หลงรักฉันสักทีเถอะค่ะ คุณเหยา - ตอนที่ 95
“อ๊ะ…ไม่นะ!”
ซือโย่วย่อตัวลงชิดมุมเหมือนกระต่ายน้อยที่ตกใจกลัว
“เด็กดี ยืนขึ้นไ
มีเพียงผ้าขนหนูอาบน้ำอยู่บนตัวดังนั้นการพิงผนังทำให้เธอรู้สึกหนาวยิ่งขึ้น
เมื่อดึงซือโย่วขึ้นมาด้วยมือข้างหนึ่งและจับเธอไว้ในอ้อมแขน เหยาซื่อพบว่ามันน่าขบขัน เขาลูบศีรษะของเธอ
เขาแค่ล้อเล่นกับเธอแต่ทำไมเธอถึงได้กลัวขนาดนั้น?
ซือโย่วมืองไปที่เหยาซื่ออย่างน่าสงสารพร้อมกับขมวดคิ้ว เธอเหนื่อยมากและขาก็ยังเจ็บ
…..
ซือเหนียนคิดว่าเธอต้องได้บางอย่างที่หาดูได้ยาก
ผู้อาวุโสฉินอยู่ที่บ้านของเธอตลอดทั้งบ่าย ตอนแรกซือเซียงยังสงวนท่าทีกับผู้อาวุโสฉิน หลังจากรับประทานอาหารกลางวัน ยิ่งพวกเขาได้พูดคุยกันมากเท่าไหร่ พวกเขาก็ยิ่งสนิทกันมากขึ้นเท่านั้น ทั้งคู่ได้สังเกตว่าฟ้าค่อย ๆ มืดลงแล้ว
“โอเค โอเค!”
พ่อบ้านยังคงเร่งเร้าให้เขากลับบ้าน ผู้อาวุโสฉินก็ตอบอย่างไม่อดทน
ข้างนอกมืดลงเรื่อย ๆ และผู้อาวุโสฉินไม่สามารถหาข้อแก้ตัวใด ๆ ที่จะอยู่ที่นี่ต่อได้อีก เขาจึงต้องบอกลาซือเซียงและน้องสาวของเขาอย่างไม่เต็มใจ
ผู้อาวุโสฉินนั่งอยู่ในรถ มองท้องฟ้ามืดด้วยความพึงพอใจพร้อมกับรอยยิ้มที่โล่งใจบนใบหน้าของเขา
“คุณท่านขอรับ คุณเหยาโทรมา บอกว่าอยากจะคุยกับท่านขอรับ”
กระทั่งพวกเขาออกจากบ้านของซือเซียง พ่อบ้านถึงได้กล้าพูดคุยกับผู้อาวุโสฉิน
“ได้ จัดการให้ที”
ผู้อาวุโสฉินหลับตาลงอย่างช้า ๆ โดยคิดว่าเหยาซื่อน่าจะรู้อะไรบางอย่างจากซือโย่ว อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด ทุกอย่างมีจุดเริ่มก็ต้องมีจุดจบ!
ผู้อาวุโสฉินออกไปข้างนอกมาทั้งวันแล้ว เขาไม่สามารถกลับบ้านค่ำจนเกินไปได้ หากพวกคนเลวในบ้านตระกูลฉินพบความลับของเขา พวกเขาอาจก่อให้เกิดความวุ่นวายอย่างมาก
“วันนี้ผู้อาวุโสฉินแปลกมาก”
เมื่อมองไปที่รถที่หายไป ซือเหนียนก็จมอยู่ในความคิดของตนเอง
…………..
ซือโย่วและเหยาซื่อไม่ได้ลงมาข้างล่างเลยตลอดทั้งวัน เมื่อซือโย่วตื่นขึ้นมา เธอก็หิวมาก นอกจากเอจะกลัวเหยาซื่อแล้ว เธอก็อดไม่ได้ที่จะเดินโซซัดโซเซ เหยาซื่ออุ้มเธอแล้วพาไปชั้นล่าง อาหารเย็นเตรียมพร้อมสำหรับพวกเขาแล้ว
เมื่อทานอาหารเย็นเจียงเฟิงอี้และเสี่ยวชิงกำลังคุยกันอย่างมีความสุขบนโซฟา เมื่อเห็นเหยาซื่อและซือโย่วออกมาจากห้องนอนของพวกเขา เจียงเฟิงอี้ก็หัวเราะอย่างมีความสุขพร้อมกับเอามือปิดปากของเธอ
“พวกเธอต้องกินอะไรบ้างนะ?”
