Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

Gate of God - ตอนที่ 385 ค่ายกลดาบ

  1. Home
  2. Gate of God
  3. ตอนที่ 385 ค่ายกลดาบ
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

Gate of God
ตอนที่ 385 ค่ายกลดาบ
ถ้าหากในโลกนี้แค่การนั่วยุจะทาให้เกิดการอาฆาต
แค้นกันแล้วละก็ การกระทาของ ฟาง เจิ้งจือ
ในตอนนี้คงหาใครเปรียบไม่ได้
จะทาไปเพื่ออะไรกัน?
หรือเจ้าต้องการจะต่อสู้กับ วู่ เฟิง และ เฉิน เฟยยู่?
งั้นลองยิงธนูไปทาง วู่ เฟิง อีกสักดอก ดูสิว่าเจ้ายัง
ทนไม่โกรธเกรี้ยวได้หรือไม่
นั่นเป็นความคิดแรกที่เข้ามาในหัวของเหล่า
นักปราญช์และแม่ทัพทั้งหมด และมันก็เป็น
ความคิดแรกที่เข้าไปในหัวของ วู่ เฟิง ที่กาลังรักษา
อาการบาดเจ็บของนักปราชญ์อยู่เช่นกัน
“สรุปแล้วเจ้าจะเอาอย่างนี้ใช่ไหม? เจ้ายังพยายาม
ยิงธนูใส่ข้าอีก?” ในตอนนี้ วู่ เฟิง รู้สึกโกรธอย่าง
แท้จริง
ถ้าเจ้ายิงข้าเพียงแค่ครั้งเดียว ข้ายังพอทนได้ ยังพอ
หยุดตัวเองไว้ได้ แต่ยังไงก็ตามเจ้าไม่ได้ยั่วโมโหข้า
เพียงแค่ครั้งเดียวไม่มีใครสามารถทนกับเรื่องนี้ได้
วู่ เฟิง ยืนขึ้นและหันไปมอง เขามองไปยังธนู
หยกเขียวที่ตกลงมาจากฟ้า ด้วยสัญชาตญาณเขาเอา
ขลุ่ยหยกไว้ที่ปากและพยายามจะป้องกันมัน
อย่างไรก็ตามในขณะนี้ความรู้สึกที่หนาวเหน็บ
ลุกลามในหัวใจของเขา
มันหนาวเหน็บที่มาจากก้นเบื้องของหัวใจ อย่างไรก็
ตามมันเป็นความรู้สึกที่มาจากด้านหลังของเขา
มันเป็นความรู้สึกที่แปลกประหลาดทาให้เขารู้สึก
ไม่สบายใจ
แน่นอนว่าลูกศรหยกเขียวที่พุ่งมานั้นรวดเร็วเป็น
อย่างมาก ภายในพริบตามันพุ่งมาอยู่เหนือหัวของ
วู่ เฟิง ด้วยพลังที่รุนแรง มันแทบจะฉีกกระชาก
ทุกอย่างที่มันพุ่งผ่าน
วู่ เฟิง รู้ดีว่ามันทรงพลังมากแค่ไหน
แน่นอนว่าเขาสามารถป้องกันการโจมตีนี้ได้ แต่เขาก็
ต้องใช้พละกาลังทั้งหมดที่มี อย่างน้อยที่สุดเขาต้อง
ใช้สมาธิอย่างมาก
แต่อย่างไรก็ตามในสถานการณ์ปัจจุบันนี้ เขา
สามารถทาได้หรือไม่?
แน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้เลย!
ดังนั้น วู่ เฟิง จึงเลิกคิดเรื่องป้องกันไปอย่างสิ้นเชิง
แต่เขากลับพุ่งไปด้านข้างในทันที การกระทานี้ถือ
เป็นความเห็นแก่ตัวไม่มากก็น้อย
ยังไงก็ตามในความเป็นจริง วู่ เฟิง ก็ไม่คิดว่าตัวเอง
เป็นคนที่มีคุณธรรมอะไรนัก
เขาควรทายังไงถ้าเขาไม่สามารถช่วยนายน้อยหลี่
เอาไว้ได้?
งั้นก็ปล่อยเขาตายไปก็สิ้นเรื่อง
วู่ เฟิง ไม่สนใจเรื่องนั้นอีกต่อไป
ดังนั้น
“ตูม!”
เสียงดังก้องขึ้นมาอีกครั้ง วู่ เฟิง ไม่ทันตั้งตัวและรีบ
วิ่งไปด้านข้าง ดังนั้นผู้ที่รับการโจมตีครั้งนี้จริงๆแล้วก็
คือนายน้อยหลี่
ในสายตาของเหล่านักปราชญ์และเหล่าแม่ทัพนั้นมี
แต่ฉากที่เกิดขึ้นฉายวนไปมา
“เอาล่ะ คราวนี้คงตายจริงๆแล้ว!”
นี่เป็นความคิดแรกที่เกิดขึ้นกับทุกคนเมื่อเห็นพื้นที่
โดยรอบที่ลูกศรสีเขียวหยกพุ่งใส่ ความคิดที่สองคือ
ฟาง เจิ้งจือ กลายเป็นอาชญากรอย่างชัดเจน
ถ้าไม่มีคนตาย
ก็ยังมีทางที่จะหาข้อแก้ตัวได้ อย่างไรก็ตาม มีคนตาย
จริงๆดังนั้น ฟาง เจิ้งจือ ไม่สามารถหาข้อแก้ตัวอะไร
และหลบหนีไปได้ อย่างน้อยที่สุดนี่คือสิ่งที่พวกเขา
คิด
อย่างไรก็ตาม …
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นมีจุดเปลี่ยนแปลงได้เสมอ
อย่างน้อยๆก็มีอย่างหนึ่ง
ต่อให้มันเกิดขึ้นแล้วก็ยังทาให้คนอื่นสงสัยอยู่ดี
ในตอนนี้ นี้คือสิ่งที่ วู่ เฟิง คิด เฉิน เฟยยู่ และเหล่า
แม่ทัพเองก็เช่นกัน เพราะว่าทันทีที่ลูกศรตกกระทบ
พื้น
แขนข้างหนึ่งปลิวขึ้นบนท้องฟ้า
นั่นคือแขนที่เต็มไปด้วยเลือด มันเป็นเลือดที่มาจาก
แผลของ นายน้อยหลี่ อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่ประเด็น
หลัก ประเด็นหลักคือแขนข้างนั้นยังคงถือกริซอยู่
กริชสีฟ้าที่เรืองแสงจางๆ
สีฟ้าเป็นตัวแทนของหลายๆสิ่งภายในเต๋าแห่งการ
สรรค์สร้าง ตัวอย่างเช่น ท้องทะเลที่กว้างใหญ่
ท้องฟ้าที่ห่างไกล หรือแม้แต่ดอกไม้ที่งดงามและ
อีกมากมาย อย่างไรก็ตามมันมีความหมายอื่นอีกใน
เต๋าแห่งการสรรค์สร้าง
นั่นก็คือ…
พิษ!
พิษของต้นไม้ชนิดหนึ่ง!
ทาไมนายน้อยหลี่ที่ได้รับบาดเจ็บถึงมีกริชอาบพิษอยู่
ในมือ นี่เป็นสิ่งที่ไม่มีใครสามารถเข้าใจได้ในเวลา
อันสั้น
ในตอนแรกท่าทีของ วู่ เฟิง เต็มไปด้วยความโกรธ
ค่อยๆหายไปกลายเป็นใบหน้าอันซีดขาว
ในตอนนี้เขารู้สึกว่าขาของเขาอ่อนลง เพราะถึง
แม้เขาจะไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น แต่เขาก็สัมผัสได้
เล็กน้อยว่ามันเกิดอะไรขึ้น
ความกลัว!
ความกลัวที่ทาให้เขาสั่นสะท้านไปถึงกระดูกสันหลัง
ในตอนนั้นเอง สายตาของ วู่ เฟิง และแม่ทัพทั้งหมด
จ้องไปยังแขนที่ลอยอยู่บนฟ้าอย่างไรก็ตามนี่ไม่ได้
หมายความว่าทุกคนจะคิดเหมือนกัน
ตัวอย่างเช่น นักปราชญ์ 4 คนที่เข้าโจมตี
ฟาง เจิ้งจือ และ 2 คนที่ร้องตะโกนเสียงดังพยายาม
ที่จะหยุดพวกที่วิ่งตรงไปทาง ฟาง เจิ้งจือ
อย่างน้อยที่สุด 6 คนนี้ไม่ได้มองไปยังแขนที่ลอยอยู่
บนฟ้า
พวกเขายังคงทาในสิ่งที่พวกเขาคิดว่าสมควรจะทา
อยู่
“ฟาง เจิ้งจือ ยอมจานนซะ!” ในที่สุดนักปราชญ์ก็
สามารถฝ่าแนวป้องกันที่อยู่หน้า ฟาง เจิ้งจือ มาได้
แสงที่ส่องออกมาจากดาบขยายใหญ่ขึ้นกว่าเดิม
หลายเท่าต่างจากสิ่งที่มันเป็นก่อนหน้านี้ มันขยาย
ออกไปยาวกว่าเดิมเกือบสามฟุต
ในเวลาเดียวกันก็ดูเหมือนท่าทีของนักปราชญ์อีก
สามคนก็เปลี่ยนไป
ถ้ามีคนบอกว่าบรรยากาศรอบๆตัวของนักปราชญ์
ก่อนหน้านี้นั้นเป็นแค่บรรยากาศที่เหมือนคนทั่วไป
แต่ตอนนี้มันต่างจากไปเดิมอย่างสิ้นเชิง
รวดเร็วและรุนแรง!
และอันตรายเป็นอย่างมาก
“ระวัง!” ท่าทีของ เถิง ซือเซิง ต่างจากเดิมไปเล็กน้อย
ในตอนนี้ ทันใดนั้นแสงสีเขียวจางๆก็ค่อยส่อง
ออกมาจากบนร่างกายของเขา
มันเป็นแสงที่เกิดขึ้นจากภายในร่างกาย เมื่อมัน
สว่างขึ้นมา ผิวหนังของ เถิง ซือเซิง ก็แห้งลงอย่าง
เห็นได้ชัดทันที ราวกับความชุ่มชื้นบนผิวของเขาได้
หายไป
มันเป็นฉากที่แปลกมาก
อย่างไรก็ตาม…
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้เลวร้ายนัก
“ตึง!”
เกิดเสียงดังสนั่นขึ้นทันทีแสงของดาบที่พุ่งเข้ามา
บิดเบี้ยวไปอย่างชัดเจนด้วยการต่อยเพียงครั้งเดียว
ของ เถิง ซือเซิง หรืออาจจะกล่าวได้ว่าเมื่อรังสีของ
ดาบตัดเข้ากับหมัดของ เถิง ซือเซิง
เมื่อ ฟาง เจิ้งจือ เป็นฉากที่เกิดขึ้นมันเป็นไปไม่ได้ที่
เขาจะรักษาความเยือกเย็นเอาไว้ได้แม้เขาอาจจะ
ไม่ได้แสดงความตกใจอะไรออกมาก็ตาม แม้ว่าเขา
จะไม่รู้วิธีฝึกฝนนักรบของดินแดนภูเขาทางใต้
อย่างไรก็ตาม เขาสัมผัสได้ถึความเปลี่ยนแปลงใน
อากาศเล็กน้อย
เถิง ซือเซิง!
ผู้นาของหน่วยหมาป่าเขาเงิน
ในแง่ของพลังเพียงอย่างเดียว ฟาง เจิ้งจือ ไม่คิดว่า
เถิง ซือเซิง จะแข็งแกร่งมาก ดังนั้น ฟาง เจิ้งจือ
จึงคาดเดาไว้ว่า เถิง ซือเซิง อาจจะอยู่ในระดับ
สะท้อนสวรรค์
หรืออย่างมาก…
ก็เป็นระดับสะท้อนสวรรค์ขั้นสูงสุด
อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาเห็น เถิง ซือเซิง ต่อยออกไป
ความคิดของเขานั้นปลี่ยนไปทันที
ในค่ายทหารขององค์หญิง ฟาง เจิ้งจือ นั้นได้ต่อสู้กับ
แม่ทัพไถ่ ดังนั้นเขารู้อย่างชัดเจนว่าแม่ทัพไถ่ที่อยู่ใน
ระดับอภินิหารนั้นแข็งแกร่งขนาดไหน
พลังของ เถิง ซือเซิง อาจจะไม่ได้มากเท่าแม่ทัพไถ่
อย่างไรก็ตามในแง่ของความเสถียรของพลัง
ไม่มีความต่างกันเลยแม้แต่น้อย
“เถิง ซือเซิง เองก็อยู่ในระดับอภินิหารเช่นกัน?!”
ฟาง เจิ้งจือ ยืนยันความคิดของตัวเองได้ทันที
อย่างไรก็ตามมีอีกความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในใจเขา
ทันที
ถ้า เซิง ซือเซิง อยู่ในระดับอภินิหารจริงๆ
ทาไม เถิง ซือเซิง ต้องจงใจปกปิดพลังในการต่อสู้
ก่อนหน้านี้?
ตั้งแต่ที่ เถิง ซือเซิง ปรากฏตัวขึ้นมา ความสามารถที่
เขาแสดงให้ ฟาง เจิ้งจือ เห็นนั้นอยู่ในระดับที่
ธรรมดามาก หรือแม้แต่ตอนที่พวกเขาไปล้อม
วู่ เฟิง หรือ เฉิน เฟยยู่
ฝีมือของ เถิง ซือเซิง ที่แสดงให้เขาเห็นก็ไม่ได้
น่าประทับใจเท่าไรนัก
ฟาง เจิ้งจือ ไม่มีคาตอบสาหรับเรื่องนี้อย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม เขาสัมผัสได้เล็กน้อยว่ามันไม่ใช่เรื่อง
บังเอิญที่งค์หญิง ฉาน ยู่ จะส่ง เถิง ซือเซิง มาอยู่
ข้างๆ ฟาง เจิ้งจือ
แล้วจุดประสงค์ขององค์หญิง ฉาน ยู่ คืออะไรกัน?
ให้เหรียญตรากับเขาโดยไม่มีเหตุผล จากนั้นให้ทหาร
หมาป่าเขาเงินมากับเขาห้าร้อยนายรวมถึงส่ง
เถิง ซือเซิง ผู้ปกปิดระดับพลังมาอยู่ข้าง ฟาง เจิ้งจือ
ด้วย
ถ้าจะบอกว่าเพื่อมั่นใจว่า ฟาง เจิ้งจือ จะปลอดภัย
ฟาง เจิ้งจือ ไม่มีทางเชื่อมันอย่างเด็ดขาด เพราะ
ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ใจดีเท่าไรนัก
ฟาง เจิ้งจือ ไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้อีกต่อไป
เพราะตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะทาเช่นนั้น
ขณะที่ เถิง ซือเซิง ป้องกันการโจมตีจากดาบ ท่าที
ของนักปราชญ์ทั้งสามคนต่างจากเดิมไปทันที
พวกเขามองไปที่ เถิง ซือเซิง ด้วยดวงตาที่ตกตะลึง
เล็กน้อย
พวกเขาเหลือบตามองกันอย่างรวดเร็ว ทั้งสามคนไม่
ลังเลอีกต่อไป
พวกเขาก้าวไปข้างหน้าพร้อม ๆ กัน
พวกเขาพยายามไปยืนอยู่ตรงกลางของกลุ่มทหาร
หมาป่าเขาเงิน ก่อนที่จะใช้เขตแดนเพื่อบังคับให้
เหล่าทหารถอยหลังออกไป
ทันใดนั้นท่าทีของทหารหมาป่าเขาเงินกลายเป็น
ซีดขาวทันที
ที่มาของพลังของพวกเขานั้นมาจากหมาป่าเขาเงิน
อาศัยเพียงแค่พลังของพวกเขา พวกเขาไม่มีทางเข้า
ถึงระดับสะท้อนสวรรค์ได้
ในความเป็นจริงในทหารหมาป่าเขาเงินห้าร้อยนาย
เจ็ดในสิบอยู่ในระดับผนวกดาราเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม มันก็ได้หยุดพวกเขาจากการเป็นหนึ่ง
ในกองทัพที่ยอดเยี่ยมของดินแดนภูเขาทางใต้ เพราะ
เมื่อรวมกับหมาป่าเขาเงินแล้วนั้น พวกเขาสามารถ
เทียบกับคนที่อยู่ในระดับสะท้อนสวรรค์ได้เลย
อย่างไรก็ตาม…
มันเห็นได้ชัดเจนเมื่อต้องต่อสู้กับเหล่านักปราชญ์ที่
อยู่ในระดับสะท้อนสวรรค์ขั้นสูงหรือมากกว่านั้น
พวกเขาไม่สามารถล้อมศัตรูเอาไว้ได้ รวมถึงหมาป่า
เขาเงินไม่สามารถปล่อยพลังที่แท้จริงออกมาได้
สาหรับทหารหมาป่าเขาเงิน ตอนนี้พวกเขาทาได้แค่
ยืนดูหรือรบกวนศัตรูเล็กน้อยเท่านั้น
หรือตะโกนเตือนให้ระวังทางซ้าย ระวังทางขวา หรือ
คอยช่วยเหลือผู้บาดเจ็บเท่านั้น
อย่างไรก็ตามมันก็ยังไร้ประโยชน์อยู่ดี
นักปราชญ์ทั้งสี่คนเข้าใจในจุดนี้ดี พวกเขาไม่คิดจะ
ให้โอกาสทหารหมาป่าเขาเงินแม้แต่น้อย หลังจาก
บังคับให้พวกเขาถอยไปแล้ว ดาบทั้งสี่เล่มในมือของ
นักปราชญ์ทั้งสี่คนก็ประสานกัน
“ค่ายกลดาบ?!”
…………………………………….…………….

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 385 ค่ายกลดาบ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย