เทพบุตร ทวงแค้น / เทพศึกมังกรหวนคืน - บทที่ 531 สืบหาต่อไป
ภายใต้แสงไฟบนถนนนอกคฤหาสน์ ฉีหยุนกำลังรอฉินเฟิงอยู่
“พี่ใหญ่”
พอเห็นฉินเฟิง ฉีหยุนก็รีบตะโกนเรียก
“อืม”
ฉินเฟิงก็เข้ามา แล้วพูดว่า “ในตระกูลสวี ผมสัมผัสถึงคนที่มีอะไรพิเศษไม่ได้เลย เกือบจะบีบคอสวี่เทียนโย่วตาย ก็ไม่มีใครออกมา และไม่มีพลังอะไรเคลื่อนไหวเลย ตระกูลซือหม่าคงจะไม่สนใจว่าสวี่เทียนโย่วจะเป็นหรือตาย หรือไม่ก็ตระกูลซือหม่าเก็บตัวลึกลับเกินไป จนผมไม่เจออะไร”
“แต่ว่า ไม่น่าจะเป็นแบบนั้นนะครับ ตระกูลสวีเป็นตระกูลย่อยของตระกูลซือหม่าในเมืองเปียนไห่ พวกนั้นควรจะรักษาตระกูลสวีไว้มากกว่า ไม่อย่างนั้นถ้าไม่มีตระกูลสวีคอยปกปิดให้ พวกนั้นก็จะเผยร่องรอยออกมาได้ง่าย หรือว่า พวกนั้นคิดว่าผมจะไม่ฆ่าสวี่เทียนโย่วจริงๆ?”
ฉินเฟิงครุ่นคิด
เขาไปตระกูลสวีครั้งนี้ นอกจากจะติดหนี้น้ำใจของสวี่ซวนซวน แล้วก็เลยไปส่งเธอแล้วนั้น ยังถือโอกาสสืบดูตระกูลสวีด้วย ไม่อย่างนั้นเขาก็อยู่เฉยๆ ไม่มีอะไรทำ จะให้เดินเล่นในคฤหาสน์เฉยๆ ได้อย่างไรนานขนาดนั้น
ถึงแม้จะถูกสวี่ซวนซวนลากไปสืบดูเฉยๆ
สุดท้าย เขาก็ต้องเผยพลังที่แท้จริงของตนเองออกมา ก็เพื่ออยากจะทดลองดูว่า ถ้าเตรียมจะฆ่าสวี่เทียนโย่วตาย คนของตระกูลซือหม่าจะโผล่ออกมาหรือเปล่า ขอเพียงโผล่ออกมาแค่คนสองคน ก็คงจะมีเบาะแสเพิ่มเติมได้แล้ว
แต่ว่าไม่มีเลย
สวี่เทียนโย่วเกือบจะต้องตายไปแล้ว ก็ไม่มีคนของตระกูลซือหม่าออกมาเลย
ดังนั้นฉินเฟิงก็คิดว่าตระกูลซือหม่าคิดจะทำอะไรกันแน่ คิดว่าเป็นเหมือนหนูตัวหนึ่งที่จะหลบซ่อนอยู่ในเมืองเปียนไห่ได้ โดยที่เขาหาไม่เจองั้นหรือ
“ทางฝั่งตึกเทียนฮัว เป็นไงบ้าง?” ฉินเฟิงเอียงหน้าไปถาม
หลังจากเขากลับออกมา ก็มอบหมายให้ฉีหยุนทำหน้าที่สืบหาต่อไป
“ไม่พบอะไรใหญ่ๆ แต่ว่าผมเจอร่องรอยเล็กๆ ตึกเทียนฮัวมีประธานสมาคมอยู่คนหนึ่งใช่ไหมล่ะครับ มีชื่อว่าโจ้วเหวินหัว ประธานคนนี้ไม่ได้กลับมาหลายวัน พวกผมก็สืบไม่รู้ว่าเขาไปที่ไหน แต่ว่างานเลี้ยงในวันมะรืนนี้ ประธานคนนี้น่าจะมาด้วย พวกเราสามารถหาเบาะแสจากตัวคนคนนี้ได้”
ฉีหยุนรายงาน
เบาะแสในตอนนี้ ก็มีแค่สองอย่าง หนึ่งคือตระกูลสวี อีกอย่างก็คือตึกเทียนฮัวนี้ แต่ว่าตอนนี้ก็ยังไม่มีร่องรอยอะไรเลย
“นายพลครับ ตระกูลสวีส่งคนมาตามนายพลแล้วครับ”
องครักษ์หมาป่าชุดดำคนหนึ่ง ปรากฏตัวขึ้นข้างๆ ตัวฉินเฟิง
“งั้นหรือ?”
