ครูเจ้าเสน่ห์คนนี้ประธานจอง - บทที่ 637 คุณไม่สะดวกใช่ไหม
บทที่ 637 คุณไม่สะดวกใช่ไหม
“พัน นังอสรพิษและชู้รักวางยาพิษคนรักของเธอ!”
อาคิระพูด “แต่แน่นอนว่าคนรักอย่างแกก็ไม่เลว ไม่เหมือนกับคนอ้วนเตี้ยที่กล่าวไว้ในตำนาน แต่น่าหลงใหลมากกว่าชู้รักอย่างฉัน!”
ยู่ยี่อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ ก่อนหน้านี้เธอไม่เคยสังเกตว่าอาคิระเป็นคนตลกแบบนี้
ริมฝีปากบางฉันทัชก็กระตุกและหัวเราะตามด้วยเสียงอันอบอุ่น: “เตี้ย ฉันไกลจากคำนั้นมาก แต่ค่อนไปทางอวบ…”
อาระก็เลิกคิ้วตามแล้วเหลือบมองยู่ยี่
“เพ้ย! หน้าไม่อาย!” แก้มของยู่ยี่ที่จะเปลี่ยนเป็นสีแดงเล็กน้อย
ทำไมเมื่อก่อนฉันไม่รู้มาก่อนว่าผู้ชายคนนี้ไม่มีเหตุผลเลย
“ผมยังไม่ได้พูดอะเลยร และไม่ได้คิดอะไร แต่ความคิดของพวกคุณร้ายกาจมาก…”
ในระหว่างการพูดคุยอาคิระอุ้มเด็กไว้บนตักของเขา และนิ้วยาวของอาคิระแตะจมูกของเขาเบาๆ แกล้งให้เขาหัวเราะคิกคัก
ยู่ยี่: “…”
อาคิระ: “…”
ความขุ่นเคืองและความห่างเหินที่มีมานานดูเหมือนจะหายไปในทันที และหวนกลับไปในช่วงหลายปีก่อนอีกครั้ง
ขณะนั้นคุณแม่ธันยวีร์คุณพ่อธนพงษ์เข้ามา หลังจากทักทายอาคิระแล้วพวกเขาก็อุ้มเด็กออกไป
เมื่อพวกเขาออกไปคุณท่านประเสริฐก็ตามเข้าและตะโกนว่า ” หลานรัก…”
ยู่ยี่ชี้ไปที่สวนหลังบ้าน “คุณปู่คะ พ่อกับแม่เพิ่งอุ้มออกไปค่ะ”
คุณท่านประเสริฐหายใจพิงไม้เท้าแล้วเดินตามออกไป
เมื่อมองภาพนี้ อาคิระคิดในใจว่ามีครบทุกอย่างแล้ว
ตระกูลยศณะราคินคึกคักขนาดนี้ แต่ทว่าตระกูลอนันต์ธชัยเหลือเขาเพียงคนเดียว เมื่อเหลือเพียงสามคนเขาจึงพูดว่า “ฉันวางแผนที่จะไปจากฮ่องกง”
ยู่ยี่ตะลึงอยู่ครู่หนึ่งและฉันทัชก็เงยหน้าขึ้น: “ทำไม?”
“ฉันเหนื่อย
ฉันแค่อยากจะเปลี่ยนที่อยู่” อาคิระกล่าว
“บินตอนบ่าย และฉันมาที่นี่เพื่อบอกลา”
“คุณจะไปไหน” ยู่ยี่ถาม
“ฉันไม่รู้ ไม่มีจุดหมาย ไปตามความรู้สึกมั้ง”
ตอนนี้อาคิระไม่มีแพลนใดๆในใจ คงค่อยเป็นค่อยไป
“คุณจะกลับเมื่อไหร่” ฉันทัชยังคงถามต่อ
อาคิระส่ายหัวช้าๆ
ไม่จุดหมายไม่มีปลายทาง: “ไม่รู้…”
อารมณ์นัยน์ตาของเขาดูสับสนมาก เหมือนเด็กที่หลงทางและหาทางบ้านไม่เจอ
เมื่อมองดูเวลาเขาก็หยิบกาแฟขึ้นมาแล้วพูดว่า “ฉันถึงเวลาที่ต้องไปแล้ว และฉันจะดื่มกาแฟแก้วนี้อย่างแน่นอน”
หลังจากดื่มกาแฟแล้วอาคิระขึ้นรถและตรงไปที่สนามบินทันที
ยู่ยี่ยังคงพึมพำเมื่อยืนดูเขาจากไป
เขารักภรรยาเก่ามากไม่ใช่เหรอ? ทำไมจู่ๆถึงตัดสินใจไปต่างประเทศ?
