เทพบุตร ทวงแค้น / เทพศึกมังกรหวนคืน - บทที่ 538 ยังเหลืออีกใบไม่ได้เปิด
คำพูดนี้ ค่อนข้างร้าย
แต่ว่า ก็สะใจเหมือนกันตาแก่คนนี้แค่ว่าเขาไปเล็กน้อยเท่านั้น ก็จะให้ใช้นิ้วมือเป็นเครื่องเดิมพันครั้งนี้ คิดจะตัดนิ้วของฉินเฟิงเสียให้ได้ เขาถึงจะสบายใจ มีจิตคิดฆ่าคนเกินไป
ทำให้ฉินเฟิงมีสายตามองขวางเล็กน้อย
ต่อให้เขามีจิตคิดฆ่าคนมากขนาดนี้ แต่ปกติแล้วขอเพียงคนอื่นไม่มายุ่งกับเขา เขาก็ไม่ไปทำอะไรกับคนอื่น
แต่ว่าคนนี้
เหอะ
“เริ่มกันเลย”
ฉินเฟิงส่งสัญญาณ
“เหอะ”
ตาแก่คนนั้นส่งเสียงหัวเราะเย็นๆ ออกมา
เถ้าแก่คนนั้นก็มองทั้งสองคน จากนั้นพอได้รับคำตอบแล้ว ก็สรุปว่าจะเริ่มเกมแล้ว แต่ว่า เพื่อความยุติธรรม เขาก็เลยล้างไพ่ไปหลายรอบ
เพื่อป้องกันการโกงไพ่
แต่ว่า นี่มันไม่เป็นผลอะไรกับฉินเฟิงและตาแก่คนนั้น
ก็แค่ยากกว่าเดิมนิดหน่อยเท่านั้นเอง
“ไอ้หนุ่ม จะแข่งกันรอบเดียว หรือว่า5รอบล่ะ?” ตาแก่พูดเสียงเย็นชา
“ได้หมด”
ฉินเฟิงก็ยังคงมีท่าทางที่นิ่งๆ ของเขาเหมือนเดิม
ท่าทางนี้ ทำให้ตาแก่โมโหมาก คิดว่าเป็นใครกัน เป็นราชาพนันหรือไง ถึงแม้จะเป็นเรื่องเมื่อสิบกว่าปีก่อนแล้ว แต่ก็ยังถือว่าเคยได้เป็นราชาพนัน แต่หมอนี่กล้าทำตัวนิ่งเฉยแบบนี้ เหมือนว่าจะดูนิ่งมากกว่าเขาเสียอีก
ทำให้เขาไม่พอใจอย่างมาก
“งั้นก็ดี ก็ตัดสินกันในรอบเดียวเลยก็แล้วกัน”
ตาแก่เอาจริงเข้าแล้ว
แข่งรอบเดียว เขาก็จะทำให้ไอ้หนุ่มตรงหน้าคนนี้ตายไปเสีย แล้วก็พ่ายแพ้อย่างราบคาบ
“ลงเดิมพันด้วยนิ้วมือ9นิ้ว”
ตาแก่พูดด้วยความบ้าคลั่ง
ทำให้คนรอบๆ ตกใจไปกันหมด “คุณพระช่วย เซี่ยหยุนคนนี้ใจกล้ามากเลย ครั้งแรกก็ลงสู้หมดเลย แถมยังเล่นรอบเดียวด้วย คนที่เป็นผีพนันมันน่ากลัวจริงๆ”
“พวกคุณคิดว่า จะชนะไหม?”
“คงชนะแหละ ถึงอย่างไรก็เคยเป็นเซี่ยหยุนมาก่อน”
“ถึงแม้ฝั่งตรงข้ามจะดูหนุ่มกว่า แต่ก็เหมือนจะไม่ใช่เล่นๆ เหมือนกันนะ”
คนรอบๆ ซุบซิบคุยกัน
ส่วนฉินเฟิง ก็พูดแทงใจดำตาแก่คนนี้ไม่หยุด “ทำไมล่ะ อีกนิ้วที่เหลือไม่ลงเดิมพนันด้วยหรือไง? กลัวแล้วหรือไง คิดจะเหลือไว้หนึ่งงั้นหรือ?”
“นี่มึง!”
