เทพบุตร ทวงแค้น / เทพศึกมังกรหวนคืน - บทที่ 529 มึงน่ะนะ คิดอยากจะมาก้าวก่ายเรื่องของกู
- Home
- เทพบุตร ทวงแค้น / เทพศึกมังกรหวนคืน
- บทที่ 529 มึงน่ะนะ คิดอยากจะมาก้าวก่ายเรื่องของกู
แต่ว่า สวี่เทียนโย่วก็ค่อยๆ เดินออกมาจากด้านใน มองมาทางสวี่ซวนซวน ขมวดคิ้วพูดว่า “ให้มันน้อยๆ หน่อย”
เดินเล่นกันจนจะครึ่งชั่วโมงแล้ว
ยังจะเดินเล่นอีกหรือไง!
เขารออยู่อยู่ข้างในน่ะ
ยัยลูกคนนี้ คิดว่ามีสามีแล้วจริงๆ หรือไง ลืมพ่อเลยนะ ก็ไม่แปลกเขาว่ากันว่า ก่อนแต่งงาน ลูกสาวก็ดูแลพ่อแม่อย่างอบอุ่น พอแต่งงานออกไป ก็ตรงกันข้ามเลย
เป็นแบบนี้จริงๆ ด้วย
ถ้าเขายังไม่ออกมา ยัยลูกคนนี้ก็คงจะลืมเขาไปแล้วจริงๆ แน่
“อ่อ”
สวี่ซวนซวนทำปากจู๋ จากนั้นก็ดึงตัวฉินเฟิงมาแนะนำให้กับสวี่เทียนโย่ว “นี่คือฉินเทียนค่ะ พ่อ ที่หนูเคยบอกไว้ไงคะ ผู้กล้าคนที่ช่วยหนูไว้ครั้งก่อน นี่คือพ่อของฉัน สวี่เทียนโย่ว”
สวี่ซวนซวนแนะนำให้กับทั้งสองคน แต่พอเธอแนะนำเสร็จแล้วนั้น ก็พบว่ามีอะไรผิดปกติ
ในอากาศ เหมือนมีการเผาไหม้ดินระเบิดเกิดขึ้น
เธอพบว่า สายตาของพ่อเธอผิดปกติ
เหมือนจะมีรังสีการฆ่า
“ซวนซวน ปล่อยมือออก แล้วมาจับพ่อนี่มา”
สวี่เทียนโย่วมองเห็นสวี่ซวนซวนกอดแขนฉินเฟิงอย่างคุ้นชิน ก็ทำให้เขาโมโหขึ้นมาทันที นี่เป็นลูกสาวของเขาเลยนะเนี่ย ปกติจะคอยแต่จับมือตนเองเท่านั้น
วันนี้กลับไปเกาะแขนคนอื่น
“ไอหย๋า พ่อคะ”
สวี่ซวนซวนออดอ้อน แต่มือก็ยังไม่ปล่อย
ทำให้สวี่เทียนโย่วโมโหปรี๊ด นี่เป็นลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของตนเองเลยนะ โตมาขนาดนี้ยังไม่เคยขัดคำพูดตนเองเลย แต่ตอนนี้กลับเถียงตนเอง เพียงเพราะผู้ชายคนเดียว
ตอนนี้ไม่เชื่อฟังคำตนเองแล้ว อนาคตก็คงจะฟังคำไอ้ฉินเทียนมาตีตนเองแน่ๆ
พอถึงตอนนั้นก็ถูกมันเล่นงานแน่
เขายิ่งคิดยิ่งกลัว
ทันใดนั้นก็แกล้งกระแอมออกมา “ซวนซวน ถอยออกไปได้แล้ว พ่อจะคุยกับฉินเทียนคนนี้เสียหน่อย”
“พ่อคงไม่แกล้งเขาหรอกนะ?”
สวี่ซวนซวนถามอย่างสงสัย
“ไม่หรอก”
สวี่เทียนโย่วหน้าบึ้งแล้วบึ้งอีก
ไม่งั้นหรือ? ?
