หลงรักฉันสักทีเถอะค่ะ คุณเหยา - ตอนที่ 91
“คุณปู่คะ หนูคือฉินซือโย่ว ต่อจากนี้ไป หนูจะต่อสู้เพื่อสิ่งที่หนูสมควรได้รับ หนูไม่มีเจตนาจะทำร้ายตระกูลฉิน แต่หนูต้องได้รับสิ่งที่พวกเขาเป็นหนี้แม่ของหนูคืนมา”
“คุณยายทิ้งจดหมายให้ปู่ในกล่องนี้ค่ะ นั่นเป็นกุญแจสำคัญ” ซือโย่วกระแอมในลำคอ
“คุณปู่คะ หนูหวังว่าปู่จะสบายดีและหนูหวังว่าปู่จะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับความบาดหมางระหว่างหนูกับตระกูลฉิน”
“ลาก่อนนะคะคุณปู่”
ชายชรายืนด้วยความงุนงง พร้อมกับกล่องเครื่องประดับที่กำแน่นในมือ ไม่แน่ใจว่าเขาฟังสิ่งที่ซือโย่วพูดหรือเปล่า ขณะที่กำลังจะกลับ ซือโย่วสวมเสื้อโค้ทของเธอและออกจากห้องไปอย่างเงียบ ๆ
มื้อเย็นในห้องนั่งเล่นเพิ่งจะจบไป ครอบครัวนี้ดูเหมือนจะสนุกสนานกับตัวเอง ทำให้การปรากฏตัวของซือโย่วอย่างกะทันหันค่อนข้างอึดอัด
“เดี๋ยวก่อน!”
ซือโย่วกำลังจะจากไป ทว่าฉินเซาเฟิงหยุดเธอไว้
“อะไรคะ” ซือโย่วมองไปที่ชายคนที่อ้างตัวว่าเป็นพ่อของเธออย่างเย็นชา
“บอกมานะ ฉันไม่อยากเสียเวลา”
“เธอพูดอะไรกับเขา”
หลังจากที่ฉินเซาเฟิงออกมาจากห้องของชายชรา เขาก็ได้ยินเสียงกรีดร้องของซือโย่ว
“ทำไมฉันต้องบอกคุณ”
ซือโย่วรู้สึกว่าฉินเซาเฟิงต้องคิดอะไรสักอย่าง ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่ถามคำถามไร้สาระกับเธอ
“ฉันเป็นพ่อของแกนะ” ฉินเซาเฟิงคำราม ทว่าซือโย่วกลับทำให้เขาอับอายต่อหน้าครอบครัวฉินที่อยู่ที่นั่น ทำให้เขาโกรธมาก
“โอ้ใช่ คุณเป็นพ่อของฉันนี่นะ” ซือโย่วตอบอย่างยิ้ม ๆ
ฉินเซาเฟิงตัวแข็งค้างอยู่สักครู่ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ซือโย่วไม่เคยยอมรับว่าเขาเป็นพ่อของเธอ แม้ว่าเขาจะไม่สนใจลูกสาวที่เขาเพิ่งพูดถึง
“ก็อย่างที่คุณบอก ฉันเพิ่งบอกคุณปู่ไปว่า ฉันจะเปลี่ยนนามสกุลเป็น ฉินซือโย่ว”
แม้ว่าเธอจะมีรอยยิ้มที่สมบูรณ์แบบบนใบหน้าของเธอ แต่คำพูดของเธอทำให้ทุกคนในตระกูลฉินรู้สึกเหมือนถูกเข็มแทง
ฉินซือโย่ว? คนในตระกูลฉินมองไปที่ซือโย่วด้วยความประหลาดใจ และสงสัยว่ามีอะไรผิดปกติกับเธอ อย่างที่พวกเขารู้ซือโย่วไม่เคยปิดบังความรังเกียจของเธอที่มีต่อตระกูลฉิน ทำไมจู่ ๆ เธอถึงยอมรับนามสกุลฉินล่ะ?
