ฉัน....เป็นเจ้าสาวจอมปลอม / สามีอัปลักษณ์ของฉัน - บทที่ 681 ให้ผมควักหัวใจออกมาให้คุณดูดีไหม?
- Home
- ฉัน....เป็นเจ้าสาวจอมปลอม / สามีอัปลักษณ์ของฉัน
- บทที่ 681 ให้ผมควักหัวใจออกมาให้คุณดูดีไหม?
ฉีเฉิงมองไปทางห้องครัวแวบหนึ่ง
มู่น่อนน่อนกำลังผัดอาหารจานสุดท้าย จึงไม่ได้สังเกตมองมาฝั่งนี้ ต่อให้เธอจะสังเกตมองมา แต่ก็ยังขั้นด้วยระยะห่าง เธอจึงไม่ได้ยินในสิ่งฉีเฉิงสนทนากับเฉินมู่
ฉีเฉิงมองเฉินมู่อย่างสนใจ คุยด้วยน้ำเสียงเย็นชาเช่นอย่างเคย “หนูรู้ได้ยังไง”
“หนูรู้อยู่แล้วค่ะ” เฉินมู่หันหน้ามาเล่นกับตุ๊กตาในมือต่อ โดยที่ไม่สนใจฉีเฉิงอีก
ฉีเฉิงเดิมทีก็เป็นคนพูดน้อย จึงไม่ได้พูดอะไรกับเฉินมู่อีก
เขาหยิบโทรศัพท์ออกมา หาหมายเลขติดต่อหมายเลขหนึ่งจากสมุดรายชื่อ แล้วก็ส่งข้อความออกไป
ไม่นานมู่น่อนน่อนก็ผัดอาหารจานสุดท้ายเสร็จ จากนั้นก็ยกมาเสิร์ฟบนโต๊ะ
เธอหันไปเรียกทางฝั่งนั้น “ทานข้าวจ้ะ”
ฉีเฉิงกับเฉินมู่ทั้งคู่จึงต่างเดินเข้ามา
เฉินมู่เดินมาแล้วก็ปีนขึ้นไปบนเก้าอี้ตัวน้อย ๆ ของตัวเอง แล้วนั่งรออาหารของตัวเองอย่างเชื่อฟัง
“ผัดอาหารง่าย ๆ สองสามอย่าง” มู่น่อนน่อนยิ้มแล้วพูดกับฉีเฉิงจน พูดจบก็คีบอาหารให้กับเฉินมู่
ฉีเฉิงพยักหน้า เห็นมู่น่อนน่อนเริ่มขยับตะเกียบ เขาก็เริ่มก้มหน้าทานอาหาร
เพียงแต่ว่า เขาทานอาหารค่อนข้างเร็ว
มู่น่อนน่อนใช้เวลาเพียงสั้น ๆ ในการคีบอาหารให้กับเฉินมู่ จากนั้นก็หันหน้ามาอีกที ก็เห็นข้าวในถ้วยของฉีเฉิงหายไปเกือบครึ่งหนึ่ง
มู่น่อนน่อนจึงเปล่งเสียงกล่าวขึ้น “คุณฉีมีธุระสำคัญอะไรที่ต้องเร่งเวลาหรือเปล่า ทำไมทานเร็วอย่างนี้”
“ชินแล้วครับ” ฉีเฉิงกล่าวอย่างคลุมเครีอ และก็ก้มหน้าทานอาหารต่อ
มู่น่อนน่อนตั้งใจสังเกตเวลา เธอพบว่าฉีเฉิงทานอาหารหนึ่งมื้อเสร็จ ใช้เวลาเพียงสิบนาที อีกทั้งยังทานข้าวเปล่าไปสองถ้วย
ฉีเฉิงทานเสร็จก็ลุกขึ้น “ขอบคุณที่เลี้ยงครับ”
เขาพูดเสร็จแล้วทำท่าจะจากไป มู่น่อนน่อนจึงรีบลุกขึ้นแล้วกล่าวว่า “นั่งอยู่อีกสักพักหนึ่งสิ”
“ไม่ต้องครับ” หลังจากที่ปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมา เขาก็ได้จากไป
ทันที่ที่ฉีเฉิงจากไป มู่น่อนน่อนก็จ้องมองไปยังถ้วยของฉีเฉิง แล้วก็ตกอยู่ในห้วงความคิด
ก่อนหน้านี้เฉินจิ่งหยุ้นพักอาศัยอยู่ในเมืองเล็ก ๆ มู่น่อนน่อนไปหาเฉินมู่นั้น เคยทานอาหารพร้อมกับฉีเฉิง ตอนนั้นถึงแม้ว่าเขาจะทานอาหารเร็วเช่นกัน แต่ก็ไม่ได้เร็วขนาดนี้
ประหนึ่งมีคนแย่งเขาทานก็ไม่ปาน และก็เหมือนกับรีบ ๆ ทานให้เสร็จจะได้จากไป
หรือว่าฉีเฉิงนั้นไม่อยากจะอยู่กับเธอที่นี่นาน ๆ ?
