เทพบุตร ทวงแค้น / เทพศึกมังกรหวนคืน - บทที่ 528 ฉินเฟิงทำอะไรไม่ถูก (3)
“พี่ใหญ่ พวกเราจะตามไหมครับ?”
มีลูกน้องคนหนึ่ง ที่ยังพอตั้งสติขึ้นมาได้
“ตามหน้ามึงดิ รู้กันอยู่ว่ารถของสวี่ซวนซวนนั้นแต่งมา ต่อให้รถเราจะยี่ห้อJaguarก็ตามไม่ทันหรอก ครั้งนี้ก็ถือว่าพวกมันโชคดีไปที่หนีไปได้ ถ้ามีครั้งหน้า อย่าหวังจะหนีไปได้ เหอะ”
ไอ้แมงป่องหัวเราะเย็น แล้วก็พาคนของตนเองกลับไป
แต่ว่า เขากลับไม่รู้เลยว่า เมื่อครู่นี้เขาไม่ได้ปล่อยฉินเฟิงไป แต่เป็นฉินเฟิงเองที่ปล่อยพวกเขาไป ถ้าไม่ใช่เพราะฉินเฟิงฝ่าออกไป แต่เลือกที่จะจอดรถล่ะก็ เขาก็น่าจะหัวเราะไม่ออก
ไอ้แมงป่องงั้นหรือ?
เกรงว่าจะเหลือแต่ศพของไอ้แมงป่องเท่านั้น
……
“ว้าว สนุกสุดยอดไปเลย”
สวี่ซวนซวนดอกฉินเฟิงไว้แน่น เอาตัวแนบสนิทชิดหลังของฉินเฟิง เส้นผมก็ถูกลมโบกปลิวไสว ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะว่าเธออยากจะกอดฉินเฟิงแน่นแบบนี้หรอก
แต่เป็นเพราะว่าเธอตกใจกลัวเข้าจริงๆ
เธอขี่มอเตอร์ไซต์มาหลายปี ท่าทางแบบไหนก็เห็นมาหมด เล่นมาหมดแล้ว แต่ว่าไม่เคยขี่รถเร็วจนเหมือนจะบินได้แบบนี้มาก่อน ทำให้เธอตื่นเต้นเลือดลมพุ่งกระฉูดไปทั้งตัว
ใช่!
ตื่นเต้น
แต่ไม่ได้กลัว ไม่รู้ว่าทำไม เธอกอดฉินเฟิงแล้วก็รู้สึกเหมือนปลอดภัยมาก ต่อให้ตรงหน้ามีนักฆ่าอยู่ และฉินเฟิงก็ได้พาเธอเสี่ยงอันตรายขนาดนี้ แต่เธอกลับไม่กลัวเลยสักนิด
คงจะเป็นเพราะความรักสินะ
มันหอมหวาน
“ทำไมคุณขี่รถBig Bikeเก่งแบบนี้ล่ะ?” ทางด้านหลัง มีเสียงของสวี่ซวนซวนพูดขึ้นมา
เพราะว่าบนรถBig Bike ยิ่งความเร็วสูง ลมก็จะแรง เสียงพูดส่งออกไปไม่ได้ ฟังไม่ชัด ดังนั้นสวี่ซวนซวนก็เลยพูดเสียงดัง ส่วนฉินเฟิงก็ตอบกลับมาว่า “เมื่อก่อนเคยฝึก”
ไม่ต้องพูดถึงรถBig Bike รถถังฉินเฟิงก็ขับแบบหวาดเสียวได้
เทพนักแข่งรถแห่งเขาชิวหมิง
นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ
“คุณเป็น……คู่ของฉันจริงๆ ด้วย……”
สวี่ซวนซวนตะโกนอยู่ด้านหลัง แต่เนื่องจากมีความเร็วสูงมาก เสียงลมดังมาก เลยส่งเสียงออกไปไม่ได้ แต่สวี่ซวนซวนรู้ว่าตัวเองพูดอะไร
เธอชอบขี่รถBig Bike
และผู้ชายที่ตนเองชอบ ก็มีทักษะการขับรถBig Bikeดีมาก
นี่มันช่างเป็นเรื่องที่ดีสุดในโลกเลย
เธอชอบฉินเฟิง แต่กลัวว่าหลังจากแต่งงานกันแล้ว เขาจะไม่ให้เธอขี่รถเสี่ยงอันตรายแบบนี้ แต่ว่าตอนนี้ไม่ต้องกลัวแล้ว เพราะฉินเฟิงก็ขี่เป็นเหมือนกัน
พวกเขาเป็นคนจำพวกเดียวกัน
บังเอิญมากเลย
นี่คงจะต้องเป็นพรหมลิขิตที่บันดาลชักพาคู่ครองมาให้แก่เธอแน่นอน จากมุมไหนก็ดูเหมาะสมกันไปหมด
แต่เธอไม่รู้ว่า ฉินเฟิงนั้นทำเป็นหมดทุกอย่าง
การฝึกในปีนั้น ไม่เสียเที่ยวเลย
ไม่เพียงฝึกกล้ามเนื้อในร่างกาย ยังมีการฝึกทักษะการขับรถ การพนัน การแสดง และอีกหลายๆ อย่าง อย่างไรเสียทหารธรรมดาๆ คนหนึ่ง ขอแค่ร่างกายแข็งแรงก็พอ แต่พอเป็นทหารระดับสูง ก็จะต้องแบกรับอะไรที่มันมากกว่า
หน้าที่ที่เขาต้องไปจัดการก็ยิ่งมากขึ้นเช่นกัน
แน่นอนว่า เนื่องจากต่อมาพลังของฉินเฟิงก็เพิ่มมากขึ้น เขาก็เลยมั่นใจกับเรื่องทักษะพวกนี้มากขึ้น
ตลอดทาง สวี่ซวนซวนแนบหลังฉินเฟิงตลอด คอยบอกทางให้ฉันเฟิง ตระกูลสวีของเธอก็เป็นตระกูลใหญ่ในเมืองเปียนไห่ ดังนั้น พวกเขาก็มีเขตบ้านที่ใหญ่โต อยู่ทางฝั่งตะวันออกของเมือง
ไม่นาน ก็มาถึงที่แห่งนี้แล้ว
พอเข้ามาที่นี่ การตรวจสอบความเรียบร้อยของตระกูลสวีก็เข้มงวดขึ้นมาก ตลอดทางมีผู้รักษาความปลอดภัยลาดตระเวนอยู่ตลอด แต่ละคนล้วนรูปร่างบึกบึน สีหน้าโหดเหี้ยม ดูก็รู้ว่าเป็นทหารปลดประจำการ หรือไม่ก็พวกทหารรับจ้าง
แต่พอหลังจากเห็นสวี่ซวนซวนแล้ว ก็ล้วนทำความเคารพกันหมด “สวัสดีครับ คุณหนู”
“หลีกทางให้ฉันหน่อย”
สวี่ซวนซวนพูดคำเดียว พวกที่ตรวจสอบกันเขมงวดพวกนี้ ก็หลีกทางให้
แต่ว่า มีหัวหน้าบอดี้การ์ดถามขึ้นมาว่า “คุณหนูครับ ด้านหน้าคือใครครับ?”
ในหัวใหญ่ๆ ของพวกเขา เต็มไปด้วยความสงสัย พวกเขาเป็นบอดี้การ์ดมาหลายปี ไม่เคยเห็นภาพแบบนี้ คุณหนูเป็นคนเย่อหยิ่งถือตัว แต่ว่ามากอดผู้ชายอยู่อย่างนี้น่ะหรือ
กอดแน่นจนแทบจะสิงเข้าไปในตัวผู้ชายอยู่แล้ว แถมทั้งสองมือยังกอดไว้แน่นอีกด้วย
เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก
“นี่คือสิ่งที่พวกนายควรถามหรือไงห้ะ?”
สวี่ซวนซวนตวาดพวกเขาไป บอดี้การ์ดพวกนั้นก็รีบก้มหน้า แต่ว่าตอนที่ฉินเฟิงเร่งเครื่องขับผ่านพวกเขาไปนั้น สวี่ซวนซวนก็พูดเบาๆ ไปด้วยว่า “นี่คือ ท่านเขยของพวกนายในอนาคต”
ถ้าพูดดังไป เธอก็กลัวฉินเฟิงจะโกรธ
อย่างไรเสีย จนถึงตอนนี้ฉินเฟิงก็ยังไม่ได้ตอบรับเธอ เธอยังคงรักอยู่ข้างเดียว
แต่ว่า เธอก็อดไม่ได้ สุดท้ายก็พูดออกมา ว่าจะเป็นท่านเขยในอนาคต
ส่วนบอดี้การ์ดพวกนั้นก็รู้งานดี ทำตาโตเข้าใจไปตามกัน พอรถขับผ่านไปหลายก้าวแล้ว ก็โค้งคำนับพูดเสียงดังพร้อมกันว่า “สวัสดีครับท่านเขย ขี่ดีๆ นะครับ”
“เอ่อ พวกนั้นไม่รู้เรื่องอะไร อย่าไปสนใจเลยนะ”
สวี่ซวนซวนรีบอธิบาย
แต่ว่า ในใจก็ชุ่มฉ่ำ บอดี้การ์ดพวกนี้รู้งานดี หลังจากกลับไป จะต้องให้รางวัลเสียหน่อย นิดเดียวคงไม่พอ จะต้องให้รางวัลใหญ่ๆ
ฉินเฟิงก็ไม่ได้พูดอะไร
ตอนแรกเขาไม่ควรช่วยผู้หญิงคนนี้ไว้หรือเปล่านะ
แต่ว่า ถ้าให้เกิดขึ้นอีกครั้ง เขาก็คงต้องช่วยไว้ เพราะว่าเขาพบว่า จริงๆ แล้วสวี่ซวนซวนไม่ได้ร้ายกาจเลย แถมยังมีความน่ารักด้วย
ดังนั้น ตอนนี้ ก็ช่างเถอะ ช่างเถอะ
ส่วนสวี่ซวนซวนก็เห็นฉินเฟิงไม่ได้พูดอะไร ก็นึกว่าเขายอมรับแล้ว ก็ดีใจขึ้นมาทันที ยิ้มจนแก้มบาน
ถ้าบอกว่า ผู้หญิงอยู่ในช่วงมีความรักจะไม่มีสมองเลย
อย่างนั้น สวี่ซวนซวนก็เป็นหนึ่งในนั้น
ที่สำคัญคือ เธอรักข้างเดียวด้วย
ตัดมาที่ในห้องบนตึกหลังหนึ่ง สวี่เทียนโย่วกำลังมองทุกอย่าง สีหน้าไม่พอใจ นี่เป็นถึงลูกสาวของตนเอง กลับไปถูกคนอื่นย่ำยีเสียได้ เท่านั้นไม่พอ ยังให้เขาไปช่วยไอ้คนนั้นอีก
ที่สำคัญ เขายังช่วยออกมาไม่ได้อีกด้วย
ทำให้ลูกสาวร้องไห้ไม่หยุด
แต่ตอนนี้ มันหนีออกมาคนเดียวได้
ความรู้สึกนี้ ทำให้เขาสับสนขึ้นในใจ จากนั้นเขาก็ไม่อยากเห็นภาพทั้งหมดนั้นแล้ว
ส่วนสวี่ซวนซวนก็ยังไม่อยากพาฉินเฟิงเข้าไปตอนนี้ เห็นว่าผู้ใหญ่จริงจังเคร่งเครียด แต่สวี่ซวนซวนก็ยังดีใจ เธอพาฉินเฟิงเดินเล่นในสวนไปก่อน
สวนแห่งนี้ ไม่ต่างจากสวนดอกไม้
มีขนาดใหญ่มาก
“นี่คือบ่อน้ำพุร้อน นั้นมีนมวัวผสมอยู่ด้วย อีกเดี๋ยวพวกเรามาอาบน้ำที่นี่กันดีไหม? เอ่อ คุณอย่าเข้าใจผิดนะ ฉันมีชุดว่ายน้ำ ใส่ชุดว่ายน้ำก็พอแล้ว”
สวี่ซวนซวนบอกเป็นนัยๆ แต่ก็กลัวว่าฉินเฟิงจะรู้สึกว่าเธอไม่รังนวลสงวนตัว
ดังนั้นก็เลยตั้งใจพูดประโยคสุดท้าย
ว่าชุดว่ายน้ำ
เธอก็มีชุดว่ายน้ำเสียจริงๆ แถมยังเป็นแบบเซ็กซี่ด้วย
“ไม่ต้อง”
ฉินเฟิงส่ายหัว เขาไม่อยากคนที่ชอบเสพสุขขนาดนั้น ลำธารอุณหภูมิติดลบ30เขาก็อยู่มาแล้ว การเสพสุขแบบนี้ เขาไม่ค่อยชอบเท่าไร และอีกอย่างเขาก็รู้ว่าสวี่ซวนซวนหมายความว่าอย่างไร
เขาไม่ใช่คนแบบนั้นหรอก
“ก็ได้”
สวี่ซวนซวนก็ทำปากขมุบขมิบเสียใจไป แต่ไม่นานก็กระตือรือร้นขึ้นมาอีกครั้ง ครั้งนี้เป็นถึงการออกเดตกันอย่างเต็มตัวของเธอกับฉินเฟิงเลยนะ เธอจะต้องให้ค่ากับมันหน่อย