เทพบุตร ทวงแค้น / เทพศึกมังกรหวนคืน - บทที่ 480 บทเพลงเศร้าของท่านชี
ตอนที่เมืองฉางซานใกล้จะต้านไว้ไม่ไหวแล้วนั้น
ที่หุบเขาแห่งนั้น ทหารของซูหมิงเจ๋อทั้งหลายก็กำลังฝ่าวงล้อมออกมา พวกเขาก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าทำไมกองทัพเพลิงไฟถึงไม่ได้ล่อศัตรูออกไป แต่พวกเขารอไม่ไหวแล้ว ก็เลยเริ่มฝ่าวงล้อมกันออกมาอย่างบ้าคลั่ง
ทั้งหุบเข้าล้วนมีการต่อสู้เกิดขึ้น
“ไอ้แก่ รนหาที่ตาย”
แผ่นเหล็กทั้งสองบนมือของอาหลาง มุ่งไปยังตัวกวนหล้าง
“ไอ้เด็กรุ่นหลัง คิดจะมาสู้กับกูงั้นรึ”
กวนหล้างมือกำดาบเล่มใหญ่ แล้วก็สู้กับอาหลาง ถึงแม้เขาจะแก่แล้ว แต่ก็ยังมีแรงมาก เมื่อก่อนก็เป็นถึงยอดฝีมืออันดับต้นๆ ของเซาเทิร์นแลนด์เหมือนกัน ต่อให้ตอนนี้ร่างกายจะไม่ไหวแล้ว แต่สู้กับอาหลาง เขาก็สู้ไม่ถอย
ยิ่งแก่ยิ่งแรงเยอะ
“ไอ้แก่ ไปตายเสียเถอะ”
อาหลางยิ่งสู้ยิ่งสะใจ
แต่ว่า ตอนนี้กวนหล้างไม่มีเวลาที่จะมัวไปประมือกับเขาแล้ว สู้กันไปนิดหน่อยก็รีบตามกองทัพตนเองบุกฝ่าออกไป แต่อาหลางก็ตามกัดเขาอยู่ด้านหลังตลอด
ทหารหน่วยนี้ของพวกเขา ล้วนเป็นทหารฝีมือดี
ต้องบุกฝ่าออกไปได้อย่างแน่นอน
แต่ว่า สุดท้ายก็ต้องเสียหายไปเกือบห้าพันคน ถึงจะเปิดทางให้ออกมาได้ แต่ว่าฝ่าออกมาได้ก็อีกเรื่อง ทหารของหูหรงก็ตามฆ่าอยู่ด้านหลังตลอด ไม่มีทางเลือก ก็เลยสู้กันไปอีก
ถึงแม้จะบุกฝ่าออกมาได้แล้ว แต่กองทัพของซูหมิงเจ๋อ ก็ยังถูกโจมตีอยู่ที่เดิม
ฝั่งตรงข้ามใช้วิธีสู้สุดชีวิต ยอมตายไปด้วยกัน เพื่อยื้อพวกเขาไว้
แต่พวกเขาไม่อาจจะถูกยื้อไว้แบบนี้ได้
แต่ว่า ก็ถูกพวกศัตรูใช้วิธีนี้ยื้อเวลาไว้ เดินทัพไปต่อไม่ได้ หลังจากนั้นหนึ่งชั่วโมงเต็มๆ ถึงจะเดินทางมาได้แค่3ลี้ แถมยังสูญเสียไปมาก ทำให้ซูหมิงเจ๋อมีสีหน้าอึมครึม
แย่แล้ว
ภารกิจที่เทพสงครามมอบหมายไว้ให้ คงจะทำไม่สำเร็จแล้ว
สุดท้าย ก็ถูกยื้อไว้ที่เดิม เคลื่อนทัพไปไหนไม่ได้
กองทัพเพลิงไฟสู้กับทหารของฝางจงเทียนอยู่ที่เดิม
เทพสงครามก็ไร้ร่องรอย
กองทัพลึกลับก็ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน
ที่ใกล้ๆ ชายแดนของเซาเทิร์นแลนด์ เหมือนว่าจะมีทหารหน่วยใหญ่เคลื่อนไหว ฟางถัวไปสืบบริเวณนั้น ก็ไม่แน่ใจว่าเป็นทหารม้าหมาป่าหรือเปล่า
กรมทหารฟ้าผลาญ กำลังเก็บกวาดสนามรบ
ส่วนที่เมืองฉางซาน ก็ใกล้จะป้องกันไว้ไม่ไหวแล้ว
สงครามยังคงดำเนินต่อไป
เต็มไปด้วยกลิ่นดินปืนควันไฟ
ศพนอนเกลื่อนพื้น
ไม่ว่าจะเป็นทหารต้าหัวบนกำแพงเมือง หรือทหารหนานเยว่ทางด้านล่าง แม้แต่ทหารของหนานเยว่เอง ตอนนี้ก็แทบจะทนไม่ไหวแล้ว แต่ว่าจะถอยไม่ได้ ด้านหลังยังมีทหารที่คอยสอดส่องอยู่
ถ้าถอย ก็ตาย
ขอแค่บุกเข้าไป บุกขึ้นไป ก็จะมีทุกอย่างที่ต้องการ
ส่วนทหารของต้าหัว ก็ไม่ถอยเหมือนกัน เพราะเบื้องหลังยังมีครอบครัวของพวกเขา มีทุกอย่างของพวกเขาที่ต้องปกป้อง
แต่ว่า มันวิกฤตมากแล้ว
“ยังเหลืออีกชั่วโมงครึ่ง……..”
