ฉัน....เป็นเจ้าสาวจอมปลอม / สามีอัปลักษณ์ของฉัน - บทที่ 683 ผิดแปลก ช่างผิดแปลกมาก
ฉินสุ่ยซานยื่นมือไปปัดผมของตัวเอง แล้วผายมือออก “น่อนน่อน เธอถึงกับต้องกันฉันขนาดนี้เลยเหรอ ในใจของเธอฉันเป็นคนแบบนั้นเหรอ”
มู่น่อนน่อนตอบกลับหนึ่งประโยคเบา ๆ “ใช่”
“เชี่ย!” เป็นการยากที่ฉินสุ่ยซานจะสบถคำหยาบ
มู่น่อนน่อนมองดูเธอราวกับจะยิ้มไม่ยิ้ม “ตอนนั้นเธอยังคิดที่จะแย่งเฉินถิงเซียวอยู่เลย”
“ตอนนั้นฉันคือแบบไม่รู้อีโหน่อีเหน่เหอะ” ฉินสุ่ยซานกล่าวตอบอย่างไม่สบอารมณ์
มู่น่อนน่อนส่ายหน้า น้ำเสียงยังคงความสงบ “เห็น ๆ อยู่ว่าเฉินอินหย่าแย่งสวุมู่หันไป เธอไม่พอใจ อยากจะเป็นพี่สะใภ้ของเธอก็เท่านั้น”
ฉินสุ่ยซานใบหน้าประกายความเก้อเขินอับอาย
ตอนนั้นเธอปลอมตัวเข้าไปรวมกับสาวใช้ เข้าไปในคฤหาสน์ของเฉินถิงเซียว เหตุผลที่แท้จริง เป็นเหมือนดั่งที่มู่น่อนน่อนกล่าวจริง ๆ
ตอนนี้นึกย้อนกลับไป เรื่องนั้นเป็นการกระทำที่ช่างโง่มาก เธอก็แค่ไม่อยากยอมรับก็เท่านั้น
เวลาผ่านไปนานขนาดนี้ ถูกมู่น่อนน่อนยกขึ้นมาพูดอีกครั้ง ถึงแม้ว่าเธอจะรู้สึกอับอายเล็กน้อย แต่สิ่งที่มากกว่านั้นคือความโล่งสบายใจ
ฉินสุ่ยซานยกกาแฟที่มู่น่อนน่อนชงมาให้ขึ้นมาจิบ แล้วกล่าวอย่างมีเหตุผลชอบธรรมว่า “มู่น่อนน่อน เธอกรุณาแยกแยะให้เข้าใจหน่อย ความสัมพันธ์ของพวกเราคือการร่วมมือ เธอจะหัวเราะเยาะคู่ร่วมมือของเธอไม่ได้ เธอควรจะให้เกียรติฉัน และควรไว้หน้าฉันด้วย”
“ออ” มู่น่อนน่อนตอบกลับอย่างเฉยเมย
ฉินสุ่ยซานรู้สึกว่าถ้าตัวเองไม่ใจกว้างพอ หัวใจก็คงจะวายแล้ว
เมื่อก่อนเธออุตส่าห์คิดว่ามู่น่อนน่อนเป็นหญิงสาวที่ใจดีและอ่อนแอ
หลังจากที่ได้สัมผัสรู้จักกับเธอแล้ว ถึงรู้ว่ามู่น่อนน่อนหญิงสาวคนนี้ภายนอกดูอ่อนแอ แต่ภายในล้วนเป็นหนามที่คอยทิ่มแทงคนได้ตลอดเวลา
“เอาล่ะ ของ ฉันก็ได้ส่งมอบให้กับเธอแล้ว อวยพรปีใหม่ให้เธอล่วงหน้าแล้วกัน หลังปีใหม่วันที่เจ็ดค่อยเริ่มจัดประชุมหารือ ถึงเวลานั้นจะแจ้งให้ทราบอีกที ถึงอย่างไรเธอก็ไม่ต้อนรับฉันอยู่แล้ว ฉันก็ถึงเวลาที่ควรจะกลับ”
ฉินสุ่ยซานถึงแม้จะพูดแบบนี้ แต่เธอก็ยังยืนอยู่ตรงนั้นไม่ขยับเขยื้อน
มู่น่อนน่อนเหยียดคางแล้วชี้ไปทางประตู “อย่างนั้นทำไมเธอยังไม่ไปอีก”
“เพื่อเป็นมารยาท ชวนให้อยู่ทานข้าวหน่อยไม่ได้หรือไง” ฉินสุ่ยซานกลอกตามองบน “ฉันคิดว่าฉันก็เป็นโปรดิวเซอร์ที่มีชื่อเสียงเช่นกัน แต่ทำไมอยู่ที่นี่เธอถึงไม่ไว้หน้าฉันเลยสักนิดเลย”
“เธอยุ่งมากไม่ใช่เหรอ ยังมีเวลาอยู่ทานข้าวอีก?” มู่น่อนน่อนไม่ใช่ว่าไม่อยากจะให้เธออยู่ทานข้าว แต่เกรงว่าเธอนั้นจะงานยุ่ง ก็เลยไม่ได้ชวน
ความสัมพันธ์ของเธอกับฉินสุ่ยซานละเอียดอ่อน
บอกว่าถึงขั้นสนิทก็ไม่ใช่ บอกว่าไม่ดีก็ไม่เชิง แต่ก็ต่างฝ่ายต่างสามารถเชื่อใจกันได้ แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องการความเชื่อใจ ต่างฝ่ายต่างก็มักจะข่มขู่คุกคามกันและกัน
“แน่นอนว่ามีอยู่แล้ว” ฉินสุ่ยซานจึงนั่งอยู่บนโซฟาไม่ขยับเขยื้อน ราวกับว่าถ้าไม่ได้ทานข้าวก็จะไม่จากไปไหน
มู่น่อนน่อนมองดูเวลา ถึงเวลาอาหารกลางวันแล้วจริง ๆ
“อยากทานอะไร เธอดูวัสดุในตู้เย็นของฉันสักหน่อยสิ เลือกสองสามอย่างมาแล้วฉันจะทำให้เธอทาน”
มู่น่อนน่อนเดินมาที่ด้านหน้าตู้เย็น ทำการเปิดตู้เย็นแล้วทำท่าสื่อให้ฉินสุ่ยซานเดินเข้าไปหา
ฉินสุ่ยซานกระตือรือร้นมาก ราวกับว่ากลัวมู่น่อนน่อนจะเปลี่ยนใจ รีบเดินเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว
เธอมองตู้เย็นที่เต็มไปด้วยวัสดุ แล้วพึมพำ “ฉันอยากทานหมดเลย”
“อย่างนั้นก็ก็กลับไปเถอะ” มู่น่อนน่อนแสร้งทำเป็นปิดตู้เย็น ฉินสุ่ยซานจึงรีบรั้งไว้ “อย่า……อย่าทำแบบนี้สิ……”
ฉินสุ่ยซานบอกชื่ออาหารสองอย่างให้มู่น่อนน่อนทำ
ฝีมือการทำอาหารของมู่น่อนน่อน ทั้งนึ่งผัดทอดต้มไม่ต้องพูดถึง
ฉินสุ่ยซานดูอยู่ข้าง ๆ ถึงกับตาตะลึงค้าง “คิดไม่ถึงว่าฝีมือการทำอาหารของเธอจะสุดยอดขนาดนี้! ฉันจะลงทุนให้เธอ เปิดครัวส่วนตัว ทำแค่วันละสามโต๊ะ แล้วทำการประมูลราคา ผู้ให้ราคาสูงสุดเป็นผู้ชนะ”
มู่น่อนน่อนจะยิ้มจะหัวเราะก็ไม่ได้ “คุณฉิน อาหารที่ฉันทำ ไม่ใช่อาหารสมบัติที่หายาก และก็ไม่ใช่ของโบราณ”
ฉินสุ่ยซานส่ายหน้ารัว ๆ “ไม่ ๆ ๆ เธอสามารถลองดู ว่าจะมีคนมาประมูลไหม”
มู่น่อนน่อนรู้สึกว่าฉินสุ่ยซานคิดเพ้อเจ้อ เธอขี้เกียจที่จะไปสนใจฉินสุ่ยซานอีก
ตอนที่ทานอาหารนั้น บนโต๊ะล้วนเป็นเสียงของฉินสุ่ยซาน
“อันนี้หอมจังเลย!”
“อันนี้น่าทาน!”
“ครั้งต่อไปฉันยังจะมาทานอาหารที่บ้านเธออีก”
มู่น่อนน่อนคีบอาหารใส่ปากอย่างเงียบ ๆ แล้วค่อย ๆ เคี้ยว
รสชาติเหมือนเดิม! ไม่ได้อร่อยพิเศษตรงไหนนิ
อาหารส่วนใหญ่เข้าไปอยู่ในท้องของฉินสุ่ยซาน
ฉินสุ่ยซานทานอิ่มแล้ว ก็ยังไม่วายเอ่ยถึงเรื่องเปิดครัวส่วนตัว
“น่อนน่อน เธอควรจะไตร่ตรองข้อเสนอก่อนหน้านี้ของฉันนะ ฉันคิดว่าที่อยู่ของร้านอาหารก็เลือกที่……” ฉินสุ่ยซานพูดออกมาครึ่งเดียว โทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น
เธอจึงรับสาย “มีเรื่องอะไร ไม่เป็นไร……ไม่กลับไป……อาหารเย็นไม่ไป ฉันมีที่ทานแล้ว”
เมื่อมู่น่อนน่อนได้ยินว่าอาหารเย็น ราวกับว่าเธอยังจะอยู่ทานอีก จึงได้ผลักเธอออกไปนอกประตู
ฉินสุ่ยซานวางสายโทรศัพท์ แล้วเดินออกไปอย่างไม่เต็มใจ “ตอนเย็นฉันจะมาทานข้าวอีก”
“ไม่ต้องมาแล้ว” มู่น่อนน่อนปฏิเสธอย่างเย็นชา
ฉินสุ่ยซานกล่าวต่อ “ฉันจะมาเล่นกับมู่มู่”
เฉินมู่ที่อยู่ข้าง ๆ ยื่นหน้าออกมาด้านข้าง “หนูเล่นคนเดียวได้ค่ะ”
น้าคนนี้ทานปีกไก่ของเธอไปหมดเลย คืนนี้ไม่ต้องมาจะดีกว่า
ฉินสุ่ยซานกระตุกมุมปาก จึงจำใจหันหลังแล้วจากไป
ปกติแล้วเมื่อมู่น่อนน่อนเจอกับฉินสุ่ยซานก็มักจะเห็นท่าทีที่เป็นเรื่องการเรื่องงาน เป็นครั้งแรกที่เห็นด้านความหน้าหนาของฉินสุ่ยซาน
เธอกับฉินสุ่ยซานทานอาหารที่ร้านอาหารข้างนอกหลายครั้ง ก็ไม่เคยเห็นฉินสุ่ยซานเคยเป็นแบบนี้
มู่น่อนน่อนเห็นฉินสุ่ยซานเดินจากไปไกลแล้ว ถึงได้ปิดประตูขึ้น
เพียงแต่ เธอเพิ่งจะปิดประตูลงไป ก็มีคนมาเคาะประตูเสียงดังขึ้น
มู่น่อนน่อนคิดว่าเป็นฉินสุ่ยซานที่ย้อนกลับมา แต่เมื่อเปิดประตูแล้วกลับพบว่าเป็นฉีเฉิง
พักนี้เธอไม่ค่อยได้ออกไปด้านนอก ฉีเฉิงเองก็ไม่ได้มาหาเธอ ระหว่างนั้นเธอก็เคยเชิญฉีเฉิงมาทานอาหารที่บ้าน แต่ฉีเฉิงได้ปฏิเสธไป
ฉีเฉิงเหมือนเดิมเฉกเช่นปกติ เรียกเธอขึ้นอย่างไร้ความรู้สึก “คุณมู่”
จากนั้นก็ยื่นของที่ถืออยู่ในมือมาที่ด้านหน้าของมู่น่อนน่อน
โลโก้ของกระเป๋าถือนั้นค่อนข้างคุ้นตา มู่น่อนน่อนครุ่นคิดครู่หนึ่ง ถึงได้นึกออกว่าเป็นโลโก้ของแบรนด์ใหญ่ต่างประเทศ
สินค้าภายใต้แบรนด์ของบริษัทนี้มีเสื้อผ้า เครื่องสำอาง และยังมีกระเป๋า
ฉีเฉิงนี่คืออะไร
ความสงสัยบนใบหน้าของมู่น่อนน่อนนั้นเห็นได้อย่างชัดเจน ฉีเฉิงจึงได้อธิบายขึ้น “ให้คุณครับ”
“ให้ฉัน?” มู่น่อนน่อนชี้มาที่ตัวเอง
ฉีเฉิงพยักหน้า
สมองของมู่น่อนน่อนคิดตามไม่ทันและชะงักไปชั่วครู่
“คุณซื้อของนี่ให้ฉันทำไม” ในสายตาของมู่น่อนน่อน พฤติกรรมเช่นนี้ของฉีเฉิงนั้นผิดแปลก ช่างผิดแปลกมาก
“ผมไม่มีญาติ ไม่มีเพื่อนในเมืองหู้หยาง ปีใหม่นั้นช่างเงียบเหงาว่างเปล่า จึงอยากจะมอบของขวัญลองสัมผัสบรรยากาศการฉลองปีใหม่สักหน่อย” เป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นเลย แต่เมื่อออกมาจากปากของฉีเฉิง กลับทำให้รู้สึกอ้างว้างมาก
มู่น่อนน่อนชะงักไปครู่หนึ่ง ยื่นมือมารับของที่เขายื่นมาให้ “ขอบคุณค่ะ”
ฉีเฉิงทำเพียงพยักหน้าแล้วก็หันหลังจากไป
เวลานี้โทรศัพท์ของมู่น่อนน่อนได้ดังขึ้น
เป็นสายโทรศัพท์ของเสิ่นเหลียง
“น่อนน่อน ฉันได้รับเครื่องสำอางจากตัวแทนบริษัทต่าง ๆ ที่ส่งมาให้ ฉันจะเอาสองสามเชตมาให้เธอ ใกล้จะถึงบ้านของเธอแล้ว”
มู่น่อนน่อนกล่าวอย่างจนปัญญา “วันนี้พวกเธอนัดกันส่งของขวัญหรือไง”