เทพบุตร ทวงแค้น / เทพศึกมังกรหวนคืน - บทที่ 522 ปล่อยตัว
“ผมให้500ล้าน ปล่อยตัวคนนั้นไป”
สวี่เทียนโย่วบอกราคา
ให้500ล้าน เพื่อปล่อยตัวคนคนเดียว นี่ถือว่าเป็นธุรกิจที่ราคาสูงมากแล้ว
เพียงแต่ว่า หวางต้าเหนียนกลับส่ายหัว “สวี่เทียนโย่ว คุณทำแบบนี้ก็เหมือนให้ผมไปหาเรื่องต่อตระกูลติงน่ะสิ? พอถึงตอนนั้น ผมก็ลำบากใจทั้งสองทาง ฝั่งไหนก็ผิดไปหมด เงินมากแค่ไหนก็ทำไม่ได้หรอก”
ไม่ใช่แค่เรื่องของตระกูลที่เล็กหรือใหญ่เท่านั้น
เขายังมีความสัมพันธ์อันดีกับตระกูลติงอีกด้วย
ไม่อาจจะผิดต่อความสัมพันธ์อันดีนี้ เพียงเพราะเงินนิดหน่อย
“ถ้าไม่มีเรื่องอะไรแล้ว ก็ไม่ต้องโทรหาผมแล้วนะ”
พูดจบ หวางต้าเหนียนก็วางสายไปอีก แถมยังยิ้มเย็นพูดออกมาอีกว่า “เหอะ คิดว่าพ่อมึงโทรมาเอง แล้วกูจะต้องฟังหรือไง ไร้เดียงสา”
“นั่นสิ ผู้ชายของฉันเก่งที่สุด”
เลขาสาวของหวางต้าเหนียนก็มานัวเนียบนตัวของเขา สีหน้ายั่วยวน ยากที่คนจะอดใจทนไหว
และไม่นาน หวางต้าเหนียนก็ส่งข้อความให้กับพ่อของติงเจ๋อ จากนั้นก็จัดหนักกับเธอบนเตียงไปจนเหงื่อไหลไคลย้อย
ส่วนสวี่เทียนโย่วที่ถูกวางสายใส่ก็หน้าบึ้งไป จากนั้นก็โทรหาอีกคน “ติงป่าวซาน เห็นแก่หน้าผมหน่อย ปล่อยคนที่คุณจับไปเสีย”
ติงป่าวซานก็คือพ่อของติงเจ๋อ
ได้เห็นข้อความที่หวางต้าเหนียนส่งมาแล้ว และรู้แล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ว่าเขาก็หัวเราะเย็นออกมา “สวี่เทียนโย่ว คุณรู้ไหมว่าลูกชายผมเกือบจะต้องตายในมือมัน จะให้ผมปล่อยมันไปงั้นหรือ? ไม่มีทาง ยิ่งกว่านั้น ตอนนี้ตระกูลของคุณก็กำลังสู้กับตระกูลเติ้งอย่างดุเดือดเลยไม่ใช่หรือ คุณต้องลองพิจารณาดูนะว่า ยังจะต้องการมาสู้กับบริษัทของพวกผมอีกทางงั้นหรือ?”
ติงป่าวซานไม่ได้กลัวตระกูลสวี
ไม่ต้องพูดถึงว่าตระกูลติงของพวกเขาจะมีกำลังไม่ต่างจากตระกูลสวีมากนัก แค่ที่เมืองเปียนไห่ยังมีอีกตระกูลใหญ่อย่างตระกูลเติ้ง ที่ช่วงก่อนหน้านี้เกิดข้อพิพาทของจำนวนเงินธุรกิจกว่าหมื่นล้าน ตอนนี้ก็กำลังเป็นศัตรูกับตระกูลสวี
ถึงขั้นส่งนักฆ่าไปลงมือกับลูกสาวของสวี่เทียนโย่ว
นักฆ่าบนเครื่องบิน ก็เป็นของตระกูลเติ้ง
ตระกูลสวีในตอนนี้ ก็แทบจะเอาตัวไม่รอด ยังจะกล้ามาลงมือกับเขาหรือ?
