เทพบุตร ทวงแค้น / เทพศึกมังกรหวนคืน - บทที่ 532 ติงป่าวซานมาหาหมอเทวดางั้นหรือ?
“ทุกท่าน ผมมีเรื่องด่วนต้องหาหมอต่ง ครั้งนี้ถือว่าผมติดหนี้น้ำใจของทุกท่านก็แล้วกัน”
ติงป่าวซานขมวดคิ้วพูด
คนพวกนี้ ถ้ามีคนสองคนเขาไม่กลัวหรอก 5-6คนเขาก็ไม่กลัว แต่มี10กว่าคนมาต่อต้านเขาล่ะก็ เขาก็ต้องยุ่งยากหน่อย
ดังนั้น คนที่ใช้เงินจัดการไม่ได้ เขาก็จะใช้หนี้น้ำใจมาเป็นตัวต่อรองแทน
“เห็นแก่หน้าของประธานติง ผมยอมก็แล้วกัน”
มีคนตาเป็นประกาย ฐานะของติงป่าวซานนั้นสูงส่ง หนี้น้ำใจนี้มันมีค่ามาก ก็เลยรีบออกมารับปากทันที
จากนั้น ก็มีคนอื่นๆ ออกมารับปากอีกมากมาย
พอติงป่าวซานมองคนที่เหลือ แล้วก็พูดว่า “งั้น ที่เหลือว่าไงล่ะ ไม่เอาเงินใช่ไหม? ไม่เห็นแก่หน้ากันใช่ไหม? อยากจะสู้กับตระกูลติงสักตั้งใช่ไหม?”
“ไม่ต้องสู้กันหรอก พอดีว่าผมสนใจอสังหาริมทรัพย์ที่ชานเมืองของตระกูลติงน่ะครับ”
หวางเดหล่าจิ่วยืนพิงผนัง แล้วก็พูดออกมา
“นี่คุณคิดจะมาอาศัยจังหวะนี้ปล้นกันนี่”
ติงป่าวซานหน้าเสีย
อสังหาริมทรัพย์แถบชานเมืองนั้น คงจะไม่ใช่แค่เรื่องเงินธรรมดาๆแล้ว แต่เป็นเกี่ยวข้องกับเรื่องผลประโยชน์ด้วย
“ก็อาศัยจังหวะนี้แหละ ทำไมล่ะ คุณไม่ยอมงั้นหรือ งั้นก็อย่าเข้ามาแทรกแถว ไปต่อแถวข้างหลังเลย อาการบาดเจ็บที่ขาของผม คงจะต้องรักษากันสักครึ่งเดือนอย่างต่ำ อ่อแล้วก็ อย่ามาใช้กำลังกับผมนะ อย่าลืมไปล่ะว่าผมทำกิจการอะไร”
หวางเดหล่าจิ่วยิ้ม เขาเป็นพวกจิ๊กโก๋มีอิทธิพล
คิดใช้กำลังงั้นหรือ?
เขาอยากเล่นไม้นี้แทบแย่
และคนที่มีหวางเดหล่าจิ่วนำมา ก็เหลืออีก7-8คน ทั้งหมดไม่ยอมถอยให้ ทำให้ติงป่าวซานมีสีหน้าดูไม่จืด หวางเดหล่าจิ่วพูดถูกต้อง ถ้าเขาจะใช้กำลัง ตอนนี้อาจจะไม่สามารถเอาชนะได้
เขามีบอดี้การ์ดอยู่ที่นี่
ด้านนอก หวางเดหล่าจิ่วก็มีลูกน้องรออยู่ไม่น้อย
ถ้าบุกเข้ามา หวางเดหล่าจิ่วก็อาจจะเอาชนะไม่ได้
จะชนะหรือไม่ไม่สำคัญ ที่สำคัญคือ เขาต้องการมาหาต่งซินหยวนให้ช่วยรักษาลูกชาย เขากลัวว่าเสียเวลามากไปก็จะสายเกินไปต่อการรักษา แล้วสีหน้าก็แย่มากขึ้นกว่าเดิม
ให้ตายเถอะ!
