ฉัน....เป็นเจ้าสาวจอมปลอม / สามีอัปลักษณ์ของฉัน - บทที่ 685 ถ้าหากว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ ก็ยังมีพวกเราเป็นที่พึ่ง
- Home
- ฉัน....เป็นเจ้าสาวจอมปลอม / สามีอัปลักษณ์ของฉัน
- บทที่ 685 ถ้าหากว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ ก็ยังมีพวกเราเป็นที่พึ่ง
เสิ่นเหลียงยิ่งอ่านเสียงก็ยิ่งเบาลง จนกระทั่งเสียงหายไป
เธอเงยหน้าขึ้นมองมู่น่อนน่อนด้วยความมึนงง กล่าวเบา ๆ “ฉันรู้สึกว่าข่าวนี้ไม่มีความน่าเชื่อถือ ตอนนี้สำนักนักข่าวส่วนใหญ่เพื่อให้มีผู้เข้าชมติดตาม มักจะเขียนบล็อกโพสต์ต่าง ๆ มั่ว ๆ ถูกไหมน่อนน่อน”
มู่น่อนน่อนคลิกคลิปด้านล่างขึ้น
เพราะว่าเป็นการแอบถ่าย ดังนั้นคลิปจึงค่อนข้างเบลอ แต่สามารถมองออกว่าเป็นเฉินถิงเซียว
ในคลิป เฉินถิงเซียวออกมาจากตึกแห่งหนึ่ง และด้านหลังของเขาที่ตามมาด้วยก็คือซูเหมียน
ฉากหลังเป็นย่านชุมชนไฮโซ น่าจะเป็นด้านนอกที่อยู่อาศัยของซูเหมียน
มู่น่อนน่อนดูคลิปวิดีโอนั้นซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบ
เสิ่นเหลียงเห็นเธอเป็นแบบนี้ รู้สึกทุกข์ใจสงสารมาก จึงหยิบโทรศัพท์ของเธอมา “น่อนน่อน ไม่ต้องดูแล้ว”
มู่น่อนน่อนไม่ได้สังเกตเห็นถึงน้ำเสียงที่สงสารของเสิ่นเหลียง เธอหยิบโทรศัพท์มา แล้วเปิดคลิปขึ้น เล่นได้เพียงครึ่งคลิปก็กดปุ่มหยุด
จากนั้นเธอก็ยื่นโทรศัพท์มาที่ด้านหน้าของเสิ่นเหลียง “เธอรู้ไหมว่าชุมชนที่ที่ซูเหมียนพักอยู่อาศัยนี้คือที่ไหน”
เสิ่นเหลียงมองมู่น่อนน่อนด้วยความสงสัยครู่หนึ่ง แต่ก็ก้มหน้าดูชุมชนในคลิปอย่างละเอียด วิเคราะห์ดูว่าที่นี่คือที่ไหน
มองดูอยู่ครู่หนึ่ง เสิ่นเหลียงเงยหน้าขึ้น “เขตชุมชนนี้ฉันรู้จัก ก่อนหน้านี้ตอนที่ฉันซื้อบ้านนั้น ก็เคยมาดูที่แถวนี้ แต่ว่าต่อมาเพราะอยู่ห่างไกลจากบริษัทเกินไป ก็เลยไม่ได้เลือกที่นี่……”
ก่อนหน้านี้มู่น่อนน่อนเคยถามฉินสุ่ยซานถึงที่อยู่ของซูเหมียน เป็นสถานที่เดียวกันกับที่เสิ่นเหลียงบอกเธอ
“เธอจะทำอะไร” เสิ่นเหลียงเห็นท่าทางครุ่นคิดของมู่น่อนน่อน มักรู้สึกว่ามู่น่อนน่อนกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่
มู่น่อนน่อนเก็บโทรศัพท์เก็บไว้ที่เดิม เงยหน้าขึ้น “พิสูจน์เรื่องบางอย่าง”
“พิสูจน์เรื่องอะไรทำไมถึงต้องการที่อยู่ของซูเหมียน” เสิ่นเหลียงยิ่งอยู่ยิ่งรู้สึกว่าเธอเดาไม่ออกว่ามู่น่อนน่อนกำลังคิดอะไรอยู่
“ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก” มู่น่อนน่อนตบไหล่ของเธอ “วางใจได้ ไม่มีอะไรหรอก”
เสิ่นเหลียงถึงแม้จะไม่ค่อยวางใจ แต่เธอเชื่อมั่นมู่น่อนน่อน ไม่ว่าจะทำอะไรต้องมีความคิดเป็นของตัวเอง จึงไม่ได้ถามคำถามใด ๆ อีก
เสิ่นเหลียงได้ส่งของถึงที่แล้ว เล่นอยู่กับเฉินมู่อีกครู่หนึ่ง แล้วก็จากไป
……
ตอนเวลาค่ำ มู่น่อนน่อนกำลังเตรียมของที่จะทำอาหารในวันส่งท้ายปีเก่าของวันพรุ่งนี้ โทรศัพท์ได้ดังขึ้น
เป็นหมายเลขแปลกที่โทรเข้ามา
นานแล้วที่ไม่ได้รับหมายเลขที่ไม่รู้จัก
“ใครคะ” มู่น่อนน่อนถือโทรศัพท์คุยด้วยมือเดียว อีกข้างหนึ่งเปิดของอยู่ในตู้เย็น
เฉินถิงเซียวเคยบอกว่าในวันส่งท้ายปีเก่าเขานั้นไม่ว่าง เธอจึงไม่ต้องพาเฉินมู่กลับไป