พูดพล่อยๆ
พูดจบ ติงป่าวซานก็วางสาย ไม่มีอะไรต้องคุยกันแล้ว เขาไม่มีทางเห็นด้วย ลูกชายคนเดียวของตนเองเกือบต้องตายด้วยเงื้อมมือของหมอนั่น จะให้ตนเองปล่อยมันไปได้อย่างไร
และสีหน้าของสวี่เทียนโย่ว ก็อึมครึมจนน่ากลัว
“พ่อบ้าน ใช้กำลังของตระกูลสวีเราทั้งหมด เพื่อช่วยฉินเทียนออกมาให้ได้”
“ครับ”
พ่อบ้านก็จากไป
แต่ว่า สีหน้าของสวี่เทียนโย่วก็ไม่ได้ดีขึ้น เขารู้ว่าพอทางตระกูลพวกเขาเริ่มเคลื่อนไหว ตระกูลเติ้งก็จะเคลื่อนไหวด้วยเหมือนกัน ตระกูลนี้จับจ้องพวกเขาไว้นานแล้ว
และตระกูลติงก็จะเคลื่อนไหวด้วยเหมือนกัน
มีความเป็นไปได้มากที่เขาจะช่วยฉินเฟิงออกมาไม่ได้
แต่ว่า ในตอนนี้เอง ในบ้านพักหลังหนึ่ง ต่งเซิงที่กำลังยืนอยู่หน้าโซฟา สวมแว่นตาทองคำสีหน้าเคร่งเครียด เขายังไม่ได้นอน แต่กำลังอ่านค้นหาอะไรบางอย่าง
แน่นอน เขายืนอ่าน
เขาไม่ได้ยืนนานแล้ว ก็เลยหลงอยู่ในความรู้สึกแบบนี้ไปชั่วขณะ
ตุบ
ตุบ
ต่งกางเดินออกมา “คุณชายครับ คนของพวกเราเพิ่งสืบได้ความว่า คนที่ชื่ออาจารย์ฉินเทียนที่ช่วยรักษาขาให้คุณชายวันนี้ ถูกจับตัวไปยังสถานีตำรวจ ตอนนี้ยังไม่ออกมาเลย สาเหตุก็คือ วันนี้ตอนที่พวกเราออกมา ได้เห็นคุณชายตระกูลติงมาหาเรื่องเขา ผมก็เลยสั่งสอนตระกูลติงแทนเขาไป คิดไม่ถึงว่าพวกนั้นจะใช้อำนาจทางภาครัฐมาจัดการ”
พวกเขาก็คิดไม่ถึงเหมือนกัน
ว่าจะให้หวางต้าเหนียนลงมือ
หวางต้าเหนียนก็ถือว่าเป็นคนที่มีอิทธิพลเหมือนกัน แต่ก็แค่ในเมืองเปียนไห่เท่านั้น ในสายตาพวกเขา อย่างมากก็เป็นแค่พวกฝูงมดเท่านั้น
“อ่อ ตระกูลสวีกำลังหาทางช่วยเขา ตระกูลเติ้งกำลังไปโจมตีพวกเขา ตระกูลติงก็กำลังไปขวางพวกเขาไว้ ถ้าพวกเราไม่ลงมือ เกรงว่าตระกูลสวีจะช่วยอาจารย์ออกมาไม่ได้” ต่งกางกล่าว
“ตระกูลสวี ตระกูลเติ้ง ตระกูลติง น่าสนใจดี แทบจะเป็น3อิทธิพลใหญ่ในเปียนไห่แล้ว คิดไม่ถึงว่าตอนนี้จะมารบรากันเพราะฉินเทียนคนเดียว น่าสนใจ น่าสนใจมากเลยจริงๆ”
ต่งเซิงส่ายหัว ใบหน้าก็ยิ้มๆ
“แล้ว พวกเราจะยื่นมือไปช่วยไหมครับ?” ต่งกางถาม
“ไปช่วยก็ได้ ไม่ไปช่วยก็ได้ ฉินเทียนคนนั้นก็ไม่ใช่คนที่จะไปหาเรื่องได้ง่ายๆ สถานีตำรวจคิดจะรั้งเขาไว้งั้นหรือ? ฝันไปเถอะ”
ต่งเซิงส่ายหัว แต่ก็ขยับแว่นตาพูดขึ้นมาอีกว่า “แต่ เขาไปช่วยตามมารยาทที่มีน้ำใจต่อกันก็ดี อย่างไรเสียพวกเราก็ติดหนี้น้ำใจเขาอยู่”
“ครับ”
ต่งกางตอบรับ
จริงๆ แล้ว ต่งกางไม่รู้ว่าต่งเซิงหวังอยากจะให้เกิดเรื่องหลังจากนี้มากกว่า อยู่ดีๆ ฉินเทียนคนนี้ก็มายังเมืองเปียนไห่ และยิ่งมาเพื่อสอบถามข่าวคราวของตระกูลซือหม่า ก็ยิ่งไม่ธรรมดาไปใหญ่
เขารอคอยเรื่องที่จะเกิดขึ้นหลังจกานี้
เขาอยากจับปลาในน้ำขุ่น
เขาอยากจะเป็นคนคุมเกม
แต่ว่า ตอนนี้เขาจะต้องช่วยฉินเฟิงก่อน แล้วเขาก็รีบโทรศัพท์ออกไป
ติ๊งๆ !