มู่น่อนน่อนส่ายหน้า รู้สึกว่าตัวเองนั้นคิดมากเกินไป
จะต้องเป็นคำพูดของเสิ่นเหลียงก่อนหน้านี้ ที่ทำให้เธอเกิดความคิดโยงไปโยงมาเช่นนี้
……
เสิ่นเหลียงนัดกู้จือหยั่นเจอกันที่โรงแรมจีนติ่ง กู้จือหยั่นย่อมต้องไปก่อนเวลาอยู่แล้ว
เมื่อเสิ่นเหลียงใกล้จะถึงนั้น กู้จือหยั่นก็ได้สั่งอาหารที่เสิ่นเหลียงชอบทานมาให้เธอ
ตอนที่เสิ่นเหลียงมาถึงนั้น อาหารเหล่านั้นได้เสิร์ฟลงบนโต๊ะแล้ว
กู้จือหยั่นเดินมาด้านหน้าช่วยเธอดึงเก้าอี้ “ยังไม่ทานอาหารใช่ไหม ผมได้สั่งอาหารไว้แล้ว รีบมาทานเร็ว”
เสิ่นเหลียงกวางมองอาหารบนโต๊ะ จากนั้นก็หรี่ตาลง ซ่อนอารมณ์ในดวงตาไว้
เธอไม่ได้พูดอะไรมาก นั่งลงแล้วหยิบตะเกียบจากนั้นเริ่มลงมือทาน
เธอนั้นยังไม่ทานอาหารเย็นจริง ๆ จึงรู้สึกหิวนิดหน่อย
พลางทานข้าว และก็ไม่ลืมที่จะพูดเข้าเรื่อง “ช่วงนี้คุณได้ไปมาหาสู่กับบอสใหญ่ไหม”
“ไม่นะ” กู้จือหยั่นรินไวน์แดงแล้วผลักมาที่ด้านหน้าเธอ “ถามทำไม”
“เขาแยกทางกับน่อนน่อนแล้ว ฉันรู้สึกว่าเรื่องนี้แปลก ๆ” เสิ่นเหลียงนึกถึงคำพูดของมู่น่อนน่อน แล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย “คุณรู้จักกับบอสใหญ่นานขนาดนี้ คุณน่าจะรู้จักเขาดีถึงจะถูก เขาเป็นคนที่จิตใจโลเลได้ใหม่แล้วลืมเก่าได้เร็วขนาดนี้เลยเหรอ”
กู้จือหยั่นรีบปฏิเสธในทันใด “แน่นอนว่าไม่ใช่ ถิงเซียวดูเหมือนเป็นคนนิสัยแปลก ๆ ก็แค่ไม่ค่อยแสดงออกก็เท่านั้น”
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เขาเลิกรากับน่อนน่อนเพราะเรื่องอื่น?” ความจริงแล้วเสิ่นเหลียงคิดเหมือนกับกู้จือหยั่น
“อาจเป็นไปได้” กู้จือหยั่นวางแก้วไวน์ลง “ใกล้จะถึงวันส่งท้ายปีเก่าแล้ว ผมกับถิงเซียวค่อนข้างยุ่งกันมาก ช่วงนี้จึงไม่ค่อยได้มีเวลาเจอกัน และก็ไม่แน่ใจว่าเขากำลังคิดอะไร”
“ก่อนหน้านี้คุณรู้เรื่องที่บริษัทเฉินซื่อเกิดไฟไหม้ไหม”
“อืม?” กู้จือหยั่นมองมาทางเสิ่นเหลียง สื่อให้เธอนั้นกล่าวต่อ
เสิ่นเหลียงจึงเล่าเรื่องที่มู่น่อนน่อนพูดให้เธอฟังให้กับกู้จือหยั่น “ตอนนั้นน่อนน่อนก็อยู่ที่บริษัทเฉินซื่อ เฉินถิงเซียวกลับทิ้งน่อนน่อนแล้วตัวเองก็จากไป”
กู้จือหยั่นที่กำลังเขย่าแก้วไวน์อยู่นั้นได้หยุดชะงักขึ้น แววตาประกายความประหลาดใจ “จริงเหรอ”
เสิ่นเหลียงอดไม่ได้กลอกตามองบนใส่กู้จือหยั่น “ต้องจริงอยู่แล้วสิ! น่อนน่อนจะแต่งเรื่องแบบนี้มาโกหกฉันเหรอ”
กู้จือหยั่นได้ยินดังนั้น หน้าก็ถอดสี
“ก่อนหน้านี้ถิงเซียวปฏิบัติอย่างไรต่อน่อนน่อน คุณก็รู้ดี อย่าว่าแต่ไฟไหม้แล้วทุกคนวิ่งหนีเอาตัวรอดเลย ต่อให้แค่ชนกระแทกยังรู้สึกเจ็บปวดสงสาร……”
คำพูดประโยคหลังไม่จำเป็นต้องพูดอีก
กู้จือหยั่นส่ายหน้า “ตามที่ผมเข้าใจถิงเซียว ตอนที่รักนั้นแม้แต่ชีวิตก็สามารถสละได้ แต่เมื่อหมดรักแล้ว ต่อให้ตายอยู่ตรงหน้าก็ไม่แม้แต่จะเหลียวมอง”
“ปัง!”