ฉินเฟิงส่งสัญญาณมือให้องครักษ์หมาป่ากลับออกไป จากนั้นก็พูดว่า “ตอนนี้ยังไม่ต้องให้พวกนั้นหาตัวผมเจอ ยังจะต้องดูๆ ตระกูลสวีนี้ไปก่อน”
ยอมเกินไปก็ไม่ดี
ยอมมากเกินไป ก็จะทำให้ตระกูลสวีไม่ให้ความสำคัญ
ฉินเฟิงต้องการให้ตระกูลสวีเล็งเห็นถึงความสำคัญ ให้ความสำคัญจนได้เจอเบื้องบนของพวกเขา ที่เป็นระดับตระกูลซือหม่า
“ก็หาที่พักใหม่ไปก่อนแล้วกัน”
ฉินเฟิงกับฉีหยุนก็จากไป
เปลี่ยนที่พัก
……
เวลานี้ ยังเป็นเวลาตีห้า คนส่วนใหญ่ยังคงหลับกันอย่างสบาย แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่า ในคืนนี้เอง เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นมากมาย 3ตระกูลใหญ่ในเปียนไห่ สู้กันตลอดทั้งคืน
ที่โรงพยาบาลที่หนึ่งเมืองเปียนไห่
ในห้องฉุกเฉินห้องหนึ่ง พวกหมอกำลังรีบช่วยกันรักษาคน
ด้านนอก เหมือนกับถูกเหมาสถานที่ไว้ทั้งหมด พวกบอดี้การ์ดทั้งหลาย ล้วนใส่ชุดสีดำ อุกอาจกันมาก หนึ่งในนั้นมีชายวัยกลางคนหัวล้านกลางกระบาล แต่ก็ยังไม่มีใครกล้าไปหัวเราะเขา
เพราะว่าเขามีบารมียิ่งใหญ่มาก
โดยเฉพาะตอนนี้ ที่มีสีหน้าเคร่งขรึมจนน่ากลัว
เพราะว่า คนนี้ก็คือหัวหน้าตระกูลติง ติงป่าวซาน
หนึ่งในสามบริษัทใหญ่แห่งเปียนไห่
ทั้งในเปียนไห่ มีชื่อเสียงโด่งดัง แต่ว่าตอนนี้เขาก็รอมาเกือบชั่วโมงแล้ว ชั่วโมงนี้เขาก็ล้วนมีสีหน้าเคร่งขรึม
ตี๊ดี๊ด
ประตูห้องฉุกเฉินเปิดออก หมอก็เดินออกมาจากด้านใน
“หมอ เป็นไงบ้าง?”
ติงป่าวซานรีบเข้าไปถาม
“รักษาชีวิตไว้ได้แล้ว แต่ว่าสองขากับช่วงล่าง คงจะต้องเป็นอัมพาต เฮ้อ”
หมอถอนหายใจ
การผ่าตัดครั้งนี้ จริงๆ แล้วก็ไม่ได้เสียแรงอะไรมากนัก เพราะว่าพวกเขาพบว่า ท่อนล่างลำตัวรักษาไม่ได้แล้ว ท่อนบนลำตัวก็ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร สุดท้ายก็ทำแผลไปเท่านั้น
ก็ทำอะไรไม่ได้เหมือนกัน
คนที่ลงมือ ก็โหดเหี้ยมจริงๆ
“อะไรนะ?”
ติงป่าวซานตกใจจนเซถอยหลัง บอดี้การ์ดพวกนั้นก็รีบเข้ามาพยุงไว้ แต่ว่าเขาก็ยังบ่นพึมพำด้วยตัวสั่นๆ ว่า “ทำไมถึงเป็นแบบนี้ ทำไมถึงเป็นแบบนี้ หมอ ไม่มีวิธีอื่นแล้วหรือ?”
