เทพบุตร ทวงแค้น / เทพศึกมังกรหวนคืน - บทที่ 510 ขวางฉัน?
Boundless Technology Group
ฉินเฟิงอยากจะขึ้นไป แต่ว่าถูกรปภ.ขวางไว้ที่หน้าประตู
“หยุด นายมาทำอะไร?”
รปภ.สองคนถือกระบองไฟฟ้าไว้ โบกสะบัดไปมา จ้องมองฉินเฟิง สำรวจมองฉินเฟิง ถึงแม้จะใส่เสื้อผ้าสะอาดสะอ้าน แต่ไม่มีตัวไหนที่เป็นของแบรนด์เนมเลย จึงทำให้แววตาของพวกเขาปรากฏความดูถูกออกมา
ไอ้คนจนจากไหนกัน
แล้วยังคิดอยากจะเข้า Boundless Technology Group ของพวกเขา
“มาหาคน” ฉินเฟิงพูดนิ่งเฉย
“หาใคร?”
รปภ.สองคนถามต่อ
“ต่งเซิง”
ฉินเฟิงพูดคำนี้ออกมา
“ต่งเซิง? นั่นเป็นถึงท่านประธานของพวกเรา นายที่ดูแล้วเป็นคนจนอย่างนี้ กลับคิดอยากจะเข้าไป Boundless Technology Group แล้วยังอยากจะพบท่านประธานของเรา ตลก งั้นฉันถามนาย ได้นัดไว้หรือเปล่า?”
ลู่ซินหานที่เดินผ่านหัวเราะเยาะออกมาในทันที
“ผู้จัดการครับ”
รปภ.สองคนที่อยู่ด้านข้าง เมื่อเห็นผู้หญิงคนนี้ ก็รีบก้มหัวทันที
ลู่ซินหาน ผู้จัดการใหญ่ของ Boundless Technology Group และก็เป็นแฟนคลับอันดับหนึ่งของท่านประธาน Boundless Technology Group ด้วย คอยเอาแต่ตามจีบท่านประธานต่งเซิงของ Boundless Technology Group อย่างบ้าคลั่งมาตลอด
ส่วนเรื่องต่างๆที่เป็นการใส่ร้ายต่งเซิง เธอเป็นคนแรกที่ลุกออกมาปกป้อง
“ไม่ได้นัด”
ฉินเฟิงส่ายหัว “แจ้งไปหน่อย เขามาพบฉันแน่”
“เหอะ แจ้งไปหน่อย เขาจะมาพบนาย ตลกแล้ว นายคิดว่านายเป็นใคร นั่นเป็นถึงทานประธาน Boundless Technology Group เชียวนะ ท่านประธานอ่ะ นายรู้จักมั้ย? นายบอกให้เขามาพบนาย มาพบนายเนี่ยนะ?”
ลู่ซินหานหัวเราะเยาะ กอดอกพูดว่า “ฉันดูแล้ว นายคิดชั่วร้ายกับประธานต่งของพวกเรามากกว่า รปภ. ไล่ตีมันออกไปซะ ต่อไปเมื่อเห็นเขา เห็นครั้งหนึ่งตีครั้งหนึ่ง”
เธอโบกมือ รปภ.พวกนั้น ก็ถือกระบองไฟฟ้าเดินเข้ามาหาฉินเฟิง
“ไอ้หนุ่ม นายจบเห่แล้ว วันนี้ถ้าไม่ได้แขนขาหัก นายหนีไม่พ้นแล้วละ”
รปภ.พวกนั้นรีบเข้ามาล้อมไว้ สายตาไม่เป็นมิตร
ส่วนฉินเฟิงก็ยังไขว้แขนยืนอยู่กับที่เหมือนเดิม มองดูพวกเขา แล้วเอ่ยปากพูดว่า “พวกนาย ไม่อนุญาตให้ฉันเข้าไป แล้วยังจะตีให้ฉันขาหักงั้นหรอ?”
“พูดไร้สาระ”
ลู่ซินหานหัวเราะเยาะ
“เธอชื่อว่าอะไร?”
ฉินเฟิงมองไปทางลู่ซินหาน
“ฉันชื่อลู่ซินหาน เปิดเผยตนอย่างองอาจ วันนี้คนที่ขวางนายไว้ก็คือฉัน” ลู่ซินหานกอดแขนไว้ พูดด้วยใบหน้าเย่อหยิ่ง
“ดี”
ฉินเฟิงล้วงเอาโทรศัพท์ออกมา โทรออกไปสายหนึ่ง “ฉันสามารถรักษาขาของนายได้ แต่ว่าฉันถูกรปภ.ขวางไว้ที่หน้าประตู แล้วยังมีผู้หญิงคนหนึ่งที่ชื่อว่าลู่ซินหาน พูดว่าจะตีฉันให้จนขาหักอีกด้วย”
พูดจบ ก็วางสายไป
แต่ว่า คำพูดพวกนี้พวกเขาได้ยินอย่างชัดเจน ส่วนลู่ซินหานกอดอกยิ้มเยาะและพูดว่า “นายโทรหาใครละ? ท่านประธานของเราหรอ ฮ่าๆ น่าขันจริงๆ ท่านประธานของเรา งานยุ่งจะตาย จะมาสนใจนาย? ยิ่งไปกว่านั้น เบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวของท่านประธาน แม้แต่ฉันเองยังไม่รู้ แล้วนายจะรู้งั้นหรอ? นายแสดงอยู่ที่นี่ไปเถอะ แสดงไปเลย ฉันให้เวลานายหนึ่งนาที ฉันจะลองดูว่านายจะแสดงอะไรออกมาได้บ้าง”
ลู่ซินหานมองดูนาฬิกา
หลังจากผ่านไปหนึ่งนาที ลู่ซินหานเงยหน้าขึ้น ความดูถูกบนใบหน้าเห็นได้อย่างชัดเจน เอ่ยปากพูดว่า “ครบหนึ่งนาทีแล้ว นายเรียกอะไรมา ไม่เห็นเรียกอะไรมาเลย ไม่ใช่หรอ? โอกาส ฉันให้นายไปแล้ว แต่ว่า นายไม่คว้ามันไว้เอง ไป ตีขาของมันให้หัก”
ลู่ซินหานโบกมือ ทันใดนั้นรปภ.ก็พุ่งเข้าไป
แต่แล้ว
ในขณะที่กระบองไฟฟ้าในมือของรปภ.ที่ส่งเสียง ‘จี๊ด จี๊ด จี๊ด’ กำลังจะฟาดเข้าที่ตัวของฉันเฟิน ภายในบริษัทก็มีเสียงดุดันเสียงหนึ่งดังออกมาว่า “หยุด”
รปภ.พวกนั้นต่างก็หยุดมือ
เพราะว่าพวกเขารู้จักเสียงนี้ บอดี้การ์ดของประธานต่ง และเป็นเลขาด้วย เป็นผู้ชาย ชื่อว่าต่งกาง
เมื่อพวกเขาหันหน้ามองไป เป็นต่งกางจริงๆด้วย ชายร่างใหญ่ที่สวมเสื้อสูท
“เลขาต่งคะ”
ทุกคนมองเห็นบุคคลนี้ ลู่ซินหานเองก็มองเห็นแล้ว จึงรีบก้มหน้าแล้วเอ่ยปากพูด
แต่ว่า ลู่ซินหานเห็นต่งกางแล้วก็รีบพูดว่า “เลขาต่งคะ คุณสั่งให้หยุดทำไมคะ ไอ้คนนี้ คิดอยากจะบุกรุกเข้าวุ่นวายบริษัทของเรา ตอนนี้ฉันกำลังขับไล่ออกไปอยู่ค่ะ”
“ขับไล่ออกไป?”
ต่งกางเดินไปตรงหน้าของลู่ซินหาน เหลือบมองเธอ แล้วค่อยพูดอย่างจริงจังว่า “ขับไล่ออกไป? ท่านประธานสั่งให้ฉันมารับเขาขึ้นไป เธอมาขับไล่ออกไปแล้วให้ฉันมารับอะไร”
“ท่านประธานสั่งให้คุณลงมารับ!”
ลู่ซินหานอึ้งไป
ท่านประธานเป็นคนพูดเอง
อย่างนั้น สายเมื่อกี้นี้ โทรไปหาที่ท่านประธานจริงๆงั้นหรอ?
เป็นไปไม่ได้สิ
เป็นไปได้ยังไง
เบอร์ส่วนตัวของท่านประธาน เธอยังไม่รู้เลย
ต้องรู้ไว้ เธอเป็นแฟนคลับอันดับหนึ่งของท่านประธานเชียวนะ ข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับท่านประธาน เธอรู้ทั้งหมด และก็รู้ด้วยว่าท่านประธานมีเบอร์ส่วนตัว แต่ว่าเบอร์โทรนี้ มีเพียงแค่ไม่กี่คนที่รู้
แม้แต่เธอเองยังไม่รู้
ไม่มีเหตุผลที่เจ้าคนนี้จะรู้นี่นา
แต่ว่า ในเวลานี้ต่งกางได้เดินไปถึงที่ตรงหน้าของฉินเฟิงแล้ว และทำความเคารพพูดว่า “คุณผู้ชายครับ ขออภัยด้วยครับที่พนักงานของบริษัทเราไม่มีมารยาท ท่านประธานสั่งให้ผมลงมารับคุณครับ”
“ไปกันเถอะ”
ฉินเฟิงเดินตามต่งกางขึ้นไป
ส่วนลู่ซินหานรู้สึกไม่พอใจ และก็คิดไม่ออกว่าทำไม เธออยากจะตามขึ้นไป แต่ว่าถูกต่งกางปฏิเสธ สุดท้ายไม่มีหนทาง จึงทำได้แค่นั่งรออยู่ในห้องทำงานอย่างร้อนรน
“จะต้องเป็นเจ้านั่น ไปหาเบอร์โทรของท่านประธานจากไหนมาแน่นอน แล้วยังพูดว่ารักษา จะต้องเป็นคนหลอกลวงแน่นอน เมื่อก่อนก็เคยมีคนหลอกลวงมาหลอกเงินที่ Boundless Technology Group ของเรา”
ลู่ซินหานอารมณ์ไม่ดี
และในเวลานี้ ฉินเฟิงได้ขึ้นไปที่ห้องทำงานชั้นบนสุดแล้ว
ในห้องทำงานชั้นบนสุด ไม่ได้ตกแต่งหรูหรามากนัก แต่กลับดูมืดดำ จริงจัง เคร่งครัด แล้วยังมีภาพโด่งดังอีกหลายภาพ ดูแล้วพอมีความเป็นศิลปะ ที่ข้างหน้าต่าง มีชายหนุ่มคนหนึ่ง กำลังนั่งอยู่บนรถเข็น สวมแว่นตากรอบทอง กำลังนั่งมองพระอาทิตย์ตกที่ด้านนอก
หันหลังกลับมา จ้องมองฉินเฟิง
หน้าตารูปโฉมงดงามมาก
ดูมีสง่าราศี
เพียงแต่ว่า นั่งอยู่บนรถเข็น ทำให้ผู้คนรู้สึกแอบเสียดาย
“นายสามารถรักษาขาของฉันได้?”
ต่งเซิงเอ่ยปากพูด
เขาไม่ได้ถามว่าทำไมฉินเฟิงถึงได้มีเบอร์โทรส่วนตัวของเขา เพียงแค่จับจุดที่ประเด็นสำคัญ ว่าสามารถรักษาขาของเขาได้หรือไม่
ขาของเขา เป็นเช่นนี้เพราะเกิดอุบัติเหตุในวัยเด็ก จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครสามารถรักษาได้
“คุณชายครับ อย่าไปเชื่อเจ้าคนนี้ครับ”
ภายในห้องทำงาน ยังมีอยู่อีกคนหนึ่ง เป็นผู้อาวุโส ใส่เสื้อกาวน์สีขาว เขาเป็นแพทย์ประจำตัวของต่งเซิง เพื่อรักษาฟื้นตัวขาของต่งเซิงโดยเฉพาะ แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่สามารถฟื้นตัวได้
และในเวลานี้ เขามองฉินเฟิงด้วยความที่ไม่เป็นมิตรอย่างมาก “คุณชายครับ ขาของคุณเป็นเพราะระบบประสาทของน่องเสียหาย มันหดตัว สิ่งนี้เป็นโรคที่รักษาไม่หายทั่วโลก พวกเราเคยไปมาทุกโรงพยาบาลหมดแล้ว แต่ก็รักษาไม่หาย แค่เพราะเจ้าหนุ่มคนนี้ พูดออกมาลอยๆ ก็คิดอยากจะรักษาขาของคุณให้หาย เป็นเรื่องตลกมากครับ ผมสงสัยว่าเจ้าคนนี้ จะต้องพูดว่าต้องการเงินมากมายเพื่อมาซื้อวัตถุดิบสมุนไพรแน่นอน และเมื่อคุณโอนให้กับเขาแล้ว เขาก็จะหนีไป พวกไร้ยางอายเช่นนี้ เป็นขยะในโลกการแพทย์ของพวกเราจริงๆครับ”