เสิ่นเหลียงวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะอย่างแรงด้วยสีหน้าที่เย็นชา “คำพูดของผู้ชาย ล้วนเป็นคำโกหก! เมื่อกี้คุณยังบอกว่าเขาไม่ใช่คนที่แบบได้ใหม่แล้วลืมเก่าอยู่เลย”
กู้จือหยั่นกระตุกมุมปาก แล้วรีบพูดเกลี้ยกล่อมขึ้น “บางทีเขาอาจมีความลำบากใจที่ไม่สามารถพูดออกมาก็ได้ โกรธอะไรเนี่ย อย่าโกรธสิ”
เสิ่นเหลียงฟืดฟัด “ต่อให้มีความลำบากใจจริง ๆ ในสถานการณ์แบบนั้น เขาจะไม่สนใจน่อนน่อนได้ลงคอเลยเหรอ ถ้าหากว่าเป็นคุณ คุณจะไม่สนใจฉันไหม”
เสิ่นเหลียงโยงเข้ามาที่ตัวของกู้จือหยั่น เขาจึงขมวดคิ้วขึ้นทันที “ให้ผมควักหัวใจออกมาให้คุณดูดีไหม”
น้ำเสียงที่ฟังแล้วอันธพาลเล็กน้อย แต่ว่าจิตใจของเขานั้นจริงใจมาก
เสิ่นเหลียงตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อสักครู่ก็แค่พูดออกมาโดยไม่ได้จริงจังก็เท่านั้น
ทั้งคู่เงียบไปครู่หนึ่ง
ผ่านไปสักพัก ก็เป็นกู้จือหยั่นที่ทำลายบรรยากาศความเงียบนั้นก่อน “เสิ่นเสี่ยวเหลียง พวกเรา……”
เสิ่นเหลียงยกแก้วไวน์ขึ้น แล้วก็ดื่มหมดแก้วภายในอึกเดียว “ฉันทานอิ่มแล้ว”
ทันใดนั้น เธอลุกขึ้น หยิบกระเป๋าโทรศัพท์ ดึงเก้าอี้แล้วเดินออกไปด้านนอก
เคลื่อนไหวแบบรวดเดียว และยังคล่องแคล่วราบรื่น ราวกับได้ฝึกซ้อมในใจตั้งแต่เนิ่น ๆ
กู้จือหยั่นก็ไม่รู้ว่าอารมณ์เสียมาจากไหนกัน รีบลุกขึ้นทันใด จนหัวเข่าไปกระแทกกับโต๊ะจนเกิดเสียงดังขึ้น เจ็บจนต้องขมวดคิ้วขึ้น แต่ก็ไม่ได้เปล่งเสียงโอดโอยแต่อย่างใด
“เสิ่นเสี่ยวเหลียง นี่คุณต้องการจะแข็งกระด้างกับผมแบบนี้ตลอดไปใช่ไหม คุณมั่นใจว่าชีวิตนี้ของผมต้องการผู้หญิงอย่างคุณเพียงคนเดียว? คุณรู้ไหมว่ามีผู้หญิงกี่คนที่เรียงรายต่อแถวกันเข้ามานอนกับผม?”
เสิ่นเหลียงสำหรับกู้จือหยั่นแล้ว ก็คือหยดเลือดที่อยู่ในหัวใจ ซึ่งได้รับการดูแลอย่างดี
แต่ว่าหลายปีมานี้ เธอกลับมักจะหลีกเลี่ยงเขาอยู่เสมอ
เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมเธอถึงกลายเป็นแบบนี้
ทั้ง ๆ ที่ตอนแรก พวกเขาทั้งคู่ไม่ได้เป็นแบบนี้
เสิ่นเหลียงชะงักเท้าหยุด แล้วยืนอยู่ที่เดิมครู่หนึ่ง จากนั้นก็หันกลับมายิ้มให้ด้วยสีหน้าที่เย็นชาประชดประชัน “คุณชายกู้ก่อนหน้านี้ก็มีข่าวคราวเจ้าชู้ไม่หยุดหย่อนไม่ใช่เหรอ ฉันเคยให้คุณสงวนตัวเพื่อฉันเหรอ คุณอยากจะไปนอนกับใครก็นอนไปเลย ไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน!”