เทพบุตร ทวงแค้น / เทพศึกมังกรหวนคืน - บทที่ 467 ซูหมิงเจ๋อ “เหี้ย!”
เหี้ย
เหี้ย
เหี้ย
เหี้ย
คำว่าเหี้ยติดต่อกันสี่คำ ถึงจะแทนที่ความรู้สึกในใจของซูหมิงเจ๋อและคนอื่นๆได้ ความรู้สึกของพวกเขาล้วนเสียใจกันเป็นอย่างมาก ต่างก็คิดว่ากองทัพเพลิงไฟจะสูญเสียอย่างหนัก คงจะเหลืออยู่เพียงไม่มากนัก คงจะตายกันเกือบหมดแล้ว
แต่ว่า นายกลับมาพูดว่าฆ่าทหารหนานเยว่ไปสามหมื่นนายแล้ว แล้วยังไล่ตามทหารหนานเยว่อีกสี่หมื่นนาย
นี่มัน ใครแม่งเป็นกำลังหลักกันแน่เนี่ย
“นายคงไม่ได้กำลังล้อเล่นหรอกใช่มั้ย?”
ซูหมิงเจ๋อกลืนน้ำลาย
“กระผมใช้ชีวิตรับประกัน กองทัพเพลิงไฟกำลังไล่ตีทหารหนานเยว่อยู่จริงๆครับ” ลูกเสือพูดด้วยรอยยิ้มขมขื่น
เขาเองก็งง
เขาเองก็ไม่เข้าใจ ทำไมกองทัพทหารอย่างกองทัพเพลิงไฟที่อ่อนแอมากขนาดนั้น กองทัพที่คนสิบคนคงจะสู้เพียงหนึ่งคนไม่ได้แบบนั้น ถึงได้กำลังไล่ตีทหารหนานเยว่อยู่
นี่มันแม่งไร้สาระเกินไปแล้ว
แต่ว่า นี่คือความจริง
“ลุงกวนครับ งั้นตอนนี้พวกเราเข้าไปฝ่าวงล้อม?”
ซูหมิงเจ๋อหันไปถามผู้ที่อยู่ด้านข้างที่ผมหงอกขึ้นไปครึ่งหัวแล้ว แต่ยังใส่เกราะสีเทา และดูแข็งแกร่งอยู่ คนๆนี้ก็คือเพื่อนตายของพ่อซูหมิงเจ๋อ นามว่ากวนหล้าง เดิมทีได้เกษียณไปแล้ว และใช้ชีวิตวัยชราอยู่บ้านกันไปแล้ว
แต่ว่าคิดไม่ถึงว่าจะพบเจอกับเหตุการณ์อย่างนี้
ดังนั้น ในตอนที่เขารู้ว่าซูหมิงเจ๋อยังมีชีวิตอยู่ เขาก็ออกมาจากป่า เพื่อมาช่วยเหลือซูหมิงเจ๋อโดยเฉพาะ
และก็เป็นนายพลเก่าที่ฉีหยุนพูดถึง
สามารถได้รับความเคารพจากฉีหยุน ลุงกวนคนนี้ แน่นอนว่าต้องมีความสามารถในระดับหนึ่งอยู่แล้ว
“ใช่ ฝ่าวงล้อมเดี๋ยวนี้ โอกาสการสู้หากไม่รีบคว้ามันก็จะหายไปได้ในทันที”
ลุงกวนรีบพูดขมวดคิ้ว จากนั้นใบหน้าสูงอายุก็หันไปมองลูกเสือ “พวกเขาไปทางทิศไหน?”