เหยาซื่อวางคางของเขาไว้ที่ศีรษะของซือโย่ว แล้วป้อนข้าวเธออย่างอดทน
ซือโย่วไม่อายเลยแม้ว่าเธอจะรู้สึกไม่เต็มใจอยู่ในใจ แต่เธอก็ไม่สามารถต้านทานความอ่อนโยนของเหยาซื่อได้! เมื่ออยู่เหยาซื่อมาเป็นเวลานาน เธอพบว่าตัวเองขี้เกียจและเอาแต่ใจมากขึ้น เธอเกือบจะถูกเหยาซื่อเยาะเย้ยเหมือนเด็กไม่รู้จักโต!
ให้ฉันกินเองได้แล้ว!”
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง ซือโย่วก็ตัดสินใจว่าเธอจะกินด้วยตัวเองดีกว่า
“ตกลง”
เหยาซื่อเป็นคนที่สง่างามและมีความประพฤติเรียบร้อยตามมารยาทบนโต๊ะอาหารของเขา ซือโย่วกำลังรับประทานอาหารขณะที่ฟังเสียงที่คลุมครือของเจียงเฟิงอี้ ซือโย่วรู้สึกถึงแรงกระตุ้นที่จะลดศีรษะของเธอลงไปใกล้จาน
ซือโย่วกินอาหารของเธออย่างรวดเร็ว แล้วไปพูดคุยกับเจียงเฟิงอี้ตามปกติไม่กี่ประโยค ก่อนจะขึ้นไปชั้นบน เธอถึงกับสะดุดเพราะขาของเธอยังเจ็บอยู่
เมื่อเห็นหญิงสาวที่น่าอึดอัด เหยาซื่อรู้สึกพึงพอใจในหัวใจ
เมื่อซือโย่วกลับไปที่ห้องของเธอ คนรับใช้กำลังเก็บข้าวของให้เธอ
“ป้าหลิว กำลังทำอะไรอยู่คะ?”
ซือโย่วยืนอยู่ที่ประตูด้วยความงุนงงและตูตูก็กระโดดไปรอบ ๆ ซือโย่วจ้องไปที่คนรับใช้ด้วยความประหลาดใจกับกระเป๋าเดินทางใบใหญ่
“คุณผู้หญิง, คุณผู้ชายสั่งให้มาจัดการค่ะ”
ป้าหลิวยิ้ม เธอจะทำทุกอย่างที่เหยาซื่อสั่งให้ทำ แม้จะไม่รู้เหตุผลก็ตาม
“อะไรนะคะ?”
ซือโย่วพึมพำและอุ้มตูตูขึ้น ตูตูคิดถึงเจ้าของมันมาก เพราะไม่เห็ฯเจ้าของของมันมาทั้งวันแล้ว
“เด็กดี เธอคิดถึงแม่ใช่ไหม”
ซือโย่วลูบขนของตูตูด้วยความรัก มันโต้ตอบกับเธออย่างนุ่มนวล
เมื่อเหยาซ่อเดินเข้าไปในห้องและเห็นซือโย่วกับตูตูโต้ตอบกัน ความคิดที่กล้าหาญก็ฉายในใจของเขาทันที
เขาอยากมีลูกกับซือโย่ว
“อาซื่อ ทำไมคุณให้ป้าหลิวเก็บของเหรอคะ? ฉันออกไปไหนไม่ได้อยู่นี่ แล้ว…”
ซือโย่วพูดอย่างสบาย ๆ แต่มีความหมายบางอย่างในน้ำเสียงของเธอ
เหยาซื่อเบิกตากว้างและขมวดคิ้ว เมือ่ไหร่ที่เขาไม่ยอมให้เธอออกไปข้างนอกกัน
“เสร็จเรียบร้อยคะ”
ป้าหลิวพยักหน้าให้กับเหยาซื่อด้วยรอยยิ้ม และจากไปพ้อมกับคนรับใช้คนอื่น
เหยาซื่อจับคอของซือโย่วเบา ๆ พร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปากของเขา
“ผมจะอนุญาตให้คุณไปทำงานในสัปดาห์หน้า”
ซือโย่วกลอกตาของเธอโดยไม่พูดอะไร พระเจ้า เธอรู้แล้วไม่ใช่เหรอ
“ผมจะพาคุณไปที่ไหนสักแห่ง ของของคุณก็เก็บหมดแล้ว เราจะออกเดินทางกัน พรุ่งนี้ตั้งแต่เช้าตรู่เลย”
