หลงรักฉันสักทีเถอะค่ะ คุณเหยา - ตอนที่ 84
“ไม่เป็นไร ฉันจะออกไปเยี่ยมแม่นะ”
“…”
เหยาซื่อนวดหน้าผากของเขาอย่างยอมจำนน ‘เธอโกรธหรือเปล่านะ?’
ซือโย่วตัดสินใจขอให้พ่อบ้านจางขับรถพาเธอและตูตูไปที่บ้านใหม่ของแม่ หลังจากเรียนจบ สิ่งแรกที่เธอฝันไว้คือการทำงานเพื่อเก็บเงินซื้อบ้านหลังใหญ่ให้กับแม่ พวกเขาจะได้ไม่ต้องอยู่ในบ้านหลังเล็ก ๆ ให้คนอื่นดูถูก
“เธอกำลังจะไปไหน?”
ตาคมของเสี่ยวชิงติดตามซือโย่วและเอื้อมมือที่แข็งแกร่งของเธอจับแขนของซือโย่ว
“ไปบ้านแม่!”
ซือโย่วไม่อาจทนต่อความเจ็บปวดได้ เธอดึงแขนออกจากมือของเสี่ยวชิง
“ฉันจะไปกับเธอ”
เธอรีบเดินตามซือโย่วเข้าไปในรถ โดยไม่มีเวลาได้แกะกระเป๋าเดินทางที่เพิ่งขนเข้ามาที่ชั้นหนึ่ง
“อะไรกัน? นั่นแม่ของฉันนะ!”
ซือโย่วตะโกนใส่เสี่ยวชิงอย่างขวางโลก ‘เธอน่ารำคาญเสียจริง เธอมองฉันไม่ออกหรือไง ถึงได้มองไม่เห็นอะไรเลย’
“ฉันต้องติดตามเธอไปทุกที ที่เขาไม่ได้ไปด้วย นั่นคือสิ่งที่อาซื่อบอก การปฏิบัติตามคำสั่งคือสิ่งสำคัญสำหรับฉันซะด้วยสิ”
เสี่ยวชิงพูดโดยไม่แสดงออกเหมือนกับหุ่นยนต์
“เอาล่ะ ได้ ได้! เหยาซื่ออีกแล้ว..”
ในที่สุดซือโย่วก็เริ่มรู้แล้วว่าทำไมเธอถึงไม่ชอบเสี่ยวชิง ผู้หญิงคนนี้ดูเย็นชา แต่ยังคงพูดถึงเหยาซื่อ เป็นไปไม่ได้หรอกที่เธอจะไม่มีอะไรกับเหยาซื่อ
ซือโย่วพูดถูก เสี่ยวชิงเคยรักเหยาซื่อ แต่เธอจะไม่ล้ำเส้นเหมือนถังถิง เหยาซื่อเคยมีแฟนในกองทัพ ดังนั้นเธอจึงมีบทบาทเป็นเพียงน้องสาวของเขาเท่านั้น และยังคอยป้องกันกระสุนให้กับเขาด้วย นั่นคือเหตุผลที่เหยาซื่อเชื่อใจเธออย่างเต็มที่และจัดเตรียมให้เธอมาปกป้องซือโย่ว
แม้ว่าจะเป็นเรื่องโหดร้ายที่ชายอันเป็นที่รักของเธอ ขอให้เธอมาปกป้องผู้หญิงอีกคน ทว่าเสี่ยวชิงไม่ได้ข้อตำหนิใด ๆ เธอเชื่อว่าการกให้คือความรักของเธอ
เสี่ยวชิงเงียบ ดังนั้นซือโย่วจึงไม่พูดอะไรอีกต่อไป รถแล่นเข้าสู่ถนนหลินหยุนอย่างช้า ๆ
“ที่นี่แหละคะลุงจาง จอดตรงนี้เลยค่ะ!”
ซือโย่วก้าวออกจากรถอย่างระมัดระวัง โดยมีเสี่ยวชิงเข้ามาช่วยเหลือเธอทันที เหยาซื่อบอกเสี่ยวชิงว่าให้ระวังเพราะขาของซือโย่วได้รับบาดเจ็บ
เมื่อได้ยินเสียงรถจอดอยู่ด้านนอก ซือเหนียนรีบออกไปเจอซือโย่ว
“อ้าวลูก จะมาทำไมไม่บอกแม่” ซือเหนียนบ่น
“จู่ ๆ หนูก็คิดถึงแม่” ซือโย่วหัวเราะเหมือนเด็กเอาแต่ใจ พร้อมกับอุ้มลูกสุนัขไว้ในมือ
“นี่คือ…?”
