อยากง้อเหรอ คุณสามี(เก่า) - บทที่ 393 เธอคือที่รักของฉัน
บทที่ 393 เธอคือที่รักของฉัน
คำพูดที่เกรี้ยวกราดและเด็ดขาดของคุณท่านนั้น ทำให้จอร์แดนเชื่อถึงความพยายามของคุณท่านที่ทำเพื่อเทาเท่และหลินจือ
“ฉันรู้ว่านายกำลังกังวลอะไร ฉันขอรับรองกับนาย ช่วงเวลานี้ไอ่หนุ่มนั่นไม่มีทางทำให้หลินจือได้รับความไม่เป็นธรรม ไม่มีแม้แต่น้อยแน่นอน” คุณท่านพูดสัญญาด้วยความจริงใจกับจอร์แดน
ไม่เพียงแต่จะไม่ให้หลินจือน้อยใจ ยังจะเอ็นดูหลินจือจนขึ้นฟ้าอีกด้วย
จอร์แดนเงียบไปชั่วครู่จึงจะพูดขึ้นว่า “คุณท่านครับ หลินจือคือลูกสาวที่ผมสูญเสียไปแล้วและได้รับกลับมา คือก้อนเนื้อหัวใจของผม ครั้งนี้หากพวกคุณยังทำร้ายเธออีก ผมจอร์แดนถึงแม้ว่าจะต้องสูญเสียทรัพย์สินทั้งหมด ก็จะคิดบัญชีกับพวกคุณ!”
“แน่นอน” คุณท่านโล่งอกไปที
จอร์แดนพูดย้ำอีกว่า “ตอนนี้ผมก็แค่เห็นด้วยกับการให้เธออยู่ช่วยดูแลเทาเท่ต่อ แต่ไม่ได้อนุญาตให้พวกเขาจดทะเบียนสมรสใหม่ จุดนี้พวกเราจำเป็นต้องตรวจสอบด้วยตนเองครับ”
“ได้ ทำตามที่นายพูดเลย” ขอแค่สามารถทำให้หลินจืออยู่ต่อได้ แผนการของพวกเขาก็สำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง และหน้าที่ของคุณท่านก็สำเร็จแล้ว ที่เหลือก็ต้องดูหลานชายของเขาแล้ว
จริงๆ แล้ว คุณท่านรู้สึกว่าเทาเท่แกล้งทำเป็นความจำเสื่อมและหยุดอยู่ตอนช่วงเวลาที่ยังไม่ได้หย่ากับหลินจือนั้นเป็นความคิดที่ดี ไม่เลวมากๆ จริงๆ
พอเป็นเช่นนี้ เขาก็สามารถชดเชยสิ่งที่ติดค้างกับหลินจือในช่วงหลายปีนั้นได้
ชีวิตที่ผิดพลาดกลับมาใหม่อีกครั้ง ไม่มากก็น้อยยังไงก็สามารถทำให้หลินจือปล่อยวางกับสามปีนั้นได้เยอะแน่นอน
หลินจือไม่รู้ว่าคุณท่านพูดโน้มน้าวจอร์แดนยังไง สรุปแล้วจอร์แดนตกลงให้เธออยู่ที่เมืองเจสเวิร์ดต่อ
หลินจือพึ่งคุยโทรศัพท์กับจอร์แดนจบ ประตูห้องทำงานของไวท์ก็ถูกพยาบาลมาเคาะแล้ว
พยาบาลเข้ามาแล้วพูดด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดว่า “คุณหลินจือ ประธานเทาเท่ตื่นแล้วค่ะ คุณรีบไปดูหน่อยเถอะค่ะ”
หลินจือรีบเก็บโทรศัพท์แล้วกลับไปที่ห้องผู้ป่วยของเทาเท่ เทาเท่ยังคงเจอเธอแล้วก็ขึ้นมาโอบกอดเหมือนเดิม “ในที่สุดเธอก็กลับมาแล้ว ฉันคิดว่าเธอจะไม่เอาฉันแล้วซะอีก”
นานิที่อยู่ข้างๆ ยกมือขึ้นขยี้แก้มของตนเอง นี่เทาเท่จะเวอร์เกินไปแล้ว เลี่ยนจนจะตายแล้ว
หลินจือก็แค่จากไปครู่เดียว เหมือนว่าเขาเสียโลกทั้งใบไปเลย
ไม่ได้ไม่ได้ การแสดงนี้ไม่ผ่าน เวอร์เกินไป
“ฉันไปคุยกับหมอมา” ในเมื่อตัดสินใจจะอยู่ต่อแล้ว หลินจือก็จะไม่เน้นย้ำเรื่องที่ตอนนี้พวกเขาหย่ากันแล้วกับเทาเท่อีก
คุณท่านที่อยู่ข้างๆ
งั้นฉันก็กลับไปพักผ่อนก่อนแล้ว”
รู้สึกเหนื่อยล้าบ่อยครั้งจึงออกไปก่อน เขาพูดกับเทาเท่ว่า “ในเมื่อตรงนี้มีหลินจืออยู่กับนาย
นานิจึงได้แต่พูดว่า “หลินจือ หรือว่าฉันเองก็กลับไปก่อน?”
นานิพูดจบก็หันไปจ้องเทาเท่และพูดเตือน “หากเขากล้ารังแกเธอ รีบโทรหาฉันทันที!”
ยังไม่ทันรอให้หลินจือพูดอะไร เทาเท่ก็ให้คำสัญญากับนานิก่อน “ไม่มีทางเกิดเรื่องที่เธอพูดขึ้นแน่นอน”
เพื่อที่จะแสดงความจริงใจของตนเอง เขาได้ใช้แรงโอบหลินจือเข้ามาในอ้อมกอดอีกครั้ง
หลินจือหมดคำจะพูดจริงๆ นี่เขาเป็นปลาหมึกแล้วเหรอ? ติดเธอจนไม่ยอมปล่อยออกแม้แต่วินาทีเดียว
นานิเหลือกตาขาวแล้วหันหลังจากไป คุณท่านเองก็มองเทาเท่ด้วยคำพูดที่จริงใจ และจิตใจที่อัดแน่นไปด้วยความหมายอันลึกซึ้ง จึงจะหันหลังแล้วจากไป
รอให้ห้องผู้ป่วยเหลือเพียงพวกเขาสองคนแล้ว เทาเท่จึงจะก้มมองหลินจือที่อยู่ในอ้อมกอดอย่างดีใจและถามว่า “เธอจะไม่จากฉันไปแล้วจริงๆ ใช่ไหม?”
ความดีใจที่อยู่ในนัยน์ตาของผู้ชายนั้นไม่สามารถปกปิดได้ เร่าร้อนจนหัวใจของหลินจือสั่นทอน
เธอไม่ได้ตอบคำถามนี้ของเทาเท่ตรงๆ แต่พูดอย่างจริงจังว่า “ฉันมีเรื่องหนึ่งจะพูดกับนาย”
“เรื่องอะไร?” น้ำเสียงของเทาเท่อ่อนโยน อารมณ์ไม่ได้รับผลกระทบจากสีหน้าที่จริงจังของหลินจือเลย
“เทาเท่ จริงๆ
แล้วร่างกายของฉันไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ หากนายยืนหยัดจะคบกับฉัน มีความเป็นไปได้ที่จะต้องเผชิญหน้ากับความเสียใจที่ไม่มีลูกๆ
ไปตลอดชีวิต และฟอเรนากรุ๊ป ก็จะ……ไม่มีผู้สืบทอด” หลินจือพูดจบก็ลืมตาขึ้น
หากพินอินยังมีชีวิตอยู่ เขาอาจจะสามารถให้ลูกของพินอินเป็นผู้สืบทอดได้
แต่ว่าตอนนี้……
“ฉันไม่ได้รู้สึกเลยว่าการไม่มีลูกจะเป็นเรื่องน่าเสียใจ” เทาเท่ยกมือขึ้นหันใบหน้าของเธอมาเบาๆ ทั้งสองสบตากันใหม่อีกครั้ง
“หลินจือ จริงๆ แล้วคนที่รู้สึกว่าชีวิตนี้ไม่มีลูกเป็นความเสียใจครั้งใหญ่นั้นคือเธอ
แล้วเธอก็นำความคิดนี้มาเพิ่มไว้บนตัวของฉัน” ในตอนที่เทาเท่พูดประโยคนี้ จริงๆ แล้วเขามีความระมัดระวังมาก
กลัวว่าหลินจือจะโกรธ
“ฉัน——” หลินจืออ้าปาก พูดอะไรไม่ออก เพราะว่าสิ่งที่เทาเท่พูดนั้นมีเหตุผลจริง
ตั้งแต่ที่ร่างกายของเธอเกิดปัญหา เธอไม่เคยได้ยินเขาพูดกับปากว่าไม่พอใจที่เธอไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ และไม่เคยมีการกระทำใดๆ ที่ไม่พอใจเลย
“ขอแค่สามารถอยู่กับเธอ
เรื่องอื่นฉันไม่สนใจเลย” นิ้วโป้งของเทาเท่สัมผัสไปที่คางของหลินจือ “อีกอย่าง เธอดีขนาดนี้
พระเจ้าไม่มีทางปฏิบัติไม่ดีต่อเธอแน่นอน”
คำพูดของเขาพึ่งพูดจบ ริมฝีปากที่ร้อนแรงก็ประทับกับหลินจือ
ทั้งตัวของหลินจือแข็งทื่อไปเลย
นี่เขาไม่รักนวลสงวนตัวเกินไปแล้ว เธอเน้นย้ำตลอดว่าพวกเขาหย่ากันแล้ว ตอนนี้เขาจูบขึ้นมาแบบนี้หมายความว่าอะไร?
เธอที่ได้สติกลับมาแล้วยกมือขึ้นผลักเทาเท่ออก แต่ว่าขาที่เรียวยาวของผู้ชายหยุดเธอไว้ตรงตู้ข้างเตียง ฝ่ามือเอื้อมไปทางหลังศีรษะและต้อนเธอเข้ามุม ทำให้การจูบนี้ลึกซึ้งเพิ่มขึ้น
หลินจือจะยังมีแรงต่อต้านจากไหนอีก?
สุดท้ายแล้วในตอนที่เทาเท่ปล่อยเธอออก ขาของเธออ่อนจนเกือบจะลื่นลงไปแล้ว
“นาย นายห้ามทำแบบนี้!” เธอยกมือขึ้นเกาะไหล่ของผู้ชายอย่างยากลำบาก ต่อต้านอย่างไร้เรี่ยวแรง
“เธอคือที่รักของฉัน ทำไมจะจูบไม่ได้?” เทาเท่ความจำเสื่อมต่อ
หลินจือหน้าแดงหูแดงเพาะคำว่า “ที่รัก” จากปากของเขา ในความทรงจำของเธอเหมือนเขายังไม่เคยเรียกเธอแบบนี้เลย……
ก้มหน้าลงมองผู้หญิงที่ซุกหัวเข้ามาในอ้อมกอดของตนเองเพราะความเขินอาย เทาเท่ตัดสินใจอย่างมีความสุข ต่อจากนี้จะใช้คำพูดหวานๆ มาโจมตีให้ถึงที่สุด
สามปีนั้นเขาไม่เคยพูดคำพูดหวานๆ กับเธอเลย หลังจากนี้ต้องพูดให้เธอฟังเยอะๆ แล้ว
ทั้งสองกอดอยู่อย่างนั้นไปสักพัก เทาเท่เสแสร้งน่าสงสารและร้องขอหลินจือต่อ “เธอช่วยไปบอกกับหมอและไวท์ให้ฉันหน่อยได้ไหม ฉันจะออกจากโรงพยาบาล”
“ฉันไม่ได้เป็นอะไรเลย ไม่อยากอยู่ที่โรงพยาบาลต่อ” โรงพยาบาลไม่เหมาะกับการมีความรักเลย อย่างเช่นเมื่อกี้
บรรยากาศและอารมณ์ต่างก็บิ้วเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงแค่สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและเตียงอันใหญ่กว้างที่ทนทานพวกเขาก็สามารถสวีทกันได้แล้ว
หลินจือถามอย่างกังวล “เมื่อกี้นายยังปวดหัวอยู่เลยไม่ใช่เหรอ?”
“นั่นเป็นเพราะว่าเจอเธอแล้วดีใจ หลังจากนี้ต้องไม่ปวดแล้วแน่ๆ” เทาเท่ไม่มีทางยอมรับหรอกว่าปวดหัวเมื่อกี้เขาเป็นคนเสแสร้งเอง
จริงๆ แล้วอุบัติเหตุทางรถยนต์ครั้งนี้แค่การชนท้ายธรรมดา สีของรถไม่หลุดเลยแม้แต่น้อย แต่ว่าเขาตั้งใจทำเรื่องในครั้งนี้ให้ใหญ่และตั้งแต่แกล้งว่าคนเองความจำเสื่อมเป็นข้ออ้าง ไม่งั้นเขาจะปวดหัวได้ยังไง?
ยังไม่ทันรอให้หลินจือพูดอะไร เขาก็กอดหลินจือแน่นอีกครั้ง น้ำเสียงน้อยใจขั้นสุด “สภาพแวดล้อมในโรงพยาบาลกดดันมากเกินไปแล้ว หากยังคงเป็นแบบนี้ต่อไป ฉันเกรงว่าตนเองจะไม่สบายกว่าเดิม”
หลินจือไม่รู้เลยว่าตัวเองควรพูดอะไรดี นี่เขากำลังอ้อนอยู่สินะ?
ทำไมแค่ความจำเสื่อมถึงมีการเปลี่ยนแปลงใหญ่ขนาดนี้เลย?