ในวันส่งท้ายปีเก่าจึงมีเพียงเธอกับเฉินมู่สองคน แต่เธอก็ยังอยากจะทำอาหารเพิ่มนิดหน่อย
เพราะถึงอย่างไรก็เป็นอาหารคืนข้ามปี
“น่อนน่อน เย็นนี้มาทานอาหารที่บ้านสิ” เป็นเสียงของมู่สือยั่น
มู่น่อนน่อนขมวดคิ้วเบา ๆ ดึงโทรศัพท์มาด้านหน้าแล้วดูหมายเลขโทรศัพท์ จากนั้นก็วางโทรศัพท์แนบข้างใบหู “คืนส่งท้ายปีเป็นวันรวมญาติ ฉันไปทำไม”
อันที่จริงมู่สือยั่นไม่ได้คิดอะไรเตรียมไว้มากมาย เพียงแต่นึกถึงมู่น่อนน่อนขึ้นได้ จึงได้หาหมายเลขโทรศัพท์แล้วโทรเรียกเธอกลับมาอาหารเย็นวันส่งท้ายปีเก่าด้วยกัน
เขาก็รู้ว่ามู่น่อนน่อนมีความขัดแย้งกับทางบ้าน แต่เห็นทีว่าตอนนี้ คำพูดของมู่น่อนน่อนช่างไม่รักษาน้ำใจเขาเสียเลย
น้ำเสียงของมู่สือยั่นมีความไม่พอใจเล็กน้อย “ไม่ว่าจะอย่างไรพวกเราก็เป็นครอบครัวเดียวกัน ต่อให้จะตีจนกระดูกหักเส้นเอ็นขาด เลือดที่ไหลอยู่บนตัวก็ยังคงเป็นสายเลือดเดียวกัน เธอก็เลิกรากับเฉินถิงเซียวตั้งนานแล้ว อยู่ข้างนอกคนเดียว อย่างไรก็ต้องกลับมาบ้าน”
“มู่ลี่เหยียนได้ป่าวประกาศไปทั่วหนังสือพิมพ์ว่าตัดขาดความเป็นพ่อลูกกันแล้ว พี่คิดว่าฉันอยู่ด้านนอกโดดเดี่ยวเดียวดาย ก่อนหน้านี้ที่ฉันอยู่บ้านตระกูลมู่นั้น ไม่เคยโดดเดี่ยวเดียวดายหรือไง”
เธอได้เดินออกจากหล่มของตระกูลมู่แล้ว และจะไม่ยอมให้สิ่งที่เรียกว่า “ครอบครัว” และ “สายเลือดเดียวกัน” มาผูกมัดได้ง่าย ๆ อีกต่อไป
มู่สือยั่นรู้สึกว่าคำพูดของมู่น่อนน่อนช่างดูโง่เขลามาก เขาจึงกล่าวด้วยความโมโห “น่อนน่อน เธอคิดดูดี ๆ ถ้าพรุ่งนี้เธอกลับมาทานข้าวด้วย ก็แปลว่าต่อไปพวกเรายังเป็นครอบครัวเดียวกัน ถ้าหากว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ ก็ยังมีพวกเราเป็นที่พึ่ง”
มู่น่อนน่อนหัวเราะเยาะในใจ ที่พึ่ง? ไม่ทำให้เธอตายถือว่าโชคดีแค่ไหนแล้ว
“ไม่ว่าเธอจะคิดยังไงก็ให้โทรมาบอกพี่หน่อย พี่จะขอบคุณเธอมาก” มู่น่อนน่อนปิดตู้เย็นแล้วมืออีกข้างหนึ่งกอดอกไว้ จากนั้นกล่าวเบา ๆ “ฉันกับตระกูลมู่ไม่มีความสัมพันธ์ใด ๆ พี่ไม่เหมือนกับพวกเขา ดังนั้นฉันจึงเต็มใจเรียกพี่ว่าพี่ใหญ่”
ถ้าหากว่ามู่สือยั่นก็กลายเป็นเหมือนคนอื่นในตระกูลมู่ เธอก็ไม่ไว้หน้าให้ด้วยเช่นกัน
หลายปีมานี้ที่มู่สือยั่นรับช่วงตระกูลมู่ต่อ ก็ค่อย ๆ เติบโตและมีความสุขุม คำพูดนี้เขายังคงตีความออก
เขาก็ไม่ได้พูดอะไรมากอีก แล้วก็วางสายโทรศัพท์ไป
การวางโทรศัพท์อย่างรวเร็ว เพียงพอที่จะทำให้รู้ว่าในใจเขานั้นโมโหมากแค่ไหน
มู่สือยั่นจับโทรศัพท์ที่คุยสายเสร็จแล้วหมุนไปหมุนด้วยแววตาที่ครุ่นคิด
มู่ลี่เหยียนได้เดินเข้ามา เขารู้ว่ามู่สือยั่นโทรศัพท์หามู่น่อนน่อน จึงได้ถามขึ้น “เป็นไงบ้าง พรุ่งนี้มู่น่อนน่อนจะกลับมากี่โมง”
มู่สือยั่นสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ น้ำเสียงหงุดหงิดเล็กน้อย “เธอไม่กลับมา” เขาใส่โทรศัพท์เข้าไปในกระเป๋า แล้วล้วงบุหรี่หนึ่งมวนขึ้นมาจุด
มู่ลี่เหยียนได้ยินว่ามู่น่อนน่อนไม่กลับมา จึงเสียงดังขึ้นทันที “ไม่กลับมา? แกโทรศัพท์ให้เธอกลับมาทานอาหารคืนส่งท้ายปี เธอกลับไม่กลับมา? เธอคิดว่าเธอยังเป็นคุณนายแห่งบริษัทเฉินซื่อหรือไง! ฮึ!”