หลี่เจิ้งหยางดวงตาแดงก่ำ ใกล้จะเช้าแล้ว ไม่รู้ว่าตายไปแล้วกี่คน ในที่สุดพวกเขาก็ทนกันมาจนได้ แต่ว่าในเวลานี้ ทางด้านหน้าก็มีคนหนึ่งเดินออกมา
แต่ละก้าวที่เดิน เหมือนพื้นจะสะเทือน องอาจมาก รอบๆ ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เขา มือถือค้อนใหญ่สองอัน ดวงตาใหญ่ๆ รูปร่างบึกบึนป่าเถื่อน
แม่ทัพอันดับหนึ่งของศัตรู หร่วนหู่ ออกมาแล้ว
ถึงแม้หร่วนหู่จะไม่มีสมอง แต่ปฏิสเธไม่ได้ว่าหร่วนหู่นั้นต่อสู้เก่งจริงๆ อาจจะไม่เท่าเทพสงคราม ฉีหยุน แต่ว่าในสถานการณ์แบบนี้ หร่วนหู่ก็ไม่มีคู่ต่อสู้แล้ว
“กูมาตีเมือง”
หร่วนหู่ตะโกนเสียงดัง
ทันใดนั้น กำลังใจของทหารหนานเยว่ก็ฮึกเหิมกันขึ้นมา มีแรงกันมากขึ้น
“ให้ตายเถอะ เดี๋ยวผมไปจัดการมันเอง”
ต้วนหยุนฉางเห็นดังนั้น ก็สีหน้าเปลี่ยนทันที
หร่วนหู่คนนี้ ร้ายกาจมาก ถ้าให้เขาบุกขึ้นมาได้ล่ะก็ กำลังทหารที่อ่อนแอในตอนนี้ คงจะรับมือไม่ไหวแน่ แม้แต่เขาเอง ก็ได้แต่รับมือไว้อย่างเดียวเท่านั้น
แต่ว่า ตอนที่เขากำลังจะก้าวขาก้าวแรกออกไปนั้น แสงสีเงินก็สาดเข้ามา
ติ๊ง
ต้วนหยุนฉางใช้กระบี่ยาว ปัดป้องออกไป แต่ว่าที่ง่ามมือก็สั่นๆ
หวานเอี๋ยนเลี่ยคนนี้แข็งแกร่งมาก
เขารับลูกศรไว้หลายดอก ทำให้ที่ง่ามมือของเขาสั่นไปหมด
อีกอย่าง ถ้าเป็นแบบนี้ เขาก็จะเดินออกไปไม่ได้ ไม่มีทางเข้าไปขวางหร่วนหู่ไว้ได้ ถ้าหร่วนหู่บุกขึ้นมาได้ ผลลัพธ์ก็ยากจะคาดเดา ในตอนที่เขากำลังมีสีหน้ากลัดกลุ้มอยู่นั้น
ลำตัวยักษ์ใหญ่ของหร่วนหู่ ก็กระโดดขึ้นมาบนยอดกำแพงเมือง เหมือนตัวเบาเป็นนกนางแอ่น
ดูไปแล้วมันบ้ามาก
แต่ว่าใครๆ ก็รู้ ว่าคนคนนี้ร้ายกาจ สามารถควบคุมพลังในตัวเองได้สมใจนึก
“กูมาแล้ว”
แต่ว่า ในตอนที่ไม่มีใครต้านทานหร่วนหู่ได้นั้น ตอนที่จะขึ้นมาบนกำแพงเมืองได้นั้น ก็มีคนแก่คนหนึ่งโผล่มา ในมือถือค้อนใหญ่ ร่างกายเหนื่อยหอบ แล้วก็ทุบค้อนลงไป
ตูม
ทุกคนก็รู้สึกว่าชั้นล่างจะแยกออก
พลังที่แข็งแกร่งทั้งสองฝ่าย ก็ปะทะกันขึ้นในฝูงชน
“ไอ้แก่ เก่งไม่เบานะ”
หร่วนหู่ยักคิ้ว เขาก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่า ในต้าหัวจะมีคนที่รับมือเขาได้ แต่ว่า เขารับรู้ได้ว่า คนแก่คนนี้ มีแรงไม่พอ เพราะแก่แล้ว
