อยากง้อเหรอ คุณสามี(เก่า) - บทที่397 เอะอะก็หึง
บทที่397 เอะอะก็หึง
จอร์แดนรู้สึกว่าหลินจือพูดมีเหตุผล จึงพยักหน้าและพูด “ดี งั้นทางเราก็แนะนำโจมอนกับดาหลาเป็นนักแสดงชายนักแสดงหญิง อีกสองสามวันชินจักรกลับมาจากต่างประเทศพ่อจะคุยกับเขา แล้วเดี๋ยวเราหาเวลานักพวกเขามาลองแสดงกัน”
“อื้ม” หลินจือตอบรับ
หลังคุยเรื่องงานเสร็จสองพ่อลูกก็คุยเรื่องอื่นต่ออีกนิดหน่อย หลังจากนั้นจึงวางสายไป
หลินจือที่เพิ่งวางโทรศัพท์ลง เสียงเย็นๆของเทาเท่ก็พัดลมเย็นมาจากด้านหลัง “คุณคิดว่าโจมอนหล่อมากเหรอ?”
“ใช่ไง” หลินจือต่อคำเขาตามสัญชาตญาณ “รูปร่างหน้าตากับลักษณะของเขาโดดเด่นในหมู่ดาราชายในวงการบันเทิงของทุกวันนี้”
หลังจากที่หลินจือพูดเสร็จ ก็รู้สึกแต่ลมเย็นด้านหลังที่เย็นขึ้นกว่าเดิม
เธอหันหน้าไปอย่างไม่เข้าใจ ก็หันไปเจอเทาเท่ที่จ้องเธอด้วยสีหน้าที่ดูไม่ได้
เมื่อนึกถึงสิ่งที่ตัวเองได้พูดไปเมื่อกี้ หลินจือก็เข้าใจได้ทันที นี่เอาหึงอีกแล้ว
แต่เธอก็ไม่ได้พะว้าพะวังถึงความรู้สึกของเทาเท่จนต้องรีบแก้คำ แต่กลับพูดนิ่งๆขึ้นมาอีกประโยคอย่างหน้าตาเฉย “ฉันพูดตามความจริง”
หลินจือตัวตรงไม่หวั่นเงาเอียง เธอไม่ได้มีความคิดเลยเถิดกับโจมอน เพียงแค่วิจารณ์ลักษณะหน้าตาที่โดดเด่นของเขาเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องใจฝ่อ
ตรงกันข้ามกับเทาเท่ อะไรก็หึงไปหมด หรือเขาไม่ควรพิจารณาตัวเองหน่อย?
หรือว่าเธอในสายตาเขา เป็นผู้หญิงประเภทหลอกล่อต้มตุ๋นหรือเป็นพวกเห็นผู้ชายแล้วน้ำลายไหลเหรอ?
ตั้งแต่เธอยังเป็นวัยรุ่นจนถึงทุกวันนี้ ก็มีเขาเป็นผู้ชายคนเดียวมาตลอด
ความสุขก็เขา เจ็บปวดก็เขา
เทาเท่ไม่นึกเลยว่าหลินจือจะชมโจมอนต่อหน้าเขาโดยที่ไม่เก็บอาการเลยสักนิด จึงพูดด้วยอารมณ์โกรธทันที “ในฐานะที่เป็นผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว คุณไม่ควรสำรวมหน่อยเหรอ?”
“ผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว?” หลินจือมองเขาที่พูดอยู่เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง “นั่นมันแค่ความคิดของคุณฝ่ายเดียว”
เทาเท่กัดฟัน “นี่เธออยากให้ฉันโกรธตายเลยใช่มั้ย?”
