เทพบุตร ทวงแค้น / เทพศึกมังกรหวนคืน - บทที่ 520 หลิวเสี่ยยี่ “ฉันจะช่วยนาย!”
ตู๊ด
ตู๊ด
ตู๊ด
แต่ว่าในเวลานี้ มีรถทางกฎหมายคันหนึ่ง หรือก็คือรถตำรวจมา คุณพ่อคุณแม่เสี่ยวยี่มองดู ก็โล่งใจขึ้นมา “นี่คือตำรวจที่พวกเราแจ้งมา ในที่สุดก็มาแล้ว”
รถตำรวจสามคัน มีคนลงมาหลายคน ผู้นำคือตำรวจที่ใบหน้ามีไฝหนึ่งเม็ด
“คุณตำรวจ คนไปกันหมดแล้วค่ะ ไม่มีอะไรแล้ว รบกวนพวกคุณแล้วค่ะ”
คุณแม่เสี่ยวยี่รีบเข้าไปหา
เธอเองก็ไม่คาดคิดว่าลูกเขยคนนี้ของตัวเองจะเก่งขนาดนี้
“งั้นหรอครับ?”
ตำรวจที่ใบหน้ามีไฝคนนั้นดึงกระบองไฟฟ้าบนตัวออกมา เดินไปทางที่ฉันเฟิน “แต่ผมสงสัยว่าคนยังไม่ได้ไปกัน ไอ้หนุ่ม ตอนนี้พวกเราสงสัยว่านายเกี่ยวข้องกับการต่อสู้ รบกวนไปกับพวกเราด้วย”
“ถ้าหากว่าขัดขืน นั่นก็คือการปฏิเสธกับทางตำรวจ ล้อเลียนสถานีตำรวจของเมืองเปียนไห่ ท้าทายอำนาจรัฐบาลของต้าหัว เช่นนั้น ข้อหาก็หนักแล้วละ”
ตำรวจคนนั้นยิ้มเยาะ โบกมือสั่งให้คนล้อมเข้าไป
บนพื้น เป็นร่องรอยของการต่อสู้
ยังดูมีความเละเทะอยู่
โต๊ะและเก้าอี้กระจัดกระจาย
แล้วยังมีเลือดอยู่ด้วย
เดิมทีเขาได้รับคำสั่งให้มาจับฉินเทียนคนนี้ ยังไม่รู้เลยว่าจะใช้เหตุผลอะไร แต่ว่าตอนนี้ดีละ มีคนแจ้งตำรวจ มีการต่อสู้ มีหลักฐานพร้อม ไอ้หนุ่มคนนี้ติดคุกแน่นอน
“นี่ คุณหัวหน้า ไม่ใช่นะ เขาไม่ได้ต่อสู้ เขามาช่วยพวกเรา พวกคุณเข้าใจผิดแล้ว”
หลิวเสี่ยยี่และคนอื่นๆรีบอธิบาย
“เข้าใจผิด? ไม่ได้เข้าใจผิดครับ พวกคุณต้องถูกบังคับแน่นอน วางใจได้ครับ พวกเราจับเจ้าคนนี้เข้าไป ก็จะไม่ปล่อยออกมาอีก พวกคุณสบายใจได้ จะไม่มีเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นอีกครับ จับตัวไป”
ตำรวจที่บนใบหน้ามีไฝยิ้มชั่วร้าย
เขาไม่สนใจว่าคนพวกนี้พูดอะไร ยังไงซะเขาก็จะจับ
“หัวหน้าคะ พวกคุณเข้าใจผิดแล้ว”
หลิวเสี่ยยี่อยากจะช่วยฉินเฟิง ไปดึงตำรวจพวกนั้นไว้ แต่ว่าถูกตำรวจคนนั้นใช้กระบองไฟฟ้าตีเข้าที่บนร่างกาย ตีจนเธอสลบไปในทันที แล้วโยนเข้าสู่อ้อมอกของคุณพ่อคุณแม่เสี่ยวยี่
“ถ้าหากว่าพวกคุณยังมีการกระทำอะไรอีก จะถือว่าเป็นการทำร้ายตำรวจ และจับเข้าไปทั้งหมด”
ตำรวจคนนั้นดุใส่
“พวกคุณจับตัวคนผิดนี่นา”
คุณแม่เสี่ยวยี่ร้องไห้ออกมา
“จับไม่ผิดครับ พาไป”
ตำรวจคนนั้นออกคำสั่ง
ทันใดนั้น มีคนเตรียมจะเข้าไปใส่กุญแจมือให้กับฉินเฟิง แต่ว่า พวกเขาเข้าใกล้ฉินเฟิงไม่ได้เลย ส่วนฉินเฟิงก็มองตำรวจที่ใบหน้ามีไฝคนนั้น “ใครสั่งให้นายมา?”
