หลงรักฉันสักทีเถอะค่ะ คุณเหยา - ตอนที่ 78
จงอี้เอามือคลุมศีรษะและรู้สึกสำนึกผิด ปวดหัวอย่างเฉียบพลัน เขาต้องการที่จะเอาชนะตัวเอง เป็นเวลากว่าหนึ่งปีแล้วที่เขาเล่นหูเล่นตากับแอร์โฮสเตสจำนวนมาก โดยมีจุดประสงค์ทำให้ซูเหยาเหยาหึงหวง ซึ่งส่งผลต่อชื่อเสียงของเขาเป็นอย่างมาก ตอนนี้เขาเสียใจอย่างสุดซึ้ง
เมื่อนึกถึงสายตาเหยียดหยามของแม่ตนเอง เมื่อเขาบอกเธออย่างไร้เดียงสาว่าเขากำลังจีบแอร์โฮสเตสที่บริษัท จงอี้อยากตบตัวเองให้หนัก ถ้าเขารู้ความจริงเขาคงไม่บอกครอบครัวของเขาและซูเหยาเหยาคงไม่ต้องเจ็บปวดเพราะแม่ของเขาด้วย
จงอี้หลับไปในไม่ช้าด้วยความคิดที่มากมาย
เมื่อคืนที่ผ่านมาซูเหยาเหยานอนหลับสบายดี เมื่อพบกับเหยาซื่อ เธอกล่าวทักทายอย่างเชื่องช้า
เขาเป็นสามีของซือโย่ว ซูเหยาเหยาบ่นในใจไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงได้กลัวเขานัก
เหยาซื่อแสดงรอยยิ้มและไปที่ห้องซักผ้าเพื่อโทรหาซือโย่ว
“ไงคะ สามี..”
ด้วยการย้ำเตือนซ้ำ ๆ ของเหยาซื่อ ซือโย่วได้ยอมรับเงื่อนไขที่ต้องเรียกเขาว่า ‘สามี’ อย่างเต็มใจ ลูกกระเดือกของเหยาซื่อสั่นสะท้านและเสียงที่น่าดึงดูดของเขาทำให้หัวใจของซือโย่วสดชื่นขึ้น
“ผมคิดถึงคุณ คุณภรรยา”
ซือโย่วยืดตัว วางหนังสือในมือและมองไปที่นาฬิกาบนผนัง
“คุณทำงานแค่ 2 ชั่วโมงเองนะ…”
“แล้วไง? แค่นาทีเดียวที่ห่างกัน ผมก็คิดถึงคุณแล้ว”
ซือโย่วถูหูของตนเอง คุณเหยาทำตัวเหมือนเด็กเอาแต่ใจต่อหน้าเธออย่างงั้นหรือ?
“ปากหวานจริงนะ…เอาล่ะตอนนี้มีอะไรคะ”
เหยาซื่อคิดอยู่สักครู่โดยไม่รู้จะอธิบายกับซือโย่วยังไง
“เอ่อ…จงอี้ไปทานข้าวเย็นกับเพื่อนของคุณและก็เราด้วยได้ไหม? คือ ผมกลัวจะเบื่อน่ะ..”
เมื่อครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง เหยาซื่อก็พบเหตุผลที่สมเหตุสมผล
ซือโย่วลังเลอยู่ครู่หนึ่งและหัวเราะออกมา
“แค่นี้เหรอ? ได้สิ คุณก็ควรรู้จักกัปตันจงด้วยเหมือนกัน เพราะเราทำงานที่บริษัทเดียวกัน เราจึงเป็นเพื่อนกัน”
“อืม ผมจะได้รับคุณหลังเลิกงาน”
“ค่ะ ฉันจะรอนะคะ”
หลังจากนั้นไม่นาน เหยาซื่อวางสายด้วยความไม่เต็มใจ เมื่อรู้สึกว่าเขาผูกพันกับภรรยาของตนเองมากขึ้นเรื่อย ๆ เหยาซื่อส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้
ซือโย่ววางสายและตรวจสอบข้อมูลบ้านเช่าในมือถือของเธอ
ช่วงเวลาที่เธอกลับมาจากบ้านครั้งสุดท้าย เธอมีความคิดขึ้นมาว่า ลุงของเธอกลับมาแล้ว บ้านหลังนั้นเล็กเกินไปสำหรับพวกเขาและสภาพแวดล้อมก็ไม่เป็นที่พอใจเท่าไหร่ ดังนั้นเธอจึงมองหาบ้านหลังใหญ่กว่าเดิม จะปล่อยให้แม่และลุงของเธอย้ายไปอยู่ อีกอย่างพวกเขาก็จัดการกับตระกูลฉินที่ก่อปัญหาได้แล้ว
ทันใดนั้นข้อความ wechat ก็เด้งขึ้นมา
“ใครกัน?”
คนแปลกหน้าที่อยากเป็นเพื่อนใน wechat ของเธอ ซือโย่วส่งเครื่องหมายคำถามและได้รับคำตอบกลับในไม้ช้า
“แผลของเธอเป็นยังไงบ้าง?”
ซือโย่วอยู่ในความงุนงงชั่ววินาทีเพราะมีคนเพียงไม่กี่คนที่รู้ว่าเธอได้รับบาดเจ็บ “คุณคือ?”
“ฉันเป็นหมอของเธอ คุณเหยาได้ยาจากฉัน”
“อา! หมอนั่นเอง ขอบคุณสำหรับความห่วงใยค่ะ ยาของคุณได้ผลดีมาก แผลของฉันหายเร็วมาก”
“อืม ดีแล้วล่ะ”
หลังจากสื่อสารอย่างเรียบง่าย ซือโย่วเพิกเฉยต่อเขาและผู้ชายคนนั้นก็ไม่ส่งข้อความถึงเธออีกเช่นกัน
ซือโย่วเลิกบ้านให้แม่ของเธอ โดยไม่คิดอะไรมาก
ซิงเฉินซี่ยิ้ม มองไปที่หน้าจอโทรศัพท์ ช่างเป็นผู้หญิงที่น่าสนใจดีนี่!
….
สี่โมงเย็น ซือโย่วเริ่มเลือกร้านอาหารสำหรับมื้อเย็น เหยาซื่อตั้งใจจะจัดการเลือกให้เธอ ทว่าซือโย่วยืนยันที่จะจัดการด้วยตนเองเพื่อแสดงความขอโทษที่จริงใจต่อซูเหยาเหยา
“ชุนซิงหยวน เลขที่ 63 ถนนเหวินเฟิง เจอกันตอน 2 ทุ่ม!”
หลังจากส่งที่อยู่ให้กับเหยาซื่อ และซูเหยาเหยาแล้ว ซือโย่วเริ่มเลือกชุดอย่างมีความสุข
เธอยังซื้อสร้อยคอออนไลน์ให้เป็นของขวัญให้กับเหยาเหยาเพื่อแสดงความขอโทษ ซือโย่วมักจะดีต่อเพื่อนของเธอเสมอ
เหยาซื่อส่งที่อยู่ต่อให้กับจงอี้ แต่เขารู้สึกไม่สบายใจอยู่เหมือนกัน กังวลว่าซือโย่วอาจสังเกตเห็นบางอย่างผิดปกติ เขากลัวจริง ๆ ว่าหญิงสาวอาจจะโกรธ
เมื่อจงอี้ลงจากเครื่องบิน เป็นเวลา 1ทุ่มแล้ว เมื่อเห็นข้อความจากเหยาซื่อเขายิ้ม เขาอยู่ในเที่ยวบินเดียวกับซูเหยาเหยา ดังนั้นเขาจึงเห็นหญิงสาวทันทีที่เขาลงจากเครื่อง
เมื่อเห็นเดินไปมาบนเครื่องบินทุกวัน โดยมีเด็กอยู่ในท้อง จงอี้อดไม่ได้ที่จะสาปแช่งตัวเอง
เหยาซื่อถูกซือโย่วโอบกอดไว้แน่นในขณะที่เขาเดินเข้าไปในบ้าน
“มา แต่งตัว” ซือโย่วหยิบชุดลำลองสีน้ำเงิน-ดำ ซึ่งเข้ากับได้ดีกับกระโปรงสีฟ้าของเธอ
“สวยมากเลยที่รักของผม” เหยาซื่อหยิบเสื้อผ้าออกมาด้วยความพึงพอใจ ซือโย่วช่วยเขาถอดเสื้อคลุมพร้อมกับล้างหน้า
เธอต้องคำนึงถึงทุกสิ่ง เนื่องจากมันเป็นอะไรที่มากกว่าการปฏิบัติต่อเพื่อนในมื้อเย็น ตอนนี้ซือโย่วตัดสินใจที่จะพาเหยาซื่อไปกับเธอ นั่นหมายความว่าเธอได้เตรียมตัวอย่างดีที่จะแนะนำเข้าให้รู้จักกับซูเหยาเหยา พวกเขาจะไม่ปิดบังการแต่งงานอีกต่อไป เมื่อครุ่นคิดมานาน ซือโย่วจึงตัดสินใจว่าเธอจะไม่ปิดบังตัวตนของเธอ และเปิดตัวในฐานะนางเหยา
“แล้วไง”
ซือโย่วดึงเหยาซื่อไปที่กระจก ผู้ชายตัวสูงยืนอยู่ข้างหลังสาวสวย ทั้งสองดูเข้ากันมากขึ้นกับเสื้อผ้าที่มีสีใกล้เคียงกัน
“อืม ดูดีมาก!”