“ถ้าคุณจะถูกทำให้โกรธแล้วตายง่ายขนาดนี้ ฉันเกรงว่าฉันคงได้รับมรดกพันล้านของคุณไปนานแล้วล่ะ” หลินจือพูดจบก็หันกลับไปที่คอมพิวเตอร์ของตัวเองอีกครั้ง เธอไม่สนใจที่จะคุยเรื่องพวกนี้กับเทาเท่ต่อเลยสักนิด
เขาเอะอะก็หึง นี่มันก็มากพอแล้ว
เทาเท่รู้สึกว่าได้เพียงว่าฝีปากของเธอมันช่างลื่นไหลจนทำให้เขาปวดหัวหึ่งๆ ที่ปวดหัวเมื่อก่อนนั้นมันคือการแกล้ง แต่อนนี้คงปวดจริงแล้วล่ะ
“ผมออกไปรับโทรศัพท์ก่อนนะ” จ้องมองแผ่นหลังบางๆอยู่นาน ในที่สุดเขาก็ถือโทรศัพท์แล้วลงจากเตียงไป
“เห้อ——” หลินจืออยากบอกว่า ถ้ามีเธออยู่แล้วโทรศัพท์ไม่สะดวกจริงๆเธอไปให้ก็ได้ ไม่เห็นต้องไปเองเลย
สรุปเธอยังไม่ทันได้พูดจบ เขาก็ออกจากห้องผู้ป่วยไปแล้ว เธอทำได้แค่ช่างมัน
ที่เทาเท่ต้องออกไปคุยโทรศัพท์ ก็เพราะว่าเขาต้องโทรหาชินจักร
ตอนนี้ดาวจรัสเป็นธุรกิจของเขาที่หลินจือกับจอร์แดนนั้นไม่รู้
แน่นอนว่าเขาต้องอุ้มเธอไว้ และตอนนี้เขาอยู่ใน “อาการความจำเสื่อม”
ต่อหน้าเธอ ก็ยิ่งให้เธอรู้ไม่ได้ว่าเขามีการติดต่อกันกับชินจักร
เทาเท่เพิ่งจะส่งวีแชทหาชินจักร บอกชินจักรไม่อนุญาตให้ใช้โจมอนแสดง ชินจักรไม่ตอบ เขาจึงทำได้แค่โทรไปหา
โทรศัพท์ดังอยู่นานกว่าถูกกดรับ เสียงห่อเหี่ยวชินจักรดังออกมาจากโทรศัพท์ “ประธานเทาเท่ มีธุระอะไรเหรอครับ?”
เทาเท่ขมวดคิ้วถาม “นี่นายเป็นอะไรหรือเปล่า?”
ก่อนหน้านี้ชินจักรบอกว่าเขาไปที่อเมริกา ไปหาภรรยากับลูกเพื่อฉลองวันตรุษจีน เป็นการรวมตัวครอบครัว แต่ทำไมฟังแล้วกลับรู้สึกตื่นตระหนก?
เทาเท่ไม่ถามแบบนี้ก็คงดี การถามแบบนี้ทำให้อยู่ๆชินจักรที่อยู่ในสายร้องไห้ขึ้นมา ทำให้เทาเท่ตกใจ
เขาพูดอย่างเมินเฉยและดูถูก “นายเป็นผู้ชายแท้ๆ ร้องไห้ทำไม?”
“ประธานเทาเท่——” ชินจักรร้องไห้โฮ ร้องไห้ไประบายความในใจไป
“ภรรยาไม่ยอมยกโทษให้ผม ขนาดที่ประตูยังไม่ให้ผมเข้าไป ลูกของผมทั้งสองก็เหมือนกัน
สายตาพวกเขามองผมเต็มไปด้วยความรังเกียจ เกลียดชัง”
ตอนนี้ชินจักรได้สิ้นหวังอย่างที่เขาต้องการ
เขาเขี่ยพายอาร์ออกไปแล้ว ไปอเมริกาด้วยความปรารถนาว่าจะกลับไปหาครอบครัว กลับคิดไม่ถึงเลยว่าการต้องรับเขานั้นคือการประตูบานใหญ่ที่ปิดสนิทและภรรยาของเขาที่ยืนอยู่บนชั้นสองมองเขาด้วยใบหน้าเมินเฉย
ก่อนหน้านี้ ชินจักรเข้าใจผิดมาตลอดว่าภรรยาไม่อยากจากเขาไป เข้าใจผิดมาตลอดว่าแค่เขาไปทำดีด้วยภรรยาเขาก็จะยอมรับเขาอีกครั้งด้วยความดีใจ ไม่อย่างงั้นทำไมถึงตายทั้งเป็นก็ไม่ยอมหย่ากันล่ะ?
