เทพบุตร ทวงแค้น / เทพศึกมังกรหวนคืน - บทที่ 508 ยุคสมัยนี้ เป็นคนดีมันยาก!
ส่วนด้านฉินเฟิงกลับมีความรู้สึกเอือมระอา “สวี่ซวนซวนคนนี้บ้าหรือเปล่าเนี่ย?”
เขาเย็นชาใส่เธอมากขนาดนี้แล้ว กลับยังพยายามจะทาบตัวเข้ามา
แต่ว่า
ว่าไม่ได้
ผู้หญิงคนนี้สวยจริงๆ รูปร่างก็ดีไม่แพ้อิ่นซิน
“ช่างเถอะๆ”
ฉินเฟิงนอนลงไป
วันต่อมา
ฉินเฟิงออกไปแต่เช้า เขาไม่ได้ให้ฉีหยุนตามเขาไป ฉีหยุนที่รูปร่างใหญ่โตอย่างนั้น มักจะดึงดูดสายตาผู้คน เขาปล่อยให้ฉีหยุนไปเที่ยวเล่นเองคนเดียวแล้ว ส่วนตัวเองก็ออกไปขึ้นรถเมล์
เขาจะไปสถานที่แห่งหนึ่ง สถานที่แห่งหนึ่งที่ซือหม่าเฉินพูดถึง
นั่งอยู่บนรถเมล์ ฉินเฟิงมองออกไปนอกหน้าต่าง ยามเช้าที่เร่งรีบ เขาไม่ได้นั่งรถโดยสารมาช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้ว อยู่ในสนามรบ เขามักจะนั่งรถจี๊ป ไม่ก็รถถัง หรือไม่ก็เฮลิคอปเตอร์ แล้วหลังจากที่กลับมา จากสถานะตำแหน่งของเขาแล้ว ไปไหนก็มีรถส่วนตัวรับส่งเสมอ
เขาไม่ได้ชอบ เขาเป็นคนติดดิน แต่การนั่งรถรับส่งส่วนตัว ยังไงซะก็เร็วยิ่งกว่า
ในบางเวลา เขาก็ยุ่งมากจริงๆ
ส่วนช่วงเวลาธรรมดาแบบนี้หาได้ยากจริงๆ
ซ่อนตัวตนที่แท้จริง ใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดาทั่วไป
หาได้ยากมากจริงๆ
แต่ว่า ในขณะที่เขากำลังเพลิดเพลินกับความเงียบสงบอยู่ ที่ด้านหน้า ที่ป้ายรถเมล์ มีผู้หญิงคนหนึ่งขึ้นรถมา ดูแล้วเหมือนว่าจะเป็นนักศึกษา มัดผมหางม้า หน้าตาใสซื่อ
ส่วนด้านหลังของเธอ ก็มีผู้ชายคนหนึ่งตามขึ้นมา สวมเสื้อสูท ดูแล้วเป็นแบรนด์เนมทั้งหมด เมื่อขึ้นมาแล้วยังปิดจมูกแล้วพูดว่า “ยี่ยี่ รถคันนี้ เหม็นจริงๆ กลิ่นอะไรก็มีรวมไปหมด ทำไมเธอถึงได้ขึ้นรถเมล์แบบนี้ละ เพียงแค่เธอคบหากับฉัน ฉันสามารถขับรถแอสตันมาร์ตินของฉันมารับส่งเธอได้ทุกวันเลย เป็นยังไง?”
“ติงเจ๋อ อย่าเรียกได้สนิทสนมขนาดนั้น ฉันไม่สนิทกับนาย ยี่ยี่ ฉันฟังแล้วยังขยะแขยง ฉันชื่อหลิวเสี่ยยี่ รบกวนเรียกชื่อเต็มของฉัน อีกอย่างฉันไม่ได้บอกให้นายขึ้นมา นายสามารถลงไปนั่งรถแอสตันมาร์ตินของนายได้”
หลิวเสี่ยยี่มองดูคนๆนี้ รู้สึกรำคาญอย่างมาก
ไม่รู้ว่ามีลูกคนรวยโผล่มาจากไหน วันๆเอาแต่ตามเกาะแกะเธอ แค่มองก็รำคาญแล้ว
เธอปฏิเสธไปไม่รู้ตั้งกี่ครั้งแล้ว แต่ก็ยังทำตัวเหมือนกับแมลงตามก้นอยู่อย่างนั้น
เธอเองก็ไม่มีวิธีแล้ว
“ได้ยังไงกัน ยี่ยี่ สถานที่ที่มีเธออยู่ ก็คือสถานที่ที่ฉันอยากจะอยู่….ยี่ยี่….ระวัง….มีคนขโมยของ….”