“ทางทิศตะวันออกครับ”
ลูกเสือพูด
“ทิศตะวันออก ที่แห่งนั้นเป็นสถานที่ที่พวกเราฝ่าวงล้อมได้ง่ายมากที่สุด แต่ในเมื่อพวกเขาไปทางทิศตะวันตก งั้นพวกเราก็ทำได้แค่ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือแล้ว นายน้อย พวกเราต้องรีบแล้ว”
ลุงกวนพูด
“ครับ”
ซูหมิงเจ๋อรีบออกคำสั่ง “ทหารทั้งหมดออกเดินทาง จุดมุ่งหมายคือทิศตะวันตกเฉียงเหนือ”
กองทัพใหญ่กองนี้ทำการเคลื่อนไหวแล้ว และยังมีวินัยที่เคร่งครัด ต่างก็มีกลุ่ม เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว แต่ไม่มีเสียงดังขึ้นเลยสักนิด สายตาของทุกคนล้วนแข็งแกร่ง ไม่เพียงแค่กำลังเดินทางเท่านั้น แต่สายตายังคอยสังเกตรอบข้างด้วย มีบางคน ที่เอวมีคดกริชเหน็บไว้อยู่ด้วย
นี่ถึงจะเป็นทหารที่เก่งกาจ
ทหารเก่าแก่แห่งเซาเทิร์นแลนด์
ทุกคนล้วนเคยทำสงครามมาแล้วกว่าหลายสิบหลายร้อยครั้ง เป็นทหารที่เก่งกาจอย่างแท้จริง
แข็งแกร่งกว่ากองทัพเพลิงไฟนับร้อยเท่า
ก่อนออกเดินทาง ก็ได้บอกกับพวกเขาไว้แล้วว่า กองทัพเพลิงไฟเป็นเพียงเหยื่อล่อ พวกเขาถึงจะเป็นกำลังหลักในแผนการทำลาย ทุกคนล้วนต้องเตรียมความพร้อมให้ดี อย่าได้ทำให้การเสียสละของกองทัพเพลิงไฟสูญเปล่า
ดังนั้นตอนนี้มีการเคลื่อนไหวแล้ว สีหน้าของกองทัพนี้ก็เคร่งเครียดขึ้นมา
เพราะพวกเขารู้ดีว่านี่คือการเสียสละของกองทัพเพลิงไฟ เป็นโอกาสที่ให้กับพวกเขา จะต้องคว้าไว้ให้แน่น
ส่วนเรื่องข่าวที่กองทัพเพลิงไฟไล่ตีทหารหนานเยว่ ซูหมิงเจ๋อไม่ได้พูด
พูดไป คงจะไม่มีใครเชื่อ
ทหารใหม่ที่ไม่กี่วันก่อนยังเป็นแค่นักเรียน ชาวนา และพวกคุณลุง ผ่านการฝึกฝนเพียงไม่กี่วัน ก็สามารถไล่ตีทหารหนานเยว่ได้แล้ว?
ไร้สาระ
พูดออกไปก็ไม่มีใครเชื่อ ดังนั้นจึงไม่พูด
ยอมรับความคิดนี้ แล้วให้ทหารยิ่งเคียดแค้นศัตรู โมโหศัตรูมากยิ่งขึ้น แล้วสามัคคีกันดีกว่า
ส่วนที่ว่าทำไมฟางถัวถึงได้มั่นใจว่าพวกซูหมิงเจ๋อจะใช้เส้นทางตะวันออก แต่ความเป็นจริงแล้วซูหมิงเจ๋อใช้เส้นทางตะวันตก นั่นก็เป็นเพราะว่าข้อมูลของทั้งสองคนนั้นไม่เหมือนกัน คนหนึ่งคิดว่าซูหมิงเจ๋อกับจูหงเยียนร่วมมือกัน เตรียมใช้ช่วงเวลาที่ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันเพื่อเดินทาง
ในช่วงเวลานั้น ทางทิศตะวันออกเป็นเส้นทางที่ดีที่สุด
แต่ว่า ซูหมิงเจ๋อกลับไม่ได้ร่วมมือกับจูหงเยียน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจูหงเยียนทำการสู้รบเมื่อไหร่ ดังนั้นพวกเขาจึงคิดจะเดินทางในช่วงเวลาที่สู้รบกันไปพอประมาณแล้ว ถึงแม้จะมีอันตราย แต่ก็ทำได้เพียงแค่นี้
แต่ว่า ไม่คิดเลยว่า เพียงแค่การเข้าใจแค่นี้ กองทหารของซูหมิงเจ๋อก็ข้ามผ่านไปได้แล้ว
ส่วนพวกฟางถัวเขานั้นก็เสียเปล่า
บนเนินเขาแห่งหนึ่ง ลูกเสือคนหนึ่งรายงาน “นายพลฟางครับ ไม่มีคนครับ ทางทิศตะวันตกออกแห่งนี้ หาใครไม่เจอเลยครับ และก็ไม่มีร่องรอยเลยด้วยครับ”
“หาไม่เจอ!”
