หลงรักฉันสักทีเถอะค่ะ คุณเหยา - ตอนที่ 79
“พี่ชายฉัน ชวนฉันมาทานข้าวด้วยน่ะ มีอะไรไหม?”
ซูเหยาเหยาขมวดคิ้วและจ้องมองไปที่จงอี้ เธอรู้ว่าเขาสนิทกับเหยาซื่อ แต่สิ่งที่เธอไม่คาดคิดคือเหยาซื่อจะเชิญเขามาด้วยจริงเหรอ
“อ้อ…”
“ไปกันเถอะครับ” จงอี้ขยิบตาให้กับคนขับ พี่ชายของเขาคิดยังไงถึงส่งคนขับรถมาให้ เขาจงใจขยับเข้าไปใกล้ซูเหยาเหยาซึ่เอนตัวพิงหน้าต่างอย่างเชื่องช้า
“ตรงนี้มีที่ว่างมากมาย คุณย้ายออกมาหน่อยเถอะ”
ซูเหยาเหยาผลักจงอี้ออกไปด้วยความโกรธ
“อะแฮ่ม..” จงอี้ไออย่างเชื่องช้าซึ่งทำให้คนขับรถหลุดหัวเราะ
“คุณชายจง แฟนของคุณนี่อารมณ์ขันดีนะครับ”
“ไม่คะ ฉันไม่ใช่..” ซูเหยาเหยาอธิบายกับคนขับรถอย่างรวดเร็ว
“โอ้ ไม่ต้องอธิบายหรอกครับ ผมเข้าใจ ผมเคยผ่านมาก่อน!” คนขับรถกล่าว
ซูเหยาเหยาหน้าแดงและยังคงอธิบายต่อไปอย่างไม่ต่อเนื่อง ทว่าเธอถูกดึงเข้าสู่อ้อมกอดของจงอี้
“แค่ฟังคนขับเงียบ ๆ ก็พอแล้ว”
เขายังพูดไม่จบ ทว่าซูเหยาเหยาก้าวเท้าด้วยรองเท้าส้นสูงเหยียบไปที่เท้าของเขาอย่างแรง ทำให้เขาเจ็บจนพูดไม่ออก พร้อมกับใบหน้าซีดเซียว
“หุบปากไปเลยจะได้ไหม?”
จากนั้นจงอี้ก็เงียบ เมื่อมาถึงที่หมาย ซูเหยาเหยาลงจากรถ คว้าตัวเขาไว้
“ฉันขอคุยกับคุณสักครู่ได้ไหม”
“เอาสิ” จงอี้ว่านอนสอนง่ายโดยไม่เหวี่ยงแขนออก
ซูเหยาเหยาหายใจเข้าลึก ๆ และพูดอย่างจริงจังว่า
“ระวังคำพูดด้วยล่ะ ฉันไม่อยากให้โย่วโย่วรู้เรื่องความสัมพันธ์ของเรา”
ซูเหยาเหยาไม่เคยคิดว่าจงอี้จะมาด้วยในวันนี้ จะเป็นยังไงถ้าเขาทำลายบรรยากาศในวันนี้
“คุณไม่ได้พูดหรอกเหรอว่าระหว่างเราไม่มีอะไร? แล้วคุณจะกลัวอะไร?” จงอี้จงใจถามกลับด้วยเสียงที่ดังขึ้น
“คุณ!” ซูเหยาเหยาหายใจไม่ออกด้วยความโกรธและชี้ไปที่จงอี้
“โอเค ผมเข้าใจแล้ว” จงอี้กล่าวอย่างเรียบเฉย “ผมมาที่เพื่อพี่ชายของผมเท่านั้น ไม่ได้จะนินทาอะไรใคร” เขาหันหลังและเดินเข้าไปในบ้าน ซูเหยาเหยารีบเดินตามเขาเข้าไป
ซือโย่วและเหยาซื่ออยู่ที่นี่เป็นเวลาครึ่งชั่วโมงแล้ว ระหว่างนั้นเธอมองออกไปนอกหน้าต่างหรือนั่งลงเพื่อพลิกดูโทรศัพท์ของเธอ
เหยาซือมองเห็นรูปลักษณ์ที่กระสับกระส่ายของซือโย่วจากมุมหนึ่งของเขา เขางงงวยกับพฤติกรรมแปลก ๆ ของเธอ