นั่นเป็นลูกชายของเขาเลยนะ
“พวกเราไม่มีวิธีช่วยแล้วจริงๆ แต่ว่าอีกคนอาจช่วยได้ ชื่อต่งซินหยวน พวกคุณรู้จักใช่ไหม เป็นหมอที่รักษาโรคพิการระดับโลก วันก่อนนี้ ต่งเซิง ประธานBoundless Technology Group ถูกวงการการแพทย์ของเราระบุไว้ว่า เป็นบุคคลที่ไม่อาจจะกลับมาลุกขึ้นได้อีกแล้ว แต่ว่า เขากลับมาลุกขึ้นได้อีกครั้ง ทั้งหมดนี้ น่าจะเป็นเพราะต่งซินหยวน พวกคุณลองไปหาเขาดูนะ”
หมอคนนั้นพูดว่า “อ่อแล้วก็ ขอบอกกับพวกคุณไว้อย่างหนึ่ง ต่งซินหยวนอยู่ในห้องตรวจคนไข้หมายเลข4 บนชั้น3ของโรงพยาบาลเรานี่เอง เนื่องจากทำการรักษาต่งเซิงจนหาย ดังนั้นก็เลยมาเป็นหมอตรวจอาการที่โรงพยาบาลเรา”
ค่าตัวแพงมาก ไม่ต้องพูดถึงว่าต่งซินหยวนเป็นหมอที่มีระดับสูง มีชื่อเสียงในระดับโลก แค่รักษาขาของต่งเซิงหายได้ มันถือว่าเป็นถึงผลการรักษาที่ยากจะเป็นไปได้ในวงการแพทย์เลย
ราคาของเขาก็จะต่ำมากไม่ได้
ทุกๆ วันคนที่ไปขอให้ช่วยตรวจ มีนับไม่ถ้วน ล้วนเป็นคนรวยหรือไม่ก็ผู้ดี
“ขอบคุณมาก นี่คือค่าเหนื่อยของคุณ”
ติงป่าวซานส่งสายตา ให้ลูกน้องเอาเงินที่ห่อใส่เสื้อแจ็กเกตหนังไว้ แล้วยื่นให้หมอคนนั้น
“เกรงใจเปล่าๆ น่ะครับ”
หมอคนนั้นก็พูดไปด้วย หยิบเสื้อนั้นมาด้วย ด้านในเต็มไปด้วยเงิน อย่างน้อยก็แสนกว่า ทำให้เขาใจดี ที่เขาพูดมากมายขนาดนี้ กูเพื่อเงินนี่ไม่ใช่หรือ
แน่นอน ประธานบริษัทใหญ่ไม่เหมือนกันจริงๆ
ยอมจ่ายเงินมากๆ ได้
แค่ทิปก็ให้มากขนาดนี้แล้ว
ทันใดนั้นเขาก็หอบเอาเสื้อแจ็กเกตห่อเงินนั้นจากไป
แต่ในตอนนี้ ติงป่าวซานทนรอที่จะลงไปชั้น3ไม่ไหวแล้ว ที่ชั้น3 ในห้องตรวจหมายเลข4 เป็นห้องวีไอพี ที่ประตูมีบอดี้การ์ดด้วย ไม่ใช่คนธรรมดา เขาไปไม่ได้
แต่ว่า ถึงอย่างนั้นก็ยังมีคนมายืนกันเต็มหน้าประตู
ต้องรู้ก่อนว่าต่งซินหยวนมีฉายาว่าเป็นถึงหมอเทวดาในปัจจุบัน
“ถอยออกไป”
ติงป่าวซานรอไม่ไหว ก็เลยให้บอดี้การ์ดไปไล่คนอื่นออกไป แต่เขาก็มีวิธีการเหมือนกัน ให้เงินกันไปคนละปึก ปึกละประมาณแสนกว่าๆ ให้พวกคนอื่นๆ ไปรอด้านหลัง
เงินมีประโยชน์จริงๆ
ทำให้คนไม่น้อยยอมถอยไปรอด้านหลัง แต่ว่าคนที่มายังห้องวีไอพีห้องนี้ ก็ไม่ใช่คนธรรมดาๆ กัน มีคนหัวเราะออกมา “ทำไมรึ ติงป่าวซาน เดี๋ยวนี้วางอำนาจจริงๆ เลยนะ ไล่กันเลยหรือไง? กูไม่ไปโว้ย ดูสิมึงจะทำอย่างไร”
“หวางเดหล่าจิ่ว”
ติงป่าวซานมองคนคนนี้ แล้วก็ขมวดคิ้ว
คนคนนี้ก็เป็นคนชั่วช้าอำมหิตในโลกใต้ดินของเมืองเปียนไห่คนหนึ่งเหมือนกัน มีลูกน้อยไม่น้อย
ที่สำคัญคือ พอหวางเดหล่าจิ่วออกมาพูด คนอื่นๆ ก็ลุกขึ้นมาเหมือนกัน ล้วนมองติงป่าวซานด้วยสายตาศัตรู “ติงป่าวซาน คิดว่าตัวเองเป็นราชาของเมืองเปียนไห่หรือไง? ถึงกล้ามาไล่คนอื่น เหอะ!”