หลงรักฉันสักทีเถอะค่ะ คุณเหยา - ตอนที่ 92
“อย่าขยับ!” เหยาซื่อกดร่างกายของเขาอย่างแรงกับซือโย่ว “สามีของคุณเป็นผู้ชายธรรมดานะ!”
ใบหน้าของซือโย่วแดงระเรื่อไปหมด ทำไมผู้ชายถึงได้หื่นขนาดนี้ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน
“ลุก!” หลังจากผลักเหยาซื่อออกไปด้วยความแข็งแกร่ง ซือโย่วจัดเสื้อผ้าที่ยับเล็กน้อยของเธอ
เหยาซื่อมองไปที่ซือโย่วอย่างไร้เดียงสาและรู้สึกขมขื่นใจ เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นคนที่ถูกแกล้ง แต่จริง ๆ แล้วหญิงสาวไม่ยอมรับผิดชอบ!
“ผมขอโทษคุณแล้ว คุณก็หายโกรธสักทีเถอะ” เหยาซื่อถามอย่างไม่แน่ใจ และเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดที่เขาคิดได้
ซือโย่วส่ายหน้าแสร้งทำเป็นสงบขณะมองผ่านโทรศัพท์ของเธอ แต่เธอก็หัวเราะเบา ๆ กับตัวเองในใจ
“ที่รัก อย่าโกรธเลยนะ..” จู่ ๆ เหยาซื่อดึงเสื้อคลุมของซือโย่วและเริ่มเลียนแบบน้ำเสียงปกติของเอ ทำตัวเหมือนเด็กเอาแต่ใจ…
เมื่อต้องเผชิญกับเด็กตัวโตที่น่ารักคนนี้ ซือโย่วเม้มริมฝีปากของเธอโดยไม่พูดอะไร…
‘เฮ้ คุณล้อฉันเล่นเหรอ? ผู้ชายร่างใหญ่ในชุดสูท สูงถึง 187 เซนติเมตร จะมาทำตัวน่ารักเหมือนตุ๊กตาคิตตี้ในรถแบบนี้ได้ยังไง’ ซือโย่วคิด เธออยากจะยกโทรศัพท์ออกมาถ่ายรูปเขาเก็บไว้เสียจริง
“แล้วคุณยกโทษให้ผมได้ไหม?” เหยาซื่อขมวดคิ้วด้วยเสียงที่นุ่มนวล ฟังดูเศร้าใจ
ผู้ชายก็เลียนแบบเก่งเช่นกัน! ซือโย่วอดไม่ได้ที่จะหัวเราะและยกโทษให้กับเหยาซือในเวลาเดียวกัน
เหยาซื่อกอดซือโย่วด้วยความภาคภูมิใจ เขาคิดว่าตัวเองฉลาดพอ แต่การกระทำของเขาตอนนี้ไม่น่าเชื่อเลย
ทั้งสองมาถึงบ้านตระกูลเหยา อย่างมีความสุขและลืมเรื่องที่ไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนเสียหมด
เมื่อเห็นสองคนกลับมาคืนดีกัน เสี่ยวชิงก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
“ไปไหนกันมา? ทำไมกลับมาช้านัก บไปทานอาหารเย็นกันเถอะ!”
ตั้งแต่ที่เจียงเฟิงอี้เข้ามาดูแลตระกูลเหยา มีก็พ่อครัวพิเศษที่รับผิดชอบมื้ออาหารให้กับเธอ เธอจะรับประทานอาหารตามเวลาที่กำนหดและตามจำนวนที่กำหนดทุกวัน โดยปกติแล้วเหยาซื่อจะพยายามอย่างเต็มที่ ที่จะทานข้าวกับเธอและถ้าเขาไม่สามารถมาทานด้วยได้จริง ๆ เจียงเฟิงอี้จะสั่งให้แม่ครัวเก็บอาหารไว้ให้เหยาซื่อ เพื่อให้แน่ใจว่าเขาจะได้ทานอาหารร้อน ๆ ในทันทีที่เขากลับมาถึงบ้าน
“คุณย่า!”