สองปีมานี้บริษัทมู่ซื่อสภาพซบเซา อาการร่อแร่ ไม่ขนาดถึงตายแต่ผลงานก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ด้วยเหตุผลนี้มู่ลี่เหยียนจึงกลายเป็นคนที่อารมณ์หงุดหงิดง่ายขึ้น
มู่สือยั่นเห็นมู่ลี่เหยียนที่ฉุนเฉียวจนสีหน้าแย่ จึงรู้สึกหงุดหงิดรำคาญมาก
“ไม่ว่าน่อนน่อนเธอจะเป็นคุณนายของเฉินซื่อหรือไม่ เธอก็เป็นลูกสาวของพ่อ!” มู่สือยั่นดูดบุหรี่เข้าแรง ๆ หนึ่งที น้ำเสียงที่ไม่ค่อยเข้าใจ “ต่อให้พ่อแทบอยากจะให้เธอตาย บนตัวของเธอก็มีเลือดของพ่อไหลเวียนอยู่”
เขาไม่เข้าใจจริง ๆ ว่ามู่ลี่เหยียนกับมู่น่อนน่อนทำไมถึงเป็นเหมือนศัตรู
มู่ลี่เหยียนเบิกคู่ดวงตากว้าง แล้วกล่าวอย่างเคร่งขรึม “หวั่นขีต่างหากที่เป็นลูกสาวของฉัน!”
“อย่างนั้นพ่อรู้บ้างไหมว่าลูกสาวพ่อทำอะไรไว้บ้าง ฆ่าคน ใช้สารเสพติด มั่วสุมกาม ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นลูกสาวคนดีที่พ่อสั่งสอนมา!” มู่สือยั่นได้สืบพฤติกรรมทั้งหมดของมู่หวั่นขีอย่างแจ่มแจ้มมาก่อนหน้านี้แล้ว
เมื่อก่อนแม้ว่าเขาจะค่อนข้างเกเรทำตัวเหลวไหล แต่สิ่งเสพติดเหล่านั้นก็ไม่เคยคิดแตะต้อง ไม่เหมือนกับมู่หวั่นขีที่ไม่รู้จักขอบเขต
เพี้ยะ!
มู่ลี่เหยียนง้างมือขึ้นมาตบมู่สือยั่นไปหนึ่งฉาด “สารเลว!”
มู่ลี่เหยียนตบอย่างแรง เพียงแค่ตบเดียวมู่สือยั่นถึงกับหหน้าหันขวับไปอีกทาง ไม่กี่วิผ่านไปเขาถึงได้มีปฏิกิริยาตอบสองขึ้นและขยับกรามและคางขึ้น
เขามองมู่ลี่เหยียนด้วยสีหน้าที่แดกดัน “หลายปีมานี้บริษัทมู่ซื่อมีแต่ดิ่งลงเหว ผลิตภัณฑ์ใหม่ของพวกเรากำลังจะเปิดตัว แต่กลับไม่มีปัญญาจ้างดาราแถวหน้ามาเป็นพรีเซนเตอร์ ละครของน่อนน่อนเป็นที่นิยมชมชอบ ในเส้นทางบันเทิงจะต้องมีคอนเนคชั่นดี ๆ มากมาย เวลาเช่นนี้ ถ้าหากว่าเธอเต็มใจช่วยพวกเรา สถานการณ์ของพวกเราก็คงจะมีพลิกผันเป็นดีขึ้น”
เมื่อเขาพูดจบ ก็ยิ้มเยาะ จากนั้นก็โยนก้นบุหรี่ลงบนพื้น แล้วสะบัดแขนเสื้อจากไป