ซือโย่วจ้องกลับมาที่เขาอย่างไม่พอใจ แน่นอนว่าเขาไม่เข้าใจความรู้สึกของเธอ ไม่ได้เจอกันนานกว่าครึ่งเดือน จู่ ๆ ซือโย่วต้องเผชิญหน้ากับซูเหยาเหยาในฐานะผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว ทำให้เธอเป็นกังวลมาก
“สวัสดี”
จงอี้บุกเข้ามาทักทายทุกคน
“เอ๊ะ?” ซือโย่วหันไปหาเหยาซื่อด้วยความสับสน ขณะที่เธอเห็นซูเหยาเหยาตามจงอี้มา เหยาซื่อหยักไหล่บ่งบอกว่าเขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
“มาด้วยกันได้ยังไง”
ซือโย่วเหวี่ยงตัวเข้าไปในอ้อมแขนของซูเหยาเหยาและถูใบหน้าของเธอกับไหล่ของคนกันและกันด้วยความรัก ซูเหยาเหยาตัวสูงกว่าซือโย่ว เธออุ้มซือโวขึ้นแล้วหมุนตัวไปรอบเธอ
หัวใจของจงอี้เคลื่อนมาอยู่ที่ปากของเขา เมื่อเห็นว่าซูเหยาเหยาสวมรองเท้าส้นสูง
‘จะบ้าหรือไง? ทำอย่างนั้นมันอันตรายต่อเด็กในท้องมากเกินไปแล้ว!’ ดูเหมือนว่าเขาจะต้องสอนเธอบางอย่างก่อนที่จะตามจีบเธอ
เหยาซื่อยังมองไปที่ผู้หญิงสองคนที่ตื่นเต้นด้วยความประหลาดใจ เพราะเขาไม่เคยเห็นผู้หญิงทักทายกันแบบนี้
“ที่รัก ขาเป็นยังไงบ้าง”
ซูเหยาเหยามองไปที่ซือโย่วตั้งแต่หัวจรดเท้า ในที่สุดก็แน่ใจว่าเธอมีสุขภาพที่ดีและดูอ้วนขึ้นเล็กน้อย
“ไม่ต้องกังวล ฉันสบายดี!”
เพื่อพิสูจน์ที่เธอพูด ซือโย่วกระโดดขึ้นเบา ๆ เหยาซื่อดูตกใจมาก เขากดเธอให้นั่งลง
ซือโย่วแลบลิ้นออกมาอย่างรู้สึกผิดและหลีกเลี่ยงใบหน้าที่เศร้าหมองของเหยาซื่อ
ซูเหยาเหยานั่งข้าง ๆ ซือโย่วด้วยรอยยิ้มและกระแอมในลำคอ
ซือเหยายังคงจับมือกับเหยาซื่อเพื่อทำให้เขาพอใจ และให้เขามีท่าทีที่นุ่มนวลลง
“เฮ้เราจะทานอาหารกันได้หรือยัง? ที่นี่มีคนโสดอยู่ด้วยนะ”
จงอี้แกล้งทุบโต๊ะประท้วง ซือโย่วก้มหน้าลงอย่างไม่พอใจ
“ไม่ใช่เรื่องของคุณ! ถ้าไม่ชอบกลับไปเลย!”
ซูเหยาเหยากลอกตาของเธอ จงอี้เปิดปากแต่ไม่พูดอะไรออกมา เพียงแค่รินเครื่องดื่มให้ตัวเองเท่านั้น
“เหยาเหยา…”
ซือโย่วเขย่าแขนของซูเหยาเหยา จากนั้นหันไปมองจงอี้อย่างขอโทษ
“ตอนนี้ทุกคนมากันแล้ว มาทานอาหารด้วยกันเถอะ”
บริกรเข้ามาและเสิร์ฟอาหารทีละจาน ซูเหยาเหยาเห็นว่าอาหารทุกจานที่เขานำมาเสิร์ฟเป็นของโปรดของเธอทั้งนั้น ซึ่งทั้งหมดนี้ซือโย่วสั่งให้เธอเป็นพิเศษ และกอดและจูบซือโย่วอย่างตื่นเต้น
‘นี่แหละผู้หญิงของฉัน เธอรู้จักฉันดีที่สุด!’
จงอี้ดึงหน้ารำคาญ “ปูเหรอนั่น? ผู้หญิงคนนี้อยากตายจริง ๆ ใช่ไหม?’