“ลาก่อนนะคะคุณพ่อ! ไว้ฉันจะมาหาใหม่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า”
คำพูดของซือโย่วฟังดูสมเหตุสมผลกับคนแปลกหน้า แต่รุนแรงสำหรับฉินเซาเฟิง
ฉินเซาเฟิงอดไม่ได้ที่จะตัวสั่น เมื่อเห็นความดุร้ายในดวงตาของซือโย่ว เมื่อเขารู้ว่าเธอพูดอะไร ซือโย่วก็ไปถึงประตูทางออกแล้ว
“เธอหมายความว่ายังไง” ซ่งเหม่ยหรงถาม
การเปลี่ยนแปลงของซือโย่วนั้นชัดเจน จนเธอแทบไม่เชื่อว่าซือโย่วแค่อยากกลับมา แม้ว่าซือโย่วจะทำเช่นนั้น ทว่าพวกเขาก็ยังไม่ยอมรับอยู่ดี!
“คุณไม่เห็นเหรอ? พ่อต้องบอกอะไรเธอบางอย่าง เธอจะต้องหวังทรัพย์สินของตระกูลฉินแน่!”
ผู้ชายที่ฉลาดอย่างฉินเซาเฟิง จะไม่เข้าใจความตั้งใจของซือโย่วได้อย่างไร? เธอกลับมาหาครอบครัวในนาม แต่ใช้โอกาสนี้ต่อสู้เพื่อสิทธิในการสืบทอดตำแหน่งกับตระกูลฉิน!
“คราวนี้พ่อทำเกินไปแล้ว!”
ฉินเซาเฟิงพึมพำ
“เราจะทำยังไงดี? เราต้องหยุดเธอ!”
ซ่งเหม่ยหรงเข้าใจในที่สุด
ฉินเซาเฟิงมองไปที่ซ่งเหม่ยหรงดูเหมือนจะเข้าใจกัน แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
การรวมตัวกันอย่างมีความสุขในบ้านยังคงดำเนินต่อไป ซือโย่วยืนอยู่ทีป่ระตูด้วยอาการวิงเวียนเล็กน้อย ในขณะที่ลมเย็น ๆ ในตอนกลางคืนพัดมาที่ห้าผากของเธอ ซือโย่วอดไม่ได้ที่จะจาม
ฮัดชิ้ว!
ซือโย่วลูบจมูกของเธอพร้อมกับใบหน้าที่เศร้าหมอง “ฉันควรจะใส่เสื้อให้หนาสักหน่อยนะว่าไหม?”
เสี่ยวชิงกำลังจะหยิบเสื้อโค้ทที่อยู่ในรถให้กับซือโย่ว รถของเหยาซื่อมาหยุดอยู่ตรงหน้าพอดี
ผมที่ยุ่งเหยิงของเหยาซื่อพลิ้วไหวเล็กน้อย เขาพันเสื้อโค้ทกันลมสีเบจรอบตัวเธอโดยไม่พูดอะไร
“ยัยโง่”
ดูเหมือนเหยาซื่อจะดุผู้หญิงคนนี้ ทว่าน้ำเสียงของเขาฟังดูนุ่มนวลนัก
ซือโย่วกดใบหน้าของเธอเข้ากับหน้าอกของเขา รู้สึกถึงการเต้นของหัวใจที่เต้นแรง น้ำตาไหลอาบแก้ม
เมื่อก่อนเธอไม่ค่อยร้องไห้ แต่ตอนนี้เธอมีอารมณ์อ่อนไหวมากขึ้นเรื่อย ๆ
ซือโย่วก้มหน้าลงด้วยความลำบากใจและตัดสินใจไม่ประนีประนอมกับตัวเอง
‘ฉันจำได้ว่าเราทะเลากันไม่พูดกัน ทำไมเขาถึงมาหาฉันที่นี่?’
ซือโย่วรู้สึกสับสนและถูกศีรษะเข้ากับหน้าอกของเหยาซื่อ ทำให้เหยาซื่อรู้สึกจั๊กจี้
“ยัยเด็กขี้แย”
เมื่อเธอไดยินคำพูดเหล่านั้น ดวงตาที่บวมและแดงของซือโย่วซึ่งกำลังฟื้นตัวก็กลับมามีน้ำตาอีกครั้ง
“แล้วไง? ไม่ใช่เรื่องของคุณสักหน่อย” ซือโย่วกล่าวอย่างดื้อดึง
เหยาซื่อแตะที่หน้าผากของเธออย่างอ่อนโยนและจูบที่ดวงตาของเธอเบา ๆ
“อย่าร้องไห้อีกเลยนะ ไม่อย่างงั้นหัวใจของผมจะเจ็บปวดไปด้วย”
ซือโย่วรู้สึกขบขัน เธอแนบชิดกับเขาอย่างเขินอายและไม่ลืมที่จะเหยียบเท้าของเขา!
