราวหน้าฉันจะไม่เชื่ออีก คืนนี้ฉันจะนอนที่นี่”
ดนัยไม่พูดอะไร เขาทำเพียงแค่ทานซุป สีหน้าและจิตใจของเขานั้นสงบเป็นอย่างมาก
นาโนนอนอยู่ที่เตียงของห้องนอนหลัก ผ่านชั่วครู่ผู้ชายก็ยังไม่มา
เธอเดินออกมาจากห้อง กลับมองเห็นแสงในห้องหนังสือยังสว่างอยู่ผ่านรอยแยกของประตู
เธอเดินเปิดประตูเข้าไป ดนัยเห็นเธอ จึงขมวดคิ้วและถามเบาๆว่า “มีอะไรหรือเปล่า”
เธอจ้องมองเขาอย่างจดจ่อราวกับจะจ้องให้เห็นถึงความคิดภายในจิตใจของเขาโดยไม่พูดจา เธอแย้มยิ้มออกมา รอยยิ้มที่ประดับอยู่บนมุมปากนั้นช่างสวยงาม
หลังจากนั้นไม่นานนาโนก็จากไปพร้อมกับปิดประตูห้องนอนหลักแล้วหลับตาลง
สงครามเย็นระหว่างทั้งสองดูเหมือนจะคลี่คลายลงตั้งแต่วันนี้ พวกเขากลับมาที่อพาร์ตเมนต์แต่ก็ไม่ค่อยได้พูดคุยกันและไม่ได้นอนอยู่ในห้องเดียวกันเลย
เมื่อนาโนตื่นเช้ามา ดนัยก็ได้ออกไปแล้ว
เมื่อกลับมาถึงยามค่ำคืนดนัยก็หลับสนิท นอนอยู่ในห้องเดียวกันแต่ไม่เคยได้พูดคุยกันเลย
บาร์บี้จะมาทำอาหารเย็นเป็นครั้งคราว เธอทำอาหารได้ดี สีสันของอาหารงดงาม รสชาติก็อร่อย บนใบหน้าของเธอมักจะมีรอยยิ้มบางๆและมีลักยิ้มข้างมุมปากแต้มอยู่เสมอ เธอเป็นนักศึกษาที่ใสซื่อและงดงาม
ในบางครั้งนาโนจะเห็นดนัยมอบรอยยิ้มที่แสนอ่อนโยนให้กับบาร์บี้ รอยยิ้มที่เหมือนดั่งเก่า
แต่ทว่ารอยยิ้มนั้นไม่เคยปรากฎให้เธอเห็นเลยสักครั้ง