ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 1117 ตลาดร้านข้างทางเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ
- Home
- ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี
- บทที่ 1117 ตลาดร้านข้างทางเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ
บทที่ 1117 ตลาดร้านข้างทางเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ
เช้าวันพุธที่ 20 มิถุนายน
หลังเตรียมการกันอย่างเข้มข้นเป็นเวลาสองวัน ตลาดร้านข้างทางก็กําลังจะเปิด
ให้บริการอยา่งเป็นทางการแล้ว เจ้าของร้านประจําตําแหน่งพร้อม วัตถุดิบสดใหม่จัดเตรียมไว้ตั้งแต่เช้า ตอนนี้แค่
รอให้ถึงเวลาเปิดให้บริการ ว่ากันตามตรงเวลาไม่คอ่ยดีเท่าไหร่ เพราะเป็นวันพุธและเปิดตอนเช้า ตะแคงหัวคิดยังไงก็เป็นช่วงเวลาที่มีคนสัญจร
น้อยที่สุดในสัปดาห์ แต่สําหรับตลาดร้านข้างทาง จะเปิดเร็วหรือช้ากว่านี้ก็ไม่ได้ต่างอะไรกันมาก ถ้า เปิดเร็วหน่อยก็มีเวลาให้ปรับตัว คนจะได้ไม่เยอะเกินไปตอนที่เปิด คงจะไม่ดีถ้ามี เรื่องผิดพลาดอะไรตอนเปิดให้บรกิาร จางหยาฮุยกังวลใจมาก ถึงเขาจะเตรียมการทุกอย่างที่คิดได้ไว้แล้ว แต่งานนี้สําคัญมากเลยยังรู้สึกไม่ สบายใจ รุ่ยยู่เฉินปลอบ “ไม่ต้องกังวล ปล่อยไปตามปกติครับ” ฉีเหยียนแวะมาจิงโจวเม่ือวานซืน ก่อนจะนั่งรถไฟความเร็วสูงกลับปักกิ่งเมื่อวาน หลังจากเห็นว่าสถานการณ์ของตลาดร้านข้างทางเป็นยังไง ฉีเหยียนก็รู้ว่างานที่นี่
ลุล่วงแล้ว ต่อไปก็ขึ้นอยู่กับการให้ความร่วมมือของสาวหน้านิ่ง ดังนั้นฉีเหยียนจึงรีบกลับปักกิ่งเพื่อเตรียมงานสนับสนุนตลาดร้านข้างทาง ส่วนรุ่ยยู่เฉิน ร้านโมหยูเดลิเวอรี่ในปักกิ่งเริ่มอยู่ตัวแล้ว ไม่จําเป็นต้องรีบกลับไป
ดูแล เขาเลยตัดสินใจอยู่จงิโจวต่ออีกสองสามวัน เพื่อช่วยงานตลาดร้านข้างทาง เพราะจางหยาฮุยเพิ่งเป็นผู้จัดการได้ไม่นาน ยังขาดประสบการณ์ในหลายๆ ด้าน
ถ้าเกิดเรื่องไม่คาดคดิขึ้นมาจะเป็นยังไง ถ้ามีคนช่วยอยู่หน้างานจะจัดการอะไรได้งา่ยกว่า จางหยาฮุยประทับใจมาก ตั้งแต่ขึ้นมาเป็นผู้จัดการ เขาก็ได้รับการดูแลเอาใจใส่มาตลอด เริ่มตั้งแต่เปาซวี่กับเหลียงชิงฟานที่เข้ามาช่วยออกแบบการตกแต่งและวางระบบ ตลาดร้านข้างทาง พอรีโนเวตเสร็จ งานของทั้งสองคนสิ้นสุด รุ่ยยู่เฉินก็เข้ามาช่วยดูแล การบริหารงานประจําวันของตลาดร้านข้างทาง ในฐานะผู้จัดการ จางหยาฮุยจําเป็นต้องดูแลแค่เรื่องประจําวันและการ
ประสานงานกับเจ้าของร้าน ภาระงานของเขาลดลงไปมาก เขามักจะรู้สึกอยู่บ่อยๆ ว่าเถิงต๋าเป็นบริษัทที่มหัศจรรย์มาก!
