Gate of God - ตอนที่ 382 กังวล
ตอนที่ 382 กังวล
หลังจากเจ้าหน้าที่กฎหมายได้จากไป
ทุกอย่างเหมือนกลับมาอยู่ในความสงบ
องค์จักรพรรดิได้แสดงเจตนาของตัวเองออกมาแล้ว
แม้แม่ทัพบางคนจะไม่เห็นด้วยเรื่องนี้ แต่พวกเขาก็
ไม่อยากหาเรื่องอันตรายใส่ตัวโดยคัดค้านความ
คิดเห็นขององค์จักรพรรดิต่อหน้าคนนับร้อย
แน่นอน สิ่งที่สาคัญที่สุดตอนนี้ ไม่ใช่เวลาที่ควรเสี่ยง
แต่แค่ทางผ่านภูเขาไม่มีทางทาให้เกิดอันตรายต่อ
อาณาจักรเซี่ยได้
รัฐมนตรีฝ่ายซ้าย ยู่ ยี่ปิง ที่ปกติมักจะเป็นผู้สรุป
ทุกอย่างในตอนท้าย แต่ตอนนี้เขากลับเงียบสนิท
ทาให้เหล่าเจ้าหน้าที่รู้สึกอึดอัดเล็กน้อย อย่างไรก็
ตามมันก็เป็นเพียงความอึดอัด
ไม่มีใครถกเถียงอะไรเพิ่มเติมหลังจากที่
องค์จักรพรรดิได้ออกคาสั่งมาแล้ว
เจ้าหน้าที่แต่ละคนเริ่มเดินจากไป ขณะที่ ยู่ ยี่ปิง
ค่อยๆเดินออกจากโถงบัลลังก์ อย่างไรก็ตามเขา
เดินไปยังไม่ทันถึง 5 ก้าว ก็มีชายชราสวมชุดผู้รับใช้
ในพระราชวังมาขวางเอาไว้
“ท่านยู่ ยี่ปิง องค์จักรพรรดิต้องการจะพบท่านที่
ห้องทรงอักษร”
“โอ้ ขอบคุณมากขันทีผัน!” ยู่ ยี่ปิง หยุดทันทีก่อน
จะพยักหน้าเบาๆ จากนั้นก็หยิบเหรียญเงินใน
กระเป๋าเสื้อออกมา
ขันทีชรารับมันไว้และยัดลงแขนเสื้อของเขาในทันที
ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม…
ในห้องทรงอักษร องค์จักรพรรดินั่งอยู่บนบัลลังก์
คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันขณะที่ในมือพลิกอ่าน
รายงานซ้าแล้วซ้าเล่า อย่างไรก็ตามสายตาของเขาดู
เหมือนไม่ได้ใส่ใจเท่าใดนัก
“ฝ่าบาท รัฐมนตรีฝ่ายซ้าย ยู่ ยี่ปิง อยู่ที่นี่แล้ว”
ทันใดนั้นเสียงของขันทีผันก็ดังออกมาจากด้านนอก
ห้องทรงอักษร
“เข้ามาได้”
ประตูถูกเปิดออก ยู่ ยี่ปิง นั้นสวมชุดของเจ้าหน้าที่
สีแดง เดินเข้ามาด้วยความเคารพและเดินเข้าไปที่
กลางห้องก่อนที่จะคุกเข่าลง
“ไม่จาเป็นต้องมากพิธี ยี่ปิง การเดินทางครั้งนี้ไป
ที่ดินแดนภูเขาทางใต้ขององค์รัชทายาท ข้าคิดว่าเขา
คงไม่ปิดบังเรื่องต่างๆเกี่ยวกับดินแดนภูเขาทางใต้
เจ้าคิดว่าการมอบของขวัญให้ตอนนี้จะเป็นการ
ใจกว้างเกินไปหรือไม่?”
