เทพบุตร ทวงแค้น / เทพศึกมังกรหวนคืน - บทที่ 466 กองทัพเพลิงไฟไล่ตีทหารหนานเยว่
หลอกแม่มึงสิ!
หลอกแม่งสิ!
เวลานี้ยังมีเวลามาพูดเรื่องนี้อีก ผู้บังคับบัญชาทิ้งเขาไว้ แล้วตะโกนเสียงดังว่า “จัดตั้งกองกำลังสู้กลับ”
ตั้งกองกำลังสู้กลับ!
ใช่แล้ว เวลานี้ต้องรีบจัดตั้งกองกำลังสู้กลับแล้ว แต่ว่าจะจัดตั้งขึ้นได้มั้ย เพราะว่าคำสั่งเบื้องบนสั่งให้พวกเขาถอยทัพเต็มกำลัง กลับไปยังหน่วยทหารจอมพล ดังนั้นพวกเขาจึงจัดตั้งขึ้นเป็นลักษณะเส้นสายประกอบ
แบ่งเป็นกลุ่มละสองคน มุ่งหน้าด้วยการวิ่ง
แบบนี้ ถึงจะวิ่งได้เร็วที่สุด และกลับไปได้อย่างรวดเร็ว
แต่ว่า ทหารหนานเยว่กลุ่มนี้คงจะคาดไม่ถึง ตีให้ตายก็คงคาดไม่ถึง ว่าทหารหนานเยว่แปดพันคนไม่สามารถขวางไว้ได้ถึงห้านาทีด้วยซ้ำ พวกเขาเพิ่งจะทำการลักษณะเส้นสายประกอบเป็นขบวน
ทหารส่วนด้านหน้าก็มองไม่เห็นแล้ว
ตอนนี้จะจัดตั้งกองกำลังสู้กลับ จะจัดตั้งยังไง
และเป็นเช่นนี้ กองทัพเพลิงไฟก็ไล่เข่นฆ่าไปตามเส้นสายประกอบเหมือนดั่งสายเหล็ก โดยเฉพาะจูหงเยียน เพ้ยหยวนชิ่ง และเซี่ยจื่อปินที่อยู่ด้านหน้า เหมือนดั่งผู้เก่งกาจที่ไร้ศัตรู
ฆ่า
ฆ่าไม่หยุด!
อีกฝ่ายไม่มีโอกาสได้จัดตั้งกองกำลังสู้กลับด้วยซ้ำ เรียกได้ว่า ผิดแล้วผิดอีก ผิดซ้ำๆ คำสั่งที่เรียกคืนนั้น เป็นการส่งพวกเขาทหารเกือบสามหมื่นนายมาตาย
ถูกเข่นฆ่า
หลังจากนั้นสิบนาที ข่าวนี้ก็ไปถึงหูของฟางถัว สีหน้าของฟางถัวแย่เป็นอย่างมาก “ทหารสามหมื่นนายถูกเข่นฆ่าหมดแล้ว? ผู้บังคับบัญชาคนนั้นทำบ้าอะไร”
เขาเองก็คาดไม่ถึง
ทุกคนต่างก็ตกใจกับข่าวนี้
ถูกทำลายทิ้งหมดเลย
เป็นไปได้ยังไง
กำลังการต่อสู้ของกองทัพนั้น พวกเขาต่างก็เคยผ่านมากันแล้ว อ่อนแอเป็นอย่างมาก ถึงขั้นไม่สามารถเรียกว่าทหารด้วยซ้ำ พวกเขาคิดว่าทหารหนานเยว่เพียงหนึ่งหมื่นคนก็เพียงพอที่จะทำลายพวกมันทิ้งจนหมด
ที่ส่งออกไปถึงสามหมื่นก็เพื่อความมั่นใจ
แต่ว่า ทหารสามหมื่นนายถูกฆ่าตายจนหมด
ถ้าหากว่าผู้บังคับบัญชาการของทหารสามหมื่นนายคนนั้นมาปรากฏตัวต่อหน้าพวกเขาในเวลานี้ พวกเขาคิดว่าพวกเขาจะต้องตีผู้บังคับบัญชาคนนี้จนตายแน่นอน นายเป็นหมูหรอ ทหารสามหมื่นนายของทารหนานเยว่สู้ทหารใหม่เพียงกลุ่มเดียวก็ไม่ได้
จะเป็นไปได้ยังไงกัน
“นายพลฟางครับ พวกผมขอออกไปสู้รบครับ สาบานว่าจะกำจัดกองทัพเพลิงไฟนี้ทิ้งให้ได้ครับ”
“นายพลฟางครับ กองทัพเพลิงไฟนี้อวดดีเกินไปแล้วครับ”
