เทพบุตร ทวงแค้น / เทพศึกมังกรหวนคืน - บทที่ 512 ความคิดของต่งเซิง
ฉินเฟิงพักผ่อนอยู่ในห้องพักผ่อนห้องหนึ่ง ต่งกางเป็นคนบริการด้วยตัวเอง
หลังจากนั้นสี่ชั่วโมง
มีคนเปิดประตูเข้ามา เป็นแพทย์แก่คนนั้นเดินเข้ามา เข้ามาถึงก็คุกเข่าลงกับพื้น “ฉันมีตาไม่มีแววเอง ดูถูกท่านปรมาจารย์ ท่านปรมาจารย์ลงโทษผมได้ตามสบายเลยครับ ผมยอมรับทั้งหมด”
คำนับขอโทษแล้ว
แต่ว่า ฉินเฟิงไม่มีอารมณ์จะมาคิดแค้นอะไรกับเขา เพียงแค่เดินออกไปพร้อมกับต่งกาง
แต่ว่า ตาแก่คนนั้นกลับไม่ยืนขึ้น
คุณชายบอกว่า ต้องคุกเข่าจนเขาพอใจ ถ้ายังไม่พอใจก็ให้คุกเข่าไปเรื่อยๆ
ไม่นาน ฉินเฟิงก็มาถึงห้องทำงานชั้นบนสุด ต่งเซิงก็ยังนั่งอยู่ที่นั่งตำแหน่งเดิม แต่ไม่เหมือนกับหน้าตาเย็นชาเหมือนก่อน ต่งเซิงในตอนนี้มีใบหน้ายิ้มแย้มยินดี กำลังลูบไล้ขาของตัวเอง
เหมือนกับโรคจิตคนหนึ่ง
แต่ว่า ก็พอเข้าใจได้
เพราะก็ผ่านมาสิบปีแล้ว ขาของเขาไร้ความรู้สึกมาโดยตลอด แต่ตอนนี้มีความรู้สึกแล้ว เขาต้องยินดีปรีดาอยู่แล้ว
“มีความรู้สึกแล้ว ฉันคิดว่า ฉันสามารถลุกขึ้นยืนได้” ต่งกางพูดอย่างดีใจ
ฉินเฟิงเดินเข้าไป ดึงเข็มออกทีละเข็ม จากนั้นก็ยกมือขึ้น “นายสามารถลุกขึ้นยืนได้แล้ว”
ต่งเซิงลองใช้แรง และจากนั้นเขาก็ลุกขึ้นยืนได้จริงๆ จนสุดท้าย ร่างกายยืนตรงของเขา มองดูท้องฟ้าด้านนอก เขาไม่เคยรู้สึกได้มาก่อนว่าท้องฟ้าในวันนี้จะสวยงามมาขนาดนี้
ทำให้ผู้คนลุ่มหลง
สิบนาทีเต็มๆ
ต่งเซิงกำลังเพลิดเพลินอยู่กับการที่ขาของตัวเองฟื้นฟูขึ้น และสูดดมอากาศอย่างโลภมาก สุดท้าย ก็หันหน้ามาทางฉินเฟิง “ครั้งนี้นายรักษาฉันหาย ฉันรู้สึกขอบคุณนายมาก นายต้องการอะไร อำนาจ ตำแหน่ง เงินทอง หรือผู้หญิง เพียงแค่นายพูดมา ฉันให้นายได้หมด”
ในวินาทีนี้ เขาเป็นผู้สืบทอดตระกูลต่งที่สูงส่ง
แต่แล้ว
เขาไม่รู้ว่าคนที่เขาเผชิญหน้าด้วยเป็นบุคคลที่ทำให้ตระกูลต่งเองยังต้องหวาดหวั่น
ตระกูลต่งเองก็นับว่าเป็นตระกูลใหญ่ เหมือนดั่งตระกูลซือหม่า ประวัติศาสตร์ยาวนาน แต่ตระกูลซือหม่าตอนนี้ยังโดนฉินเฟิงไล่ตาม จนไม่กล้าแม้แต่จะโผล่หน้าออกมา ถ้าหากว่าซือหม่าเฉินรู้ว่าเขาใช้ท่าทางนี้ต่อฉินเฟิงละก็
คงจะต้องคิดว่าต่งเซิงบ้าไปแล้วแน่นอน
ผู้สืบทอดตระกูลต่ง อยู่ต่อหน้าฉินเฟิงนับว่าเป็นตัวอะไร
ที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือ ที่จริงแล้วฉินเฟิงก็ไม่ได้เป็นวิชาการแพทย์อะไร แต่ว่าห้ามความสามารถของตัวเองไม่ได้ ความสามารถอย่างปรมาจารย์ที่ยิ่งใหญ่ ทั่วประเทศมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น และตระกูลต่งเองก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะให้ปรมาจารย์ที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่งมารักษาให้
ปรมาจารย์ที่ยิ่งใหญ่ถ้าไม่ใช่ผู้นำอาวุโสของตระกูลที่ตัดออกจากโลกภายนอก นั่นก็คือเทพสงครามอันดับหนึ่งของต้าหัวที่อยู่ในกองทัพทหาร
ตระกูลต่งของเขาสามารถเรียนเชิญมาได้ที่ไหนกัน
ถ้าหากว่าตระกูลต่งรู้ว่า ฉินเฟิงรักษาต่งเซิงด้วยตัวเองละก็ คงจะคิดว่าได้รับแต้มบุญ ต่งเซิงได้มหาโชคแล้ว
แต่ว่า ยังไงซะตอนนี้ฉินเฟิงก็อยู่ในตัวตนที่ถ่อมตน ก็ไม่ได้รู้สึกโกรธอะไร เพียงแค่ใช้สายตาส่งสัญญาณให้กับสองคนด้านข้าง
“ออกไป”
ต่งเซิงเข้าใจได้ในทันที จึงรีบบอกกับทั้งสองคนนั้น
“คุณชายครับ ถ้าหากผมออกไป แล้วคุณมีอันตราย….”
ต่งกางมีความลังเล
“ออกไป ถ้าหากเขาจะทำร้ายฉัน คงทำไปนานแล้ว ไม่จำเป็นต้องรักษาขาของฉันให้หายหรอก ออกไปซะ” ต่งเซิงพูดต่อว่า
“ครับ”
ครั้งนี้ต่งกางถึงได้ค่อยๆถอยออกไป
“ลูกน้องของฉันไม่มีมารยาท ท่านปรมาจารย์อย่าได้กล่าวโทษนะครับ ในห้องทำงานของฉันไม่มีกล้องวงจรปิด และก็ไม่มีใครกล้าแอบฟัง ทุกเรื่องที่ท่านปรมาจารย์พูด ฉันเองก็จะจดจำไว้ในใจ ไม่พูดออกไปแน่นอนครับ”
ต่งเซิงค่อยๆพูด
เขาเป็นคนฉลาด รู้ว่าทำไมถึงต้องให้สองคนนั้นออกไป
ถ้าไม่ใช่เรื่องไม่ดีที่ให้คนอื่นรู้ไม่ได้ ก็เป็นเรื่องใหญ่
ไม่ว่ายังไง ก็ล้วนไม่ควรหลุดรอดออกไป
“ดีมาก สมแล้วที่เป็นคนที่ซือหม่าเฉินแนะนำมา”
ฉินเฟิงพูดนิ่งๆ
“ซือหม่าเฉิน”
ทีนี้ ต่งเซิงถึงได้รู้ว่าเบอร์โทรส่วนตัวของขาไปอยู่ที่ฉินเฟิงได้ยังไง ที่แท้ก็ซือหม่าเฉินเป็นคนให้ เขาจดจำบุญคุณของซือหม่าเฉินไว้ในใจ
“ถ้าอย่างนั้นขอถามท่านปรมาจารย์?”
“ฉันต้องการตำแหน่งที่อยู่ของตระกูลซือหม่า”
ฉินเฟิงไขว้แขวนพูด
ทันใดนั้น ห้องทำงานแห่งนี้ก็เงียบสงบลง
ต่งเซิงเองก็รู้แล้วว่าทำไมถึงต้องให้สองคนนั้นออกไป ตระกูลซือหม่า เป็นสิ่งต้องห้ามอย่างหนึ่งในต้าหัวตอนนี้ เพราะว่าเดิมทีเป็นตระกูลอันดับหนึ่งของต้าหัว แต่เพราะเป็นกบฏ จึงไม่ให้ใครพูดถึง
ใช่แล้ว
ไม่กล้าพูดถึง
ตระกูลซือหม่าเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์มากมายในต้าหัว
แม้แต่ตระกูลต่ง ก็มีความเกี่ยวข้องมากมายกับตระกูลซือหม่า
แต่ว่า
หลังจากเงียบไปหนึ่งนาที ต่งเซิงก็เงยหน้าขึ้นพูดว่า “ตึกเทียนฮัวทิศตะวันตกของเมือง ที่นั่นเป็นทรัพย์สินของตระกูลซือหม่าในเมืองเปียนไห่ ส่วนอย่างอื่น ฉันไม่รู้จริงๆ ตระกูลซือหม่าซ่อนตัวได้ดีมาก ฉันอยู่ที่เมืองเปียนไห่เกือบจะสิบเจ็ดปีแล้ว ครอบครองอำนาจในเมืองเปียนไห่กว่าครึ่งหนึ่ง แต่ก็สืบได้เพียงแค่เท่านี้ นายสืบตามจากตึกเทียนฮัว ไม่แน่อาจจะสืบเจอ ฉันช่วยไม่ได้ ตระกูลซือหม่ากับตระกูลต่งมีความเกี่ยวข้องกันมากเกินไป”
“พอแล้วละ บุญคุณในครั้งนี้ คืนหมดแล้ว” ฉินเฟิงพูด
มีเบาะแสแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็ง่ายแล้วละ
“ในเมืองเปียนไห่ ถ้าหากว่านายเจอเรื่องอะไร สามารถแจ้งชื่อฉันออกไปได้ สามารถรับประกันว่านายจะปลอดภัยไม่เป็นอะไร” ต่งเซิงพูด
ฉินเฟิงรู้สึกว่าบุญคุณทดแทนหมดแล้ว
แต่ว่าเขาไม่รู้สึก
ขาคู่นี้ ทำให้เขาเงียบสงบมายี่สิบกว่าปี ถูกส่งมาที่เมืองเปียนไห่แห่งนี้ ถึงแม้จะถือว่าเป็นเจ้าของถิ่นในเมืองเปียนไห่แห่งนี้แล้วจะยังไง แต่เขาก็ยังไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้
แต่วันนี้ เขาลุกขึ้นยืนแล้ว ถึงแม้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตระกูลซือหม่าเขาจะช่วยไม่ได้ แต่ในเมืองเปียนไห่แห่งนี้ เขาจะปกป้องฉินเฟิงคนนี้
สิ่งนี้เป็นเพียงสิ่งเดียวที่เขาจะสามารถทำได้แล้ว
“โอเค”
ฉินเฟิงตอบตกลง
ต่งเซิงคนนี้สามารถทำความรู้จักกับซือหม่าเฉินได้จะต้องไม่ธรรมดา ถ้าหากบอกว่าตระกูลสวี่เป็นราชาของเมืองเปียนไห่ อย่างนั้นตระกูลต่งก็เป็นจักรพรรดิไท่ชางแล้ว ในเมืองเปียนไห่ เขาต่งเซิงถึงจะเป็นคนที่สั่งการทุกอย่างได้
ต่งกางส่งฉินเฟิงออกไปด้วยตัวเอง
“คุณชายครับ”
แพทย์คนนั้น ยังคุกเข่าอยู่กับพื้น ตั้งแต่ต้นจนจบ ฉินเฟิงก็ไม่ได้สนใจเขา แต่ยังไงซะเขาก็ยังเป็นคนของตระกูลต่ง สุดท้ายจึงมาที่ตรงหน้าของต่งเซิง
“ออกไปสำนึกผิดสักหลายปีเถอะ ตอนนี้ฉันไม่อยากจะเห็นหน้านาย” ต่งเซิงพูดด้วยสายตาเย็นชา
“ครับ”
ภายในใจของแพทย์ผ่อนคลายลง ภายในใจของคุณชายก็ยังเห็นแก่ความสัมพันธ์เก่าอยู่ ไม่ได้สั่งไล่ออกไปโดยตรงเลย เพียงแค่เขาทำตัวดี อย่างนั้นก็จะยังมีโอกาสกลับมาได้อีก
แต่หลังจากที่แพทย์จากไปแล้ว
ต่งเซิงก็ลุกขึ้นยืนตรงหน้าหน้าต่างกระจกใหญ่ มองดูทิวทัศน์ด้านนอก หรี่ตาลง ดูมีความโลภมาก “ฉันหลับใหลนานเกินไปแล้ว อัจฉริยะทั้งสี่ของมณฑลเจียงในตอนนั้น มีเพียงแค่ฉันคนเดียวที่ถูกกักขังอยู่ในเมืองเปียนไห่เล็กๆแห่งนี้ ครั้งนี้ สองขาของฉันฟื้นฟูแล้ว มีบางอย่าง ฉันเองก็ควรจะเอากลับคืนมาแล้ว ส่วนคนเมื่อกี้….”
เมื่อนึกถึงฉินเฟิง แววตาของต่งเซิงมีความรู้สึกจัดการได้ยากแวบเข้ามา
เดิมทีเขาคิดจะสยบฉินเฟิงไว้ ยังไงซะก็มีวิชาการแพทย์ที่เก่งกาจมากขนาดนี้ อย่างนั้นหนทางในอนาคตของเขา จะต้องมีประโยชน์อย่างมากแน่นอน แต่เขาพบว่า ในตอนที่เจ้าคนนั้นพูดถึงตระกูลซือหม่า ในแววตาไม่มีความหวาดกลัวเลยสักนิด
แม้แต่ความระมัดระวังก็ไม่มี
เช่นนั้น คนนี้ก็เป็นคนที่อวดดี หรือไม่ก็ เขาไม่ได้กลัวตระกูลซือหม่า