ตอนนี้เขาถึงได้รู้ ว่าที่เธอไม่หย่า สาเหตุนั้นง่ายมาก ก็ว่าเกลียดเขา
เกลียดมาจากก้นบึ้งของใจจริงๆเลยล่ะ ดังนั้นจึงไม่อยากให้เขาได้ดี
ให้ตายก็ไม่ยอมหย่า ไม่ให้เขาได้มีชื่อเสียงกับผู้หญิงข้างนอก
แค่ต้องการที่จะถ่วงเขาไว้ ให้เขาแบกรับชื่อเสียงฉาวโฉ่ตราบาปที่ทรยศครอบครัวนอกใจไปมีชู้ ให้ชูคอไม่ได้ไปจนตาย
คำพูดเหล่านี้ มาจากเธอที่ยืนอยู่บนชั้นสองและพูดกับเขาเน้นๆ ทีละคำ
วันก่อนที่อเมริกาเพิ่งจะมีพายุหิมะ หลังหิมะตกเขายืนอยู่บนท่ามกลางพื้นที่เต็มไปด้วยหิมะอยู่หลายชั่วโมง ร้องไห้สะอึกสะอื้นแสดงความมุ่งมั่นและจริงใจที่อยากจะกลับไปหาครอบครัว แต่ภรรยาเขากลับไม่แม้แต่จะโผล่หน้ามาอีก
ลูกชายและลูกสาวที่ยอดเยี่ยมของเขา
ตอนนี้ลูกชายกับลูกสาวเป็นหนุ่มเป็นสาวแล้ว ตอนนี้โตเป็นหนุ่มเป็นสาวกันหมดแล้ว ลูกสาวเขาเหมือนกันแม้แต่หน้าก็ไม่โผล่มา แต่กลับเป็นลูกชาย
ออกจากเกลี้ยกล่อมเขาว่าจะไปส่งที่โรงแรม
เขาที่กำลังจะวานลูกให้ไปช่วยตัวเองขอร้อง
ก็ได้ยินลูกชายที่พูดอย่างวังเวง “พ่อ โลกของพวกเรากับแม่สามคนไม่สามารถรับพ่อเข้ามาได้แล้ว
พ่อกลับไปเถอะ”
“การไม่รบกวน ถึงจะเป็นท่วงท่าที่ผู้ใหญ่พึงมี”
หลังทิ้งประโยคนี้ไว้ ลูกชายเขาก็เดินจากไปโดยที่ไม่หันหลังกลับมา หลงเหลือเพียงเขาอยู่ที่โรงแรม ใช้ชีวิตไปหนึ่งปีกับความเจ็บปวดที่แทบจะไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อ
ตอนที่สายโทรศัพท์สายนี้โทรเข้ามาหาเทาเท่นั้น เขาเพิ่งตื่นจากการเมาอย่างหนัก
การโทรศัพท์ครั้งนี้เทาเท่เองก็ไม่นึกเลยว่าชินจักรจะไปเจอเรื่องร้ายๆ แบบนี้มา ตอนนี้เขาไม่สามารถชี้แจงเรื่องของโจมอนต่อไปได้
แต่เมื่อได้ฟังเรื่องความโชคร้ายที่ชินจักรได้เจอ ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกยินดีขึ้น
ดีใจที่เขารู้ใจของตัวเองที่มีต่อหลินจือ ดีใจที่เอื้อมเอาเธอคืนกลับมาทัน ดีใจที่ตัวเองไม่ได้ทำพลาดเหมือนชินจักรจนเปลี่ยนจากความรักให้กลายเป็นความเกลียดชัง
ถึงยังไงพวกผู้หญิงเวลาร้ายขึ้นมา ไม่ใช่คนจริงๆ
“ประธานเทาเท่ ตอนนี้ผมควรทำยังไงดี?” ชินจักรปล่อยโฮขึ้นมาอีกครั้ง
เทาเท่คลึงหน้าผาก “นายคิดว่าฉันมีไอเดียดีๆหรือยังไง?ถ้าฉันมีล่ะก็ ตอนนี้ก็คงไม่ต้องมาคิดหาทุกวิถีทางแบบนี้หรอก”
ตัวเขาเองตอนนี้ยังรับประกันไม่ได้เลย จะเอาจิตใจที่ไหนมาเสนอไอเดียให้ชินจักร
อีกทั้ง เขาเองก็รู้สึกว่า ที่ชินจักรอยากจะเอาภรรยาของเขาคืนนั้น คงไม่มีหวังแล้วล่ะ
ไม่มีเหตุผลอื่น เหตุผลมีเพียงเพราะสิ่งที่ชินจักรทำไปในเมื่อก่อนมันเกินไปจริงๆ
พายอาร์เป็นแค่หนึ่งในผู้หญิงของเขาเท่านั้นเอง ปีก่อนๆเขายังมีผู้หญิงข้างนอกอีกมากมาย
เจ้าชู้จนเป็นนิสัยคือคำสรรพนามของเขา และตอนที่เขามีชีวิตสำมะเลเทเมา ภรรยาของเขาเลี้ยงดูลูกทั้งสองอยู่โดยลำพัง ทั้งต้องทนรับเรื่องคาวโลกีย์ที่สามีมอบเอาความอับอายมาให้เธอ ทั้งยังต้องอดกลั้นเลี้ยงดูลูกทั้งสองด้วยความยากลำบาก
หัวใจของเธอ ตายไปแล้วอย่างสิ้นเชิง
เกลียด เกลียดเข้ากระดูก
แต่เขาเองก็อยากจะพูดไปตรงๆ ว่าชินจักรไม่มีหวังแล้ว ดังนั้นจึงทำได้แค่บอกว่า “ไม่ไหวนายก็กลับมาก่อน ไม่ใช่ยังงานรอนายอยู่หรือไง”
เรื่องมาถึงวันนี้แล้วก็ทำได้แค่ให้งานเป็นสิ่งปลุกชินจักรแล้วล่ะ