“นายพลฟางครับ พวกผมต้องการจะกำจัดพวกมันทิ้งครับ”
นายพลหนานเยว่มากมายต่างก็โมโหกันเป็นอย่างมาก ถูกเจ้าคนอ่อนแอพวกนั้นกำจัด อับอายที่สุด พวกเขาจะจัดการกองทัพเพลิงไฟกลุ่มนี้ทิ้ง
แต่ว่า ฟางถัวกลับพูดอย่างนิ่งขรึมว่า “ไม่ได้ พวกเราต้องถอย อย่าลืม รายงานที่พวกเราเคยได้รับมา กลุ่มนี้คือตัวล่อ กำลังหลักที่แท้จริง ไม่แน่ตอนนี้อาจจะกำลังข้ามผ่านพวกเรา มุ่งหน้าสู่เมืองฉางซานแล้ว พวกเราอย่าได้ตกหลุมกับดักของศัตรูเด็ดขาด ดังนั้นถอยทัพ เมื่อกี้ฉันดูแผนที่แล้ว ถ้าหากว่าพวกเราสู้รบกับกองทัพนี้ ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นเส้นทางที่ข้ามผ่านพวกเราที่ดีที่สุด ดังนั้น พวกเราต้องไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ”
“ครับ”
นายพลทุกคนต่างก็เก็บกดความโมโหกันไว้ในใจ แต่พวกเขาเองก็รู้ดีว่านี่คือความเป็นจริง
จะต้องให้ศัตรูสมใจอยากอย่างแน่นอน
“ถอย ถอยทัพทั้งหมด!”
คำสั่งหนึ่งสั่งลงไป ทหารหนานเยว่ทั้งหมดก็ถอยทัพ
หลังจากนั้น กองทัพเพลิงไฟไล่ตามมา จูหงเยียนมองดูร่องรอยนั้น แล้วก็มองไปที่แสนไกล “ไล่ตาม”
ทันใดนั้น ในสนามรบนี้ เกิดสงครามที่ตลกขึ้น ทหารหนานเยว่ที่มีจำนวนเจ็ดหมื่นคน ไม่สิ ตอนนี้มีเพียงสี่หมื่นคน เพียงพอที่จะกำจัดกองทัพเพลิงไฟทิ้ง กลับถูกกองทัพเพลิงไฟไล่ตี
ก่อนหน้านี้กองทัพเพลิงไฟเพียงแค่มีท่าทางก้าวไปข้างหน้าอย่างกล้าหาญเท่านั้น และมีรูปแบบกองทัพของอีกฝ่าย
ดังนั้นถึงกำจัดอีกฝ่ายได้
แต่พวกเขาเองก็สูญเสียอย่างหนักเช่นกัน
กองทัพเพลิงไฟห้าหมื่นนาย สูญเสียไปหมื่นกว่าคน กองทัพเพลิงไฟเหลือไม่ถึงสี่หมื่นนาย สี่หมื่นสู้สี่หมื่น จากกำลังของทหารหนานเยว่ คงจะไม่ต้องเสียสละมากมาย ก็สามารถกำจัดกองทัพเพลิงไฟนี้ทิ้งได้
แต่ว่า ทหารหนานเยว่ไม่ยอมสู้ เอาแต่วิ่งหนี
ดูแล้วช่างน่าขันเป็นที่สุด
ส่วนด้านทางเหนือของสนามรบ อากู๋ต่ามองดูภาพนี้ สีหน้าแปลกประหลาดเป็นอย่างมากลูบหัวของตัวเอง แล้วพูดอย่างงุนงงว่า “ทหารหนานเยว่อ่อนแอขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ถูกกองทัพเพลิงไฟกดดันไล่ตี นายพลเป็นใครเนี่ย อ่อนแอขนาดนี้”
อ่อนแอจริงๆ
เมื่อก่อนเขาก็เป็นทหารหนานเยว่ ดังนั้นเขารู้ จักรพรรดิแห่งหนานเยว่ทำเพื่อการโจมตีในครั้งนี้ ทหารทุกคนล้วนเป็นทหารที่เก่งกาจ ผ่านการฝึกฝนมานานมาก ถึงได้มีทหารเก่งกาจนับล้านนี้ขึ้นมา
แต่ว่า เขาดูสถานการณ์นี้ไม่ออกจริงๆ
พยายามวิ่งหนี
หนีอะไร?