“ไม่มีใครรู้ใจฉันเท่าเธออีกแล้ว”
ซูเหยาเหยาหยิบตะเกียบและมองไปรอบ ๆ โดยไม่คาดคิด จงอี้วางจานปูไว้ตรงหน้าตัวเอง โดยไม่คำนึงถึงสายตาที่ตกใจของอีกสามคน
ซูเหยเหยาปากกระตุก ‘เขากำลังทำอะไร? กลัวฉันจะกินอาหารผิดสำแดงหรือไง? ฉันไม่ใช่โง่สักหน่อย’
ซือโย่วมองไปที่เหยาซื่ออย่างสับสน จากนั้นเหยาซื่อกระซิบอะไรบางอย่างที่ข้างหูของเธอ ทำให้เธอพูดไม่ออก
“เขามีนิสัยแปลก ๆ อยู่เยอะเลยล่ะ อย่าถือสาเขาเลยนะ”
เนื่องจากซูเหยาเหยาจะไม่ได้รับผลกระทบ ซือโย่วจึงไม่ได้พูดอะไร
“นี่สำหรับเธอ เหยาเหยา”
ซือโย่วได้รับอนุญาตจากเหยาซื่อจึงหยิบไวน์แก้วเล็ก ๆ ขึ้นมาและขอโทษซูเหยาเหยา
“เธอคือเพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน ฉันทนไม่ได้ที่จะต้องเห็นเธอโกรธฉัน เธออยู่ในใจฉันเสมอนะ”
เหยาซื่อขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ ‘หมายความว่ายังไง? แล้วฉันล่ะ?’
“ฉันไม่ควรปิดบังอะไรเธอ เราสัญญาว่าจะเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดตลอดไป ไม่เปลี่ยนแปลง ขอบคุณนะที่ไม่โกรธฉัน”
เมื่อพูดจบซือโย่วดื่มไวน์ในอึกเดียว ซูเหยาเหยายิ้มกว้างและรินเครื่องดื่มให้ตัวเอง ทันทีที่ยกแก้วขึ้นมา จงอี้ฉกแก้วนั้นไป
ซือโย่วมองดูด้วยความตกใจ จงอี้หยิบแก้วขึ้นมาและทำให้มันว่างเปล่าในทันที เหยาซื่อยิ้มอย่างเชื่องช้าไม่สามารถหาเหตุผลที่จะอธิบายได้
“จงอี้ คุณกำลังทำอะไรนะ?”
ซือโย่วจ้องมองไปที่จงอี้ ไม่พอใจที่เขารบกวนช่วงเวลาที่เธอได้ใกล้ชิดกับซูเหยาเหยา
เมื่อสายตาเขามองมาที่ท้องของเธอ ซูเหยาเหยาก็เข้าใจได้ทันทีว่าทำไม จงอี้ถึงมาที่นี่ในวันนี้
“ลืมไปเลยโย่วโย่ว วันนี้ฉันรู้สึกไม่สบายน่ะ มาใช้น้ำเปล่า สร้างมิตรภาพที่ยั่งยืนของเรากันเถอะ!”
ไม่นานซือโย่วก็ถูกซูเหยาเหยาเบื่ยงเบนความสนใจ พวกเขากินอาหารและพูดคุยด้วยเสียงหัวเราะ ตักอาหารให้กันและกันในบางครั้ง จนลืมไปเสียสนิทเลยว่ามีผู้ชายสองคนอยู่ข้าง ๆ พวกเขา
จงอี้ไม่เคยคิดว่าซูเหยาเหยาจะมีด้านที่อ่อนโยนเช่นนี้ ในสายตาของเขาเธอเย็นชาและไม่สามารถเข้าถึงได้ โดยไม่คาดคิดว่าเอให้ความสำคัญกับซือโย่วมากขนาดนี้
ซือโย่วเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่มีไหวพริบ แต่มีเหตุผลน้อยกว่าซูเหยาเหยา ยกเว้นตอนที่พวกเขาเล่นด้วยกัน ซูเหยาเหยาเป็นเหมือนพี่สาวที่คอยปรนเปรอเธอ
เหยาซื่อดื่มกับจงอี้และดูสองสามหัวเราะและล้อเล่นกันค่อนข้างพอใจ เขาตัดสินใจที่จะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้ซือโย่วหัวเราะได้อย่างมีความสุขในทุก ๆ วัน