สีหน้าของฟางถัวเปลี่ยนไป
พวกเขาเสียแรงมากขนาดนี้ สงครามที่เดิมทีต้องชนะ แต่ก็สู้ไม่ชนะ เพื่อต้องการมาสกัดกั้นกองทหารของซูหมิงเจ๋อ กลัวว่าพวกเขาจะมีแผนการอะไรจริงๆ แล้วข้ามผ่านพวกเขาไป จากนั้นก็ทำภารกิจทำลายล้าง
แต่ว่า มาเสียเปล่า
มาเสียเปล่าจนได้
มาเสียเปล่าจนได้!
เป็นไปได้ยังไง
เกิดปัญหาที่จุดไหน ทั้งๆที่ควรจะอยู่ตรงนี้ ทำไมถึงไม่อยู่
“นายพลฟางครับ ทางศัตรูส่งคนมาหาเรื่อง โอ้อวดกำลังพลครับ” ทหารนายหนึ่งวิ่งมา
เนื่องจากระยะทางไกลมาก ท่าทางมุ่งหน้าอย่างกล้าหาญของกองทัพเพลิงไฟก็ไม่มีเหลือแล้ว และเนื่องจากมีผู้บาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก ทั้งกองทัพเพลิงไฟก็ได้กลับไปสู้สภาพตกต่ำอย่างเดิมแล้ว ไม่มีหนทาง ทหารใหม่ เผชิญหน้ากับความตายก็มักจะหวาดกลัว
โดยเฉพาะเผชิญหน้ากับความตายของคนใกล้ตัว
มักจะคิดเชื่อมโยงว่าคนต่อไปจะเป็นตัวเองหรือไม่
ดังนั้น กำลังการต่อสู้ของกองทัพเพลิงไฟ ได้ลดลงอย่างหนักอีกครั้ง และกลับสู่สภาพเดิมแล้ว
จูหงเยียนไม่ได้ไล่ตามต่อไป
หากยังไล่ตามต่อไป พวกเขาก็จะต้องตายจนหมด ดังนั้นพวกเขาจึงรออยู่ที่ไม่ไกลมากนัก แล้วก็คอยส่งคนไปหาเรื่องยั่วยุอยู่ตลอด เมื่ออีกฝ่ายสู้กลับ พวกเขาก็จะถอยทัพ แต่ถ้าหากพวกเขาเดินทางต่อไป พวกเขาก็จะไล่ตามต่อไปเช่นกัน
สงครามกองโจร
“อีกแล้ว!กองทัพเพลิงไฟนี่มันน่าโมโหจริงๆ ถ้าไม่ใช่เพราะทหารของเรากำลังไล่ตามกองทหารของซูหมิงเจ๋อ คงจะกำจัดพวกมันทิ้งไปตั้งนานแล้ว”
“ใช่แล้วครับ ถึงขั้นที่ให้กำลังการต่อสู้อย่างเศษซากพวกนี้มาหาเรื่องยั่วยุพวกเราได้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”
“น่าโมโหจริงๆ นายพลฟางครับ ผมขออนุญาตออกรบครับ ไปกำจัดพวกมันทิ้ง”
นายพลมากมายในใจต่างก็มีความโมโหเก็บกดไว้ เป็นความโมโหที่มีมาก่อนหน้านี้ แต่ละคนต่างก็โมโหกันเป็นอย่างหนัก
ถูกทหารอ่อนแอหาเรื่อง แล้วพวกเขาก็ยังไม่กล้าสู้กลับ!