เมื่อ ยู่ ยี่ปิง ได้ยินเรื่องนี้ ท่าทีของเขาเปลี่ยนไป
เล็กน้อย ความสัมพัน์ระหว่างเจ้าหน้าที่หลวงกับ
องค์รัชทายาทนั้นใกล้ชิดกันเกินไป ซึ่งจริงๆแล้ว
มันถือเป็นข้อห้ามในราชวงศ์
อย่างไรก็ตามองค์จักรพรรดิก็ไม่ได้มีท่าทีกับเรื่องนี้
ชัดเจนเท่าไรนัก
ในตอนนี้ ถ้าเขายอมรับมันก็เท่ากับเขายอมรับว่า
ตัวเองมีส่วนเกี่ยวข้องกับองค์รัชทายาทไม่มากก็น้อย
แต่ต่อให้เขาไม่ยอมรับ ด้วยความสามารถของ
องค์จักรพรรดิ เขาจะไม่สังเกตุเห็นเลยหรือ?
มันไม่ใช่เรื่องร้ายแรงที่จะโกหกองค์จักรพรรดิ
อย่างไรก็ตามมันจะทาให้เขาสูญเสียความไว้ใจของ
องค์จักรพรรดิ
“ข้าเชื่อว่าการตัดสินใจขององค์จักรพรรดินั้นได้คิด
มาเป็นอย่างดีแล้ว ดังนั้นคุณค่าของของขวัญนั้นไม่
สาคัญ ฝ่าบาทได้พิจารณาและคิดถึงสถานการณ์
ทั้งหมดดีแล้ว และคาแนะนาของข้าคงเทียบกับการ
ตัดสินใจของท่านไม่ได้” ยู่ ยี่ปิง ตอบอย่างจริงจัง
“ฮ่า ฮ่า…ข้าค่อนข้างกังวลจริงๆ หลังจากที่ข้าได้ยิน
ว่าเราเสียประตูผ่านภูเขาไปแล้ว” เมื่อองค์จักรพรรดิ
ได้ยินสิ่งที่ ยู่ ยี่ปิง พูดออกมา คิ้วที่ขมวดเข้าหากันก็
ดูเหมือนจะคลายออกบ้างเล็กน้อย
“ฝ่าบาทคงกังวลเกี่ยวกับทหารห้าแสนนายของ
อาณาจักรเซี่ย ที่ติดอยู่ในดินแดนภูเขาทางใต้
ใช่ไหม?” เมื่อ ยู่ ยี่ปิง เห็นว่าองค์จักรพรรดิ
ผ่อนคลายลงเล็กน้อย เขาเองก็สบายใจขึ้นเช่นกัน
และเริ่มคาดเดาอย่างระมัดระวัง
“ใช่ข้ากังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้จริงๆ” องค์จักรพรรดิ
มองไปที่ ยู่ ยี่ปิง และสุดท้ายก็พยักหน้ายอมรับมัน
“ข้าคิดว่า ฝ่าบาทไม่ต้องกังวลกับเรื่องนี้มากหรอก”
“โอ้เจ้าหมายความว่ายังไง?”
“อย่างที่ฝ่าบาทบอก ของขวัญขององค์จักรพรรดินั้น
สาหรับดินแดนภูเขาทางใต้ เพราะมันเป็นสิ่งที่มี
ความหมายสาหรับดินแดนภูเขาทางใต้ แล้วมีสิ่งใด
ต้องกังวล?”
“ฮ่าฮ่า…ใช่เจ้าพูดถูกมาก วัฒนธรรมของดินแดน
ภูเขาทางใต้นั้นเรียบง่าย พวกเขาคงไม่บุกเข้ามาทา
การฆ่าล้างหรือสังหารหมู่หรอก ดังนั้นข้าจึงไม่
จาเป็นต้องกังวล แต่ว่า…” เมื่อองค์จักรพรรดิได้ยิน
ตอนแรกดูเหมือนเขาจะอารมณ์ดีขึ้นเล็กน้อย แต่พอ
ถึงท้ายประโยค ความกังวลก็ปรากฏให้เห็นในสายตา
ของเขา
“องค์จักรพรรดิทรงเป็นกังวลเกี่ยวกับองค์รัชทายาท
อย่างนั้นหรือ?”
