เทพบุตร ทวงแค้น / เทพศึกมังกรหวนคืน - บทที่ 556 สวี่ซวนซวนหักหลัง
“ค่ะ”
สวี่ซวนซวนก็วางสาย แต่ไม่นาน ก็มีคนตามหาสวี่ซวนซวนจนเจอ แล้วก็พาตัวเธอกลับไป
ส่วนหลิวเสี่ยยี่ที่อยู่ตรงแผงขายปิ้งย่างก็กำลังหวนคิดถึงผู้หญิงคนนั้น ที่เธอพูดว่า ฉิน คือฉินเทียนใช่ไหม เธอสวยขนาดนี้ เซ็กซี่ขนาดนี้ เป็นแฟนของฉินเทียนหรือเปล่านะ
ตั้งแต่ต้นตนเองก็ไม่เคยถามฉินเทียนว่ามีแฟนหรือยัง
เอาแต่คิดเองอยู่ฝ่ายเดียว ส่งข้อความไปหาให้ครั้ง ก็ไม่มีการตอบกลับมา
หรือว่าเขาจะมีแฟนแล้ว?
แล้วครั้งนี้ก็มาคิดบัญชีงั้นหรือ?
แต่ว่า แต่ว่าสายตาของผู้หญิงคนนั้นก็ไม่ได้มีความแค้น หรือความโกรธอะไรเลย แต่กลับดูเสียใจมากกว่า เหมือนกับว่าจะมอบหมายของสำคัญให้ดูแลอะไรแบบนั้น แต่ว่าสุดท้ายก็ล้มเลิกไป
“บางที เราเองที่เป็นคนนอก”
หลิวเสี่ยยี่เก็บแผงขายของ แล้วก็ส่ายหัวไปด้วย แต่ว่าความเสียใจที่แสดงออกมาผ่านสายตาของเธอ มันแกล้งทำไม่ได้
เธอชอบฉินเฟิงจริงๆ
แต่ว่า ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป เธอจะไม่ส่งข้อความหาฉินเฟิงอีกแล้ว
ให้มันผ่านไปก็แล้วกัน
แต่เธอไม่รู้ว่า เธอจะได้เจอกับฉินเฟิงครั้งหน้า ก็ตอนที่เธอเบื่อหน่ายเมืองเปียนไห่ แล้วก็จะไปทำงานที่เมืองอื่น
……
ที่ตระกูลสวี
“พ่อคะ หนูกลับมาแล้วค่ะ”
สวี่ซวนซวนดูไม่ค่อยกระปรี้กระเปร่า เพราะเพิ่งร้องไห้มา ไม่ค่อยมีสติ พอสวี่เทียนโย่วเห็น สายตาก็เป็นห่วงลูกสาว “ลูกพ่อ มานี่มาลูก”
สวี่ซวนซวนก็ไปซบบนตัวของสวี่เทียนโย่ว
ตอนเด็กๆ เธอก็นอนแบบนี้
โตมาก็ยังนอนแบบนี้กับพ่ออยู่เหมือนเดิม
“ลูกพ่อ พ่อมีเรื่องจะขอหนูสักเรื่องนึง”
สวี่เทียนโย่วกอดหัวของสวี่ซวนซวนไว้ แล้วพูดออกมา
“เรื่องอะไรคะ?”
สวี่ซวนซวนถามอย่างค่อนข้างสงสัย เธอไม่เคยได้ยินพ่อตนเองพูดขอร้องอะไรตอนที่เธอนอนด้วยเลย เหมือนว่าพ่อในความทรงจำของเธอ ไม่เคยขอร้องใครมาก่อน เป็นคนเก่งไม่ง้อใคร
“หนูไปอยู่กับฉินเทียนคนนั้นอย่างจริงจังได้ไหม”
สวี่เทียนโย่วพูดหน้าแหยๆ
“เพราะอะไรคะ?”