มีอะไรให้หนี
“ไม่สนแล้ว ทุกคน ไปกับฉัน จับเชลยได้หนึ่งคน รับเงินรางวัลหนึ่งพัน หลังจากนี้ ชีวิตที่มีความสุขของพวกเรา หวังพึ่งครั้งนี้แล้ว ฆ่า” อากู๋ต่านำกรมทหารฟ้าผลาญออกรบ
แต่ไม่ใช่การช่วยเหลือกองทัพเพลิงไฟ
แต่เป็นการทำความสะอาดสนามรบ
เพื่อการจับเชลยเป็นหลัก
ห้ามฆ่าทิ้งทั้งหมด โดยเฉพาะการรบแบบไล่ตามอย่างนี้ ส่วนพวกเขานั้นอยู่รอ เพื่อจับเชลย เริ่มแรกกรมทหารฟ้าผลาญของพวกเขามีเพียงแค่หนึ่งหมื่นคน ตอนนี้มีสามหมื่นคนแล้ว
ใช้วิธีนี้ในการเพิ่มเติมจำนวนทหาร
ส่วนวิธีการควบคุมพวกเขาก็คือเงิน เงินรางวัล
กรมทหารฟ้าผลาญไม่ใช่ทหารหนานเยว่ที่ธรรมดาแล้ว การที่พวกเขาเข้าสู่กรมทหารฟ้าผลาญ สิ่งแรกที่ทำก็คือฆ่าคนหนานเยว่คนหนึ่ง ทุกคนล้วนเคยฆ่าคนหนานเยว่ เป็นสัญลักษณ์ของการหักหลังหนานเยว่ จากนั้นก็ใช้เงินควบคุมคนพวกนี้
ทหารหนานเยว่มากมาย ไม่รู้จักตัวอักษรไม่มีความรู้ ใช้เวลากว่าครึ่งชีวิตในการฝึกฝน
หลังจากที่ฆ่าคนหนานเยว่ พวกเขาก็ไม่สามารถหันหลังกลับไปได้แล้ว กฎของกรมทหารฟ้าผลาญได้แพร่กระจายออกไปแล้ว แพร่ไปถึงที่หนานเยว่ จึงหันหลังกลับไปไม่ได้อีกแล้ว หนานเยว่ไม่มีทางปล่อยให้พวกเขามีชีวิตอยู่แน่นอน
จากนั้น ก็ถูกเงินที่เทพสงครามของต้าหัวสัญญาไว้ บดบังดวงตา
ต่อมา กรมทหารฟ้าผลาญนี้ก็ค่อยๆกลายเป็นดั่งสัตว์ร้าย ขณะเดียวกัน กรมทหารฟ้าผลาญนี้ก็ค่อยๆยิ่งอยู่ยิ่งดูดซึมทหารหนานเยว่ได้ง่ายขึ้นเรื่อยๆ ในสิบคน มีห้าคนที่ดื้อดึงซื่อสัตย์ จะทำการฆ่าตัวตาย ส่วนอีกห้าคน จะค่อยๆยอมแพ้ช้าๆ
ไม่ทุกคนที่จะมีความกล้าในการฆ่าตัวตายตัวแทน
การทำสงครามในครั้งนี้ ทำให้พวกเขาบ้าคลั่ง
สามารถเรียกพวกเขาได้ว่านักล่าเงินรางวัล