ติงเจ๋อพูดอยู่ จู่ๆก็จับตัวหลิวเสี่ยยี่ไว้ แล้วหันหลบ
ขโมยคนนั้นเห็นว่าติงเจ๋อพูดอย่างนี้แล้ว จึงได้ใช้มีดพุ่งไปที่ติงเจ๋อทันที “กล้ามาขวางฉันขโมยของ หาเรื่องตายชัดๆ!”
“เสี่ยยี่ รีบไปซะ”
ติงเจ๋อคนนั้น ผลักหลิวเสี่ยยี่ออกทันที จากนั้น มีดเล่มนั้นก็ปักเข้าที่แผ่นหลังของเขา
จากนั้น
เสียงดังปึก
ติงเจ๋อล้มลงกับพื้น
เลือดไหลออกมามากมาย
เพียงไม่กี่วินาที เลือดก็ไหลเต็มพื้น
และในเวลานี้ รถเมล์หยุดจอด ขโมยคนนั้น ข่มขู่คนขับรถ จากนั้นก็รีบหนีไป ทิ้งไว้เพียงแค่หลิวเสี่ยยี่ที่นิ้งอึ้งอยู่กับพื้น มองดูติงเจ๋อที่ล้มนอนอยู่บนพื้น
เพียงครู่เดียวดวงตาก็แดงก่ำ
ผู้ชายคนนี้ขวางมีดให้กับตัวเอง
“ติงเจ๋อ นายไม่เป็นไรใช่มั้ย”
หลิวเสี่ยยี่นั่งยองลงอย่างตัวสั่น มองดูติงเจ๋อที่เลือดท่วมตัว และถามออกไปด้วยดวงตาแดงก่ำ
เธอคิดมาเสมอว่าติงเจ๋อคนนี้เป็นลูกคนรวยที่ทำแต่เรื่องเลวร้าย เป็นประเภทที่มีแฟนหลายสิบคนอย่างนั้น แต่ไม่คิดเลยว่าจะเป็นคนที่จริงใจอย่างนี้ ถึงได้ขวางมีดเพื่อเธอ
ชั่วขณะนั้น เธอหวั่นไหวแล้ว
ติงเจ๋อล้มลงกับพื้น สีหน้าซีดเซียว ดวงตาไร้แววมองดูหลิวเสี่ยยี่ ยื่นมือที่สั่นไหวออกไป กุมเข้าที่มีของหลิวเสี่ยยี่ “เสี่ยยี่ ที่จริงแล้วฉันชอบเธอมากจริงๆ”
“ฉันรู้ ฉันรู้”
หลิวเสี่ยยี่ร้องไห้พยักหน้า
“ครั้งนี้ ถ้าหากว่าฉันมีชีวิตรอด เธอมาเป็นแฟนของฉันได้มั้ย ทำอย่างนั้นกับฉัน?” ติงเจ๋อพูดอย่างไร้เรี่ยวแรง
“ได้ ฉันตกลง”
หลิวเสี่ยยี่เห็นท่าทางเหมือนจะตายของติงเจ๋อ ก็รู้สึกหวั่นไหวร้องไห้หนัก และพยักหน้ารัวๆ
ทำเอาดวงตาที่ดูไร้แววของติงเจ๋อ มีความรู้สึกยินดีเผยขึ้นมา
สำเร็จแล้ว
แต่ว่า ในเวลานี้เอง ที่ด้านข้างมีเสียงหัวเราะดังขึ้นมา “ตอนนี้การไล่จีบผู้หญิงต้องแสดงให้มันโอเวอร์ขนาดนี้แล้วหรอ?”
“นายหมายความว่ายังไง?”
หลิวเสี่ยยี่เงยหน้าขึ้นมองฉินเฟิง ได้ยินเขาพูดว่าแสดง เธอก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาทันที นี่เป็นคนที่ช่วยขวางมีดให้กับเธอเชียวนะ จะปล่อยให้คนอื่นพูดไม่ดีใส่ได้ยังไง จึงได้พูดออกไปว่า “นายไม่เข้าใจ อย่าพูดมั่วนะ นี่ไม่เกี่ยวอะไรกับนาย”
“งั้นหรอ?”
ฉินเฟิงค่อยๆลุกขึ้นจากที่นั่ง แล้วเดินไปหาพวกเขา
และในเวลานี้ ในแววตาของติงเจ๋อมีความกระวนกระวายแวบเข้ามา ทาบไว้บนตัวของหลิวเสี่ยยี่ พูดด้วยน้ำเสียงที่ดูเร่งรีบว่า “คนๆนี้…จะต้องเป็นพวกเดียวกับขโมยนั้น…แน่นอน อยากจะทำให้ฉันถึงตาย”
“พวกเดียวกัน!ทำให้นายถึงตาย”
หลิวเสี่ยยี่กระวนกระวาย แต่ว่าเธอก็ถือว่าฉลาด บนรถเมล์ยังมีคนมากมาย จึงรีบพูดขอร้องว่า “ทุกท่าน คุณพี่ชาย พี่สาว คุณลุง คุณป้า ได้โปรด ช่วยเพื่อนของหนูด้วย ขอร้องละค่ะ”
“วางใจได้ เมื่อกี้พวกเราขวางไว้ไม่ทัน คนนี้พวกเราขวางไว้ได้แน่นอน”
ในเวลานี้ ชายวัยกลางคนคนหนึ่งลุกออกมา
ก่อนหน้านี้เขากลัว ไม่กล้าออกมา แต่ว่าตอนนี้ถูกสภาพร่ำไห้ของหลิวเสี่ยยี่แพร่เข้าใส่ จึงได้ลุกออกมาช่วย
“ฉันด้วย”
“ฉันอีกคน”
ตามจากที่เขาออกมา คนบนรถเมล์ต่างก็ลุกกันออกมา ขวางไว้ตรงหน้าของติงเจ๋อ ภายในนั้นยังมีคุณป้าอีกหลายคนด่าทอว่า “ไอ้หนุ่ม นายยังหนุ่มยังแน่น ทำไมต้องโหดเหี้ยมขนาดนี้ด้วย”
“ใช่แล้ว ไอ้หนุ่ม วางอาวุธลง กลับใจซะเถอะ”
“กลับตัวกลับใจเป็นคนดีซะเถอะ ไอ้หนุ่ม อย่าเดินเข้าไปอีกเลย อย่าได้ทำเรื่องเลวร้ายความผิดร้ายแรงเลย”
คุณป้ามากมายต่างก็ช่วยกันพูดกล่อม
แต่ว่า ฉินเฟิงเหมือนดั่งคนชั่วร้ายที่ไม่ฟังคำกล่อม เดินตรงเข้าไป มีคนอยากจะขวางฉินเฟิงไว้ แต่เพียงแค่กำลังของคนพวกนี้ ขวางไว้ไม่ได้หรอก แล้วฉินเฟิงก็เดินตรงเข้ามา
เหลือเพียงแค่หลิวเสี่ยยี่คนเดียวที่ขวางไว้ตรงหน้าของติงเจ๋อ
“ฉันไม่ยอมให้นายทำอะไรเขาหรอก”
หลิวเสี่ยยี่กางแขนไว้ ดวงตาจ้องฉินเฟิงเขม็ง
“งั้นหรอ?”
ฉินเฟิงเป็นเหมือนดั่งคนชั่วร้าย เพียงชั่วครู่ก็จัดการหลิวเสี่ยยี่ไว้ได้แล้ว จากนั้นก็เดินตรงเข้าไปตรงหน้าของติงเจ๋อ
“อย่านะ”
หลิวเสี่ยยี่นั่งร้องไห้อยู่บนพื้น ตะโกนห้าม
บนรถเมล์ ทุกคนต่างก็มองดูคนร้ายที่ชั่วร้ายคนนี้อย่างเป็นกังวล เดินเข้าไปตรงหน้าของติงเจ๋อ จากนั้นก็นั่งยองๆลงอย่างเกียจคร้าน แล้วจากนั้น ยื่นมือจับเข้าไปที่แผ่นหลังของติงเจ๋อ
ตรงจุดที่ถูกแทง
ยังจะแทงอีกรอบงั้นหรอ?
ทุกคนคิดแล้วในใจเป็นกังวล
จากนั้น ในเวลานี้ ฉินเฟิงก็ดึงมีดเล็กเล่มนั้นออกมา จากนั้นก็แสดงให้ทุกคนดู โดยใช้มือกดให้ดู จากนั้นปลายมีดก็หดกลับเข้าไป กดอีกครั้ง ก็หดกลับเข้าไปอีกครั้ง
มีดของเล่น!
ทุกคนต่างก็อึ้งกันไปหมด
ส่วนฉินเฟิงก็สะบัดมีดเล่มนั้น จากนั้นก็กลับไปยังที่นั่งของตัวเองอย่างเกียจคร้าน แล้วก็นอนลง แต่ก็ยังพูดออกมาประโยคหนึ่งว่า “ยุคสมัยนี้ จะเป็นคนดีนี่มันยากจริงๆเลย”