“ให้รู้เสียบ้างว่ากูเป็นน้องชายใคร”
ท่านชีหัวโล้น ใบหน้าที่เหี่ยวย่น ตะโกนออกมา
“ไอ้แก่ มึงมันแก่แล้ว ตอนนี้มันไม่ใช่ยุคของมึงแล้ว”
หร่วนหู่ใช้สองค้อนพร้อมกัน แล้วก็ทุบลงไป
ท่านชีก็แกว่งค้อน
แต่ว่า ก็เหมือนกับที่หร่วนหู่บอกไว้ เขาแก่แล้ว มีแรงไม่พอ รับท่านี้ไว้ไม่ไหวแล้ว ต้องถอยหลังไปหลายก้าว ปากก็กระอักเลือดออกมา แต่ว่าแบบนี้ก็ทำให้ทุกคนต้องอึ้งนิ่งไปเหมือนกัน
โดยเฉพาะต้วนหยุนฉาง
เขาก็สามารถรับค้อนนั้นไว้ได้เหมือนกัน แต่ก็หนักหน่วงไม่น้อย บางทีอาจเก่งไม่เท่าท่านชี
ท่านชีก็เป็นยอดฝีมือเหมือนกันหรือนี่
“เหอะ”
ท่านชีกลืนเลือดกลับลงไป สุดท้ายก็แสยะยิ้มพูดออกมาว่า “แม่ทัพอันดับหนึ่งของหนานเยว่ มีดีแค่นี้หรือไงวะ คนแก่ๆ อย่างกูยังทุบไม่ตายเลย เศษสวะตัวหนึ่งดีๆ นี่เอง”
“ไอ้แก่ มึงอยากตายหรือไง”
หร่วนหู่ถูกยั่วให้โมโห
แล้วก็ทุบลงไปอีก
แต่ครั้งนี้ ท่านชีรับไม่ไหวแล้ว ถูกค้อนแกว่งกระเด็นลอยออกไปในอากาศ เลือดพุ่งออกมาเป็นสาย แต่ว่าท่านชีกลับยิ้มออกมา เขาอยู่ในอากาศ เหมือนว่าจะได้เห็นพี่ชายตนเองแล้ว
“พี่ครับ ถึงแม้ผมจะอยากเป็นหัวหน้าโจรภูเขาตลอดเวลา คิดอยากจะทรยศต้าหัวมาตลอด ใช้ชีวิตเสเพลของตัวเอง แต่ว่า สุดท้ายผมก็ไม่ได้เป็น ในที่สุดผมก็ได้เรียกพี่อีกครั้ง หลังจากผมตาย พี่จะมาหาผม ใช่ไหม?”
“ผมไม่ได้ทรยศต้าหัว อย่างน้อยก็ยังทัน”
“แต่ว่า ครั้งนี้ไม่ได้ทำ ครั้งนี้ก็จะไม่ทำ เพราะว่าไม่มีหลังจากนี้แล้ว พี่ ดูแลตัวเองด้วย”
เสียงบ่นพึมพำหลายคำ
“ตายซะ”
แต่ว่า หร่วนหู่กำลังรอให้ท่านชีร่วงลงมา แล้วก็จะทุบไปอีกที แต่ว่าตอนที่ร่วงลงมานั้น ไม่ใช่ร่างคน แต่เป็นค้อน ด้านในมีเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งดังออกมา
“ต้าหัว เป็นประเทศที่พี่ชายกูปกป้องไว้ กูไม่ให้มึงมาแตะต้อง กูไม่ยอม!”
ท่านชีทุบค้อนลงมา
หร่วนหู่ก็ชูค้อนขึ้นไปเหมือนกัน
แต่ว่า ภาพหลังจากนั้น ทุกคนก็ต้องอึ้งไป หร่วนหู่ทุบค้อนลงไปที่ตัวของท่านชีหลายครั้ง จนท่านชีตัวแทนจะแหลก แต่ในขณะเดียวกันท่านชีก็ทุบลงไปที่ตัวของหร่วนหู่เหมือนกัน
หร่วนหู่เองก็กระอักเลือดออกมาเหมือนกัน แล้วก็ร่วงลงไปจากกำแพงเมือง
ชีวิตแลกชีวิต!
ตายไปพร้อมกัน!