ถ้าเป็นบริษัทอื่น หลายกิจการมักจะเขม่นกันและคอยแย่งทรัพยากรกันอยู่ตลอด ในกรณีที่ดีที่สุดคือไม่ขัดขวางการทํางานของกันและกัน แต่แทบจะไม่ค่อยให้ความ ร่วมมือกันเวลาได้รับมอบหมายงานจากเบื้องบน แต่ที่เถิงต๋าไม่เป็นแบบนั้น กิจการต่างๆ รักใคร่ปรองดองกันมาก ทุกคนพยายาม ช่วยกันและกันอย่างสุดความสามารถ ด้วยใจอันมุ่งมั่นอยากให้งานออกมาสมบูรณ์ แบบ
บางทีนี่อาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทําให้เถิงต๋าสร้างปาฏิหาริย์ทางธุรกิจได้ครั้งแล้ว ครั้งเล่า! แน่นอนว่าบรรยากาศความสามัคคีอันเป็นเอกลักษณ์ของเถิงต๋าคอร์เปอเรชัน
เกิดขึ้นได้เพราะการนําทัพอยา่งชาญฉลาดของบอสเผย เป็นเพราะบอสเผยส่งเสริมและสนับสนุนการช่วยเหลือและร่วมงานกันระหว่าง
กิจการจนเกดิเป็นนิสัย จางหยาฮุยจดจําบุญคุณครั้งนี้ไว้ในใจ เขาตัดสินใจว่าเมื่อผู้จัดการคนอื่นๆ ต้องการความช่วยเหลือในอนาคต เขาจะ พยายามช่วยเหลืออย่างเต็มที่เหมือนที่เปาซวี่ เหลียงชิงฟาน และรุ่ยยู่เฉินช่วยเหลือ เขา!
เขาจะต้องไม่ทําให้บอสเผยผิดหวัง!
เก้าโมงเช้า ตลาดร้านข้างทางเปดิให้บริการอย่างเป็นทางการ ลูกค้าที่มารออยู่ดา้นนอกรีบพุ่งตัวเข้าไปข้างในทันทีที่ตลาดเปิด ส่วนผสมของลูกค้าเหล่านี้ค่อนข้างแปลก คุณลุงคุณป้าที่อาศัยอยู่ในละแวกนี้จับตาดูการก่อสร้างตลาดร้านข้างทางมานาน พวกเขาชอบแวะมาที่นี่ทุกครั้งที่ออกมาเดินเล่น เพราะอยากเห็นว่าตลาดเกษตรกรจะ เปลี่ยนโฉมไปเป็นอะไร แฟนเดนตายของเถิงต๋าที่ได้ยินข่าวผ่านช่องทางต่างๆ ว่าตลาดร้านข้างทางอยู่ใน ขั้นตอนเตรียมการและจะรวบรวมอาหารกินเล่นชั้นดีจากทั่วประเทศ พวกเขาจึงรีบแวะ มาสัมผัสประสบการณ์ทันทีที่ตลาดเปิด เพราะอยากลองชิมว่าอาหารกินเล่นเหล่านี้จะดี เหมือนที่อวยในสารคดรี้านข้างทางจริงๆ รึเปล่า แน่นอนว่ามีชาวเมืองจิงโจวที่บังเอิญว่างวันนี้พอดีแวะมาเดินเล่นด้วย แต่เนื่องจากเป็นช่วงเช้าของวันทํางาน ผู้คนจึงมีไม่มาก พอลูกค้าเข้าไปในตลาดร้านข้างทาง พวกเขาก็โดนดึงดูดด้วยรูปแบบอันเป็น
เอกลักษณ์และบรรยากาศความเป็นไซเบอร์พังก์ วันนี้ฟ้าเปิด ดังนั้นเมื่อมองจากด้านนอก สไตล์การตกแต่งแบบไซเบอร์พังก์จึงดู
ไม่ค่อยโดดเด่น แต่ด้านในเต็มไปด้วยแสงสี เห็นแล้วได้บรรยากาศขึ้นมาทันที!