ตาแก่ถูกยั่วโมโหจนใจเต้นแรง จากนั้นก็เอามือตนเองออกมา “เหลือแค่9นิ้วนี่แหละ เมื่อก่อนแพ้พนันไปครั้งหนึ่ง ก็เลยถูกตัดไป1นิ้ว”
ทุกคนก็เข้าใจกันขึ้นมา
ที่แพ้ครั้งก่อน น่าจะเป็นการพนันของเมื่อ10กว่าปีที่แล้วนั่นแหละ
ก็เพราะครั้งนั้น ทำให้ราชาพนันมณฑลปาอันโด่งดัง กลายเป็นคนบ้าๆ บออย่างปัจจุบันนี้
แต่ว่า ฉินเฟิงกลับหัวเราะเสียงเย็นออกมา “หายไปแล้วหนึ่งนิ้ว กระจอกจริงๆ”
เขากำลังเยาะเย้ย
ไม่ค่อยเหมือนท่าทางที่เขาเคยทำ
แต่ฉินเฟิงจะแสดงให้โจ้วหล้างได้เห็น ถ้าเขามีท่าทางเย็นชาเกินไป ใบหน้านิ่งๆ แต่มั่นใจไปเสียหมด อย่างนั้นโจ้วหล้างถึงจะรู้สึกว่าคนคนนี้ จิตใจล้ำลึกยากจะคาดเดา
มาเข้าหาเขา จะต้องมีเรื่องอะไรแน่ๆ
ดังนั้นตอนนี้ ฉินเฟิงก็แสดงท่าทีว่ามาเข้าหาโจ้วหล้าง
“นี่มึง!คนอย่างมึงกล้ามาอวดเก่ง”
ตาแก่โมโหแย่แล้ว จากนั้นก็ถามไปว่า “มึงจะสู้ไหม ถ้าสู้ เราก็มาเปิดไพ่กันทีละใบ”
“สู้แน่นอน”
ฉินเฟิงยิ้ม “ผมก็จะเดิมพันด้วยนิ้ว9นิ้วเหมือนกัน”
เขาไม่ได้วางเดิมพัน10นิ้ว
ถ้าเดิมพันด้วย10 มันจะทำให้เขาดูหน้าไม่อายมากเกินไป
“เหอะ”
ตาแก่หัวเราะเย็น แล้วก็รีบเปิดไพ่ใบแรกของตนเองขึ้นมา “เป็นไพ่Aโพธิ์แดง”
ไพ่A
นี่ถือว่าเป็นไพ่ใหญ่สุดในไพ่เดี่ยวแล้ว
แต่ว่า ไพ่Golden Flowerไม่ดูที่จำนวนนี้ แต่ดูภาพรวม
“ใหญ่เหมือนกันนี่”
โจ้วหล้างขมวดๆ คิ้ว
ส่วนทางนี้ ฉินเฟิงก็เปิดไพ่ใบแรกเหมือนกัน “2โพธิ์ดำ”
“อุ้ย!”
ด้านใน ก็มีเสียงคนสูดหายใจเข้าไปตามๆ กัน พวกเขาก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าจะมีผลออกมาแบบนี้ เซี่ยหยุนได้ไพ่สูงที่สุด แต่อีกฝั่งได้ไพ่ต่ำที่สุด
นี่มันจะสื่อถึงอะไรไหมนะ
ทำให้โจ้วหล้างขมวดคิ้ว
และสวีเจี๋ยก็อยากจะหัวเราะออกมา
เปิดเกมมาก็ดวงดีเลย
แต่ว่า พวกเขาล้วนรู้ดี จะตัดสินตอนนี้ยังเร็วไป อย่างน้อยต้องรอบที่สอง ถึงจะมองเห็นอะไรได้ และรอบที่สามจึงจะสามารถตัดสินแพ้ชนะได้
“ใบที่สอง”
ตาแก่ยิ้มๆ แล้วก็เปิดไพ่ใบที่สอง และใบนี้ทำให้ทุกคนตกใจหน้าเสียไป เพราะว่าใบหน้า เป็นไพ่Aเหมือนกัน เป็นAโพธิ์ดำ
“พระเจ้าช่วย Aโพธิ์ดำใบที่สองแล้ว สำหรับไพ่A ถือว่าสูงมากแล้ว”
“นั่นสิ”
คนที่ดูรอบๆ ก็เอาสายตามองไปที่ฉินเฟิง จุดโฟกัสอยู่ที่นี่
ถึงเวลาฉินเฟิงเปิดไพ่แล้ว
และฉินเฟิงก็เปิดไพ่ใบที่สอง
“เป็นไพ่Aข้าวหลามตัด”