ซือโย่วกระโดดไปหาเจียงเฟิงอี้ เหมือนเด็ก ๆ และเรียกเธออย่างไพเราะ
“ที่รัก ระวังหน่อย ขาของเธอดีขึ้นหรือยัง”
เมื่อเร็ว ๆ นี้ ซือโย่วเดินมากเกินไป ทำให้เจียงเฟิงอี้เป็นห่วง
“ค่ะ ขาเกือบจะหายเป็นปกติแล้วค่ะ”
“มา..มาทานอาหารกันเถอะ” เมื่อเติมข้าวให้ซือโย่วเต็มจานแล้ว เหยาซื่อดึงเธอมาที่โต๊ะ
เมื่อคืนซือโย่วทานอาหารได้นิดเดียวเพราะความโกรธและเธอก็ไม่ลงมาทานอาหารเช้าด้วยเช่นกัน ดังนั้นตอนนี้เธอคงจะหิวมากแล้ว
ซือโย่วสัมผัสหน้าท้องแบนราบของเธอด้วยมือตนเอง พร้อมกับนั่งลงที่เก้าอี้อย่างเชื่อฟัง
เมื่อเห็นทั้งสามคนเริ่มกินข้าวกันแล้ว เจียงเฟิงอี้ก็หันกลับไปที่ห้องนอนของเธอเพื่อพักผ่อน
ซือโย่วหิมาตลอดทั้งวัน เธอกินอาหารได้เยอะพร้อมกับพึมพำอะไรบางอย่างในเวลาเดียวกัน
“คุณย่าเป็นห่วงฉันมากเลย เธอรู้ใจจริง ๆ ว่าฉันชอบกินอะไร..”
เมื่อได้ยินคำพูดของซือโย่ว เหยาซื่อเติมซุปให้เธอในชามอย่างเงียบ ๆ
“กินช้า ๆ”
เสี่ยวชิงรู้สึกสนุกกับรูปลักษณ์ที่น่ารักของซือโย่วและเธอนึกไม่ถึงว่าซือโย่วเป็นผู้หญิงอายุ 24 ปี สงสัยว่าเธอจะไร้เดียงสาและน่ารักขนาดนี้ได้อย่างไร
ซือโย่วไม่สน เมื่อบนโต๊ะมีเพียงแค่เหยาซื่อและเสี่ยวชิง ทำให้ซือโย่วไม่สนใจเรื่องมารยาทบนโต๊ะอาหารของเธอ และกินในแบบที่เธอชอบก็เท่านั้น!
เมื่อดื่มน้ำซุปครั้งสุดท้ายแล้ว ซือโย่วเช็ดปากอย่างแรง
“ฉันอิ่มแล้ว!”
จากนั้นเธอก็กระโดดไปที่ห้องนอนของตัวเอง
เหยาซื่อและเสี่ยวชิงมองหน้ากับและยิ้ม พวกเขาสองคนคุ้นเคยกับมารยาทสบาย ๆ ของซือโย่ว
“วันนี้เธอเป็นอะไรไปหรือเปล่า” เหยาซื่อเอาแต่จิ้มผักต่อหน้าเขา อย่างไม่ใส่ใจ แต่เขาก็ไม่รู้สึกอยากอาหารเลย
มีบางอย่างผิดปกติกับหญิงสาวและเป็นครั้งแรกที่เขาเห็นซือโย่วมีรอยยิ้มบนใบหน้าของเธอ
เสี่ยวชิงบอกเหยาซื่อโดยละเอียดเกี่ยวกับสิ่งที่เดขึ้นในวันนี้และดวงตาของเหยาซื่อกระพริบเล็กน้อย
“พวกตระกูลฉิน?”
อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าเขาจะมาช้าไป ซือโย่วทะเลาะกับผู้อาวุโสจริงและมันเกี่ยวกับเรื่องที่ร้ายแรง
“ผมขึ้นไปก่อนนะ ตามสบาย”
เหยาซื่อลุกขึ้นยืนและจากไป มือของเสี่ยวชิงที่มีตะเกือบอยู่นั้นสั่นเล็กน้อย ๆ แต่กลับมาเป็นปกติได้ในไม่ช้า
เธอมีความยืดหยุ่นสูงและชัดเจนว่าเธออาจจะเป็นก้างขวางคอของทั้งสองได้เสมอ
เสี่ยวชิงยิ้มอย่างไม่เต็มใจ เธอลดศีรษะลงเพื่อกินอย่างจริงจัง
……….
ซือโย่วนอนขดตัวอยู่บนเตียง พลิกไปพลิกมาพร้อมกับถือโทรศัพท์อยู่ในมือ
หลังจากลังเลอยู่สักพัก ซือโย่วโทรหาปู่ เธอรู้สึกเสียใจที่ทำตัวไม่ดีกับท่านเมื่อสักครู่ เธอโง่มากที่กวนประสาทคุณปู่ที่อายุมากแล้ว
ไม่ถึง 20 วินาทีต่อมา ปลายสายรับโทรศัพท์ ไม่ใช่ผู้อาวุโสฉิน ทว่าเป็นพ่อบ้านของเขา
“คุณซือ”
พ่อบ้านเรียกอย่างจริงใจ
“คุณปู่นอนแล้วเหรอคะ?” ซือโย่วถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวลของเธอ
“เขาหลับไปแล้วครับ” พ่อบ้านมองไปที่ชายชราบนเตียง เขาทำงานให้กับผู้อาวุโสฉินมาหลายสิบปีและไม่เคยเห็นว่าเขาเศร้าขนาดนี้
“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เป็นไรคะ ฉันไม่รบกวนแล้ว” ซือโย่วกล่าวเบา ๆ ดูเหมือนว่าเธอจะต้องขอโทษคุณปู่ในอีกไม่กี่วันต่อมา
“คุณซือ นายท่านอารมณ์ไม่ดีนักในวันนี้ ถ้าเป็นไปได้คุณค่อยใช้เวลาร่วมกับท่านให้มากกว่านี้ในครั้งต่อไปครับ” พ่อบ้านกล่าวด้วยความหมายบางอย่าง หลังจากได้ยินคำพูดของพ่อบ้าน ซือโย่วรู้สึกไม่สบายใจ มันเป็นเรื่องไม่ดีเลยที่เธอทำให้คุณปู่โกรธมาก
“ค่ะ ฉันเข้าใจแล้ว ฝันดีนะคะ อย่าลืมบอกคุณปู่ด้วยนะค ถ้าเขาตื่น แล้วฉันจะไปเยี่ยมเขาในภายหลังคะ”
หลังจากวางสาย ซือโย่วนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง
เธอมีความรู้สึกหลากหลายในหัวใจ พร้อมกับความคิดของเธอ ซือโย่วเปิดรายชื่อผู้ติดต่อตั้งใจจะโทรหาใครบางคนและคุยกัน แต่แม่ของเธอคงหลับไปแล้ว ส่วนเหยาเหยาก็ต้องทำงานพรุ่งนี้ แล้วจะโทรหาใครอีกล่ะ
ซื่อโย่วสังเกตเห็นชื่อของเฉียวเฟย เธอไม่ได้คุยกับเขาเป็นเวลานานและเธอก็ไม่รู้ว่าเขากลับมาจากการเดินทางหรือยัง ซือโย่วกดปุ่มโทรออก ทว่ามือใหญ่เข้ามาคว้าโทรศัพท์ของเธอไปโดยไม่คาดคิด
“คุณ!”
ซือโย่วลุกขึ้นนั่งทันที เธอชี้ไปที่เหยาซื่อแต่ไม่สามารถพูดอะไรได้
“คุณเหงางั้นเหรอ? สามีของคุณก็อยู่นี่แล้ว ยังจะโทรหาผู้ชายอื่นอีกเหรอ” เหยาซื่อโยนโทรศัพท์ลงบนโซฟาที่ไกลจากเตียงด้วยรอยยิ้มและเริ่มถอยเสื้อผ้าของเขา
“คุณกำลังจะทำอะไร!”
ซือโย่วดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างของเธออย่างระมัดระวัง
เหยาซื่อสวมเพียงชุดนอนของเขา เดินเข้ามาหาเธออย่างช้า ๆ โดยไม่ตอบอะไรเธอ จากนั้นเขาก้ดึงผ้าห่มบนร่างของเธอออกด้วยแรงและถอดชุดของเธอออก
“ อา ~ อา ~ อ๊ะ! ช่วยด้วย! คุณมันเลว!” ซือโย่วไม่สามารถต้านทานเหยาซ่อได้และตะโกนเสียงดัง
เหยาซื่อพูดไม่ออก ไม่มีอะไรที่เขาจะทำกับเธอได้!
เข้าใช้ครีมจากลิ้นชักทาลงบนแผนของซือโย่วอย่างระมัดระวัง ยาจากซิงเฉินซี่มีได้ผลดีมาก ตอนนี้แผลเกือบจะหายเป็นปกติแล้ว แม้แผลเป็นก็ค่อย ๆ จางลง
“ว้าว วิเศษมาก” เมื่อมองไปที่ต้นขาเนียนของเธอ ซือโย่วไม่สังเกตเห็นอาหารบาดเจ็บใด ๆ
หลังจากทาครีมแล้ว เขากดตัวเธอลงและนอนบนร่างของเธอ
ซือโย่วเบิกตากว้างโดยตระหนักว่าเธอมีเพียงชุดชั้นในเท่านั้น!
“คุณ…คุณจะทำอะไร!” ซือโย่วพูดตะกุกตะกัก แม้ว่าในใจเธอจะมีความกังวลและหวาดกลัว แต่เธอก็ยังแสร้งทำเป็นเสียงเข้ม
เหยาซื่อกดมือของซือโย่วด้วยรอยยิ้มจ้องมองไปที่เธอ