เทพบุตร ทวงแค้น / เทพศึกมังกรหวนคืน - บทที่ 518 ไอ้โหดยีมาแล้ว
เห็นเพียงจางโก่วคนนั้นจับมือของตัวเองไว้ บนฝ่ามือมีไม้เสียบผักอยู่แท่งหนึ่ง ปักเข้าไปในนั้นอย่างลึก เลือด กำลังไหลหยดออกมา หยดลงที่พื้นทีละนิด
“อ๊าก!”
เพราะความเจ็บปวด ทำให้สีหน้าของจางโก่วบิดเบี้ยว
“ลูกพี่ครับ”
สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงกะทันหันนี้ทำให้ทุกคนต่างก็ตั้งตัวไม่ทัน ลูกน้องพวกนั้นต่างก็อึ้งค้างกันไปหมด แล้วรีบเข้ามาหา
“เสี่ยวยี่”
เวลานี้พ่อแม่ของเสี่ยวยี่ถึงได้เดินเข้าไปหาหลิวเสี่ยวยี่ แล้วกอดปกป้องเธอไว้แน่น
แต่ว่า ในเวลานี้ จางโก่วตะคอกใส่ว่า “ไอ้หนุ่ม แกกล้าทำฉัน!”
เขาถลึงตาโต มองฉินเฟิงด้วยความโกรธ
เมื่อกี้ที่ทำนั่นก็คือฉินเฟิง!
“ทำนาย?”
ฉินเฟิงกำลังกินปิ้งย่างอยู่ ยักคิ้วขึ้นพูดว่า “ทำนาย แล้วทำไม”
“สมควรตาย รุมมัน วันนี้ฉันจะตีให้มันขาหัก” จางโก่วตะคอกเสียงดัง
ทันใดนั้น ที่ข้างกายของเขา ลูกน้องยี่สิบกว่าคนรุมเข้าไป
“ระวัง”
ทางฝั่งหลิวเสี่ยวยี่ทั้งครอบครัวต่างก็ตะโกนออกมากันด้วยความเป็นห่วง
แต่ว่า ฉินเฟิงกลับนั่งกินปิ้งย่างต่อไป ทำเหมือนกับว่าไม่เห็นภาพนี้
ฟิ้ว
และในเวลานี้ มีนักเลงคนหนึ่งที่วิ่งเข้ามาถึงตรงหน้าแล้ว ในมือถือมีดพกไว้ แทงเข้าไปทางด้านหลังของฉินเฟิง พวกเขาต่างก็เคยเห็นเลือดกันมาทั้งนั้น ต่างก็ใจอำมหิต
แต่แล้ว ในตอนที่ใกล้จะแทงโดน ฉินเฟิงก็ขยับ
มือข้างหนึ่งจับเข้าที่มีดพกเล่มนั้น จากนั้นก็หมุน มีดพกแทงเข้าไปในมือของนักเลงคนนั้น ทำให้เกิดเสียงกรีดร้องที่ทำให้ผู้คนหวาดกลัว “อ๊าก…อ๊าก…”
จากนั้น คนอื่นๆเองก็เข้ามาถึงตัวแล้ว
ส่วนฉินเฟิงก็เพิ่งกินปิ้งย่างหมดไปหนึ่งไม้พอดี ในมือกำลังถือไม้เสียบแท่งนั้นไว้ แล้วค่อยๆหันมองพวกเขา
“เก็บค่าคุ้มครอง? แล้วยังขืนใจหญิงสาว? ตอนนี้มันยุคสมัยไหนแล้ว พวกนายกลับยังกล้าทำเรื่องแบบนี้ ดูแล้วคงจะไม่เคยได้รับการสั่งสอนมาก่อน วันนี้ ฉันมาสั่งสอนพวกนายเอง”
ไม้เสียบแท่งนั้นขยับแล้ว
เป็นเหมือนดั่งมีดเล่มหนึ่ง
ขับเคลื่อนอยู่ในกลุ่มผู้คน เพียงแค่สิบวินาที ยี่สิบกว่าคน ต่างก็ล้มลงกับพื้นจนหมด บนฝ่ามือต่างก็มีรูเพิ่มขึ้นมา และกำลังกรีดร้องโอดครวญอย่างหนัก
ไม่มีข้อยกเว้นเลยสักคนเดียว
“ทำลายมือข้างหนึ่งของพวกนาย ถือว่าเป็นการให้การสั่งสอนกับพวกนาย”
ฉินเฟิงสะบัดมือและเอ่ยพูด
เพียงแค่ทำลายมือข้างหนึ่ง ก็เป็นเพราะว่าครอบครัวของหลิวเสี่ยยี่ยังอยู่ด้านข้าง ผู้คนธรรมดาเห็นกองเลือดกันไม่ไหว ดังนั้นฉินเฟิงจึงจัดการอย่างใจกว้าง
เขาปกครองกองทัพเข้มงวดมาก
ถ้าหากว่าเกิดเรื่องอย่างนี้ในกองทัพของเขา อย่างนั้นผลลัพธ์ของคนๆนั้นคงจะอนาถอย่างมาก
ไม่มีข้อยกเว้น
“ทำไม ทำไมถึงเป็นอย่างนี้”
จางโก่วเห็นสภาพนี้ก็นิ่งอึ้งไป ถอยหลังไปสองก้าว เกือบจะล้มนั่งลงกับพื้น พวกเขามียี่สิบกว่าคน จัดการกับเพียงแค่คนเดียว แต่กลับถูกจัดการทิ้งจนหมด อีกอย่างยังใช้เพียงแค่ไม้เสียบแท่งเดียวจัดการด้วย พูดออกไปคงจะไม่มีใครเชื่อ
“หึ ลูกเขยของฉันเป็นเกษียณทหารมาเชียวนะ”
คุณแม่ของเสี่ยวยี่เห็นสภาพนี้แล้วก็ดีใจมีความสุขอย่างมาก
อย่างที่คิด
ลูกเขยที่แสนดีของตัวเองไม่ได้หลอกตัวเองจริงๆด้วย เขาเป็นทหารมาจริงๆ ไม่อย่างนั้นจะมีฝีมือดีขนาดนี้ได้ยังไงกัน การแสดงออกครั้งนี้ ยิ่งทำให้พวกเขาพอใจมากขึ้นไปอีก
คำพูดนี้ถูกจางโก่วได้ยินเข้าพอดี พูดด้วยแววตาเกลียดชังว่า “ก็แค่เคยเป็นทหารมาก็เท่านั้นไม่ใช่หรือไง? ก็แค่สู้เก่งเท่านั้น สู้เก่งมากแค่ไหน จะสามารถสู้กับคนกลุ่มใหญ่ไหวงั้นหรอ? พวกแกรอไว้เลย กูเรียกคนมา”
ในฐานะนักเลงคนหนึ่ง สู้เก่งไม่เก่งก็อีกเรื่อง แต่ว่าสามารถเรียกคนมาเยอะได้เป็นความเก่งของพวกเขา
โดยเฉพาะจางโก่วที่เบื้องบนยังมีลูกพี่อีก
จางโก่วจึงโทรสายออกไปในทันที “ลูกพี่ครับ พวกผมถูกคนทำร้ายครับ….”
บลาๆพูดออกไปมากมาย
หลังจากพูดจบ จางโก่วกุมมือที่มือเลือดข้างนั้นไว้ ใบหน้ายิ้มโหดร้ายออกมา “ไอ้หนุ่ม แกอย่าหนีละ ลูกพี่ของฉันอย่างมากห้านาทีก็มาถึง แกสู้ยี่สิบคนไหว งั้นแกสู้คนนับร้อยไหวมั้ยละ?”
เขาพามายี่สิบกว่าคน
แต่ว่าลูกน้องของเขามีอยู่หลายร้อยคน
แค่พามาทั้งหมด ก็สามารถทำให้ฉินเฟิงตกใจกลัวจนตายได้
“หลายร้อยคน”
หลิวเสี่ยยี่และคนอื่นๆต่างก็หน้าซีด หลิวเสี่ยยี่รีบหันหน้าไปมองฉินเฟิง พูดอย่างเป็นกังวลว่า “คือว่า อีกฝ่ายมีคนเยอะมากเกินไป เรื่องนี้เป็นเรื่องของครอบครัวฉัน นายรีบไปซะเถอะ”
เกิดขึ้นเพราะเธอ เธอไม่อยากลำบากฉินเฟิงเพราะตัวเธอเอง
ดังนั้น ถึงแม้เธอจะรู้ว่าถ้าหากฉินเฟิงจากไปแล้วเธอจะพบเจอกับความทรมาน เธอก็จะให้ฉินเฟิงไป เธอไม่อยากเป็นภาระฉินเฟิง
พ่อแม่ของเสี่ยวยี่อยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูด
ต่างก็มองฉินเฟิงไว้
พวกเขาอยากจะมองดูการตัดสินใจของผู้ชายคนนี้ ถ้าหากว่าอยู่ ก็แสดงว่าผู้ชายคนนี้มีความรับผิดชอบ พวกเขาสองคนก็ยอมรับเขาอย่างแท้จริง และคุ้มค่าที่จะฝากลูกสาวให้กับเขา
แต่ว่า ถ้าหากจากไป
ในอนาคต พวกเขายอมตาย ก็ไม่ยอมให้เดรัจฉานคนนี้มีความสัมพันธ์อะไรกับลูกสาวของตัวเองอีก
นี่เหมือนกับเป็นบททดสอบสุดท้าย
และสุดท้าย ฉินเฟิงก็ไม่ได้ทำให้พวกเขาผิดหวัง
“ไม่เป็นไร หลายสิบคน หรือหลายร้อยคน สำหรับฉันแล้วก็เหมือนกันหมด” ฉินเฟิงพูดนิ่งๆ
เขาพูดความจริง
กำลังการต่อสู้ของปรมาจารย์ในยุคนี้ ทั่วทั้งต้าหัวมีเพียงไม่กี่คนที่มีกำลังการต่อสู้เช่นนี้ พวกคนส่วนที่เหลือพวกนั้นล้วนเก็บตัวอยู่ในตระกูล ยกเว้นว่าจะถึงขั้นเกี่ยวกับความเป็นความตายของตระกูลถึงจะยอมออกมา
อีกอย่าง ระดับเดียวกัน ความสามารถได้เทียมทาน
หญ้าต้นหนึ่ง ก็สามารถทำลายได้หมด
แต่ว่าถึงแม้ฉินเฟิงจะคิดเช่นนี้ แต่คำพูดนี้ สื่อไปถึงทางครอบครัวของหลิวเสี่ยยี่ก็ไม่เหมือนกันแล้ว คำพูดนี้พูดออกมา ก็เหมือนกับเป็นความกล้าหาญ เพื่อไม่ทำให้พวกเขาเป็นกังวล แล้วจงใจพูดเช่นนี้
“นาย….”
หลิวเสี่ยยี่ปิดปากไว้ ในดวงตามีน้ำตาคลอ เธอรู้สึกซาบซึ้งหวั่นไหว
คนนี้เป็นเพียงแค่คนใจดี แต่กลับยอมกล้าหาญเพื่อเธอ
ผู้ชายอย่างนี้ ไปหาจากที่ไหนอีก
เธอตัดสินใจแล้ว หลังจากจบเรื่องนี้แล้ว เธอจะรู้จักคบหากับคนใจดีคนนี้ให้ดี ในใจของเธอกำลังยอมรับฉินเฟิงแล้ว ที่จริงแล้วถ้าหากฉินเฟิงสารภาพรักมาตอนนี้เลย หลิวเสี่ยยี่ก็คงไม่ปฏิเสธ
ส่วนคุณพ่อคุณแม่หลิวต่างก็พยักหน้ารัวๆ
“สมแล้วที่เป็นลูกเขยที่ฉันชอบ มีความกล้าหาญ มีความรับผิดชอบ ฉันยิ่งอยู่ยิ่งชอเจ้าหนุ่มคนนี้แล้วละ ไม่รู้เลยว่าหลานคนโตของฉันจะเหมือนเขา หรือเหมือนลูกสาวของฉัน”
คุณแม่เสี่ยวยี่กำลังนึกถึงหลานคนโตของตัวเองแล้ว
จากที่เธอดู เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่แน่นอนแล้ว ถึงแม้หลิวเสี่ยยี่จะไม่ยอมรับ แต่พวกเขาก็ยอมรับ
ลูกเขยที่ดีขนาดนี้ ถือโคมไฟไว้หายังหาได้ยากเลย
ส่วนใบหน้าของคุณพ่อของเสี่ยวยี่มีร่องรอยความชรา มีหนวดเครา ยังไงซะก็เป็นเสาหลักของบ้าน มีความสงบมากกว่าคุณแม่เสี่ยวยี่เยอะ “พ่อหนุ่ม มีความพยายาม ไม่เลวจริงๆ ดีกว่าฉันตอนนี้ที่ไม่รอบคอบเยอะเลย”
เขามองดูฉินเฟิง ก็เหมือนดั่งเห็นตัวเองในตอนนั้น
ยังหนุ่ม มีความพยายาม
เมื่อก่อนก็เคยพบเจอกับนักเลงแบบนี้ เขาเองก็กล้าเข้าไปต่อสู้ แต่ว่าตอนนี้ไม่ไหวแล้ว
เขามีครอบครัวแล้ว มีความกังวล แล้วก็ใจเสาะลง ถูกชีวิตขัดเกลามุมของตัวเองไปหมด
“เป็นทหารมา ไม่เลว ฉันชอบทหาร ลูกเขยคนนี้ ฉันเองก็ยอมรับแล้ว”
ในวินาทีนี้ คุณพ่อคุณแม่หลิวเองต่างก็ตัดสินใจแล้ว
ถึงแม้สุดท้ายหลิวเสี่ยยี่จะไม่ยอมรับ พวกเขาก็จะจับมัดหลิวเสี่ยยี่มอบให้กับฉินเทียน
ลูกเขยคนนี้
พอใจมากจริงๆ