‘คำพูดหวาน ๆ เพียงอย่างเดียวไม่มีประโยชน์หรอกนะ คุณต้องชดใช้’
เสี่ยงชิงเฝ้าดูคู่สามีภรรยาที่น่ารักจากนั้นก็ขึ้นรถอีกคันอย่างมีสติ ด้วยความเหนื่อยล้าซือโย่วนอนขดตัวอยู่ในอ้อมแขนของเหยาซื่อทันที หลังจากที่เขาช่วยเธอเข้าไปในรถ
เธอเหนื่อยมากจริง ๆ มันเป็นวันที่ยาวนาน หลังจากอารมณ์เธอเริ่มเย็นลงแล้ว ซือโย่วรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เธอพูดกับคุณปู่ ทำไมเธอถึงอารมณ์เสียกับคุณปู่? ยังไงก็ตามเมื่อนึกถึงความหน้าซื่อใจคดของตระกูลฉินและการทำร้ายแม่ของเธอ เธอก็เต็มไปด้วยความโกรธ
“คุณโอเคไหม?” เหยาซื่อมองไปที่ซือโย่ว หญิงสาวที่เหนื่อยล้า เต็มไปด้วยความกังวล ใบหน้าของเธอจึงบึ้งตึง
ในความคิดที่สองของเหยาซื่อ เขาคิดว่าดีกว่าที่จะกลืนกินความภาคภูมิใจของเขา ก่อนที่จะมา เขามีความคิดว่าจะลงโทษซือโย่วอย่างไรดี เพราะวันนี้เธอได้ทำหลายสิ่งที่ทำให้เขารำคาญ เขาจะลงโทษเธอทีละอย่าง! ทว่าเมื่อเห็นใบหน้าที่โศกเศร้าของเธอ หัวใจของเขาก็ละลายเป็นแอ่งน้ำทันทีและไม่มีความโกรธหลงเหลืออยู่เลย
“ฉันสบายดีคะ..”
ไม่เคยเกิดขึ้นกับซือโย่วมาก่อนเลย เธอให้อภัยเหยาซื่อได้ง่ายขนาดนี้ แต่ตอนนี้ความสนใจของเธอหันไปหาอย่างอื่น แม้ว่าจะไม่ใช่คนที่อยากได้ชื่อเสียงและการยอมรับ แต่เธอก็ต้องล้างแค้นให้แม่ของเธอ แม้ว่าเธอจะต้องทำลายตระกูลฉินทั้งหมดก็ตาม!
แต่เธอจะทำอย่างไร เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่ไม่รู้อะไรเลย?
เธอถอนหายใจอย่างอ่อนแรงและทรุดตัวลงข้างหน้าต่างโดยลืมไปว่าเหยาซื่ออยู่ข้าง ๆ
ซือโย่วไม่สนใจเหยาซื่อ ที่เต็มไปด้วยความรำคาญ เขาเล้าโลมผู้หญิงไม่เก่งจริง ๆ นอกจากนี้เขากำลังขอโทษอย่างเห็นได้ชัด เธอมองไม่เห็นเหรอ
“ขอโทษนะ…”
ซือโย่วตกใจกับเสียงที่ดึงดูดของเหยาซื่อ เธอรีบยกมือขึ้นแตะหน้าผากของเขา
แม้แต่คนขับรถที่เบาะหน้ายังตกใจกับคำขอโทษของเหยาซื่อ!
คุณคือเหยาซื่อจริงหรือเปล่า? ไม่มีใครกล้าทำให้เขาขุ่นเคืองและเหยาซื่อไม่เคยถ่มตัว และขอโทษใคร แม้ว่าบางครั้งมันจะเป็นความผิดของเขาก็ตาม!
“คุณโอเคไหม? คุณมีไข้หรือเปล่า?” ซือโย่วยกมือขึ้นแตะไปตามใบหน้าของเหยาซื่อ เพราะกลัวว่าไข้จะขึ้นสมอง
“ผมบอกว่าผมขอโทษ!”
เหยาซื่อจับมือของซือโย่วแล้วขมวดคิ้ว ‘คุณรู้ไหมว่าคุรกำลังทำอะไรอยู่? หยุดยั่วยวนผมก่อนที่ผมจะควบคุมตัวเองไม่ได้’