ลูกค้าหลายคนแวะถ่ายรูปกับรถสปอร์ตสุดล้ําสมัยด้านหน้าทางเข้า หลังจาก ถ่ายรูปกับรถสปอร์ตเสร็จแล้วเข้าไปด้านในตลาด พวกเขาก็รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ ในอีกโลกหนึ่ง ร้านค้าตรงทางเข้าขายโมเดลปืน อวัยวะจักรกล และยาโลกอนาคต ดูแล้ว แตกต่างจากสตรีตฟู้ดทั่วไป หน้าร้านขายของชํามีจอขนาดใหญ่สไตล์ไซเบอร์พังก์ฉายโปสเตอร์โฆษณาว่าที่นี่มี ขายสมุดที่ระลึก ในสมุดมีแผนที่ คอนเซ็ปต์อาร์ต ภาพร่างต่างๆ และใช้สะสม แสตมป์เช็กอินตามร้านต่างๆ ได้ บางคนเดินตรงไปชิมอาหาร บางคนโดนโปสเตอร์ล่อลวงให้ซื้อสมุด ร้านแผงลอยที่นี่แตกต่างจากร้านแผงลอยทั่วไปลิบลับ ร้านแผงลอยริมถนนส่วนใหญ่เป็นรถเข็นคันเล็กๆ มีวัตถุดิบและเครื่องปรุงต่างๆ
วางโชว์ ด้านหน้ามีป้ายขนาดเล็กแขวนไว้ ลูกค้าต้องยืนรออาหารและกินข้างถนน จากนั้นก็โยนทิ้งเกลื่อน สภาพแวดล้อม
แย่มาก ตลาดร้านข้างทางมีการวางแผนร้านต่างๆ ไว้ล่วงหน้า ขนาดร้านใกล้เคียงกับซุ้ม
ขายชาไข่มุก
แต่ละร้านมีพื้นที่ประมาณเกือบยี่สิบตารางเมตร เคาน์เตอร์สามฝั่งสูงประมาณช่วง เอว ดูโปร่งโล่ง ฝั่งที่ติดกําแพงเป็นพื้นที่จัดวางวัตถุดิบและปรุงอาหาร อีกสามฝั่งเป็น ฝั่งจ่ายเงิน ฝั่งรออาหาร และฝั่งจอขนาดใหญ่ ฝั่งจอขนาดใหญ่หลักๆ ใช้แสดงหมายเลขคิวปัจจุบันและเมนูซิกเนเจอร์ จํานวนที่นั่งรอบๆ ร้านแตกต่างกันไปตามขนาดและระดับของร้าน ตรงกลางโซนที่นั่งมเีครื่องเช็กอินพิเศษไว้ให้ลูกค้าปั๊มแสตมป์ระหว่างรออาหาร ทั้งร้านตกแต่งในสไตล์ไซเบอร์พังก์ มีป้ายร้านนีออนสั่งทําพิเศษแขวนอยู่ด้านบน
อุปกรณ์ต่างๆ ด้านในจงใจทําให้ดูเก่า เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศของตลาด ด้านในร้านรองรับคนได้สองสามคน การจะหาคนมาช่วยงานเพิ่มรึเปล่าขึ้นอยู่กับ
ความยุ่งของร้านและสไตล์การทํางานของเจา้ของร้าน เมื่อเข้ามาด้านใน ลูกค้าก็กระจายตัวไปตามทิศทางต่างๆ บางคนเดินดูป้ายร้านแล้วเลือกซื้อของกินที่ตัวเองสนใจ บางคนถือสมุดไปไล่เช็ก
อิน บางคนดูกิจกรรมปจัจุบันในแอปและแวะไปยังร้านที่มีส่วนลดหรือของแจก จางหยาฮุยกับรุ่ยยู่เฉินนั่งอยู่ใกล้ๆ ทางเข้า แสร้งทําตัวเป็นคนทั่วไป หลังจากเฝ้าสังเกตการณ์ได้ระยะหน่ึง จางหยาฮุยก็ถอนหายใจเมื่อยืนยันได้ว่าทุก
อย่างราบรื่นดีและไม่มีปัญหาเกดิขึ้น ทุกคนดูค่อนข้างพึงพอใจกัน!
ต้องยอมรับเลยว่าสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ช่วยเพิ่มคะแนนให้จริงๆ อันที่จริงในเมืองต่างๆ ก็มีฟู้ดสตรีตชื่อดังอยู่มากมายทั่วประเทศ ถึงอาหารที่ขายในฟู้ดสตรีตเหล่านั้นค่อนข้างแพง แต่ร้านที่อยู่รอดในสมรภูมิอัน
ดุเดือดก็มีรสชาติที่ค่อนข้างดี แต่ปัญหาใหญ่ที่สุดคือมันดเูหมือนๆ กันไปหมด!
ฟู้ดสตรีตทั่วประเทศให้ความรู้สึกเหมือนกันหมด คือเป็นตึกเก่าๆ ให้ความรู้สึก
ย้อนถึงวันวาน ซึ่งเหมือนถอดแบบออกมาจากแม่พิมพ์เดียวกัน หาจุดเด่นที่เป็นที่จดจําได้ยากมาก
แต่สไตล์ไซเบอร์พังก์ของตลาดร้านข้างทางแตกต่างออกไป สไตล์อันเป็น เอกลักษณ์นี้สร้างความประทับใจฝังลึกให้ทุกคนที่แวะมา ทําให้ไม่จําสลับกับสตรีตฟู้ด ในเมืองอื่นๆ รุ่ยยู่เฉินดูนาฬิกา “น่าจะ…ได้เวลาแล้ว” จางหยาฮุยดูสับสน “หือ? เวลาอะไรเหรอครับ” ทันทีที่พูดจบ เขาก็เห็นคนสองคนเดินเข้ามาในตลาดร้านข้างทาง คนหนึ่งถือไมค์ อีกคนหนึ่งถือกล้อง!
รุ่ยยู่เฉินอธิบาย “นั่นคือนักข่าวจากรายการข่าวช่วงเย็นของช่องจิงโจวทีวีครับ พวกเขาเคยสัมภาษณ์โมหยูเดลิเวอรี่ตอนที่จิงโจวปล่อยมาตรการแยกขยะ ตอนนั้นผม แลกช่องทางการติดต่อกันเอาไว้
“เมื่อวานซืนผมนึกข้ึนได้ว่ารายการทีวีน่าจะสนใจการเปิดตลาดร้านข้างทาง
“ผมเลยโทรไปถาม
“ปรากฏวา่พวกเขาสนใจจริงๆ ก็เลยตกลงแวะมาสัมภาษณ์เช้านี้ครับ”
เขารีบลุกขึ้นทักทายเพื่อนนกัข่าวที่ไม่เจอกันนาน
“บอสรุ่ย ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ” จางลี่เสียนยิ้มทักทาย นักข่าวคนนี้ถือได้ว่าเป็นเพื่อนเก่าของเถิงต๋าคอร์เปอเรชัน รุ่ยยู่เฉินเป็นคนต้อนรับเธอตอนที่มาสัมภาษณ์โมหยูเดลิเวอรี่ หลังจบการ
สัมภาษณ์ รุ่ยยู่เฉินมอบกล่องข้าวให้เป็นของที่ระลึกด้วย ถึงจะเป็นแค่กล่องข้าวธรรมดา แต่ก็ออกแบบมาอย่างสวยงามและใช้งานได้จริง
อีกทั้งยังแฝงแนวคิด ‘สุภาพชนปรองดองแต่ไม่คล้อยตาม’ ซึ่งเธอชอบมันมาก นอกจากนั้นคลิป ‘ช่วงแรกเป็นชาวเมืองจิงโจวทั่วไป ต่อมากลายเป็นคนน่ายก ย่องขึ้นมาซะงั้น’ ที่เธอโพสต์บนเว่ยป๋อก็ดังมาก ทําให้เธอมีผู้ติดตามเพิ่มขึ้นเป็น จํานวนมาก ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจไม่น้อย ต่อมาจางลี่เสียนสัมภาษณ์หลี่สือและทําสกู๊ปพิเศษ ‘หลี่สือและนักคิด’ หลี่สือเล่า ถึงปรัชญาของบอสเผย เส้นทางการลงทุน การพลิกโฉมของโปรเจ็กต์อพาร์ตเมนต์ บ้านจอมเฉื่อย และผลของโฮสเทลเขย่าขวัญที่มีต่อโซนอุตสาหกรรมเก่า สกู๊ปนี้ได้รับกระแสตอบรับดีไม่แพ้กัน!
ดังนั้นพอรุ่ยยู่เฉินโทรมาบอกว่าตลาดร้านข้างทางของเถิงต๋ากําลังจะเปิดให้บริการ
เธอก็ตระหนักทันทีว่าหัวข้อนี้ตอ้งเป็นสกู๊ปที่ยอดเยี่ยมแน่!
เหมือนคําพูดที่ว่า ประชาชนเปรียบอาหารเป็นสิ่งสําคัญเทียมฟ้า เสื้อผ้า อาหาร ที่พัก และการเดินทางสะท้อนให้เห็นถึงไลฟ์สไตล์ของชาวเมืองจิ
งโจว ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ชมให้ความสนใจมาก นอกจากนั้นตลาดร้านข้างทางแห่งนี้ยังตั้งอยู่ใกล้กับเขตอุตสาหกรรมเก่า ถือเป็น โปรเจ็กต์สําคัญที่ช่วยพลิกโฉมเขตอุตสาหกรรมเก่าเหมือนโฮสเทลเขย่าขวัญ แน่นอน อยู่แล้วว่าเธอต้องแนะนําให้ละเอียด! ดังนั้นหลังจากรายงานให้ทีมผู้บริหารของสถานีโทรทัศน์ทราบ เธอก็เริ่มเตรียม
แผนสัมภาษณ์ทันที