สุดท้ายติงป่าวซานไม่มีทางเลือก ก็เลยตอบรับไปทีละคน
เสียหายเยอะ
ครั้งนี้เสียหายเยอะเลยจริงๆ
นี่ก็ทำให้เขายิ่งเกลียดฉินเทียนเข้าไปใหญ่ ถ้าไม่ใช่เพราะหมอนี่ ลูกชายของเขาก็คงไม่เป็นแบบนี้ ถ้าไม่ใช่หมอนี่ ตอนนี้เขาก็คงไม่ต้องเสียหายเยอะขนาดนี้ ทั้งหมดเป็นเพราะหมอนั่น
“ประธานติงใจกว้างจริงๆ ถ้าว่างๆ ก็มากินข้าวด้วยกันนะครับ”
หวางเดหล่าจิ่วหัวเราะร่า จากนั้นก็เดินถือไม้เท้ากลับออกไปด้านหลัง
อาการของเขาไม่หนักหนามากนัก
รอได้
หลอกเอาพื้นที่อสังหาริมทรัพย์มาได้ เขาถือว่าได้กำไรมากแล้ว
“เหอะ”
ติงป่าวซานส่งเสียงไม่พอใจ จากนั้นก็เดินเข้าไปในแถว
ด้านในก็คือต่งซินหยวนที่สวมเสื้อกาวสีขาวนั่งอยู่บนเก้าอี้ แต่งตัวเป็นหมอ เพราะเดิมทีเขาก็เป็นหมออยู่แล้ว เขาถูกตระกูลต่งชุบเลี้ยงมา เป็นหมอรักษาอาการพิการจนโด่งดังมีชื่อเสียงระดับสากล
มีความสามารถพอตัว
ความน่าเชื่อถือก็สูง
แต่ว่า ตอนนี้ต่งซินหยวนยังกลุ้มใจ เขาถูกต่งเซิงไล่ออกมา แต่ก็ไม่กล้าออกห่างต่งเซิงเพราะว่าเขารู้ว่าขาของต่งเซิงกลับมาดีขึ้นแล้ว อย่างนั้นผู้ยิ่งใหญ่ของตระกูลต่งก็จะกลับมาอีกครั้ง
อนาคตของตระกูลต่งก็จะยิ่งใหญ่ทะลุฟ้า แผ่รัศมีไปทั่วทิศ
และคนที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่อย่างเขา ก็จะต้องได้ใหญ่โตตามไปด้วย
แต่ว่า เสียดาย ก่อนที่ตอนต่งเซิงจะกลับมายิ่งใหญ่นั้น ในช่วงเวลาที่สำคัญเขากลับออกมาวุ่นวาย จะทำลายชื่อเสียงของอาจารย์คนนั้น ถ้าอาจารย์คนนั้นทำล้มเหลว เขาก็จะไม่เป็นอะไร
แต่ว่า สุดท้ายอาจารย์คนนั้นก็ทำสำเร็จ
ทำให้เขาทำตัวไม่ถูกอย่างมากเลย
โชคดีที่ต่งเซิงยังเห็นแก่ความสัมพันธ์เก่า เลยไม่ได้ไล่เขาไปไหน เพียงแต่ให้เขามาสำนึกผิด พอถึงตอนนั้นถ้าทำตัวดี ก็จะเรียกกลับไป
ขอเพียงไม่ทำผิดเหมือนครั้งก่อน ก็พอแล้ว
“สวรรค์ ให้ผมได้ผ่านช่วงนี้ไปอย่างราบรื่นด้วยเถอะ” ต่งซินหยวนคิดในใจ
“หมอครับ?”
และในตอนนี้ ติงป่าวซานก็เดินมาตรงหน้าของต่งซินหยวน
“อ้าว ติงป่าวซาน ผู้นำตระกูลติง”
ต่งซินหยวนอึ้งไป เงยหน้ามองๆ ไปมา พบว่าเป็นติงป่าวซานจริงๆ เขาเป็นลูกน้องของต่งเซิง ก็รู้อิทธิพลของติงป่าวซานเป็นธรรมดา ว่าเป็นถึงหนึ่งในสามตระกูลใหญ่ในเมืองเปียนไห่
อิทธิพลกว้างขวาง
อิทธิพลของสามตระกูลใหญ่รวมกัน สามารถสู้กับต่งเซิงได้เลย
“หมอต่งครับ ครั้งนี้ต้องรบกวนหน่อยนะครับ”
ติงป่าวซานพูดยิ้มแหยๆ
ถึงแม้เขาจะมีฐานะสูง แต่ต่งซินหยวนเป็นคนสนิทของต่งเซิง จุดนี้เขารู้ดี และครั้งนี้ก็ต้องมาขอร้องเขา จะวางมาดตัวเองเป็นใหญ่ไม่ได้
“เป็นอะไรไป ขาของคุณ ไม่ได้เป็นอะไรนะ?”
