เทพบุตร ทวงแค้น / เทพศึกมังกรหวนคืน - บทที่ 521 สวี่เทียนโย่วลงมือ
ที่สถานีตำรวจของเมืองเปียนไห่!
ก็ถือว่าโอ่อ่าใหญ่โตเหมือนกัน แต่ว่าตอนนี้เป็นเวลา5ทุ่มตรงแล้ว ไม่มีใครอยู่แล้ว ที่สถานีตำรวจก็ไม่มีใครแล้ว มีไฟเปิดอยู่แค่ห้องสองห้องเท่านั้น
อย่างไรเสีย พอตกดึกถึงจะจัดการได้ดีกว่า
“กล้องวงจรปิดถูกปิดไปหมดหรือยัง?”
หยางซิวถามคนอื่นๆ
“ปิดหมดแล้ว คืนนี้กล้องวงจรปิดถูกปิดเพื่อซ่อมระบบ” อีกคนหนึ่งพูดขึ้นมา
“งั้นก็ดี”
หยางซิวทำตาหยี จากนั้นก็พูดว่า “นำตัวคนนี้ไปยังห้องสอบสวนหมายเลข11”
“ครับ”
ลูกน้องก็รับคำสั่ง
ห้องสอบสวนหมายเลข11 เป็นห้องสอบสวนที่ค่อนข้างลึกลับสำหรับฝ่ายในอย่างพวกเขา ใช้เป็นห้องสำหรับสอบสวนนักโทษที่ปากแข็ง นอกจากเป็นพนักงานฝ่ายในของสถานีตำรวจเท่านั้นถึงจะรู้ คนนอกหาห้องนี้ไม่เจอ
แต่ว่าคืนนี้ คนในสถานีตำรวจกลับออกไปเกือบหมดแล้ว
ส่วนคนที่เข้าเวร ก็คือพวกเขา
ไม่มีใครพบห้องนี้ได้ ต่อให้มีเสียงดัง หรือเป็นเสียงร้องโหยหวนอย่างไร ก็ไม่มีใครได้ยิน
นี่ก็คือของขวัญชิ้นใหญ่ที่ติงเจ๋อเตรียมไว้ให้ฉินเฟิง
“ไป”
คนพวกนั้นก็นำตัวฉินเฟิงไปยังห้องสอบสวนหมายเลข11
เป็นห้องที่อยู่ท้ายสุด มีขนาดเล็ก เป็นห้องสอบสวนที่ค่อนข้างอึมครึม ที่กลางห้องมีเก้าอี้อยู่หนึ่งตัว ทำจากเหล็ก ด้านบนมารอยคราบเลือด แต่ว่าฉินเฟิงก็ไม่ได้ถือสาอะไร เดินไปแล้วก็พูดว่า “ให้กูนั่งนี่ใช่ไหม?”
“ใช่”
หยางซิวเห็นฉินเฟิงยิ้มมุมปาก เขาก็รู้สึกว่าหมอนี่ท่าทางจะสบายๆ เหมือนกับมาการเที่ยวพักร้อนเสียอย่างนั้น และสีหน้าแบบนี้ ทำให้เขาไม่พอใจอย่างมาก
เขามาเพื่อทรมานคน
ไม่ได้มาเพื่อให้คนเที่ยวพักร้อน
หยางซิวเดินเข้ามา บนโต๊ะตัวนั้นมีกุญแจข้อมือ เสียงดังแคร่ก หยางซิวก็ล็อกมือของฉินเฟิงไว้กับเก้าอี้ ครั้งนี้ฉินเฟิงไม่ได้ดิ้น พอขยับๆ ตัวก็เกิดเป็นเสียงกรุ๊งกริ๊ง
“คุณภาพถือว่าได้อยู่”
ประโยคนี้ สำหรับหยางซิวแล้ว เหมือนเป็นการประชดพวกเขา แล้วเขาก็โมโหขึ้นมาทันที “ไอ้หนู มึงรู้อะไรไหม กุญแจมืออันนี้ล็อกคนมาไม่รู้กี่คนแล้ว แรกก็ผากแข็งกันทั้งนั้น พอสุดท้ายก็ต้องมาร้องขอพวกกู ขอให้พวกกูปล่อยไป มึงก็จะเหมือนกัน”
“งั้นดิ?”
ฉินเฟิงยิ้มเบาๆ
“มึงนี่มันบ้าจริงๆ ”
หยางซิวอดกลั้นไม่ไหวแล้ว ก็เลยส่งสายตาให้กับคนอื่นๆ จากนั้นก็ถือกระบองไฟฟ้าเข้ามาล้อมฉินเฟิงไว้ พวกเขารู้ว่าหมอนี่อาจจะต่อสู้เก่ง แต่ต่อให้จะเก่งแค่ไหน ใส่กุญแจมือไปแล้วก็ไม่มีทางสู้ได้
สุดท้ายก็ต้องถูกพวกเขาทุบได้อย่างสบายๆ แน่นอน
แถมยังเป็นกระบองไฟฟ้าอีกด้วย
พอถึงตอนนี้จะต้องเอาไฟฟ้าช็อตจนเขาฉี่ราดแน่นอน
นี่ก็คือมื้อใหญ่ที่คุณชายติงเจ๋อบอกว่าจะจัดให้เขา แต่ว่า จนกระทั่งตอนนี้ พวกเขาก็ยังไม่รู้ว่าคนที่พวกเขากำลังเผชิญหน้าด้วยนั้น เป็นบุคคลแบบไหนกันแน่
……
บนถนนสายหนึ่ง
ไอ้โหดยีกำลังพาพวกของจางโก่วกลับไป เตรียมจะไปสั่งสอนคนพวกนั้น แต่ว่าในตอนนี้ มีลูกน้องคนหนึ่งตามเข้ามา “พี่ใหญ่ครับ เกิดเรื่องแล้วพี่ เมื่อครู่นี้พวกเราเห็นคุณฉินอะไรนั่น ถูกรถตำรวจจับตัวไปแล้ว”
“อะไรนะ!”
ไอ้โหดยีอึ้งนิ่งไป “ถูกรถตำรวจจับตัวไปแล้วงั้นหรือ? รถตำรวจพวกนั้นกล้าจับตัวคุณฉินไปงั้นหรือ เบื่อการมีชีวิตแล้วหรือไงกัน ไม่ได้การละ กูจะไปบอกคุณหนูสวี่”
เขารีบโทรออกไป
เพื่อโทรหาสวี่ซวนซวน
“ฮัลโหล”
ตอนนี้สวี่ซวนซวนยังรอฉินเฟิงอยู่ในโรงแรมแห่งนั้น รออย่างร้อนใจ พอเห็นว่ามีสายโทรเข้ามา ก็ดีใจ แต่พอดูละเอียดแล้ว ก็พบว่าเป็นเบอร์แปลก
ทันใดนั้นก็เม้มปากไม่พอใจ
แต่ว่าเธอก็ยังรับสายนั้น เสียงที่ส่งเข้ามาเป็นเสียงของไอ้โหดยี “คุณหนูสวี่ครับ คุณยังจำผมได้ไหม? ผมคือไอ้โหดยีคนนั้นไงครับ คนเมื่อคืน”
“ไอ้โหดยีหรือ?”
สวี่ซวนซวนนึกอยู่นานกว่าจะจำได้ พวกนี้ไม่ใช่คนสำคัญอะไร เธอก็เลยไม่สนใจ พอนึกได้ว่าเป็นเขา ก็ขมวดคิ้วพูดว่า “คุณมีเรื่องอะไร ก็รีบพูดมาเลย ถ้าพูดไร้สาระ ฉันไม่ปล่อยไปแน่”
“คุณฉินถูกตำรวจจับตัวไปแล้ว ตอนนี้ถูกนำตัวไปสถานีตำรวจแล้ว”
ไอ้โหดยีค่อยๆ พูดอย่างระวัง
“อะไรนะ?”
สวี่ซวนซวนสีหน้าเปลี่ยน “คุณเล่าเรื่องในคืนนี้ออกมอย่างละเอียดเลย”
พอไอ้โหดยีเล่ารายละเอียดแล้วนั้น
สวี่ซวนซวนก็วางสายไป สายตาก็ค่อนข้างโมโห “หน็อยแน่ะ เรื่องนี้มันไม่ควรมาจับตัวพี่ฉินเทียน มีคนกำลังหาเรื่องใส่ร้ายพี่ฉินเทียนหรือเปล่านะ?”
แล้วเธอก็รีบโทรศัพท์ออกไป
เธอโทรหาผบ.หวางของสถานีตำรวจ
ชื่อ หวางต้าเหนียน
คือชื่อของคนคนนี้
และหวางต้าเหนียนในตอนนี้ ก็กำลังกอดนัวเนียกับเลขาสาวของตัวเองอยู่ข้างนอก กำลังมีความสุขมาก แต่พอมีสายเข้ามาก็สะดุ้งไป หวางต้าเหนียนก็ขมวดคิ้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับสาย “ฮัลโหล ใคร?”
เวลานี้ เป็นเวลาออกเวรแล้ว แต่ยังมีกล้าโทรมารบกวนเขาอีก?
“ผบ.หวาง ฉันคือสวี่ซวนซวน ได้ยินว่าคนของคุณจับตัวผู้ชายของฉันไป มันเกินไปหน่อยหรือเปล่า หรือว่ามีใครสั่งมาให้ทำ?” สวี่ซวนซวนพูดอย่างไม่เกรงใจ
“เหอะ”
หวางต้าเหนียนหัวเราะเย็นออกมา ใช่ คุณเดาได้ถูกต้อง มีคนสั่งมาให้จัดการ คนนั้นก็คือ คุณชายตระกูลติง ติงเจ๋อ
เขาเป็นถึงคุณชาย
สูงส่งกว่าเด็กผู้หญิงอย่างเธอเยอะเลย
อีกอย่างตระกูลติงก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าตระกูลสวี
ทางนั้นเขาไหว้วานให้จัดการ อาศัยแค่เด็กผู้หญิงอย่างเธอคนเดียว คิดจะมาเปลี่ยนแปลงอะไรได้
ดังนั้น หวางต้าเหนียนก็เลยวางสายไปเลยแบบนี้ ไม่อยากจะไปสนใจ ดึกดื่นยังจะโทรมาอีก ทำเขาเสียอารมณ์หมด แค่เด็กผู้หญิงคนเดียว เขาไม่เก็บเอาไปใส่ใจ
“วางสายใส่ฉันงั้นหรือ!”
สวี่ซวนซวนเห็นฝั่งตรงข้ามวางสายใส่ตนเอง มันเห็นได้ชัดว่าไม่ไว้หน้าตนเองเลย ก็เลยโมโหออกมาทันที
ใช่
เธอเป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่ง ไม่มีความสามารถอะไร แต่ว่าเธอมีไม้ตายอยู่อย่างหนึ่ง
“พ่อคะ มีคนรังแกหนู……หวางต้าเหนียน……มันจับตัวฉินเทียนไป……แถมยังด่าหนูอีก…..”
สวี่ซวนซวนก็เลยโทรไปหาสวี่เทียนโย่ว
ร้องไห้อย่างน่าสงสาร
ทำให้สวี่เทียนโย่วปวดใจมาก
จากนั้นก็ทำให้สวี่เทียนโย่วต้องรีบรับปากออกมา ว่าจะต้องช่วยฉินเฟิงออกมาให้ได้
และไม่นาน สวี่เทียนโย่วก็โทรหาหวางต้าเหนียน ครั้งนี้ทำเอาหวางต้าเหนียนตกใจสะดุ้ง รีบหยิบโทรศัพท์มาดู เห็นเป็นชื่อสวี่เทียนโย่ว ก็โมโหขึ้นมา เด็กโทรมาไม่สำเร็จ ยังให้ผู้ใหญ่โทรมาอีกงั้นหรือ?
“ฮัลโหล”
หวางต้าเหนียนเปิดรับสาย “สวี่เทียนโย่ว ผมจะบอกให้นะ ครั้งนี้คุณชายของตระกูลติงให้ผมไปจับตัวมา ตระกูลติงหาเรื่องด้วยไม่ได้ง่ายๆนะ มาไหว้วานกับผม แล้วก็กำชับด้วยว่าห้ามปล่อยไปเด็ดขาด ดังนั้นยังจะปล่อยไปอีกไหมล่ะ?”
“ปล่อย”
สวี่เทียนโย่วพูดเสียงแข็ง
จะไม่ปล่อยได้ไง ตระกูลติงแล้วไง ไม่ด้อยกว่าตระกูลพวกเขาแล้วไง ถ้าไม่ปล่อยล่ะก็ ลูกสาวตัวเองก็คงจะก่อความวุ่นวายในบ้านแน่ๆ ไม่แน่ก็อาจจะร้องไห้ขู่จะผูกคอตายขึ้นมาอีก
ร้องไห้ขู่จะผูกคอตายยังพอว่า แต่ถ้าเหมือนเมื่อก่อนที่เอาแต่มาขอร้องเขาทุกวัน
ใจเขาก็รับไว้ไม่ไหว
อย่างมากก็แค่สู้กับตระกูลติงสักตั้ง เสียหายไปสักไม่กี่หมื่นล้านเอง