Gate of God - ตอนที่ 383 การโจมตีของ ฟาง เจิ้งจือ
Gate of God
ตอนที่ 383 การโจมตีของ ฟาง เจิ้งจือ
“เจ้าควรระวังคาพูดเอาไว้บ้าง!” อีกเสียงหนึ่งดังขึ้นมา
ทันที เขาเป็นชายชราผมทั้งหัวเป็นสีขาวโพลน
แขนของเขานั้นยาวมาก เขาดูอายุมากกว่า 55 ปี
“มีอะไรงั้นรึ? อย่าบอกว่าข้าพูดผิด?”เมื่อราชสีห์
คารามได้ยิน ท่าทีของเขาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อยทันที
“หนานกง เฮา นั้นพักอยู่ที่ถิ่นฐาวานรน้าแข็งข้ามา
เป็นเวลาเกือบ 2 เดือนแล้ว ข้านั้นค่อนข้างเข้าใจว่า
นิสัยของเขาเป็นยังไง ข้าเกรงว่าคงยากที่จะเอาชนะ
เขาได้ ยิ่งกว่านั้น พวกเราจะประเมิน ฟาง เจิ้งจือ
ต่าไปไม่ได้ เพราะเขาเองก็เสมอกับ หนานกง เฮา
ในการทดสอบระดับสภาด้านปัญญา ยิ่งไปกว่านั้น
เรื่องที่สาคัญที่สุด…ข้าไมรู้ว่าเขาใช้วิธีไหนในการพิชิต
หุบเขาสายลมของถิ่นฐานข้า เห้อ น่าเศร้า!”
เมื่อชายสูงอายุพูดจบเขาก็สบถออกมาเสียงดัง ท่าที
ของเขาดูไม่เหมาะสมกับอายุเลยแม้แต่น้อย
“ไม่ว่าเขาจะเป็น หนานกง เฮา หรือ ฟาง เจิ้งจือ
ข้าไม่เชื่อว่าการรวมกับของกองกาลังดินแดนภูเขา
ทางใต้ทั้งจากภายในและภายนอกกว่าแสนหกหมื่น
นายจะไม่สามารถเอาชนะทหารจากอาณาจักรเซี่ย
แค่ห้าหมื่นกว่านายได้!” เมื่อ ฉาน หลิง ได้ยิน เขาก็
โบกมือลวกๆ ใบหน้าของเขาไม่มีความกังวลเลย
แม้แต่น้อย
“ท่านพูดถูกแล้ว ตอนนี้ทางผ่านภูเขา อยู่ในการ
ควบคุมของเราแล้ว พวกเราสามารถตัดขาดพวกเขา
ออกจากอาณาจักรเซี่ยได้ พวกเขาไม่สามารถเรียก
กองกาลังเสริมมาเพิ่มได้ ความพ่ายแพ้ของ
ทหารแสนนายนั้นขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น นอกจากนี้
ต่อให้เกิดอะไรขึ้นกับถิ่นฐานวานรน้าแข็งจริง
พวกเราก็มีองค์หญิง ฉาน ยู่ คอยปกป้องอยู่ด้านนอก
ต่อให้เป็น หนานกง เฮา และ ฟาง เจิ้งจือ ก็ไม่มีทาง
รอดพ้นจากการซุ่มโจมตีได้!” ทันใดนั้นเอง
เหยียน เยว่ ก็ลุกขึ้นมาและพูดอย่างมั่นใจ
“เมื่อทหารแสนนายของเขาถูกจับ ข้าอยากจะรู้จริง
ว่าองค์จักรพรรดิที่ยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรเซี่ยจะแสดง
ท่าทีออกมายังไง ฮ่า ฮ่า… ” เมื่อ ฉาน หลิง คิดถึง
จุดนี้เขาก็หัวเราะออกมาทันที
…