ต่งซินหยวนอึ้งไป แล้วก็เอียงหัวมอง
“ไม่ใช่ผมครับ คือลูกชายผม ถูกคนอื่นตีจนขาหัก ขอให้หมอต่งช่วยลุกชายผมด้วย” ติงป่าวซานพูดขอร้อง
“ไป ให้ผมไปดูหน่อย”
ต่งซินหยวนรีบพูดขึ้นมา
ในเมื่อลูกชายของเขาถูกคนตีมาจนขาหัก งั้นก็จะต้องอยู่ชั้นบน ชั้นนี้เป็นที่ตรวจอาการ
ทันใดนั้น สองคนก็ขึ้นไปชั้นบน ไม่นานต่งซินหยวนก็ได้เห็นติงเจ๋อ พอเห็นครั้งแรกก็ขมวดคิ้ว จากนั้นก็หยิบรายงานอาการป่วยขึ้นมา พอดูแล้วก็หายใจเข้าเฮือกใหญ่
“ลูกชายคุณ ไปหาเรื่องใครมาครับเนี่ย ลงมือหนักขนาดนี้”
ทำให้ต่งซินหยวนก็อึ้งไปเหมือนกัน
“ไอ้เดรัจฉานคนหนึ่งครับ”
ติงป่าวซานกัดฟันพูด สองตาเต็มไปด้วยความแค้น ลูกชายตนเองจะฆ่ามันแท้ๆ แต่มันกลับมาทำร้ายลูกชายตนเองเสียได้ เล่นเอาท่อนล่างมีสภาพเป็นแบบนี้ไปเลย มันถือดีอย่างไร ลูกชายตนเองเป็นถึงคนระดับไหน
แต่มันกลับกล้ามาทำแบบนี้!
ตนเองจะไม่มีวันปล่อยมันไปเด็ดขาด
“หมอต่ง ยังพอรักษาได้ไหมครับ?”
ติงป่าวซานหันหัวไปมองต่งซินหยวนอีกที แล้วก็ถามอย่างมีความหวัง
“กระดูกเชิงกรานเสียหายไปแล้ว กล้ามเนื้อหดตัว เส้นประสาทของกล้ามเนื้อถูกทำลายไปมาก ไม่มีอะไรที่สามารถฟื้นฟูได้แล้ว เฮ้อ”
ต่งซินหยวนถอนหายใจออกมา
อาการแบบนี้ ทำให้เขาไม่รู้จะลงมือรักษาอย่างไรเหมือนกัน
“หมอต่ง ไม่มีโอกาสแล้วหรือ ถ้ายังพอมีโอกาส ก็รักษาเถอะครับ ผมขอร้องล่ะ ผมมีลูกชายคนเดียว ขอเพียงรักษาได้ ผมยอมไปภักดีต่อต่งเซิง”
ติงป่าวซานพูดด้วยตัวสั่นๆ
ภักดีต่อต่งเซิง ก็คือข้อแลกเปลี่ยนใหญ่ที่สุดที่เขาให้
ได้ยินดังนั้น ต่งซินหยวนก็ตาเป็นประกาย คุณชายของเขาตอนนี้กำลังยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แต่อย่างไรเสียก็ยังมีกำลังน้อย อาจจะสู้คนพวกนี้ไม่ได้ และนี่ก็จะเป็นจุดเริ่มต้นให้ติงป่าวซานมาภักดีด้วย
จะต้องเป็นการช่วยเพิ่มกำลังให้คุณชายได้ไม่น้อย
อย่างไรเสีย ติงป่าวซานคนนี้ก็มีธนาคารอยู่แห่งหนึ่ง ตระกูลเขาเป็นเจ้าของธนาคาร ขอเพียงมาภักดีด้วย ปัญหาเรื่องทุนทรัพย์ก็จะถูกแก้ไขไปได้แล้ว
เดิมทีนั้น เขาไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับความวุ่นวายนี้ แต่ว่ เขาคิดได้ ขอเพียงติงป่าวซานมาภักดีต่อต่งเซิง ไม่แน่ว่าเขาก็อาจจะได้ผลงานชิ้นใหญ่ คุณชายพอใจ เขาก็อาจจะได้กลับไป
คนเป็นลูกน้องอย่างเขา
วันที่จะได้เป็นใหญ่กำลังรอเขาอยู่
“ก็ยังพอมีความหวัง แต่ว่าไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวผมนะ คุณรู้ไหม ว่าคุณชายของผมถูกวงการการแพทย์ตัดสินแล้วว่าสองขาไม่อาจจะกลับมาฟื้นฟูได้แล้ว แต่อยู่ดีๆ ก็กลับมาดีขึ้น ถูกมองว่าเป็นปาฏิหาริย์ แต่ว่า จริงๆ แล้วผมไม่ได้เป็นคนรักษาเองหรอก มีหมอเทวดาคนหนึ่งมาช่วยผม ขอเพียงคุณหาเขาพบ ขาของลูกชายคุณก็อาจจะมีโอกาสกลับมาดีขึ้นได้”
ต่งซินหยวนพูดเรื่องนั้นออกมา