เหยาซื่อก้มศีรษะลงเพื่อจูบซือโย่ว เขาไม่ปล่อยหญิงสาวไปและยังคงจูบหญิงสาวด้วยความรักจนกว่าเขาจะพอใจ
“คุณกำลังทำลายการแต่งหน้าของฉันนะ!” ซือโย่วตะโกนด้วยความรำคาญ
“ไม่หรอก คุณยังดูสวยอยู่เลย!”
ซือโย่วจ้องมองเขาและสวมรองเท้าคู่ใหม่
วันนี้ ฉันไม่นั่งรถเข็นได้ไหมคะ ฉันอยากอยู่กับคุณแบบนี้ไ
ซือโย่วมัวแต่มองไปในกระจก พวกเขาดูเขากับและเธอไม่สามารถละสายตาไปได้ เธอไม่ต้องการนั่งรถเข็น
“ไม่ได้!” เหยาซื่อตอบอย่างเคร่งครัด พร้อมกับขมวดคิ้ว
“เราคุณกันแล้วไม่ใช่เหรอ? ที่รัก..” ซือโย่วมองเขาด้วยความกระตือรือร้น
“เห็นแก่ที่ฉันอุตส่าห์แต่งตัวสวยในวันนี้ไม่ได้เหรอ? ฉันสัญญาว่าจะไม่วิ่ง อีกอย่างทานข้าว เราก็นั่งตลอดเวลาอยู่แล้วด้วย..”
ในที่สุดเหยาซื่อก็ยอมให้กับลูกอ้อนของหญิงสาว ทว่าเขาเรียกร้องที่จะโอบและประคองเธอไว้ในอ้อมแขนทุกครั้งที่เธอต้องเดิน
ซูเหยาเหยาส่งอีโมจิคำว่า ‘OK’ กลับไปให้ซือโย่ว ร่างที่ห่อด้วยเสื้อโค้ทหนาเธอยืนอยู่ข้างถนนเพื่อรถแท็กซี่ ตอนนี้เป็นเดือนมิถุนายนแล้ว ทว่าเธอยังรู้สึกหนาว
บี๊บ…
รถสีดำคันหนึ่งหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ ซูเหยาเหยามองไปรอบ ๆ และเธอเป็นคนเดียวที่อยู่ที่นั่น
“สวัสดีครับคุณซู พระผู้เป็นเจ้าส่งผมให้มารับคุณ”
คนขับลงจากรถและพูดกับซูเหยาเหยาด้วยความเคารพ
“คุณซู? เออ ขอบคุณคะ”
เมื่อรู้ว่าในที่สุด เขาก็อ้างถึงซือโย่ว เธอจึงเปิดประตูและนั่งอยู่ด้านหลัง
“ทำไม คุณถึงอยู่ที่นี่ล่ะ!”
เธอตกใจกับผู้ชายข้าง ๆ เธอทันทีที่เธอปิดประตูรถ เป็นครั้งแรกที่จงอี้แต่งกายด้วยสไตล์จริงจังเช่นนี้ เขามักจะแต่งตัวโอ่อ่าด้วยแว่นกันแดดอันใหญ่ แต่วันนี้เขาแต่งตัวสบาย ๆ ไม่โอ่อ่าเหมือนทุกที”