สวี่ซวนซวนอึ้ง ทำไมอยู่ดีถึงพูดเรื่องนี้ขึ้นมา
“นี่เป็นหน้าที่ของพ่อ”
สวี่เทียนโย่วนิ่งไปครู่หนึ่ง สุดท้ายก็พูดออกมา “ลูกพ่อ ลูกคิดว่าพ่อที่เคยจนๆ ไม่มีอะไร จนมีทรัพย์สินหมื่นล้าน กลายเป็นหนึ่งในสามตระกูลใหญ่ของเปียนไห่ได้แบบนี้ ไม่ใช่เพราะพ่อเก่ง แต่พ่อได้พบกับบุคคลสำคัญเข้า”
“แต่ว่าข้อแลกเปลี่ยนก็คือ พ่อจำเป็นต้องรับใช้ให้กับบุคคลสำคัญคนนั้น และตอนนี้เขาก็ได้สั่งพ่อมา ว่าให้หนูกับฉินเทียนอยู่ด้วยกัน จากนั้นก็ไปเข้าร่วมงานเลี้ยงในอีกไม่กี่วันนี้ พ่อไม่มีทางเลือก ถ้าขัดคำสั่ง พ่อต้องตายแน่”
เขาบอกความจริงกับลูกสาวไป
นี่คือความลับสุดยอดของเขา แต่ว่าครั้งนี้ได้บอกกับลูกสาวไปแล้ว
แต่ว่าใครคือบุคคลสำคัญคนนั้น เขายังไม่ได้พูด
เรื่องนี้จะพูดไม่ได้
“พ่ออาจจะตายเลยหรือคะ!”
อีกแล้ว ครั้งนี้เหมือนสายฟ้าฟาดใส่หัวใจของสวี่ซวนซวนอย่างดัง เธอคิดไม่ถึงว่า เรื่องมันจะเป็นแบบนี้ และเธอก็เข้าใจแล้ว ว่าทำไมวันนี้พ่อของเธอถึงเปลี่ยนไปแบบนั้น
“ลูกพ่อ หนูชอบฉินเทียนใช่ไหม? งั้นก็ไปอยู่ด้วยกันกับเขา นี่พ่อไม่ได้บังคับแล้วนะ”
สวี่เทียนโย่วจับแขนของสวี่ซวนซวน
ค่อนข้างรีบให้รับปาก
“ใช่ค่ะ หนูชอบฉินเทียน”
สวี่ซวนซวนหัวเราะแหยๆ ดังออกมา ใช่ เธอชอบฉินเทียน แต่ครั้งก่อนเธอได้หักหลังฉินเทียนไป ครั้งนี้ก็จะหลอกใช้ฉินเทียนอีก แต่เธอไม่มีทางเลือก นี่คือพ่อแท้ๆ ของเธอ
พ่อ!
เธอไม่อาจจะให้สวี่เทียนโย่วไปตาย!
ดังนั้น เธอจะหลอกใช้ฉินเทียน
เวลานี้ เธอไม่กล้าพูดคำว่า รัก อีกแล้ว เพราะเธอรู้สึกว่าตนเองไม่เหมาะกับคำว่า รัก อีกแล้ว
“ดีมาก ลูกสาวคนดีของพ่อ”
สวี่เทียนโย่วดอกสวี่ซวนซวน
ส่วนสวี่ซวนซวนก็อยากจะร้องไห้ แต่เธอทำไม่ได้ ผ่านไปพักใหญ่ สวี่เทียนโย่วก็ออกไป เหลือสวี่ซวนซวนไว้คนเดียว แล้วเธอก็ร้องไห้ลั่นออกมา เหมือนว่าตอนนี้จะมีเพียงการร้องไห้ออกมาถึงจะสงบจิตใจลงได้
แต่ว่า พอเธอร้องไห้แล้ว เธอก็ค่อยๆ สงบสติอารมณ์ลงมา แล้วก็โทรศัพท์ออกไป
“เอ่อ……ฉัน…..อยากพบคุณหน่อย ได้ไหมคะ?”
สายนี้ เธอโทรไปหาฉินเฟิง
ส่วนฉินเฟิงก็นิ่ง เขาฟังออกว่าน้ำเสียงอารมณ์ของสวี่ซวนซวนผิดปกติ แต่ว่าก็ตอบไป “ได้”
พอโทรศัพท์ไปแล้ว สวี่ซวนซวนก็เช็ดหน้าตนเอง แล้วก็พูดว่า “เครื่องสำอางเลอะหมดเลย ไม่ได้ ฉันจะไปพบกับคนที่ชอบ จะมีสภาพแบบนี้ไม่ได้ ขอบตาดำหมดเลย”
ตุบๆๆ
เธอขึ้นไปแต่งหน้าด้านบน ต่อให้เป็นการเจอกันครั้งสุดท้าย เธอก็จะต้องสวยที่สุด ถึงแม้จะอยากร้องไห้ก็ตาม
ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง สวี่ซวนซวนก็ลงตึกมา
แล้วออกไปหาฉินเฟิง
เธอนัดกับฉินเฟิงว่าจะเจอกันที่ร้านกาแฟ พอถึงแล้ว เธอก็เห็นว่าฉินเฟิงมาถึงก่อนแล้ว กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะตัวหนึ่ง และจ้องมองเธอมา
“ขอโทษทีนะคะ ฉันมาสายไป”
สวี่ซวนซวนพูดแก้เขิน แล้วก็นั่งลง จากนั้นก็พูดกับพนักงานว่า “เอาลาเต้มาแก้วนึงค่ะ แล้วคุณจะดื่มอะไรดี?”