“ถูกต้องแล้ว องค์รัชทายาทอายุยังน้อยและไม่มี
ประสบการณ์ด้านการทหารเท่าไรนัก ไม่เหมือน
ราชาต้วนที่ได้รับผิดชอบด้านการทหารมาหลายปี
แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นนี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เดินทางออก
จากเมืองหลวง ข้ากังวลว่าเขาจะทาเรื่องผิดพลาด
หรือไม่ ข้าเองก็ไม่ได้มั่นใจเต็มร้อย” เมื่อ
องค์จักรพรรดิพูดจบ เขาก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ
ในความเป็นจริงเหตุผลที่เขาส่งองค์รัชทายาทไป
เนื่องจากเพื่อจะลดความสงสัยจากชาวดินแดน
ภูเขาทางใต้
หรือพูดตรงๆก็คือองค์รัชทายาทเหมือนเป็นเหยื่อล่อ
ถ้าเขาใช้ราชาต้วน ผลลัพธ์ที่ออกมาคงไม่ดีเท่าไรนัก
อย่างแรกคือราชาต้วนนั้นควบคุมกองทัพมานาน
ดังนั้นการส่งเขาไปจะทาให้ดินแดนภูเขาทางใต้
เกิดความตื่นตัว อย่างที่สองต่อให้ราชาต้วนจะมี
สถานะสูงแต่ก็เทียบไม่ได้กับองค์รัชทายาท
“ฝ่าบาท ต่อให้องค์รัชทายาทยังเยาว์วัย เขาก็เติบโต
มาข้างๆฝ่าบาท เขาเรียนรู้สิ่งต่างๆรอบๆตัว ยิ่งไป
กว่านั้นเขาทั้งฉลาดและมีไหวพริบ ต่อให้เกิด
สถานการณ์ที่ไม่น่าไว้วางใจขึ้นมาข้าก็เชื่อว่าเขาคงไม่
ทาเรื่องผิดพลาดขนาดใหญ่ที่จะส่งผลต่อสถานการณ์
ทั้งหมด” รัฐมนตรี ยู่ ยี่ปิง ตอบด้วยความมั่นใจ
“ข้าเองก็หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น” องค์จักรพรรดิ
พยักหน้าและไม่ได้พูดอะไรอีกต่อไป แต่เขากลับมอง
ออกไปนอกหน้าต่าง มีอีกเรื่องที่เขายังกังวลอยู่ในใจ
ฟาง เจิ้งจือ ได้ปรากฏตัวขึ้นที่ดินแดนภูเขาทางใต้
นอกจากนี่เขาได้จัดการ เฉิน เฟยยู่ และยึดครองถิ่น
ฐานราชสีห์คารามเอาไว้ จากนั้นก็ใช้ เฉิน เฟยยู่ เป็น
เหยื่อล่อให้ วู่ เฟิง เข้ามา จากนั้นก็ตัด วู่ เฟิง ออก
ความสาเร็จของเขานั้นน่าเหลือเชื่อมาก
อย่างไรก็ตามเป็นเพราะมันน่าเหลือเชื่อทาให้
องค์จักรพรรดิเป็นกังวล
“อย่าบอกนะว่า เขาจะสามารถเอาชนะถิ่นฐานวานร
น้าแข็งได้จริงๆ? เป็นไปไม่ได้! เขาไม่มีทางเอาชนะ
ถิ่นฐานวานรน้าแข็งได้แน่นอน”
…
ภายในเมืองภูเขาเซียน ในพระราชวังสีขาว ที่ที่ราชา
ของดินแดนภูเขาทางใต้อาศัยอยู่
ชายหนุ่มอายุราวสามสิบปีนั่งอยู่บนเก้าอี้หนัง
ขนาดใหญ่ บนร่างกายของเขาสวมด้วยชุดขนสัตว์
สีเงินตกแต่งอย่างปราณีต บนหัวของเขาประดับไป
ด้วยขนนกห้าสีและอัญมณีสีฟ้า
ฉาน หลิง!
บุตรชายคนที่สามของราชาดินแดนภูเขาทางใต้
ฉาน หลิง กวาดตามองที่ด้านล่างของเขา ทั้งสอง
ด้าน ชายวัยกลางคนหกคนสวมชุดเกราะหวายและ
คลุมด้วยหนังสัตว์หลากหลาย รูปแบบ บนเกราะของ
พวกเขามีลายสลักที่แตกต่างกัน
บางรูปคล้ายกับสิงโตขนาดใหญ่ บางคนก็เหมือนกับ
อีกาที่บินอยู่บนกองไฟ
ชายทั้งหกคนเป็นผู้นาถิ่นฐานตัวจริง
สาหรับชื่อของพวกเขา ตามธรรมเนียมจะเรียกตาม
ถิ่นฐานที่พวกเขาควบคุมอยู่
“เหยียน เยว่ ทหารกี่นายที่เจ้าใช้เพื่อเข้ายึดประตู
ผ่านภูเขา?” หลังจากกวาดสายตาผ่าน สายตาของ
เขาก็ไปหยุดบนร่างของชายวัยกลางคนที่ค่อนข้าง
ผอมบาง
“ฝ่าบาท ตามคาสั่งของท่าน มีทหารทั้งหมด
แปดหมื่นนายซ่อนตัวอยู่ที่ถิ่นฐานเหยียน เยว่ และ
อีกสามพันนายเพื่อใช้เข้ายึดประตูผ่านภูเขา ใช้เวลา
ทั้งหมดสี่ชั่วโมงครึ่ง” เหยียน เยว่ ยืนขึ้นทันที และ
ตอบออกมาด้วยความเคารพ
“สามพัน? อืม…การป้องกันที่ทางผ่านภูเขานั้น
แข็งแกร่งกว่าที่ข้าคิดเอาไว้ ถึงแม้จะมีคนของ
พวกเราซ่อนอยู่ที่ถิ่นฐาน พวกเราก็ต้องสังเวยนักรบ
ของดินแดนภูเขาทางใต้เพื่อจับกุมทหารของ
อาณาจักรเซี่ยกว่าห้าแสนนาย มันก็ยังนับว่าคุ้มค่า
อยู่! จัดการทหารทั้งห้าแสนนายเรียบร้อยแล้ว
ใช่ไหม?” ฉาน หลิง พยักหน้าและบอกให้
เหยียน เยว่ นั่งลงได้
“ตามคาสั่งของฝ่าบาท ทหารทั้งห้าแสนนายได้ถูก
แบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกแยกไปที่ถิ่นฐาน
เหยียน เยว่ อีกส่วนถูกจับอยู่ที่ ฉือ ซุน เพื่อป้องกัน
สถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน!” เหยียน เยว่ ยังคงพูดต่อ
ขณะที่ค่อยๆนั่งลง
“แล้ว สถานการณ์ในด้านขององค์รัชทายาทล่ะ?”
ฉาน หลิง พยักหน้าอีกครั้งและเลื่อนสายตาจาก
เหยียน เยว่ ไปที่ชายอีกคนที่ร่างเต็มไปด้วย
กล้ามเนื้อ
ชายคนนี้มีผิวออกสีเขียว ร่างของเขาเต็มไปด้วย
รอยแตกร้าว องค์รัชทายาทไม่มีทางหลุดออกไปจาก
มือเราได้ เขาติดอยู่ที่หุบเขา? และทหารทั้งหกหมื่น
นายของเขาที่อยู่ที่ ฉือ ซุน ไม่มีทางใข้งานได้อีก
ต่อไป” ฉือ ซุน ตอบเรียบๆ
“เยี่ยมมาก ตอนนี้ คนเดียวที่เหลืออยู่คือ
หนานกง เฮา และอีกคนคือ ฟาง เจิ้งจือ ที่ถิ่นฐาน
วานรน้าแข็ง!” เมื่อ ฉาน หลิง พูดจบ มุมปากของ
เขาก็โค้งขึ้นเป็นร้อยยิ้ม
“ทั้งหนานกง เฮา และ ฟาง เจิ้งจือ ไม่มีอะไรที่ต้อง
กังวล ทหารแปดหมื่นนายที่ซ่อนตัวอยู่ในถิ่นฐาน
ราชสีห์คารามได้เคลื่อนพลไปที่ถิ่นฐานวานรน้าแข็ง
แล้ว ถ้ากองทัพจากวารนรน้าแข็งและราชสีห์คาราม
รวมกัน แค่เด็กสองคนไม่มีทางเอาชนะพวกเราได้!”
ชายร่างหนา ผมสั้นอีกคนลุกขึ้นยืนมาทันที
ลายสิงโตสีม่วงบนร่างของเขาดูลึกลับเป็นอย่างมาก