“สวัสดีคะคุณป้า ฉันชื่อเสี่ยวชิงเป็นบอดี้การ์ดของคุณผู้หญิงเหยา” เสี่ยวชิงตอบสั้น ๆ แม้ว่าเธอจะไม่เต็มใจที่จะเรียกสาวน้อยว่าคุณผู้หญิงเหยาก็ตาม
“โอ้ เข้ามาข้างในกันดีกว่า”
แม่ของซือโย่วต้อนรับพวกเขาอย่างอบอุ่นภายในบ้าน
บ้านที่ซือโย่วเป็นคนเลือก นั้นดีมาก มีถนนด้านล่างที่พลุกพล่านและมีส่วนอยู่ด้านหลัง บ้านเป็นบ้านสองชั้นทำให้มีห้องว่างหลายห้อง แม้ว่าแม่และลุงของเธอจะย้ายเข้ามาอยู่แล้วก็ตาม
ซือโย่วมองไปที่บ้านหลังนี้ พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
“ลูก น่าจะบอกแม่เรื่องบ้านก่อน แพงไหมเนี้ย”
“ไม่มีปัญหาหรอกคะแม่ หนูจะกลับมาเยี่ยมแม่บ่อย ๆ นะคะ”
ซือโย่ววางตูตู และนั่งลงบนโซฟาจับแขนแม่ของเธอย่างสนิทสนม
“ชิง นั่งก่อนสิ”
แม่ของซือโย่วเป็นคนอบอุ่นและมีน้ำใจ ทำให้เสี่ยวชิงรู้สึกอายเล็กน้อย
“เดี๋ยวฉันไปเอาผลไม้มให้เธอ”
“แม่ของคุณอ่อนโยนกว่าคุณมากเลยนะ” เสี่ยวชิงกลอกตาด้วยความรังเกียจ
ซือโย่วตะคอกอย่างไม่ไยดี ใครว่าเธอไม่อ่อนโยน มันขึ้นอยู่กับว่าคนนั้นเป็นใครต่างหากล่ะ
“เอ๊ะ? นั่นกล่องอะไรน่ะแม่”
เพราะว่าแม่ของเธอยังเก็บของไม่เสร็จ ซือโย่วบังเอิญเห็นกล่องเครื่องประดับในลังไม้ที่วางอยู่กับพื้น
แม้ว่าจะถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่น ทว่ากล่องดูน่าทะนุถนอมหลังจากเช็ดทำความสะอาดแล้ว ภาพวาดโรโดเดนตรอนสีสดใสที่ด้านบนค่อนข้างสวยงามแม้จะอยู่ในยุคนี้
“กล่องเครื่องประดับสวยจัง” ซือโย่วมองไปที่กล่องนั้น
“อ้อ ของคุณยายของลูกไง”
“ซือเหนียนลูบศีรษะเธอด้วยความรัก “อยากได้เหรอ เอาไปสิ”
“ให้หนูเหรอคะ?”
“ได้สิ เด็กโง่” แม่ของเธอยิ้ม “คุณยายของลูกให้แม่ก่อนที่เธอจะจากไป แต่แม่ดันทำกุญแจหาย เลยเปิดมันไม่ได้ ถ้าชอบก็เอาไปสิ”
ซือโย่วค่อย ๆ เช็ดกล่องซึ่งมีแม่กุญแจขึ้นสนิทเล็ก ๆ ติดอยู่ ซือโย่วเขย่ากล่องเล็กน้อย เพื่อฟังเสียงของที่อยู่ข้างใน มันอาจจะไม่มีอะไรในนั้นก็ได้
ซือโย่วคุยเรื่อยเปื่อยกับแม่ บางครั้งเสี่ยวชิงก็ตัดบทแทรกขึ้นมาบ้าง ไม่นานฟ้าเริ่มมืด
“โย่วโย่ว”
เสียงที่คุ้นเคยดังมาจากประตู
“อาซื่อ?” ผู้หญิงทั้งสามคนพูดขึ้นพร้อมกัน
“ฉันกลับมาแล้ว เธออยู่ทานข้าวเย็นด้วยกันก่อนไหมล่ะ?” ซือเซียงปรากฏตัวขึ้น
หลังจากย้ายมาอยู่ที่นี่อย่างกะทันหัน พวกเขาจึงขาดของที่จำเป็นมากมาย ระหว่างเดินทางกลับจากการซื้อของซือเซียงได้พบกับเหยาซื่อ พวกเขาจึงมาด้วยกัน
“ที่รัก” ซือโย่วเรียกเขาอย่างอ่อนหวานพร้อมกับยิ้มให้เหยาซื่อ
ไม่ได้พบเหยาซื่อมาเกือบสองปีแล้วตั้งแต่ที่เธอออกจากกรมทหาร เสี่ยวซิงอยู่ในสภาพที่กระวานกระวายใจก่อนที่จะมาเมือง A ทว่าเมื่อเหยาซื่ออยู่ตรงหน้าเธอ เธอรู้สึกสงบอย่างประหลาด
“เด็กดี” เหยาซื่อนั่งถัดจากซือโย่วและลูบผมเธอเบา ๆ
“คุณมาทำอะไรที่นี่?” ซือโย่วกล่าวพร้อมกับทำหน้ามุ่ย
“มาหาคุณไง” เหยาซื่อกล่าวอย่างตรงไปตรงมา
“ได้เลย!” ซือโย่วยิ้มอย่างเขินอาย
เสี่ยวชิงกำหมัดแน่น ไม่มีคำทักทายที่คาดหวังไว้ สายตาของเขาอยู่ที่ภรรยาของเขาเท่านั้น
“พวกเธอจะทานข้าวเย็นกันที่นี่เลยไหมล่ะ?”
แม่ของซือโย่วถามอีกครั้ง อาจจะไม่ค่อยสะดวกในการทำอาหารในบ้านที่ยังจัดไม่เรียบร้อย
“ไม่ดีกว่าครับ คราวหน้าค่อยมาอีกที เราอาศัยอยู่ใกล้กันแค่นี้เอง”
เหยาซื่อรีบปฏิเสธ
“เอาล่ะ…” ซือเซียงพูด
“ให้ฉันออกไปส่งนะ” ซือเหนียนเดินไปข้างหน้าพร้อมกับจีบแขนซือโย่ว
เสี่ยวชิงรีบลุกขึ้นเพื่อติดตามพวกเขา แต่เหยาซื่อหยุดเธอไว้
“ขอบคุณนะ”
เหยาซื่อรู้สึกขอบคุณเสี่ยวชิงที่ช่วยชีวิตเขาไว้ในสนามรบ เมื่อศัตรูฉวยโอกาสจากความผิดพลาดของเขา และตอนนี้เธอยอมทิ้งงานของตัวเองเพื่อมาปกป้องซือโย่ว
เขาเป็นหนี้เสี่ยวชิงมากเหลือเกิน
“เราไม่ได้เจอกันมานานเลยนะ นายแค่อยากจะพูดว่าขอบคุณฉันแค่นั้นเหรอ” เสี่ยวชิงถามกลับ
“ฉัน…” เหยาซื่อพูดไม่ออก
“ตลกสิ้นดี!” เสี่ยวชิงหัวเราะอย่างร่าเริงตบบ่าเหยาซื่อ และสบตากับซือโย่วอย่างรวดเร็ว
ไม่ช้า ความรู้สึกแปลก ๆ ก็กระตุ้นหัวใจของเธอมากกว่าที่เสี่ยวชิงจะระงับมันได้อย่างรวดเร็ว
“ที่รัก เร็วเข้า!” ซือโย่วตะโกนที่หน้าประตู
เหยาซื่อแตะที่ห้าผากของซือโย่ว รอยยิ้มจาง ๆ ที่เกิดขึ้นมุมปากของเขา
หลังจากกล่าวคำอำลากับแม่และลุงของเธอแล้ว ซือโย่วนั่งอยู่ในรถอย่างเงียบ ๆ ก้มศีรษะลงเล่นกับตูตู ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับท่าทางที่มีชีวิตชีวาและกระตือรือร้นที่เธอเพิ่งแสดง
“คืนนี้กินอะไรดี” ซือโย่วถามในทันที
“ผมสั่งให้คนครัวเตรียมอาหารปกติให้คุณแล้ว” เหยาซื่อพูดอย่างง่าย ๆ
“โอ้…”
ทั้งสองเงียบระหว่างทางกลับบ้าน