เหอะ
“ก็ได้ค่ะ”
สวี่ซวนซวนเดินไปอย่างไม่ค่อยเชื่อใจ แต่ว่าก่อนเดิมจากไป ก็เอามือไปแตะไหล่ของฉินเฟิง แล้วพูดว่า “ถ้าพ่อฉันแกล้งคุณล่ะก็ คุณก็ตะโกนเรียกฉันได้เลย ฉันจะอยู่แถวๆนี้แหละ ถ้าได้ยินเสียงคุณ ฉันก็จะเข้ามาเลย”
ยังไม่ทันรอให้ฉันเฟิงตอบ เธอก็เดินออกไป
ไปรออยู่ที่ไม่ไกลจากนี้
“ตามผมเข้ามา”
สวี่เทียนโย่วเข้าไปยังบ้านพัก
ฉินเฟิงก็ตามเข้าไปยังห้องโถงด้านใน ด้านในตกแต่งหรูหรา ดูมีราคาแพงมาก และในตอนนี้สวี่เทียนโย่วก็นั่งอยู่บนโซฟา เอนหลังเอามือพิงไป “เป็นไง ไม่เลวใช่ไหม นี่ก็คือสังคมชั้นสูง โซฟานี้ทำจากหนังจระเข้ แถมยังเป็นหนังจระเข้ที่นำเข้าจากอเมริกาใต้อีกด้วย ผืนละแสน ส่วนโคมไฟนั่น ได้มาสเตอร์วิลจากอเมริกาเป็นคนออกแบบให้ผมเอง โคมไฟอันเดียว3ล้าน คุณคงจะคิดไม่ถึงหรอก ทุกอย่างในห้องนี้ล้วนเป็นของมีราคาแพงทั้งนั้น”
“บ้านหลังนี้ ก็ราคาเป็นร้อยล้าน รู้ไหมราคาเป็นร้อยล้านมันขนาดไหน? นักฆ่าอย่างคุณ ปีๆหนึ่งผมรับมาทำงานเป็นร้อยคน คุณมาอยู่ในกลุ่มนี้ก็ไม่โดดเด่นอะไรหรอก ไม่นานก็จะถูกลืมไป คุณช่วยลูกสาวผมไว้ ผมก็ซาบซึ้งในบุญคุณ แต่ถ้าจะให้คุณเข้ามาอยู่ในตระกูลสวีของเรา มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก เดิมทีผมก็ไม่เห็นด้วยอยู่แล้ว แต่ทนฟังลูกสาวผมมาขอร้องไม่ได้”
“ดังนั้น ผมจะให้โอกาสคุณ มาเป็นลูกเขยที่แต่งงานใช้แซ่ตระกูลเรา แล้วผมจะให้ทุกอย่างที่คุณต้องการ”
สวี่เทียนโย่วใจกว้างขนาดนั้นได้ ก็ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น แต่ละคำล้วนแต่งเสริมเติมแต่ง เขายอมเป็นคนเลวเอง ยกลูกสาวตนเองให้สูงขึ้น แต่จุดประสงค์ ก็เพื่อที่จะให้ฉินเทียนแต่งงานเข้ามาอยู่ในตระกูลตนเอง
ถ้าอยากแต่งงานกับสวี่ซวนซวน
อยากจะมีทุกอย่าง
อยากจะเป็นคนไม่กี่คนที่มีอิทธิพลในเมืองเปียนไห่ งั้นก็แต่งเข้าตระกูลเข้ามาก็แล้วกัน
คุณอยู่ในหมู่นักฆ่าพวกนั้น ก็ไม่ได้โดดเด่นอะไร แต่ว่าเป็นคนที่ช่วยสวี่ซวนซวนไว้ เลยมีโอกาสนี้ และโอกาสมันก็หาได้ยาก ถ้าตอนนี้ตอบรับไป คุณก็จะมีทุกอย่างที่ต้องการ
คำพูดของสวี่เทียนโย่ว บีบบังคับกันมาก จนไม่รู้ว่าจะต้องพิจารณาอย่างไรดี สุดท้ายก็ตกอยู่ในกับดักของสวี่เทียนโย่ว นี่ก็คือนักธุรกิจรุ่นใหญ่
ทุกการกระทำและคำพูด ล้วนอยู่ในการควบคุมของเขา
แต่ว่า สิ่งเดียวที่เขาคิดไม่ถึงก็คือ ฉินเฟิงยักคิ้วๆ แล้วก็กุมมือพูดว่า “ผมบอกว่าอยากจะมาเป็นลูกเขยบ้านคุณตั้งแต่ตอนไหนครับ? ผมมีอิสระดีอยู่แล้ว จะหาเรื่องมาผูกมัดตัวเองทำไม”
“คุณไม่ได้ต้องการอำนาจ ผู้หญิง หรือเงินทองทุกอย่างนี้หรอกหรือ?”
สวี่เทียนโย่วขมวดคิ้วถาม
เรื่องราวมันเริ่มเกินความคาดหมายของเขาแล้ว
“อำนาจ เงินทอง สตรี เหอะๆ”
ฉินเฟิงหัวเราะ จากนั้นก็เดินไปทางสวี่เทียนโย่ว “คุณมีทุกอย่างที่พูดมา แล้วคิดว่า ถ้าตอนนี้ผมจะฆ่าคุณ ผมจะมีโอกาสมากแค่ไหน”
“นิดเดียวก็ไม่มี”
สวี่เทียนโย่วพูดอย่างนิ่งๆ
เวลานี้ ด้านหน้าของฉินเฟิงก็มีชายคนหนึ่งโผล่มา ร่างกายฝึกมาจนมีกล้ามเนื้อที่ดูแข็งแรง สายตาร้ายๆ “บอดี้การ์ดระดับA ให้ผม…..”
“หนวกหู”
ยังไม่ทันพูดจบ เขาก็พูดไม่ออกแล้ว
ไม่รู้ว่าฉินเฟิงไปโผล่ตรงหน้าเขาตั้งแต่ตอนไหน จากนั้นก็ใช้มือบีบคอเขาไว้ จนทำให้เขาพูดไม่ออก จากนั้นเสียงดังตุบ ร่วงลงพื้นไป
“ตอนนี้ล่ะ?”
ฉินเฟิงมองไปที่สวี่เทียนโย่วอีกครั้ง
“มีโอกาสสามส่วน ไอ้สงต้า”
สวี่เทียนโย่วตะโกนเรียก ด้านข้างก็มีชายตัวใหญ่เหมือนหมีคนหนึ่งเดินเข้ามา เป็นคนต่างชาติ ไม่มีเส้นผม ตาสีฟ้า ปากคาบบุหรี่ซิการ์ เดินออกมาพูดว่า “ผมไม่ใช่บอดี้การ์ด ผมเป็นนักฆ่า มีหน้าที่……..”
จากนั้น
ยังไม่ทันได้พูดจบเหมือนกัน
เดินหน้าของเขาก็มีคนโผล่เข้ามา แล้วก็บีบคอของเขาไว้ ทำให้ตาถลนออกมา รู้สึกค่อยๆ หายใจไม่ออก เขาคิดจะดิ้นรน แต่ก็ไม่เป็นผลเลยแม้แต่น้อย
เขากำลังเข้าสู่ห้วงแห่งความตาย
จากนั้น เสียงดังตุบ
คนที่มีฉายาสงต้าอย่างเขา ยังไม่ทันได้ออกกระบวนท่าเลย ยังไม่ทันได้แสดงฝีมือตัวเองออกมาเลย ก็ถูกจัดการเสียแล้ว แถมตอนี้ที่ถูกโยนไปใส่กำแพงนั้น เขาก็นึกในใจว่า รอดแล้ว รอดแล้ว
เขารอดแล้ว
ส่วนฉินเฟิงก็มองไปยังสวี่เทียนโย่วอีก “ตอนนี้ล่ะ?”
“เจ็ดส่วน”
สวี่เทียนโย่วสีหน้าไม่ดี เขารู้ได้ว่าต้องมีเรื่องนี้แน่ อย่างไรเสียนี่ก็เป็นถึงนักฆ่า ในหัวคงมีแต่เรื่องฆ่าคน เขาก็เลยเตรียมการไว้แล้ว หาคนเก่งๆ มาหลายคน
เตรียมจะจัดการให้ฉินเทียนยอมจำนน
ให้เขาได้รู้ว่าตนเองนั้นไม่ได้เก่งอะไรมากหรอก สุดท้ายด้วยแรงกดดัน ก็หวังจะได้ตำแหน่งเขานี่แหละพอเอาฉินเทียนมาเป็นคนของตัวเองได้ ก็จะได้ทำตามความหวังของลูกสาวตนเองด้วย
เขาตามใจลูกสาวตนเองมาก
แต่เขาคิดไม่ถึงว่า เขาคำนึงถึงความร้ายกาจของฉินเทียนผิดไป เขาคิดไม่ถึงว่าจะเก่งขนาดนี้ เอาชนะคนเก่งๆ ของเขาได้สองคนรวดเดียว คำนวณผิดไปจริงๆ
“ยังเหลืออีกสามส่วน เฮ้อ หรือว่าจะต้องอาศัยตาแก่นี่เสียแล้วสิ?”
ฉินเฟิงพูดจบ
วินาทีต่อมา ก็มีโผล่ตรงหน้าของตาแก่คนหนึ่ง สายตาเอาเรื่อง “อย่างมึงน่ะหรือ จะมายุ่งเรื่องของกู?”
“ไสหัวไป!”