เธอถามฉินเฟิง
“ผมไม่ชอบกาแฟครับ”
ฉินเฟิงส่ายหัว “คุณว่ามาเลยดีกว่า มีเรื่องอะไรครับ”
“ค่ะ”
สวี่ซวนซวนพยักหน้า จากนั้นก็ค่อยๆ พูดว่า “ฉันไปอยู่กับคุณได้ไหม?”
อยู่ดีๆ ก็พูดแบบนี้
ทีนี้ก็ทำเอาฉินเฟิงตอบสนองไม่ทัน จากนั้นก็ขมวดคิ้วพูดว่า “แค่นี้อะหรือ?”
“อืม”
สวี่ซวนซวนพยักหน้า
แต่ครั้งนี้ เป็นฉินเฟิงเองที่นิ่งไป ครั้งนี้เขาพบสิ่งปกติหลายอย่าง ตั้งแต่ที่สวี่ซวนซวนเข้าประตูมา ก็ไม่กล้าสบตาตนเอง แถมยังตื่นเต้นกว่าก่อนหน้านี้ด้วย
ไม่กล้ามองหน้า เพราะกลัว
ที่ตื่นเต้น ก็เพราะกลัว
แสดงว่าที่สวี่ซวนซวนมาครั้งนี้ แล้วพูดว่าจะอยู่ด้วยกัน จะต้องมีหลุมพรางแน่ หรือไม่โจ้วเหวินหัวก็รู้เรื่องตนเองแล้ว จากนั้นก็ส่งสวี่ซวนซวนมา
ส่วนเบาะแสทางสือเหมิ่ง ก็ไม่มีประโยชน์
ฉินเฟิงให้คนไปสืบดูแล้ว พอสือเหมิ่งออกไป คนของพวกเขาก็ได้กลับออกไปหมดแล้ว
ดังนั้น เรื่องวันนี้จะต้องมีแผนการซ่อนอยู่แน่
“ได้ ผมรับปากคุณ”
ฉินเฟิงรับปาก
“เอ่อ……ปฏิเสธฉัน ฉันรับได้…….อะไรนะ……รับปากงั้นหรือ….”
สวี่ซวนซวนค่อนข้างอึ้งๆ แล้วเงยหน้ามา เธอคิดไว้ว่าครั้งนี้อาจจะไม่สำเร็จ ถ้าไม่สำเร็จเธอก็อาจจะสบายใจกว่านี้ เพราะเธอรู้ว่า นี่เป็นงานขอพ่อตนเอง ไม่แน่ฉินเทียนอาจจะตายได้
แต่ว่า ตอนนี้ฉินเทียนรับปากแล้ว
แต่เพื่อพ่อของเธอ เธอต้องรีบคว้ามันไว้
“เพราะ….อะไร?”
สวี่ซวนซวนถามออกมาเสียงสั่นๆ
“ไม่เพราะอะไร”
ฉินเฟิงตอบอย่างเย็นชา
แต่คำพูดนี้ ทำให้สวี่ซวนซวนสั่นไปทั้งตัว แล้วก็พูดต่อว่า “แล้วคุณไปงานเลี้ยงที่ตึกเทียนฮัวอีกสองวันข้างหน้านี้กับฉันได้ไหม?”
“ได้”
ฉินเฟิงรับปากอีกแล้ว
เป็นจริงอย่างที่เขาคิดไว้ ว่าจะต้องมีหลุมพราง ตึกเทียนฮัวเป็นพื้นที่ของโจ้วเหวินหัว
ครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อน ก่อนหน้านี้สวี่ซวนซวนมีความรู้สึกดีๆ ให้จริง เขาก็เลยไม่อยากจะหลอกใช้ผู้หญิงคนนี้ แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกัน ครั้งนี้คำพูดของเธอ เป็นหลุมพราง และหลุมพรางนี้เขาก็ชอบที่จะไปเหยียมันเสียด้วยสิ
เขาชอบหลุมพรางแบบนี้ที่สุด
เพราะว่า สำหรับคนอื่นมันเป็นหลุมพราง แต่สำหรับเขา มันไม่ใช่