แต่ว่าถูกเทพสงครามขังไว้ในกรง นักล่าเงินรางวัลที่ถูกล่ามโซ่ไว้ อากู๋ต่ามองทุกอย่างนี้ออก เขาเองก็สามารถแก้ไขทั้งหมดนี้ได้ ถึงขั้นสามารถพากรมทหารฟ้าผลาญทำผลงานครั้งใหญ่ได้ และกลับสู่หนานเยว่ใหม่อีกครั้ง
ถึงแม้จะไม่ถึงขั้นที่เป็นวีรบุรุษ แต่ก็ไม่ถึงขั้นที่ต้องตาย
แต่ว่า เป็นไปไม่ได้แล้ว
น้องชายของเขาตายในกำมือของเฉินฉาย
ความแค้นนี้ เขาต้องชำระ
ต้องมีสักวัน เขาต้องเข้าสู่ชายแดนเซาเทิร์นแลนด์ ฆ่าเฉินฉายด้วยน้ำมือตัวเอง เพื่องสิ่งนี้ เขายินดีเสียสละทุกอย่าง ทั้งความเชื่อ เชื้อชาติ รวมแม้กระทั่งชีวิต
ส่วนทางด้านนี้ ยังมีกองทัพอีกหนึ่ง ลูกเสือหนึ่งในนั้นเห็นภาพสถานการณ์นี้แล้ว ก็เอาแต่พูดว่า ‘เหี้ย เหี้ย เหี้ย’
จนกระทั่งกลับไปจนถึงข้างกายของซูหมิงเจ๋อ
“รายงานครับ ด้านนอกปลอดภัย พวกเราสามารถเดินทางได้แล้วครับ” ลูกเสือพูด
“พวกหงเยียนเขา จับล้อมกองทหารหนานเยว่พวกนั้นไว้แล้วงั้นหรอ?” ซูหมิงเจ๋อนั่งบนก้อนหนึ่งก้อนหนึ่ง ถามด้วยสีหน้านิ่งขรึม
พวกเขาเตรียมตัวเดินทางแล้ว แต่ถูกนายพลเก่าที่พ่อเขาทิ้งไว้ห้ามไว้ ให้พวกเขาใช้เวลาที่กองทัพเพลิงไฟกับทหารหนานเยว่สู้รบกันค่อยเดินทาง เริ่มแรกซูหมิงเจ๋อไม่เต็มใจ
ยังไงซะนี่ก็ถือเป็นการเสียสละจูหงเยียน
แต่ถูกคำพูดหนึ่งของนายพลเก่าหยุดไว้ “นี่คือสงคราม สิ่งนี้ทำเพื่อต้าหัว”
ใช่แล้ว
นี่คือสงคราม
ไม่ใช่การเล่นสนุก
ไม่ต้องการความรู้สึกส่วนตัว ต้องการเพียงแค่การกระทำที่เป็นประโยชน์ต่อผลของสงครามเท่านั้น
ดังนั้นเขาจึงรออยู่ที่นี่ รอข่าว รอข่าวที่จูหงเยียนถูกทหารหนานเยว่ไล่ฆ่า และวินาทีนี้ ในที่สุดก็มาถึง ใจของเขากำลังสั่น สั่นอย่างบ้าคลั่ง เขารู้ว่ากำลังการต่อสู้ของกองทัพเพลิงไฟเป็นยังไง
เขากลัวว่าจะถูกทำลายทิ้งจนราบคาบ
แต่ว่า ลูกเสือเงยหน้าพูดว่า “กองทัพเพลิงไฟ ฆ่าทหารหนานเยว่ทิ้งไปสามหมื่นนาย จากนั้นตอนนี้กำลังไล่ฆ่าทหารหนานเยว่อีกสี่หมื่นนายที่เหลือครับ