ดินแดนภูเขาทางใต้ ถิ่นฐานราชสีห์คาราม ด้านนอก
ของหุบเขาสายลม
ขณะที่เหล่าแมทัพพุ่งเข้าไปในสงครามที่วุ่นวาย
ฟาง เจิ้งจือ ก็ดึงธนูอาทิตย์แผงศรสีเขียวหยกขึ้นมา
อีกครั้ง ก่อนจะดึงสายมันออกจนเป็นรูปจันทร์เสี้ยว
เถิง ซือเซิง ได้ยินมาว่า ฟาง เจิ้งจือ ได้ใช้ความ
สามารถในด้านธนูของเขาเพื่อเอาชนะแม่ทัพไถ่
แม่ทัพไถ่ถูกจัดการจนพ่ายแพ้ต่อหน้าองค์หญิง
ฉาน ยู่
อย่างไรก็ตาม ในตอนนั้น ไม่ว่าจะเป็นตัวแม่ทัพไถ่
เองหรือเหล่าแม่ทัพที่อยู่ในค่ายขององค์หญิง ล้วนคิด
ว่าเป็นเพราะธนูหวายเพลิง
อย่างไรก็ตาม ฉากตรงหน้าเขาที่ธนูพุ่งออกไปบน
ท้องฟ้า ทาให้เขาตื่นตะลึงขึ้นมาอีกครั้ง ฟาง เจิ้งจือ
ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา ไม่เพียงแต่มีดาบที่น่ากลัวอยู่ใน
ตัวเขา แต่เขายังมีแม้แต่ธนูสีเขียวหยกที่ดูไม่ด้อยไป
กว่าธนูหวายเพลิงขององค์หญิง ฉาน ยู่ แม้แต่น้อย
เขาไปเอาสมบัติมากมายมาจากไหนกัน?!
เขาเป็น ฟาง เจิ้งจือ จริงงั้นรึ? ทาไมข้าแค่เคยได้ยิน
มาว่า ฟาง เจิ้งจือ นั้นมาจากหมู่บ้านบนภูเขาจนๆ
แต่สิ่งที่เขาเห็นกลับไม่เป็นแบบนั้นแม้แต่น้อย?
เถิง ซือเซิง เต็มไปด้วยความสงสัย
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทาให้เขาสงสัยยิ่งกว่าคือ ทาไม
ฟาง เจิ้งจือ ถึงยิงธนูออกไปครั้งแล้วครั้งเล่า
เขาพยายามที่จะหยุดนักปราชญ์เหล่านี้จากการ
ฆ่าล้างพวกทหารใช่หรือไม่?
เขาต้องการจะใช้ประโชชน์จากการที่นักปราชญ์
เหล่านี้กาลังอ่อนล้า จัดการพวกเขาทิ้งซะ?
เถิง ซือเซิง ไม่สามารถเดาได้ หรือพูดได้ว่าต่อให้เขา
คิดไปมากเท่าไร เขาก็ไม่กล้ายืนยันว่ามันจริงหรือไม่
เพราะ ยิ่งเขาอยู่ข้าง ฟาง เจิ้งจือ นานเท่าไร เขาก็ยิ่ง
มองความคิดของ ฟาง เจิ้งจือ ไม่ออกเท่านั้น
สิ่งที่เขาทาต่างๆนั้นไม่เหมือนคนทั่วไปอย่างสิ้นเชิง
ไม่ว่า เถิง ซือเซิง จะเดาได้หรือไม่นั้นไม่สาคัญ ลูกศร
ของ ฟาง เจิ้งจือ ได้พุ่งออกจากธนูแล้ว มันพุ่งขึ้นไป
บนท้องฟ้าทันที
จากนั้น….
มันก็โค้งตกลงมาเป็นมุมอันสวยงาม ก่อนจะพุ่งไปที่
เด็กหนุ่มในชุดเกราะหยกเขียว ในมือของเขาเอง
ถือขลุ่ยหยกอยู่
ไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็น วู่ เฟิง!
ขณะที่เขายืนอยู่กลางผู้คนเพื่อรอให้ทหารรอบๆเขา
ยอมแพ้นั้นเอง วู่ เฟิง ไม่มีทางคิดว่า ฟาง เจิ้งจือ จะ
โจมตีเขา นอกจากนี้ ฟาง เจิ้งจือ โจมตีมาโดยไม่มี
ใครสังเกตเห็นแม้แต่น้อย
มันทาให้ วู่ เฟิง รู้สึกโกรธเล็กน้อย
เพราะ ถ้าอธิบายการที่ ฟาง เจิ้งจือ ยิงธนูใส่
เฉิน เฟยยู่ ได้ว่าเป็นการใช้อานาจของแม่ทัพเพื่อ
จัดการกับ เฉิน เฟยยู่ ที่กาลังจะสังหารหมู่เหล่า
ทหารให้อยู่ในความสงบ
จากนั้น หลังจากหยุดต่อสู้แล้ว ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่
ฟาง เจิ้งจือ ต้องยิงมาที่เขาอีก
“ฟาง เจิ้งจือ! เจ้ากาลังพยายามทาอะไร?!” วู่ เฟิง
ตะโกนด้วยความโกรธ เขาไม่สามารถป้องกันวิชา
ล้านคมดาบตรงๆได้เหมือน เฉิน เฟยยู่
เป็นเพราะว่า…
ในใจของเขามันเป็นการกระทาที่ไร้ประโยชน์ ไม่ใช่
เรื่องที่ควรเปลืองพลังด้วย
คนที่ฉลาดอย่าง วู่ เฟิง จะหลบไปด้านข้าง ใช้ความ
ได้เปรียบด้านความเร็วเพื่อหลบลูกศรของ
ฟาง เจิ้งจือ
“ตูม!”
เกิดเสียงดังสนั่นขึ้น จุดที่ วู่ เฟิง ยืนอยู่ตอนแรกนั้น
ระเบิดออกทันที ฝุ่นละอองเละเศษดินกระจายไป
ทั่วอากาศ ในเวลาเดียวกันเสียงร้องตะโกนก็ดังขึ้น
ท่ามกลางการระเบิด
“อ๊าก!”
เลือดสาดกระเซ็นพร้อมกับดาบที่แตกกระจายไปทั่ว
ท้องฟ้า ก่อนที่มันจะตกลงมากับพื้น ครู่ต่อมา ศพที่
เต็มไปด้วยซากฝุ่นเสื้อฉีกขาด หน้าอกเต็มไปด้วย
เลือดก็ปรากฏขึ้นมา
สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ทาให้ทุกคนต่างหยุดชะงักในทันที
ฆ่า?
นั่นไม่ใช่เรื่องแปลกหรือเรื่องที่สุดยอดสาหรับผู้คน
บนโลกใบนี้แต่อย่างไรก็ตามการฆ่านักปราชญ์
ระหว่างการทดสอบระดับสภาต่อหน้าคนจานวนมาก
นั้นดูเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล
มีสองอย่างที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ไม่ว่าจะเป็นในด้าน อารมณ์ ศีลธรรม ที่มองว่า
สิ่งแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นอย่างไรก็ตามในแง่ของ
ผลลัพธ์ ดูเหมือนจะมีผลประโยขน์อยู่พอควร
ตัวอย่างเช่น เมื่อเหล่าทหารเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น พวกเขา
เต็มไปด้วยความไม่เชื่อ ก่อนจะก้าวถอยหลังไปทันที
พร้อมเกิดเสียงหนึ่งดังขึ้น
มันเป็นเสียงของอาวุธที่หล่นลงพื้น
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดูเหมือนจะทาให้ทหารยอมจานน
ได้สาเร็จ
อย่างไรก็ตามแม้ทหารยอมจานนแล้วก็ตาม
นักปราชญ์กลับโกรธมากขึ้นเรื่อยๆ ความรู้สึกของ
พวกเขาเดือดพล่านราวกับน้าร้อนในหม้อต้ม
“ฟาง เจิ้งจือ เจ้ากล้าฆ่าคนบริสุทธิ์ได้ยังไงกัน!”
นักปราชญ์มองจ้องไปที่ ฟาง เจิ้งจือ ด้วยนัยน์ตาที่
โกรธเกรี้ยว อย่างไรก็ตามนักปราชญ์คนที่พูดกลับ
ชะงักเล็กน้อย
เพราะว่า…
หลังจากอออกจากเมืองเหยียน เขารู้สึกได้เลยว่าไม่มี
อะไรที่ ฟาง เจิ้งจือ ไม่กล้าทาสิ่งล่าสุดที่พึ่งผ่านมาคือ
ฟาง เจิ้งจือ หายตัวไปในวันประกาศผลสอบบระดับ
สภา
“จับตัว ฟาง เจิ้งจือ มาเพื่อแก้แค้นให้กับนายน้อย
หลี่!”
“การฆ่าคนบริสุทธิ์ พวกเราไม่มีทางให้อภัย”
“พวกเราไม่สามารถอยู่ร่วมกับคนไร้ยางอายได้ เหล่า
ทหารของอาณาจักรเซี่ยจงฟัง ฟาง เจิ้งจือ ได้กระทา
ความผิดที่ฆ่าคนบริสุทธิ์ ในฐานะที่เป็นฆาตรกรไม่
สามารถหนีความผิดนี้ไปได้ ไม่จาเป็นต้องสนใจกฎ
ของการทดสอบการต่อสู้อีกต่อไป ข้าขอร้องโปรด
ช่วยเหลือพวกเรา ในวันนี้พวกเราต้องจับอาชญากร
คนนี้ และส่งตัวเขาให้กับองค์รัชทายาท!”
หินเพียงก้อนเดียวอาจจะทาให้เกิดคลื่นยักษ์ได้ เสียง
ของนักปราชญ์ 3-4 คนที่อยู่ด้านหลังดังขึ้น
นักปราชญ์ทั้ง 4 ยกดาบขึ้นสูงชี้ตรงไปทาง
ฟาง เจิ้งจือ
ขณะที่พวกเขาพุ่งเข้าไป ก็ร้องตะโกนเต็มเสียงว่า
ฟาง เจิ้งจือ เป็นอาชญากร ขณะที่พวกเขาร้อง
ตะโกน ดูเหมือนจะเต็มไปด้วยความรู้สึกที่เป็นธรรม
ราวกับตัวเองเป็นผู้ผดุงความยุติะรรม
เมื่อนักปราชญ์คนอื่น ๆ ได้เห็นฉากนี้
พวกเขารู้สึกแปลกใจเล็กน้อย กฎพื้นฐานของการ
ทดสอบการต่อสู้ พวกเขาถูกตัดออก และบนกฎ
พื้นฐานของอาณาจักรเซี่ย แม้ ฟาง เจิ้งจือ เป็น
อาชญากรจริงๆ
การลงโทษควรจะได้รับการตัดสินใจจากสภา
กฎหมาย
จู่ๆก็ต้องการจับตัว ฟาง เจิ้งจือ เหมือนว่าสิ่งที่กาลัง
เกิดขึ้นมันไม่ค่อยสมเหตุสมผล อย่างไรก็ตาม เมื่อ
พวกเขานึกถึงฉากที่ ฟาง เจิ้งจือ ทาอาหารในขณะที่
พวกเขาเองต่อสู้อยู่อย่างเอาเป็นเอาตาย
แม้ว่า ฟาง เจิ้งจือ จะเอาชนะกลยุทธ์ที่พวกเขาต้อง
ทนคิดอยู่ด้านในเป็นชั่วโมงได้ แต่มันก็ไม่ง่ายเลยที่
พวกนักปราชญ์จะลืมสิ่งที่เกิดขึ้น
ทาไมไม่ล้มอานาจ ฟาง เจิ้งจือ และคืนกองทัพให้
วู่ เฟิง ไปล่ะ?
เมื่อจักรพรรดิเกิดข้อสงสัยว่า ฟาง เจิ้งจือ อาจจะ
เป็นอาชญากรและผลในการทดสอบของเขาอาจจะ
ไม่มีผลอีกต่อไป เมื่อเป็นเช่นนั้นพวกเขาก็ไม่
จาเป็นต้องพึ่ง ฟาง เจิ้งจื้อ อีกต่อไปแล้ว
สรุปแล้ว
ดูเหมือนว่าผลการสอบอาจจะดีกว่าที่พวกเขาคิดไว้!
เมื่อพวกเขาเริ่มคิดถึงเรื่องนี้ เหล่านักปราชญ์ต่างก็
เริ่มแลกเปลี่ยนความเห็นกัน โดยมีปราชญ์สามถึงสี่
คนเป็นแกนนา
มีคนเคยพูดไว้ว่า ผู้ที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องนั้นล้วน
ต้องการให้สถานการณ์รุนแรงกว่าเดิม
เมื่อนักปราชญ์คนอื่นๆว่ามีนักปราชญ์จานวนแปด
คนเกือบจะต่อสู้กับ ฟาง เจิ้งจือ แล้ว ถึงพวกเขาจะ
ไม่ไปช่วยแต่ไปดูสถานการณ์ก่อนก็เป็นตัวเลือกที่ดี
นักปราชญ์แต่ละคนเริ่มขยับตัวและพุ่งไปหา
ฟาง เจิ้งจือ ที่ยืนอยู่ด้านในของหุบเขาสายลมและ
ถือธนูอาทิตย์แผงศรอยู่ในมือ
“ผู้ส่งสารฟาง ดูเหมือนคนพวกนี้จะคิดกบฎ”
เถิง ซือเซิง ไม่เข้าใจจริงๆว่าทาไม ฟาง เจิ้งจือ ถึง
จู่โจม วู่ เฟิง และ เฉิน เฟยยู่ อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้
กังวลเรื่องเหล่านี้
เพราะเขาฟังแค่คาสั่งจากเหรียญตราขององค์หญิง
ฉาน ยู่ เท่านั้น
ในเมื่อ ฟาง เจิ้งจือ ถือเหรียญตรานั้นอยู่ เขาก็มี
หน้าที่รักษความปลอดภัยของ ฟาง เจิ้งจือ
“ถูกต้องแน่นอน พวกเขาต้องการก่อกบฏ” เมื่อ
ฟาง เจิ้งจือ หันไปมองเหล่านักปราชญ์ที่กาลังพุ่งเข้า
มาและมองที่ เถิง ซือเซิง ที่เอาตัวมาบังเขาอยู่
ใบหน้าของเขาก็ปรากฏรอยยิ้มขึ้นมาทันที
เมื่อแม่ทัพคนอื่นๆเห็นฉากนี้พวกเขาต่างสงสัยเป็น
อย่างมาก พวกเขาได้ยินคาพูดที่เหล่านักปราชญ์พูด
ออกมาและแน่นอนว่าพวกเขาเข้าใจความหมายที่อยู่
เบื้องหลังมัน
อย่างไรก็ตาม พวกเขาควรจะทายังไง?
พวกเขาเป็นทหาร พวกเขาไม่รู้ว่าสิ่งที่แม่ทัพของ
ตัวเองทานั้นผิดหรือไม่ อย่างไรก็ตามพวกเขานั้นรู้ถึง
ความสาคัญของคาสั่งดี อย่างไรก็ตาม ฟาง เจิ้งจือ
ได้ฆ่าคนจริงๆต่อหน้าต่อตาพวกเขา
พวกเขาควรจะทายังไงดี?
…………………………………….…………….