ติ๊งๆ !
เป็นเสียงเรียกเข้าอีกแล้ว เล่นเอาหวางต้าเหนียนที่กำลังทำกิจกรรมรักอยู่ต้องสะดุ้งอีกครั้ง โทรมาอีกแล้ว เกือบทำเขานกเขาคออ่อนหมด เขาก็โมโหขึ้นมาทันที รีบหยิบโทรศัพท์มารับสาย แล้วก็ด่าออกไป “กูจะบอกให้นะ ไม่ปล่อย ไม่ปล่อยโว้ย มึงยังจะกล้าโทรมาอีกนะ ฟังที่กูพูดไม่รู้เรื่องหรือไง?”
พูดกูมึงออกมาเลย เขาโมโหจริงๆ แล้ว
ส่วนเลขาสาวทางด้านหลัง ก็ยังไม่อิ่มเอมกับกิจกรรมที่ทำ ก็นัวเนียอยู่บนตัวของหวางต้าเหนียน แล้วก็พูดออดอ้อนว่า “อย่าไปสนใจเขาเลยน่า พวกเรามาต่อกันดีกว่า ดีไหมจ๊ะ ดีไหม”
น้ำเสียงนี้ ทำให้หวางต้าเหนียนทนไม่ไหว
แล้วเขาก็จะวางสายไป แต่ว่าในโทรศัพท์ก็มีเสียงเย็นยะเยือกดังออกมา “หวางต้าเหนียน มึงไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือไงห้ะ?”
หวางต้าเหนียนที่กำลังจะวางสาย ก็อึ้งตัวแข็งไป
สายตาก็ค่อยๆ เหลือบมามองหน้าจอ ด้านบนเขียนไว้อย่างชัดเจนสองตัว
ชื่อ ‘ต่งเซิง!’
แย่แล้ว!
หวางต้าเหนียนรู้สึกว่าหัวใจของตนเองแทบจะหยุดเต้น
“มาเร็วสิจ๊ะ พวกเรามาต่อกันดีกว่านะ……”
เลขาสาวคนนั้นก็ยังอ้อนอยู่ แต่ว่าตอนนี้ หวางต้าเหนียนไม่มีอารมณ์ไปสนใจเลขาสาวคนนี้แล้ว ก็เลยตบเธอไปฉาดหนึ่ง จากนั้นก็เขามาพูดประจบคนในสายโทรศัพท์ว่า “คุณชาย……ต่ง……เป็นเรื่องเข้าใจผิดนะครับ…..เมื่อครู่นี้….ผมนึกว่าเป็นสายคนอื่นโทรมา…..”
นี่คือต่งเซิงเลยนะ!
ต่อหน้า3ตระกูลใหญ่ เขายังขึงขังใส่ด้วยได้
แต่ว่า ต่อหน้าต่งเซิงนั้น ทำไม่ได้ นี่เป็นถึงราชาในเมืองเปียนไห่เลยสามตระกูลใหญ่ร่วมมือกัน ก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของคนคนนี้ และเมื่อครู่เขาก็ได้ตะคอกใส่ต่งเซิงไป
ตนเองไม่อยากมีชีวิตรอดแล้วหรือไง!
“พวกเอ็งไปจับตัวคนที่ชื่อฉินเทียนใช่ไหม?” น้ำเสียงของต่งเซิงยังคงเย็นชา
“ใช่ครับๆ ”
หวางต้าเหนียนรีบพยักหน้า
แต่ว่าในใจก็คิดขึ้นมาว่า แย่แล้ว มาหาตัวไอ้คนที่ชื่อฉินเทียนอีกแล้ว ไอ้ฉินเทียนคนนี้เป็นใครมาจากไหนกันแน่ ถึงได้มีคนใหญ่คนโตทั้งหลายล้วนมาหาตัวมัน ตอนนี้ต่งเซิงก็ถึงกับต้องโทรมาหาเองเลย
“ปล่อยไปเสีย”
ต่งเซิงพูดออกมาสามคำ แต่ก็พูดต่อท้ายว่า “ตำแหน่งของเอ็งก็ไม่ต้องทำแล้ว ไปติดคุกสักสองปี กูจะไม่ฆ่าเอ็ง”
พอพูดจบ ก็วางสาย
เสียงดังตุบ
หวางต้าเหนียนนั่งฟุบลงพื้น หน้าเสีย จบแล้ว จบเห่แล้ว ชีวิตดีๆ ของเขาไม่เหลือแล้ว แถมยังต้องเข้าไปติดคุกอีก2ปี
สวรรค์นะสวรรค์
กูจะไปจับตัวฉินเทียนนั้นทำไมกัน ทำไมกูถึงไปรับปากทำงานนี้ จนเอาตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย