เทพบุตร ทวงแค้น / เทพศึกมังกรหวนคืน - บทที่ 555 สวี่ซวนซวนร้องไห้แล้ว
“ท่านผู้นำตระกูลครับ คนแยกไปกันหมดแล้ว”
ราชาแมงป่องยังไม่ตาย ถอยกลับออกมาจากแนวหน้า บนตัวมีบาดแผลไม่น้อย เวลานี้ก็กลับเข้ามาในบ้านพัก แล้วก็เข้ามารายงานต่อผู้นำตระกูลเติ้ง เติ้งหลินเฟิง
“ในที่สุดก็ถอยไปสักที”
เติ้งหลินเฟิงถอนหายใจ “กำลังเสริมของโจ้วเหวินหัวไม่มี กำลังเสริมของตระกูลสวีก็ไม่มา สุดท้ายมีฉินเทียนเข้ามา จัดการฆ่าติงป่าวซานตาย ช่างเหมือนละครจริงๆ”
เขาเองก็คิดไม่ถึง ว่าสุดท้ายแล้วฉินเทียนจะเป็นคนที่หยุดการต่อสู้ทั้งหมดนี้ลง
แต่ก็สมเหตุสมผล
อย่างไรเสียตระกูลติงก็มีความแค้นกันกับฉินเทียน ฉินเทียนอาศัยโอกาสนี้ไปฆ่าติงป่าวซาน ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ
จากนั้น เติ้งหลินเฟิงก็กลับเข้ามาในห้องคนเดียว มองคนในห้อง แล้วก็ทำความเคารพ “กระผมเติ้งหลินเฟิง สวัสดีคุณชายน้อยซือหม่ากูครับ”
ด้านในมีคนแก่และคนหนุ่ม คนแก่ก็แก่มาก ใบหน้าแก่ชรา ผิวหนังเหี่ยวย่น ส่วนคนหนุ่ม ก็หน้าขาวดั่งหยก ท่วงท่าไม่ธรรมดา บนตัวมีกลิ่นอายของคนสูงศักดิ์ แถมยังมีความเย่อหยิ่ง
นี่ก็คือ ความลับของตระกูลเติ้ง
นี่ก็คือเหตุผลที่ โจ้วเหวินหัว ตระกูลเติ้ง ตระกูลสวีไม่ยอมให้ใครเข้ามาล้อมโจมตีตระกูลเติ้งได้เด็ดขาด
ตระกูลซือหม่าอยู่ที่นี่ แต่ว่าผู้สืบทอดที่เป็นลูกชายของซือหม่าเจียฉื้อผู้นำตระกูลซือหม่า ที่มีความหวังสูงที่สุดในบรรดาลูกชาย และพร้อมที่จะแย่งชิงตำแหน่งผู้นำตระกูลยู่ที่นี่
ดังนั้น จึงสำคัญมาก
จะถูกพบเห็นไม่ได้เด็ดขาด
ถ้าฝ่ายการทหาร หรือทางการรู้เข้า ตระกูลซือหม่าก็จะทอดทิ้งซือหม่ากูแน่นอน
ต้องรู้ก่อนว่า ที่เปียนไห่เป็นพื้นที่ของซือหม่าเจียฉื้อ
ตระกูลสวี โจ้วเหวินหัว ตระกูลเติ้งล้วนเป็นลูกน้องลับๆ ของซือหม่าเจียฉื้อ เป็นสายเดียวกัน ดังนั้นไม่ว่าอย่างไร พวกเขาก็ต้องปกป้องให้ซือหม่ากูปลอดภัย ถ้ากลัว เติ้งหลินเฟิงไม่กลัวตระกูลติงหรอก
อย่างไรเสีย ในตระกูลก็ยังมียอดฝีมือของตระกูลซือหม่า
แต่ว่า แบบนี้ก็จะทำให้ฐานะของซือหม่ากูถูกเปิดเผย แบบนี้ก็จะอันตรายมาก
“ไม่โทษพวกคุณหรอก ตระกูลติงรนหาที่ตายเอง”
หนุ่มคนที่นั่งอยู่ ก็ส่ายหัว แต่ก็พูดขึ้นมาว่า “แต่ว่า ผมกลับสนใจคนที่ชื่อฉินเทียนคนนั้น ดูเหมือนจะแข็งแกร่งมาก อาจารย์คิดเห็นอย่างไรครับ”
ซือหม่ากูถามคนแก่ข้างๆ
นั่นเป็นผู้อาวุโสรุ่นเดียวกับซือหม่าเจียฉื้อ และก็เป็นคนที่ซือหม่าเจียฉื้อหามาปกป้องซือหม่ากู และเป็นอาจารย์ของซือหม่ากูด้วย
“พอได้”
ชายแก่คนนั้นพอรู้มาบ้างว่าฉินเทียนเป็นอย่างไร แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร แค่เด็กรุ่นหลังเท่านั้น แต่พอเห็นว่าซือหม่ากูสนใจ ก็เลยไม่ได้พูดอะไรมาก
พูดออกไปแค่คำว่า พอได้
“มีวิธีที่ทำให้ผมได้เจอกับฉินเทียนคนนี้หน่อยไหม ผมอยากจะชวนมาใช้งาน”
ซือหม่ากูมีสายตาสนใจ
เขาคือซือหม่ากู
ลูกที่ลักลอบให้กำเนิดของซือหม่าเจียฉื้อ เขาไม่มีฐานะอะไร ถ้าไม่ใช่เพราะว่าครั้งนี้เทพสงครามอันดับหนึ่งของต้าหัวฆ่าลูกชายคนโตของซือหม่าเจียฉื้อตาย ก็คงไม่ถึงคิวของเขาหรอก แต่ว่าตอนนี้มีโอกาสแล้ว
ทุกคนล้วนเรียกเขาว่า นายน้อย
นายน้อยของตระกูลซือหม่าเลยนะ อำนาจยิ่งใหญ่ สามารถกวาดล้างเมืองสองเมืองของต่างประเทศได้เลย
ผู้สืบทอดผู้นำตระกูลซือหม่าในอนาคต กำลังจะรุ่งโรจน์อย่างไม่มีอะไรต้านได้
แต่ว่า เขาก็ไม่ใช่คนไม่มีความคิด เขารู้ดี ตอนนี้ตนเองไม่มีกำลังอะไรเลย ไม่มีลูกน้องเป็นของตนเอง ตระกูลเติ้ง ตระกูลสวีล้วนเป็นของซือหม่าเจียฉื้อเอาชนะมาได้ ถ้าเขาไม่มีค่าแล้วล่ะ
ซือหม่าเจียฉื้อพูดคำเดียว คนพวกนี้ก็จะไม่เชื่อฟังเขาแล้ว
รวมทั้งอาจารย์ของเขาด้วย
ดังนั้น ซือหม่ากูก็เลยสนใจฉินเทียน เขาอยากจะให้ฉินเทียนมาเป็นลูกน้องลับๆ ของเขา
“เอ่อ มีโอกาสครับ ลูกสาวของผู้นำตระกูลสวี สวี่ซวนซวนมีใจให้กับฉินนเทียน พวกเราสามารถสั่งให้ผู้นำตระกูลสวีจัดการให้สวี่ซวนซวนกับฉินเทียนอยู่ด้วยกัน จากนั้น พอดีว่าอีกไม่กี่วันโจ้วเหวินหัวจะจัดงานเลี้ยง พอถึงตอนนั้นก็ให้ท่านแฝงตัวเข้าไป แล้วให้อาจารย์ของท่านจัดการจับมันไว้ คนอย่างฉินเทียนเชื่อใจคนมีฝีมือ ถ้าท่านเอามันอยู่ มันก็จะต้องยอมท่านแน่นอน”
เติ้งหลินเฟิงก้มหน้ารายงานออกมา
“งั้นก็ดี สั่งการไป ให้สวี่เทียนโย่วถ่ายทอดคำสั่ง ให้ลูกสาวของเขาไปอยู่กับฉินเทียน พอถึงตอนนั้นมันก็จะเป็นคนของพวกเราเองแล้ว”
ซือหม่ากูกล่าว
“ครับ”
เติ้งหลินเฟิงรับคำสั่ง จากนั้นก็ถ่ายทอดคำสั่งออกไป
แต่ว่า เวลานี้ กลิ่นอายการต่อสู้ก็ได้ค่อยๆ เงียบสงบลง ทั้งเมืองเปียนไห่จบลงด้วยการที่ตระกูลติงถูกกวาดล้าง ติงป่าวซานถูกฮินเทียนฆ่าตาย และจากนั้นตระกูลสวีและตระกูลเติ้ง ก็กำลังกลืนกินกิจการและทรัพย์สินของตระกูลติงอย่างบ้าคลั่ง ในขณะเดียวกันตระกูลสวีกับตระกูลเติ้งก็เริ่มแข่งขันกันขึ้นมาแล้ว
อย่างไรเสีย ยังจะต้องแสดงละครต่อไป
จะให้ถูกจับได้ไม่ได้เด็ดขาด
แต่ว่า ที่นอกบ้านของหลิวเสี่ยยี่ สวี่ซวนซวนกำลังยืนพิงรถบิ๊กไบค์อยู่ สายตาก็กำลังจ้องมองหลิวเสี่ยยี่ที่กำลังช่วยพ่อแม่เก็บร้านอยู่ด้วยสายตาอันสับสน สวี่ซวนซวนไม่เคบสับสนแบบนี้มาก่อน
จริงๆ
ไม่เคยสับสนแบบนี้มาก่อนเลย
เธอชอบฉินเทียน ถึงขนาดเรียกว่ารักได้เลย เธอถึงขนาดยอมแลกทุกอย่างได้เพื่อฉินเทียน แต่สามชั่วโมงก่อนหน้านี้ เธอทอดทิ้งฉินเทียน เพื่อเลือกพ่อของตนเอง
บางคนบอกว่า นี่ไม่ใช่การหักหลัง
นี่มันเรียกว่า ไม่มีทางเลือก
แต่สำหรับสวี่ซวนซวนแล้ว ตนเองก็ได้หักหลังฉินเทียนไปแล้ว ผิดต่อความรู้สึกที่มีให้กัน
ดังนั้น เธอเลยมาที่นี่
เธอเหนื่อยแล้ว ไม่อยากจะแย่งชิงแล้ว เธอรู้ว่าตนเองสู้หลิวเสี่ยยี่ไม่ได้แล้ว เธอไม่คู่ควร ตนเองไม่เหมาะสมกับฉินเทียนเลย ตนเองไม่มีสิทธิ์อะไรไปแย่งชิงกับหลิวเสี่ยยี่แล้ว
“” เอ่อ คุณลูกค้าคะ ไม่ทราบว่าจะทานอะไรไหมคะ?
จริงๆ แล้วหลิวเสี่ยยี่ก็สังเกตเห็นสวี่ซวนซวนแล้ว ความรู้สึกแรกเลยก็คือ สวยมาก เซ็กซี่มาก นั่งคร่อมบนรถบิ๊กไบค์ก็ยิ่งเผยให้เห็นเรือนร่างที่เซ็กซี่ นี่คือสิ่งที่ตัวเธอเองไม่มี
แต่ว่า สวี่ซวนซวนไม่ได้เข้ามา
หลิวเสี่ยยี่นึกว่าเธอผ่านทางมาเฉยๆ แต่พบว่าสายตาของเธอ เอาแต่จ้องมองตนเอง สายตาดูสับสน ดูเสียใจ เหมือนจะไม่เป็นมิตร แต่ก็เหมือนจะไม่ได้เป็นศัตรู
แถมยังจ้องมองอยู่นาน
เวลานั้น หลิวเสี่ยยี่ก็รู้ว่าต้องเกิดเรื่องแน่ ดังนั้นเลยเข้ามาหา
“เอ่อ…….คือ……ฉัน…..”
สวี่ซวนซวนเงยหน้า น้ำเสียงตื่นเต้น เห็นเด็กผู้หญิงที่หน้าตาสะสวย ใจกว้าง ดูเรียบๆ แต่ดึงดูดใจคนที่อยู่ตรงหน้า สายตาก็สับสนถึงขีดสุด เธอไม่อยากแบ่งฉินเฟิงให้ใคร
แต่ว่า เธอได้หักหลังฉินเฟิงไปแล้ว
ตนเองไม่มีสิทธิ์ที่จะไปแย่งชิงตัวฉินเฟิงแล้ว
“เอ่อ…..คือ….ฉัน…..ฉิน……ขอโทษด้วย…….ฉันทำไม่ได้”
สวี่ซวนซวนจากไป วิ่งไปที่มุมกำแพงแห่งหนึ่ง เอามือจับหัวร้องไห้ออกมา “ฉันทำไม่ได้ ฉันทำไม่ได้จริงๆ เพราะอะไร ทำไมสวรรค์ถึงให้โจทย์ยากกับฉันแบบนี้ ทำไมกัน ผู้ชายที่ฉันพบเจอด้วยความยากลำบาก แต่กลับไม่อาจจะอยู่ด้วยกันได้”
เธอทำไม่ได้จริงๆ
และในตอนนี้เอง ก็มีสายโทรเข้ามา
“ค่ะ พ่อ”
สวี่ซวนซวนร้องไห้พูดไปด้วย
“ร้องไห้หรือลูก?”
“เปล่าค่ะ”
“ลูกร้องไห้อยู่น่ะ มีหรือพ่อจะไม่รู้ เดี๋ยวพ่อไปรับกลับบ้าน พ่อมีเรื่องหนึ่งจะบอก”
พอสวี่เทียนโย่ววางสายไป ก็ถอนหายใจออกมา สายตาก็สับสนสุดขีด