ช่างน่าโมโหจริงๆ
“ไม่ได้”
ฟางถัวส่ายหัว สีหน้าไม่ค่อยพอใจ “ศัตรูจงใจหาเรื่องยั่วยุพวกเรา ถ้าหากพวกเราสู้กับพวกมันเมื่อไหร่ พวกเราก็จะแพ้แล้ว ห้ามทำเรื่องที่จะทำให้ศัตรูพอใจ พวกมันเป็นเหยื่อล่อ เดิมทีก็เตรียมใจมาเพื่อเสียสละอยู่แล้ว ทำลายทิ้ง ก็ไม่มีประโยชน์อะไร แล้วยังจะทำให้เกิดปัญหาใหญ่อีกด้วย”
จากความรู้สึกส่วนตัว ฟางถัวเองก็อยากจะกำจัดกองทัพนี้ทิ้งเช่นกัน
แต่ว่า
เขาเป็นนายพลของหนานเยว่ รับผิดชอบสกัดกั้นกองกำลังที่มาจากเมืองเทียนหนาน อีกฝ่ายกล้าออกจากเมือง แสดงว่ามีความมั่นใจ หรือไม่ก็มีแผนการ เขาห้ามใช้ความรู้สึกส่วนตัวมาบดบังสายตาเด็ดขาด
เขาจำเป็นต้องทำการตัดสินใจที่เหมาะสมกับสนามรบมากที่สุด
ห้ามติดกับเด็ดขาด
“ออกคำสั่งลงไป ทุกคนห้ามโจมตีกองทัพเพลิงไฟเด็ดขาด ห้ามเกิดการปะทะกัน ผู้ฝ่าฝืน ฆ่าทิ้ง ขณะเดียวกัน ให้ไปรายงานกับหน่วยทหารจอมพล พวกเราอาจจะปล่อยให้กองทัพนั้นหลุดเข้าไปแล้ว อีกอย่าง รายงานเรื่องการสูญเสียของพวกเราไปด้วย”
ประโยคสุดท้าย ฟางถัวกัดฟันรายงานออกไป
ความผิดพลาดสองอย่าง
เพียงพอที่จะทำให้สูญเสียตำแหน่งนายพลของเขา คาดว่าเบื้องบนเองก็คงจะต่อว่าเขา สามหมื่นคน ถึงแม้จะเป็นหมูสามหมื่นตัว ก็ต้องใช้เวลาฆ่าอยู่นาน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคนเลย
แต่พวกเขากลับสูญเสียไปสามหมื่นคนแล้วยังปล่อยให้กำลังหลักของอีกฝ่ายปล่อยผ่านไป
เรื่องนี้สาหัสอย่างมาก เขาจะต้องถูกลงโทษอย่างหนักแน่นอน
แต่ก็ทำการรายงานออกไปแล้ว ยังไงซะนี่ก็เป็นสงครามที่หนานเยว่ของพวกเขาบุกรุกเข้าสู่ต้าหัว ถ้าหากว่าไม่ชนะ หนานเยว่จะต้องมีอันตรายอย่างแน่นอน ฉินเฟิง เจ้าคนนั้นมันไม่ใช่คนดีอะไร
ยิ่งไปกว่านั้น ทหารหนานเยว่ของพวกเขา ก็ไม่เว้นแม้แต่คนป่วยคนชราใดๆของต้าหัวเลย