“วันนี้อดีตภรรยาของเขาหมั้นแล้ว” ฉันทัชเงยหน้าขึ้นและพูดกับเธอ
ยู่ยี่ไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน แต่เมื่อเธอได้ยินก็รู้สึกประหลาดใจและตกใจมาก และเธอก็เข้าใจในทันทีว่าทำไมจู่ๆเขาจึงตัดสินใจไปต่างประเทศ
“เมื่อก่อนที่ยังไม่รู้จักเขา รู้สึกว่าเขาน่ารังเกียจมากแต่ตอนนี้กลับรู้สึกว่าเขาน่าสงสารมาก” ยู่ยี่พูดอย่างเงียบ ๆ
“เขาล้มลุกคลุกคลานมามาก
เขาไม่เคยมีความสุขเลย…” น้ำเสียงของฉันทัชก็ทุ้มต่ำเช่นกัน
การตายของพ่อแม่ของคุณท่าน ยังมีดาหวันและเอว่า
ยู่ยี่กำลังคิดว่าถ้าเธอต้องเผชิญเรื่องราวมากขนาดนี้ เธอจะต้องไปแล้ว
มองดูคนที่ตัวเองรักจากไปทีละคนมันจะเป็นความทรมานแบบไหน?
“เขาเป็นคนไร้เหตุผลและตอนนี้พนาวันหมั้นแล้ว และฮ่องกงก็กว้างแค่นี้ ไปไหนมาไหนก็คงต้องเจอกัน เมื่อไม่สามารถดึงเธอกลับมาได้
คฤหาสน์อนันต์ธชัยที่ใหญ่โตแต่กลับไม่มีใครรอเขากลับบ้าน สิ่งที่รอเขาอยู่ก็มีเพียงป้ายวิญญาณ บางทีการไปจากที่นี่อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับเขาจริงๆ …”
การไปจากที่นี่ยังดีกว่าต้องเจอกัน
ดวงตาของยู่ยี่อ่อนเพลียและมีน้ำตาจะไหลออกมาอยู่เสมอ
อาคิระเป็นคนที่น่าสงสาร!
ก่อนเช็คอิน อาคิระหยิบยาที่หมอสั่งและดื่ม เป็นยาที่สั่งโดยจิตแพทย์ เขายังคงต้องระงับอาการ
เขามาพร้อมกับผู้ช่วยแต่ผู้ช่วยไม่ได้ลากกระเป๋าเดินทาง จริงๆแล้วเขาไม่มีของอะไรที่จะเอาไปด้วย กระเป๋าใบเดียวคืออัลบั้มรูปไม่กี่อัลบั้ม
เมื่อมองฮ่องกงอย่างอีกครั้ง อาคิระปกปิดความรู้สึกในใจของเขา และปล่อยให้ผู้ช่วยเข็นเขาขึ้นเครื่องบิน
เดิมทีวันนี้เขาอยากจะไปพบเธออีกครั้ง
แต่สุดท้ายเขาก็ล้มเลิกความคิดนี้ วันนี้เธอหมั้นกับผู้ชายอีกคนหากเห็นก็เป็นการเพิ่มความทุกข์ให้ตัวเองเปล่าๆ
เพียงแค่คิดแบบนี้เขาก็รู้สึกเจ็บที่หน้าอกอย่างหนักหน่วง เหมือนถูกกรีดด้วยมีดที่แหลมมที่สุด เลือดไหลและเนื้อปลิ้นออกมาข้างนอกความเจ็บปวดนั้นเกินทน
อาคิระยกมือขึ้นและรีบวางลงบนหน้าอกของเขา และหายใจเร็วและรุนแรง
ผู้ช่วยเร่งฝีเท้าและเช็คอินขึ้นเครื่อง…
จากนี้ไปเขาก็เหมือนใบบัวในแม่น้ำที่ลอยอยู่เพียงลำพัง…
……
โรงพยาบาล.
พนาวันได้รับโทรศัพท์จากลุงหลิว:
สะดวกไหมผมจะจะส่งเด็กไปเดี๋ยวนี้”
“คุณหนูไม่อยู่ ผมไปส่งคุณหนูให้คุณ แต่ไม่เจอคุณ
หมีพูลนั่งที่มุมห้องและฟังอย่างเงียบ ๆ
เขาก้มหัวลงต่ำมากจนเกือบจะมุดลงไปใต้โต๊ะ และมือเล็กๆยังคงปาดน้ำตา
พ่อบอกว่าแม่จะหมั้นแล้ว ให้ผมเชื่อฟังและใช้ชีวิตที่ดีกับคุณลุงและแม่
เมื่อก่อนเคยคิดว่าแค่แม่มีความสุข ไม่ว่าเขาอยู่กับใครก็ได้ แต่เมื่อคิดถึงพ่อก็ทำให้เขาเสียใจ เสียใจมาก!
ตอนนี้เขาอยากจะไป ไปตามพ่อ ไปกินของอร่อยและนอนด้วยกัน!
พนาวันลังเลอยู่ครู่หนึ่งก็พูดว่า “ฉันไม่ค่อยสะดวก รบกวนลุงช่วยดูแลหมีพูลก่อน”
“กำลังยุ่งกับงานหมั่นหรือ” ลุงหลิวถาม
“อะไร?”
พนาวันตกตะลึงครู่หนึ่งและหลังตั้งสติได้เธอก็รีบพูดว่า “ใช่”
ลุงหลิวพูดว่า: “ได้”
เวลาหกโมงเย็น หมีพูลโทรมาและเธอก็รับสาย
“เป็นอะไร? ”
หมีพูลพูดว่า: “พ่อไม่ได้มารับเขาลุงหลิวก็ไม่มารับเขาเหมือนกัน เพื่อนๆกลับไปกันหมดแล้ว”
เมื่อได้ยินดังนั้นพนาวันก็ขมวดคิ้วและโทรหาอาคิระแต่กลับปิดเครื่อง จากนั้นเธอก็โทรหาลุงหลิวและให้เขาไปรับหมีพูลก่อน แล้วเธอจะตามไปคฤหาสน์อนันต์ธชัยทีหลัง
เมื่อไปถึง หมีพูลและลุงหลิวก็อยู่คฤหาสน์อนันต์ธชัยแล้ว
พนาวันถามว่า “อาคิระไม่ได้ไปรับลูกและไม่ได้บอกให้ลุงไปรับเหรอ”
ลุงหลิวส่ายหัว
พนาวันกล่าวว่า:”ฉันไม่ค่อยสะดวก ลุงช่วยดูแลหมีพูลไปก่อน”
หมีพูลปาดน้ำตา:”แม่ แม่หมั้นแล้ว ไม่สะดวกพาผมไปใช่ไหมครับ?”
พนาวันแตะหัวของเขา:“เปล่า แม่ยุ่งนิดหน่อยและไม่มีเวลาไปรับส่งลูก และพูดอีกว่า อีกสองวันพ่อจะกลับมา”
เหมือนว่าคิดอะไรบางอย่างออก ลุงหลิวกลับไปหยิบของที่รถออกมาให้พนาวัน: “นี่คือสิ่งที่ประธานให้ผมเมื่อสองวันก่อน ให้เอาให้คุณวันนี้”
“สองวันก่อนแต่ให้เอาให้ฉันวันนี้?” พนาวันสับสนและไม่เข้าใจว่าเขากำลังเล่นเกมส์อะไร!