เหยาซื่อรู้สึกเสียใจกับพฤติกรรมหุนหันพลันแล่นของเขาในช่วงสองคืนที่ผ่านมา ผู้หญิงมักจะเอาใจเขาและไม่มีใครกล้าทะเลาะกับเขา แล้วยังเป็นวันเกิดของเขาด้วย นี่เธอโกรธเขาและร้องไห้ เหยาซื่อคิดว่า ความคิดของจงอี้นั้นเข้าท่า เขาจึงวางแผนที่จะพาซือโย่วไปพักร้อน
แต่งงานกันได้สองสามเดือนแล้ว พวกเขาใช้ชีวิตกันเฉพาะที่บ้านทุกวัน เขายังคงติดค้างซือโย่วหลายอย่าง ดังนั้นเขาจึงตั้งใจที่จะตอบแทนเธอทีละอย่าง
“ที่ไหนคะ”
ซือโย่วนั่งลงบนเตียงโดยให้ขาของเธอห้อยจากด้านหนึ่งไปด้านห้านหนึ่ง
เธอจะไม่ไปไหนตามคำสั่งหรอกนะ
“พรุ่งนี้คุณก็รู้”
เหยาซื่อยิ้มอย่างมีเลศนัย โคมไฟส่องเงาเหนือผมสั้นยุ่งเหยิงของเขา
ซือโย่วกลอกตาของเธออย่างไม่ใส่ใจโดยไม่ตอบสนองต่อเหยาซื่ออีกต่อไป ตอนนี้เธอยังคงเหนื่อยและเหม่อลอย แม้ว่าจะกำลังเล่นกับตูตูก็ตาม เธอเอาแต่คิดว่าจะผ่านคืนนี้ไปได้อย่างไร
“ที่รักคะ ฉันปาดท้อง…”
ทันใดนั้นซือโย่วก้เอามือปิดหน้าท้องของเธอ และมองไปที่เหยาซื่อย่างเจ็บปวด
“เหมือนจะเป็นประจำเดือน..”
“ประจำเดอนคุณเพิ่งหมดไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วไม่ใช่เหรอ”
“…”
“ที่รัก ฉันปวดหัว รู้สึกหนาวจังเลย ฉันต้องเป็นไข้แน่ ๆ…”
“เดี๋ยวผมให้หมอมาฉีดยาให้”
“อา! ไม่ ไม่!”
ซือโย่วกระโดดลงจากเตียงทันทีและขวางเหยาซื่อไว้
เหยาซื่อแสดงสีหน้ากังวลโดยตั้งใจและอุ้มเธอขึ้นแสร้งทำเป็นห่วงเธอ
“ที่รักอย่างขยับไปมา ผมจะโทรเรียกหมอมาที่นี่ทันที สบายใจได้! หมอประจำครอบครัวของเรามีความเชี่ยวชาญมาก คุณต้องดีขึ้นหลังจากฉีดยาเพียงครั้งเดียว”
ดวงตาของเหยาซื่อดูจริงใจมากและเขายังคงให้ความมั่นใจกับซือโย่ว ขณะที่หญิงสาวแตะแขนเสื้อของเธออย่างเชื่องช้า เธอกลอกตาและหยิบรีโมทของเครื่องปรับอากาศขึ้นมา
“เอ่อ…อาจจะตั้งอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศไว้ต่ำเกินไปน่ะ”
ซือโย่วยืดตัวเพื่อบ่งบอกว่าเธอสบายดี จากนั้นก็กลับไปที่เตียงอย่างไม่พอใจ
เมื่อทายาให้กับซือโย่วแล้ว เหยาซื่อทำให้เธอพอใจ
ซือโย่วนอนขดและสั่นอยู่บนเตียงสีหน้าหดหู่
โดยไม่คาดคิดว่าเหยาซื่อจะนอนดูทีวีเป็นเพื่อนเธออย่างอดทน กระทั่งซือโย่วหลับไป เหยาซื่อจึงปิดไฟอย่างเงียบ ๆ
เขาไม่ได้ขยับตัวตลอดทั้งคืน เขาไม่รู้ว่าซือโย่วกังวลเรื่องอะไร เป็นผู้โง่ที่โง่เสียจริง! เหยาซื่อฟื้นฟูพลังของเขาในไม่ช้า เมื่อซือโย่วหลับสนิท ตัวเขาดิ้นรนเพื่อหักห้ามความปรารถนาของตนเอง เมื่อจ้องมองไปที่ใบหน้าของซือโย่ว เขานอนไม่หลับเกือบทั้งคืน