เทพบุตร ทวงแค้น / เทพศึกมังกรหวนคืน - บทที่ 527 ฉินเฟิงทำอะไรไม่ถูก (2)
ฉินเฟิงก้าวขึ้นคร่อมรถ ทว่าไม่ได้กอดเอวสวี่ซวนซวน แต่เอามือวางไว้บนถังน้ำมัน
แบบนี้ก็จะได้ไม่ต้องถูกเนื้อต้องตัวสวี่ซวนซวนแล้ว
“กอดฉันก็ได้นะ”
ขับรถไป สวี่ซวนซวนก็รับรู้ได้ถึงท่าทางของฉินเฟิง แล้วก็พูดขึ้นมา
แต่ว่า ฉินเฟิงตอบออกมาเพียงแค่ “ไม่ต้อง”
สองคำนี้ทำให้สวี่ซวนซวนบืนปากเหมือนกับเด็กไม่พอใจ แต่ว่าด้านหน้าใส่หมวกกันน็อกอยู่ คนด้านหลังก็เลยมองไม่เห็น แต่เธอก็ยังแกล้งขับช้าบ้างเร็วบ้าง ทำให้รถกระตุก อยากจะให้ฉินเฟิงเสียการทรงตัวแล้วมากอดเอวเธอ
แต่ว่า สุดท้ายเธอก็คิดมากไปเอง
ไม่ต้องพูดถึงว่าฉินเฟิงเป็นเทพสงครามอันดับหนึ่งแห่งยุคนี้ แค่ในฐานะที่ฉินเฟิงเป็นนักฆ่า ถ้าไม่มีการทรงตัวเลยแม้แต่น้อย จะเป็นนักฆ่าได้อย่างไร
ดังนั้น ตลอดทางสวี่ซวนซวนก็ได้แกล้งไปหลายอย่าง แต่สุดท้ายก็พบว่า ทั้งหมดไม่สามารถทำให้ตัวของฉินเฟิงเอียงเข้ามาหาตัวเองได้เลย สุดท้ายเธอก็ทนไม่ไหว เลยหยุดรถลงในที่แห่งหนึ่ง
“ฉันเหนื่อยแล้ว คุณมาขับแทนหน่อย”
สวี่ซวนซวนทำท่าว่าตนเองเหนื่อยมาก
จากนั้นฉินเฟิงก็มองไปรอบๆ ล้วนมืดสนิท และไม่มีรถแท็กซี่อะไรเลย สุดท้ายของสุดท้ายฉินเฟิงก็ไม่มีทางเลือก ได้แต่ขึ้นคร่อมรถไป ครั้งนี้เขานั่งข้างหน้าเอง
แต่ว่า เขายังไม่ทันได้ติดเครื่องเลย เรือนร่างอุ่นๆ ก็เข้ามาแนบที่แผ่นหลังของเขา รู้สึกว่ามีอะไรนุ่มๆ มาทิ่มหลัง และที่ส่วนเอวของเขา มีสองมือมาโอบไว้ และรัดไว้อย่างแน่น
“ไปกันเถอะ”
สวี่ซวนซวนก็ตั้งใจเอาใบหน้าไปแนบไว้ที่หลังของฉินเฟิง
นี่ก็คือจุดประสงค์ของเธอ
ฉินเฟิงไม่กอดเธอ ได้ แต่ถ้าเธอตั้งใจจะกอดฉินเฟิงเอง ทีนี้ก็ไม่มีปัญหาแล้วสิ และก็ไม่มีใครมาขวางได้เธอ
“เบาๆ หน่อย”
ฉินเฟิงหันไปพูด
“อื้ม”
สวี่ซวนซวนก็ขยับๆ มือ แต่ว่าไม่ได้กอดเบาลงเลย ราวกับที่ขยับมือไปนั้น เพียงเพราะทำตามที่ฉินเฟิงพูดไปเท่านั้น ทำให้มุมปากของฉินเฟิงกระตุกๆ
แค่กอดเบาหน่อยยังยากขนาดนี้
งั้นถ้าให้ปล่อยมือออก สวี่ซวนซวนก็คงจะไม่ยอมแน่นอน
สุดท้ายฉินเฟิงก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ขับรถไปบนถนนต่อไป
ระหว่างทาง สวี่ซวนซวนก็แนบตัวพิงหลังฉินเฟิงตลอดทาง สัมผัสเอากลิ่นอายของความเป็นชายอันรุนแรงอย่างมีความสุข ในขณะเดียวกัน ก็เอากลิ่นน้ำหอมของตนเอง ไปฝากไว้บนตัวของฉินเฟิงด้วย
เหมือนกับพวกสัตว์
แบบนี้ เมื่อผู้หญิงคนอื่นมาเข้าใกล้ฉินเฟิง ก็จะได้รู้ว่าเป็นคนของเธอ
แต่ที่น่าเสียดายก็คือ เธอไม่พบว่า ผู้ชายคนนี้ขี่รถเก่งมากๆ ไม่ว่าจะขึ้นเนินหรือลงเนิน หรือว่าเลี้ยวโค้ง ก็ควบคุมรถได้ดี ทำให้เธอไม่มีโอกาสได้ กระแทกใส่หลังฉินเฟิงเลย
เพื่อให้ผู้ชายคนนี้ได้สัมผัสถึงความนุ่มนวลของเธอบ้าง
ไม่ใช่ว่าเธอเป็นผู้หญิงร่าน ถ้าร่านล่ะก็ หลายปีมานี้ก็คงจะไม่มีผู้ชายเลย แต่ว่าเธอรักฉินเฟิงสุดหัวใจไปแล้ว ภาพที่ช่วยเธอไว้ในครั้งนั้น มันฝังลึกลงไปในหัวใจเธอแล้ว
เย็นชาไม่เหมือนคนอื่น ทำให้เธอลุ่มหลง
ฉินเฟิงยิ่งเย็นชา เธอก็ยิ่งชอบ
ดังนั้น เธออยากได้ความรักของผู้ชายคนนี้มากเลย กระทั่งตอนนี้ก็ยอมทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มา
แต่ว่า ตอนที่เธอพิงใส่หลังฉินเฟิงอยู่นั้น อยู่ดีๆ ฉินเฟิงก็หันมาถาม “ผมถามหน่อย คุณออกมาครั้งนี้ มีบอดี้การ์ดมาด้วยไหม?”
“บอดี้การ์ดน่ะหรือ ตอนออกมารีบร้อนมาก ไม่ได้พามาด้วย”
สวี่ซวนซวนอึ้งๆ
“ถ้างั้นข้างตัวคุณน่าจะมีไส้ศึก ด้านหน้ามีคนตั้งใจมาขวางคุณไว้”
ฉินเฟิงบอกเป็นนัย
เวลานี้สวี่ซวนซวนเพิ่งเห็นหลายร้อยเมตรทางด้านหน้าว่ามีรถยนต์3คันมาขวางไว้ ปิดถนนไว้ทั้งหมด ข้างรถมีคนทำหน้าตาร้ายๆ ยืนสูบบุหรี่อยู่
“น่าจะเป็นคนของตระกูลเติ้ง พวกนั้นมีปัญหาธุรกิจกับตระกูลฉัน อยากจะจับฉันไปบีบบังคับพ่อฉัน คิดไม่ถึงว่าจะมาขวางฉันไว้ตรงนี้ ดูเหมือนว่า ข้างกายฉันมีคนของพวกมันแอบแทรกซึมเข้ามาจริงๆ แต่ว่าตอนนี้ชักจะลำบากแล้วสิ”
สวี่ซวนซวนยื่นหน้าออกไปมองด้านหน้าด้วยใบหน้าร้อนรน
มีคนไม่น้อยเลย
เกรงว่าน่าจะ20กว่าคน
และนักฆ่าที่ตระกูลเติ้งส่งมาครั้งนี้ คงจะไม่ธรรมดา
หรือว่าครั้งนี้ เธอจะต้องจบชีวิตกับฉันฟิงที่นี่เสียแล้ว แต่ฟังๆ ดูแล้วก็ไม่เลวเหมือนกันนะ
แต่ในตอนนี้เอง ฉินเฟิงก็พูดว่า “ไม่ลำบากหรอก ตอนนี้คุณอยากกลับบ้านเร็วหน่อย หรือช้าหน่อยล่ะ?”
“เร็วหน่อย ช้าหน่อยงั้นหรือ? เร็วหน่อยดีกว่า พ่อฉันยังรอฉันอยู่ที่บ้าน”
สวี่ซวนซวนรีบตอบโดยสัญชาตญาณ
เธอไม่รู้ว่าฉินเฟิงจะทำอะไร แต่วินาทีต่อมา ตอนที่เธอตั้งสติขึ้นมาได้นั้น เธอก็รู้ว่าฉินเฟิงจะทำอะไร ฉินเฟิงบิดรถมอเตอร์ไซต์เร็วสุด
และทางด้านหน้า
หัวหน้าที่นำทีมมา ที่ลำคอมีแมงป่องขนาดหนึ่งนิ้ว สายตาโหดเหี้ยมเกินใคร นี่ก็คือราชาแมงป่องจากสี่มหาราชาของตระกูลเติ้ง เป็นคนใช้สองดาบ ใช้ได้อย่างดั่งใจนึก
คนที่สู้กับเขา ส่วนมากจะตายโดยไม่รู้ตัว
แถมยังจิตใจอำมหิต
คนที่สู้กับเขา ส่วนมากจะไม่มีชีวิตรอด
ที่เมืองเปียนไห่ คนมากมายพอได้ยินชื่อของราชาแมงป่อง ก็ต้องสั่นกันขึ้นมาทันที เพราะว่ากลัว
“ในที่สุดก็มากันแล้ว”
ไอ้แมงป่องเลียปากตัวเอง แล้วก็มองรถมอเตอร์ไซต์ทางด้านหน้า สายตาก็เผยรังสีการฆ่าออกมา เขารอที่นี่มาสักพักแล้ว กว่ารถคันนี้จะขับเข้ามา หน้าใหญ่ไม่เบาเลยนะ
ที่ให้ราชาแมงป่องอย่างเขามารอที่นี่
“สวี่ซวนซวน ท่านผู้นำตระกูลบอกไว้แล้วว่า หลังจากจับตัวมึง กูก็จะได้ลองชิมมึง ขอเพียงแค่รักษาชีวิตไว้ก็พอแล้ว ช่างทำให้คนมีความหวังจริงๆ เลยนะ ดาบสองด้ามในมือกูสั่นไม่ไหวแล้ว”
ไอ้แมงป่องรอรถคันตรงหน้าอย่างใจจดใจจ่อ
ใกล้เขาเข้ามาเรื่อยๆ
ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
และเร็วขึ้นเรื่อยๆ
“พี่ใหญ่ พวกมันไม่ชะลอรถ” มีลูกน้องตะโกนขึ้นมา
“กูเห็นแล้ว”
ไอ้แมงป่องก็ตวาดออกไป จากนั้นเขาก็เห็นว่ารถใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เร็วเหมือนเป็นแสงไฟสาดเข้ามา สุดท้ายก็เหมือนเข้ามาที่ตรงหน้าเขา ทำอะไรไม่ได้ ต้องหลบไปทางด้านข้าง
“กล้าไม่ชะลอรถงั้นหรือวะ รนหาที่ตาย!”
ไอ้แมงป่องสบถด่าออกมา ถ้าตายก็โทษเขาไม่ได้
แต่ว่า ภาพต่อจากนั้น ทำให้ใบหน้าร้ายๆ ของเขาต้องอึ้งไป เพราะว่ามีรถBig Bikeคันหนึ่ง ตอนที่เข้ามาใกล้รถยนต์ของเขาแค่ฝ่ามือเดียวแล้วนั้น เห็นว่าใกล้จะชนแล้ว แต่ทันใดนั้น รถก็ยกล้อหน้าขึ้น แล้วก็ข้ามไป
จากนั้น เสียงดังตึ้ง
รถBig Bikeคันนี้ อาศัยความเร็วยกล้อปืนขึ้นบนรถยนต์ของเขาไป จากนั้นก็เสียงดังโครม ขับผ่านหลังคารถยนต์ไปเหมือนบินลอยไป
จากนั้นก็เป็นควันท่อไอเสียคละคลุ้ง มองไม่เห็นรถแล้ว
“ให้ตายเถอะ แบบนี้ก็ได้หรือวะ”
พวกของไอ้แมงป่องก็อึ้งไปกันหมด มือเกาหัว หน้าเอ๋อไป ทีนี้จะให้พวกเชารายงานกับตระกูลเติ้งอย่างไร หรือว่าจะไปบอกว่ารถBig Bikeของพวกนั้นบินได้ จากนั้นก็หนีไปอย่างลอยนวลเลย?
ทักษะนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะเขาเห็นเองกับตา ก็ไม่มีทางเชื่อเหมือนกัน
มันโอเวอร์เกินไป
ยกล้อรถข้ามรถยนต์ที่มีความสูง1.6เมตรไปได้ นี่มันไม่ใช่หนังไซไฟ?