“ได้ไพ่Aข้าวหลามตัดเอง ไม่ไหวนะ ได้ไพ่2ใบหนึ่ง ไพ่Aใบหนึ่ง นอกเสียจากเขาจะได้เรียง 123 ไม่อย่างนั้นไม่มีทางชนะได้ เกมนี้มันยังตัดสินไม่ได้”
“เป็นการลุ้นระหว่าง เรียง123 กับตองA”
พวกเขากำลังคุยกัน แต่ว่า ตอนนี้มีเสียงเบาๆดังออกมา “แล้วทางนี้มีโอกาสได้ตองAไหม”
นั่นสิ
ตองA
ในเกมไพ่Golden Flower แทบจะสูงที่สุดก็คือตองA ที่บอกว่าแทบจะสูงที่สุด เพราะว่ายังไพ่ 2 3 5ที่มาเอาชนะเขาได้
ไพ่ 2 3 5เป็นไพ่ที่ต่ำที่สุด
แต่ ตามกติกาแล้ว นี่เป็นไพ่ที่ต่ำที่สุดที่สามารถเอาชนะไพ่สูงสุดได้
ถ้าตาแก่คนนี้ได้ตองAล่ะก็ อย่างนั้นก็จะมีแค่ไพ่ 2 3 5เท่านั้นถึงจะมีโอกาสชนะ แต่ว่า ไพ่ของฉินเฟิง ได้เปิดออกมาสองใบ้แล้ว ใบแรกเป็นA อีกใบเป็น2 ไม่มีทางผสมกันเป็นชุด 2 3 5ได้แล้ว
ดังนั้น ถ้าตาแก่คนนี้ได้ตองAจริงๆล่ะก็ ก็บอกได้แล้วว่า ฉินเฟิงแพ้
แต่ว่า เขาจะได้ตองAจริงๆ หรือ
จะได้จริงไหม
โอกาสมันน้อยมากเลย
แต่ว่า พอเซี่ยหยุนเปิดไพ่ใบสุดท้าย ก็ยิ้มเผยฟันเหลือๆ ออกมา แล้วพูดว่า “โทษทีว่ะ ได้Aดอกจิก กูชนะแล้ว”
ห้ะ!
ทำให้คนในงานผงะไปตามกัน
“ได้ตองAจริงด้วย เป็นไพ่สูงสุดเลย มีเพียงไพ่ 2 3 5 เท่านั้นที่สู้ได้ แต่ฝั่งตรงข้ามผสมกันไม่ได้ 2 3 5 แล้ว”
“สุดยอด……มากเลย……”
“ตาแก่คนนี้ชนะแล้ว”
รอบๆ ก็เฮกันขึ้นมา
โจ้วหล้างกับสวีเจี๋ยเล่นกันสองคน โจ้วหล้างชนะได้ แต่พอเปลี่ยนให้คนข้างหลังมาเล่นกัน ฉินเฟิงกลับแพ้ไป เห็นได้ชัดว่าคนข้างหลังของโจ้วหล้าง สู้เซี่ยหยุนไม่ได้
“นี่มัน……”
โจ้วหล้างขมวดคิ้วแน่นขึ้นมา
ส่วนสวีเจี๋ย ก็หัวเราะลั่นขึ้นมา “ฮ่าๆ โจ้วหล้างเอ้ย นึกว่าคนที่คุณหามาจะเก่งสักแค่ไหน คิดไม่ถึงว่าก็มีดีแค่นี้เอง พอเล่นก็แพ้อย่างน่าอนาถ อ่อแล้วก็ อา……จารย์ คนนั้น ไม่ทราบว่าจะตัดนิ้วมือตัวเองได้หรือยัง คุณแพ้ไปแล้วเนี่ย”
สวีเจี๋ยไม่ไว้หน้ากันเลย เรียกว่าอาจารย์ แต่ยังลากเสียงยาวเสียขนาดนี้
ใครๆ ก็ฟังออก
เขากำลังประชดฉินเฟิง
แล้วเขาก็ยังไปหยิบมีดปอกผลไม้จากข้างๆ มาเองอีกด้วย เอามาวางไว้ตรงหน้าฉินเฟิง “เชิญเลยครับ”
ทันใดนั้น สายตาของทุกคนก็จับจ้องไปยังฉินเฟิง
พวกเขาก็อยากจะเห็นเหมือนกัน ว่าฉินเฟิงจะทำอย่างไร
เพียงแต่ว่า ฉินเฟิงมองไปรอบๆ แล้วก็ไพล่หลังพูดว่า “ทุกท่าน ผมยังเหลือไพ่อีกใบยังไม่ได้เปิดเลย พวกคุณตัดสินให้ผมแพ้เลยงั้นหรือ?”