ฉัน....เป็นเจ้าสาวจอมปลอม / สามีอัปลักษณ์ของฉัน - บทที่ 684 ไม่มีทางที่จะเป็นเฉินถิงเซียว
- Home
- ฉัน....เป็นเจ้าสาวจอมปลอม / สามีอัปลักษณ์ของฉัน
- บทที่ 684 ไม่มีทางที่จะเป็นเฉินถิงเซียว
เสิ่นเหลียงสังเกตถึงคีย์เวิร์ดในคำพูดของมู่น่อนน่อน”พวกเธอ? ยังมีคนอื่นมอบของขวัญให้เธอเหรอ”
ขณะที่เธอพูดนั้น มีเสียงปิดประตูดังลอยขึ้นด้วย
มู่น่อนน่อนเดาว่าเสิ่นเหลียงน่าจะมาถึงแล้ว
“เธอมาถึงแล้วเหรอ จะให้ฉันลงมารับเธอไหม” เธอกลัวของเยอะแล้วเสิ่นเหลียงคนเดียวจะถือไม่หมด
“ไม่ต้อง ถ้าเธอลงมาก็ต้องพามู่มู่ลงมาด้วย ยุ่งยาก” เสิ่นเหลียงหยิบของแล้วหอบเล็กน้อย “แค่นี้นะ ฉันจะขึ้นไปเดี๋ยวนี้”
มู่น่อนน่อนก็ไม่ได้ปิดประตูอีก เปิดประตูไว้รอเสิ่นเหลียงขึ้นมา
สักพัก เสิ่นเหลียงก็ได้ขึ้นมา ในมือถือทั้งถุงเล็กถุงใหญ่
เสิ่นเหลียงยังคงนึกถึงคำพูดของมู่น่อนน่อนเมื่อสักครู่ ยังไม่ทันได้เข้ามาก็ได้ถามเธอขึ้น “ยังมีใครมอบของให้เธอเหรอ”
“ฉินสุ่ยซาน”
“ฉินสุ่ยซานเหรอ เขากับเธอมีการร่วมมือกัน มอบของขวัญให้เธอก็ไม่แปลก ยังมีใครอีก”
“ฉีเฉิงคนที่อยู่ตรงข้าม”
“หา?” เสิ่นเหลียงตะลึงงันไปครู่หนึ่ง ถึงนึกขึ้นได้ว่าใครคือฉีเฉิง “บอดี้การ์ดคนนั้นเหรอ”
“ใช่”
มู่น่อนน่อนนำของที่เสิ่นเหลียงนำมาให้จัดวางเรียบร้อยก่อน จากนั้นถึงได้หันไปหยิบของที่ฉีเฉิงมอบให้มาเมื่อกี้เข้ามา
เสิ่นเหลียงเป็นนักแสดง มักจะออกงานบ่อย ๆ และก็เป็นพรีเซนเตอร์ให้กับแบรด์เสื้อผ้ากับเครื่องสำอางสองสามแบรด์
เมื่อเธอเห็นโลโก้บนกระเป๋า ก็จำได้ว่าเป็นของแบรนด์ใด
“บอดี้การ์ดคนนั้นของเธอช่างใจป้ำจริง ๆ เซตนี้หลายแสนหยวนเลยนะ” ก่อนอื่นเสิ่นเหลียงรู้สึกประหลาดใจ มองดูแววตาที่เปลี่ยนไปของมู่น่อนน่อน “บอดี้การ์ดคนนั้นของเธอมีฐานะอะไรกันแน่ ของแบบนี้บอดี้การ์ดธรรมดาจะมีปัญญาซื้อ?”
“ประวัติความเป็นมาไม่ธรรมดา แต่ว่าตอนนี้เขาเป็นเพียงบอร์ดี้การ์เท่านั้น อีกทั้งเขาก็ไม่ขาดเหลือเงิน” เมื่อก่อนฉีเฉิงนั้นเป็นคนขององค์ X มีคนขอให้คนขององค์กร X ทำงานให้ บุคคลสำคัญนับไม่ถ้วนส่งเงินไปให้พวกเขาช่วยทำงาน ฉีเฉิงจะต้องมีเงินอย่างมากมาย
มู่น่อนน่อนพลิกดูของในกระเป๋า เหมือนจะเป็นกล่องของขวัญลิมิเต็ดอิดิชั่น
ถึงแม้มู่น่อนน่อนจะบอกว่าฉีเฉิงไม่ใช้เงิน เสิ่นเหลียงครุ่นคิดถึงคนที่ร่ำรวยมีเงินที่อยู่ในเมืองหู้หยางครู่หนึ่ง ก็นึกไม่ออกว่าเศรษฐีบ้านไหนกันที่แซ่ฉี
แต่แล้ว เธอก็เข้าใจว่าที่มู่น่อนน่อนบอกไม่ขาดเหลือเงินก็คือไม่ขาดเหลือเงินเท่านั้น ไม่ได้แปลว่าฉีเฉิงจะร่ำรวย
เธอคิดว่า ซื้อของขวัญด้วยเงินหลายแสนหยวนให้กับมู่น่อนน่อน สำหรับฉีเฉิงแล้วน่าจะเป็นจำนวนเงินที่ไม่น้อย
เสิ่นเหลียงวิเคราะห์แล้วกล่าว “ไม่ขาดเหลือเงินอีกทั้งยังเต็มใจซื้อให้เธอ ถ้าไม่ใช่ชอบเธอแล้วคืออะไร?”
มู่น่อนน่อนปฏิเสธคำพูดของเสิ่นเหลียงโดยไม่แม้แต่จะคิด “ไม่มีทางที่จะชอบฉัน”
เธอเคยเห็นภาพที่ฉีเฉิงอยู่ด้วยกันกับเฉินจิ่งหยุ้น เธอก็มีคนที่รัก สามารถดูออกได้ว่าแววตาที่ฉีเฉินมองจิ่งหยุ้นนั้นแตกต่างกัน
ส่วนความแตกต่างนั้น เธอเองก็ไม่อธิบายไม่ถูก แต่สามารถรู้สึกได้
และแววตาที่ฉีเฉิงมองเธอนั้น เอื้ออาทรและตรงไปตรงมา ในสายตาของเขา เธอเป็นเจ้านายที่ค่อนข้างสนิท ไม่มีอะไรที่พิเศษกว่านั้น
“เธอทำไมถึงมั่นใจขนาดนี้ว่าเขาไม่ได้ชอบเธอ? ถ้าหากว่าเขาไม่ได้ชอบเธอ อย่างนั้นก็เป็นแบบที่ฉันพูดครั้งก่อน เขาไม่ได้เป็นคนให้ จะต้องมีคนวานให้เขานำมาให้”
เสิ่นเหลียงยักไหล่ “ถ้าหากเธอยังคิดว่าไม่มีทางที่จะเป็นคนอื่นวานให้เขานำมาให้ อย่างนั้นฉันเองก็ไม่รู้แล้ว หรือบางทีเขาเงินเยอะจริง ๆ ก็เลยไม่มีที่ใช้”
มู่น่อนน่อนครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วพยักหน้า “ก็อาจจะเป็นไปได้”
เสิ่นเหลียงนึกว่ามู่น่อนน่อนเห็นด้วยกับคำพูดเธอที่ว่า “เงินเยอะไม่มีที่ใช้” แต่วินาทีถัดมาก็ได้ยินมู่น่อนน่อนกล่าวขึ้นหนึ่งประโยคว่า “เขาคงมีเงินเยอะจริง ๆ ก็เลยไม่มีที่ใช้”
เสิ่นเหลียงแทบจะสำลักน้ำลายของตัวเอง “บอดี้การ์ดของเธอคนนั้นดูไม่เหมือนคนโง่เลยสักนิด ฉันเห็นเขาแล้วยังรู้สึกกลัว รู้สึกว่าเขาไม่ค่อยจะเป็นมิตรสักเท่าไหร่”
“เธออย่าไปขัดใจเขาก็พอ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ใช่คนดีสักเท่าไหร่ แต่ก็เป็นคนมีหลักการ” มู่น่อนน่อนเตือนเสิ่นเหลียงอย่างจริงจัง ฉีเฉิงคนนั้นทางที่ดีอย่าไปทำให้ใจขุ่นใจเป็นดีที่สุด
“นี่เธอจริงจังใช่ไหม ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าแผ่นหลังเย็นวาบ……” เสิ่นเหลียงลูบแขนของตัวเอง ถูกน้ำเสียงจริงจังของมู่น่อนน่อนทำให้ตกใจ
มู่น่อนน่อนยิ้มไม่ได้พูดอะไร เสิ่นเหลียงจึงกล่าวต่อ “ไม่มีทางเป็นไปได้จริงเหรอที่บอสใหญ่จะเป็นคนส่งให้เธอ”
มู่น่อนน่อนได้ยินดังนั้นจึงตะลึงขึ้นเล็กน้อย
เป็นเฉินถิงเซียวเหรอ
ถ้าหากเฉินถิงเซียววานให้ฉีเฉิงทำทุกอย่างทั้งหมด อย่างนั้นก็สามารถอธิบายได้ว่าทำไมฉีเฉิงถึงปฏิบัติดีต่อเธอ
แต่ว่าในใจของมู่น่อนน่อนเข้าใจอย่างดีว่าเธอกับเฉินถิงเซียวนั้นจบลงแล้ว
จบลงอย่างสมบูรณ์
“ฉันคิดว่าไม่ใช่เฉินถิงเซียว ฉันไม่คิดว่าหลังจากที่เขาตัดความสัมพันธ์กับฉันอย่างใจร้ายขนาดนั้นแล้ว จะยังแอบทำสิ่งที่เป็นห่วงฉันเหล่านี้ได้” เฉินถิงเซียวเป็นคนที่ตรงไปตรงมาและเด็ดขาด เขาไม่มีทางทำเรื่องแบบนี้แน่นอน
มู่น่อนน่อนส่ายหน้า ก็ไม่รู้ว่าอยากจะพูดให้ใครฟัง และได้พูดย้ำอีกครั้ง “ไม่มีทางที่จะเป็นเฉินถิงเซียว”
“ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ เธอคิดว่านอกจากเฉินถิงเซียวยังจะมีคนอื่นอีกเหรอ” เสิ่นเหลียงรู้สึกว่ามู่น่อนน่อนพูดมั่นใจเกินไป
เธอจึงโน้มน้าวมู่น่อนน่อน “มีบางครั้งที่ความจริงนั้นมักจะเป็นสิ่งที่ไม่คาดคิด เธอเป็นนักเขียนบท นักแต่งนิยาย เธอควรจะเชื่อเรื่องแบบนี้มากกว่าฉันนะ”
“ยิ่งเป็นนักแต่งนิยาย ก็ยิ่งหลอกลวงเก่ง ดังนั้นฉันก็ยิ่งไม่เชื่อเรื่องแบบนี้” มู่น่อนน่อนไม่อยากจะคุยเรื่องนี้กับเสิ่นเหลียงอีก จึงเดินไปข้าง ๆ ดูว่าฉินสุ่ยซานมอบของอะไรให้เธอ
เสิ่นเหลียงเดินตามเธออยู่ด้านหลัง “น่อนน่อน ฉันสมมตินะ เป็นความคิดในใจของฉัน ฉันไม่ได้มีความหมายอื่น……”
“สมมติอะไร”
“ฉันคิดว่าบอสใหญ่ไม่มีทางที่จะชอบซูเหมียน ก่อนหน้านี้ซูเหมียนทำเรื่องชั่วร้ายมากมาย ต่อให้บอสใหญ่จะชอบฉัน ก็ไม่มีทางที่จะไปชอบคนอย่างซูเหมียน เธอคิดว่าไง”
มู่น่อนน่อนหยุดชะงักมือลง หันกลับไปมองเสิ่นเหลียงด้วยสายตาจาง ๆ ทำให้หัวใจของเสิ่นเหลียงถึงกับสั่นเทา
เสิ่นเหลียงกล่าวเบา ๆ “ฉันก็แค่สมมติเท่านั้น……”
ความคิดของมู่น่อนน่อนฉับพลันได้มลายลง และก็ปฏิเสธอย่างรวดเร็ว “แต่……เฉินถิงเซียวกับซูเหมียนอยู่ด้วยกันมาสามปี”
“พวกเขาแค่อยู่ด้วยกันสามปี บอสใหญ่เคยมีพฤติกรรมละเมิดล่วงเกินเธอสักนิดไหม” เสิ่นเหลียงเห็นมู่น่อนน่อนไม่พูดไม่จา จึงถามเองตอบเอง “แน่นอนว่าไม่เคยมีใช่ไหมล่ะ!”
ไม่เคยมีจริง ๆ
คนที่เฉินถิงเซียวไม่ชอบ ต่อให้อยู่ด้วยกันนานก็ไม่มีประโยชน์
มู่น่อนน่อนยอมรับอย่างเงียบ ๆ ในหัวสมองของเธอสับสนเล็กน้อย
“ตี๊ด——”
มีข้อความใหม่ในโทรศัพท์
มู่น่อนน่อนหยิบขึ้นมาดูจึงเห็นว่าเป็นฟีดข่าว
เดิมทีเธอตั้งใจจะลบทิ้ง แต่บังเอิญคลิกโดนดูหัวข้อข่าว
“เฉินถิงเซียวกับรักครั้งใหม่……ข่าวดีกำลังมา……”
คีย์เวิร์ดที่ชัดเจนเหล่านี้ทำให้มู่น่อนน่อนอดไม่ได้ที่จะเปิดอ่านเนี้อหา
เสิ่นเหลียงเห็นแววตาของมู่น่อนน่อนที่เย็นชาลงฉับพลัน จ้องจดจ่อโทรศัพท์อย่างไม่กะพริบตา จึงชะเง้อตัวเข้าไปดูด้วยความสงสัย
เธอพลางดูพลางอ่านออกเสียงถึงเนื้อหาของข่าว “เมื่อวาน มีนักข่าวได้ถ่ายคลิปของเฉินถิงเซียวกลับบ้านกับแฟนใหม่ได้ เพิ่งจะออกจากบ้านของฝ่ายหญิงตอนเช้า สงสัยว่าข่าวดีกำลังจะมา……”