“ก็ฉลาดดีนี่นา ติงเจ๋อ คุณชายติงสั่งให้ฉันมา”
ตำรวจมีชื่อว่าหยางซิว
เป็นหนึ่งในลูกน้องของติงเจ๋อ
“งั้นหรอ? งั้นก็ไปกันเถอะ ฉันเดินเองได้ ไม่ต้องให้พวกนายมาใส่กุญแจมือ”
ฉินเฟิงเดินเข้าไปในรถตำรวจนั้นด้วยตัวเอง
ใส่กุญแจมือเขา?
เทพสงครามอันดับหนึ่งของต้าหัว?
พวกเขายังไม่มีสิทธิ์นี้
ที่เขาไปกับคนพวกนี้ เหตุผลหลักก็เพราะว่าครอบครัวของหลิวเสี่ยยี่นั้นจิตใจดี ถ้าหากว่าตัวเองยังอยู่ที่นี่ต่อ ไม่แน่พวกเขาอาจจะยังช่วยเหลืออีก ถึงตอนนั้น พวกเขาเองก็ต้องเข้าไปด้วยแล้ว ไม่ค่อยจะดีนัก
อีกอย่าง ตอนนี้เขายังปกปิดตัวตนอยู่
ยังไม่ถึงเวลาเปิดเผย
“ถือว่ายังมีความคิด”
หยางซิวยิ้มเยาะ พวกเขารู้ว่าฉินเทียนคนนี้จะเป็นเช่นนี้ เพราะยังไงซะการปฏิเสธตำรวจถือเป็นความผิดใหญ่หลวง ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าคนนี้จะแบกรับไหว
ไม่นาน
ฉินเฟิงขึ้นรถตำรวจ
ตื้อๆๆ
ฉินเฟิงถูกพาต้าไป
ทิ้งคุณพ่อคุณแม่เสี่ยวยี่อุ้มหลิวเสี่ยยี่ไว้ สีหน้าร้อนรน พวกเขาเองก็ไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงดี แต่ว่า ในตอนนี้พวกเขาคิดจะช่วยให้หลิวเสี่ยยี่ตื่นขึ้นมาก่อน
หลังจากนั้นหนึ่งนาที หลลิวเสี่ยยี่ถูกกดใต้จมูกแล้วก็ตื่นขึ้นมา
“แม่คะ ฉินเทียนละ?”
หลิวเสี่ยยี่ตื่นขึ้นมา สิ่งแรกก็คือถามว่าฉินเทียนไปไหนแล้ว?
“ถูกพาตัวไปแล้ว”
คุณแม่เสี่ยวยี่เองก็มีสีหน้าเศร้าโศก
“ทำไม ทำไมถึงเป็นอย่างนี้?”
สีหน้าของหลิวเสี่ยยี่ไม่ดี
“ฉันฟังตำรวจคนนั้นพูดว่า เขาเป็นคนของติงเจ๋อ ติงเจ๋อคนนี้อีกแล้ว กูจะไปสู้กับมันเอง” คุณพ่อของเสี่ยวยี่นึกถึงคำพูดของตำรวจเมื่อก่อนหน้านี้ ก็โมโหขึ้นมาทันที
พวกเขาทำอะไรผิดไป
ก็แค่ประชาชนคนธรรมดา
ทำปิ้งย่างขายเลี้ยงครอบครัว
แต่ว่า เป็นเพราะลูกสาวหน้าตาดีเกินไปสักหน่อย จึงมีปัญหาอยู่ทุกวัน ตอนนี้ยังยุ่งเกี่ยวกับตำรวจอีก มาจับตัวลูกเขยของเขาไป
ถ้าหากว่าฉินเฟิงเป็นอะไรไป เขาต้องรู้สึกผิดไปทั้งชีวิตนี้แน่นอน
“ฉันไปสู้กับเจ้าติงเจ๋อนั้นแล้ว”
คุณพ่อของเสี่ยวยี่พูดอย่างโมโห
หลิวเสี่ยยี่เห็นเช่นนี้แล้วก็รีบพูดห้ามว่า “พ่อคะ ไม่เป็นไรค่ะ หนูมีวิธี หนูจะไปหาคนมาช่วยเดี๋ยวนี้ค่ะ”
พูดจบ หลิวเสี่ยวยี่ก็รีบร้อนออกไปจากร้านปิ้งย่าง ส่วนคุณพ่อคุณแม่ของเสี่ยวยี่เห็นว่าเสี่ยวยี่ไปหาคนช่วยแล้ว ก็ไม่มีหนทางทำได้เพียงมอบความคาดหวังไว้ที่ตัวลูกสาว
แต่ว่า ยังไงซะหลิวเสี่ยวยี่ก็เป็นเพียงแค่นักศึกษาคนหนึ่ง
นักศึกษาคนหนึ่งจะมีความสัมพันธ์กับผู้คนมากขนาดไหนได้
สุดท้าย หลิวเสี่ยวยี่วิ่งเข้าไปในซอยแห่งหนึ่ง โทรออกไปเบอร์ที่ก่อนหน้านี้เธอได้ปิดกันทิ้งไปแล้ว “ฮัลโหล ติงเจ๋อ เรื่องคืนนี้ นายเป็นคนทำ? คนก็ถูกนายจับตัวไปงั้นหรอ?”
“ใช่แล้ว”
ติงเจ๋อที่อยู่ในสายมีความได้ใจเล็กน้อย
ตอนนี้เธอรู้ถึงความเก่งกาจของฉันแล้วงั้นหรอ
“นายคิดจะทำอะไร?” หลิวเสี่ยยี่ถามอย่างร้อนรน
“ทำอะไร เธอว่า เจ้านั่นทำลายเรื่องดีของฉัน ฉันจะให้มันตายอยู่ที่นั่น แล้วยังถูกทรมานอย่างหนักจนตายด้วย รู้หรือเปล่า แล้วยังเป็นการตายที่ไม่รู้สาเหตุอะไรอย่างนั้นด้วย”
ติงเจ๋อกลับพูดอย่างไม่รีบร้อน และมีความโหดร้าย
“นาย!”
หลิวเสี่ยยี่ร้องไห้อย่างหนัก สุดท้าย ร้องไห้ไปแล้วเธอก็พูดว่า “ปล่อยเขาไป ฉันสามารถตกลงทุกคำขอของนาย”
ใช่แล้ว
ทุกคำขอ
เธอจะทำอะไรได้อีก เธอเป็นเพียงแค่เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง เด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังเรียนมหาลัยอยู่ ที่บ้านไม่มีอำนาจอะไร และก็ไม่รู้จักผู้มีอำนาจคนไหน ถึงแม้จะรู้จัก แต่ว่าตระกูลติงเป็นตระกูลใหญ่ของเมืองเปียนไห่
จะไปมีปัญหากับตระกูลติงเพื่อเธอยังไงกัน
เธอจะทำอะไรได้อีก
สิ่งเดียวที่เธอสามารถทำได้ ก็คือใช้ร่างกายของตัวเอง ไปแลกกับชีวิตของฉินเทียน
“ในที่สุดก็คิดได้แล้ว หลิวเสี่ยยี่นะหลิวเสี่ยยี่ เธอเป็นแบบนี้แต่แรกก็จบแล้ว ยังทำให้ฉันต้องเสียเวลามากขนาดนี้ จริงๆเลย ที่ตรงข้ามกับสถานีตำรวจ มีโรงแรมแห่งหนึ่ง ไปที่โรงแรมนั้น ฉันจะให้เจ้านั่นมองดูพวกเราทำ อย่างนั้นถึงจะสนุก”
ติงเจ๋อยิ้มอย่างโรคจิตออกมา
ด้านหลังเขายังมีอีกประโยคที่ไม่ได้พูด คือการที่ถูกตีจนเลือดอาบเกือบตาย จากนั้นก็ลากมาดูพวกเขาทำกัน
กล้าโยนเขาติงเจ๋อคนนี้ลงในแม่น้ำ แล้วคิดจะปลอดภัยไม่เป็นอะไรเลย?
เป็นไปไม่ได้!
ครั้งนี้ เขาจะให้เจ้าคนนั้นได้รู้ว่า อะไรที่เรียกว่าความเจ็บปวดที่แท้จริง
และสุดท้าย หลิวเสี่ยยี่ที่ไม่รู้ว่าถูกวางสายไปเมื่อไหร่ พิงเข้าที่กำแพงอย่างหมดแรง ค่อยๆทรุดลงกับพื้น น้ำตานองหน้า กำลังร้องไห้อย่างไร้เรี่ยวแรง
แต่ว่าร้องไห้ไปสักพัก หลิวเสี่ยยี่ก็ใช้มือดันกับพื้น ค่อยๆลุกขึ้น แล้ววิ่งไปยังโรงแรมที่ติงเจ๋อพูด
เธอจะช่วยฉินเฟิง
ไม่ว่ายังไง เธอไม่สนว่าต้องเสียอะไรก็จะต้องช่วยฉินเฟิงออกมาให้ได้
“ฉันไม่ปล่อยให้นายตายอยู่ที่นั่นแน่นอน”