ระบบสังหาร จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 597 เลือดนองในจวนอัครเสนาบดี
หลังจากฟังพระราชโองการจบ หลี่เต้าก็แสดงสีหน้าประหลาดใจ เดิมทีนั้นเขาคิดจะอาสาตนเอง ไม่คิดว่าองค์หญิงหมิงเยว่จะส่งงานนี้มาให้เล่าก่อน แต่คิดดูก็สมเหตุสมผล เพราะเจียนจื่อเต้ามีอิทธิพลในเมืองหลวงมากเกินไป ขุนนางส่วนใหญ่ล้วนเป็นพวกที่รอการพิจารณาความผิด ดูเหมือนว่าผู้ที่มีความสามารถจัดการกับจวนอัครเสนาบดีจะเหลืออยู่ไม่กี่คนแล้ว
“อืม ข้าเข้าใจแล้ว”
หลี่เต้ารับพระราชโองการมาจากมือของจ้าวอี๋ จ้าวอี๋เองก็ไม่ได้อยู่นาน หลังจากคำนับแล้วก็จากไป
หลังจ้าวอี๋จากไป หลี่ชิงเอ๋อร์และคนอื่น ๆ จึงเดินออกมาจากห้องโถง
“พี่ชาย พวกเราจะได้บุกจวนอัครเสนาบดีแล้วใช่หรือไม่” หลี่ชิงเอ๋อร์ที่ได้ยินเนื้อความในราชโองการถามด้วยสีหน้าตื่นเต้น หลี่เต้าเก็บพระราชโองการแล้วเคาะศีรษะน้องสาวเบา ๆ
“เอาล่ะ เจ้าไปเตรียมตัวเถิด”
เจียนจื่อเต้าตายในมือเขาซะก็สาแก่ใจแล้ว ถึงเวลาให้น้องสาวได้ระบายบ้าง
บนถนนใหญ่ในเมืองหลวง ขบวนทหารม้าที่ดูสง่างามน่าเกรงขามกำลังเคลื่อนผ่านไป หลี่เต้าและหลี่ชิงเอ๋อร์ขี่ม้าเคียงคู่กันนำหน้าขบวน ท่ามกลางสายตาอันอยากรู้อยากเห็นของผู้คน ขบวนนี้ได้มุ่งหน้าไปยังจวนอัครเสนาบดีอันโด่งดัง ภาพนี้ได้ดึงดูดผู้คนมากมายให้มามุ่งดูอย่างรวดเร็ว เพราะตั้งแต่ตอนเช้าพวกเขาก็พบว่าจวนอัครเสนาบดีได้ถูกปิดล้อมเอาไว้ พึงรู้ว่านี่คือจวนอัครเสนาบดีอันลือนาม ทุกคนต่างสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่
หลี่เต้าไม่สนใจผู้คนที่มามุ่งดู เขากระโดดลงจากหลังม้า
“หัวหน้า!” ไม่นานนักร่างสองร่างก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าหลี่เต้าและหลี่ชิงเอ๋อร์
หลี่เต้ามองดูจางเมิ่งและเสวี่ยปิงที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะกล่าวว่า “ข้าให้พวกเจ้าเฝ้าจวนอัครเสนาบดี ไม่มีปัญหาอะไรใช่หรือไม่”
ทั้งสองคนส่ายหน้า เสวี่ยปิงเอ่ยปากว่า “หัวหน้า หลังจากที่พวกเราปิดล้อมจวนอัครเสนาบดีเมื่อคืนก็ไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ เลย พวกเราจึงไม่ได้เข้าไปสำรวจ”
หลี่เต้าพยักหน้า สายตาของเขามองไปที่ประตูใหญ่สีแดงชาดของจวนอัครเสนาบดี “ไปกันเถอะ” ทุกคนเดินตามร่างของหลี่เต้ามาถึงหน้าประตูใหญ่อย่างรวดเร็ว
โครม!
ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของฝูงชนที่มามุ่งดู หลี่เต้าได้เตะประตูใหญ่จนพังทั้งบาน ประตูที่ล้มลงกระแทกพื้นส่งเสียงดังสนั่น ทว่าเมื่อได้เห็นสภาพภายในจวนอัครเสนาบดีอย่างชัดเจน ทุกคนรวมถึงหลี่เต้าต่างก็ขมวดคิ้ว กลิ่นคาวเลือดอันรุนแรงโชยมาปะทะใบหน้า เมื่อมองดูให้ชัดก็เห็นศพจำนวนมากอยู่ภายในจวนอัครเสนาบดี
จางเมิ่งขมวดคิ้วกล่าวว่า “เกิดอะไรขึ้นกันแน่”
เสวี่ยปิงหันหลังกลับมาตอบว่า “หัวหน้า หลังจากเกิดเหตุเมื่อวานพวกเราก็ได้ปิดล้อมจวนอัครเสนาบดีในทันที แต่ไม่รู้เลยว่าด้านในจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้”
หลี่ชิงเอ๋อร์เดินวนเวียนสำรวจโดยรอบอย่างละเอียด ก่อนจะหันกลับมากล่าวว่า “พี่ชาย ที่นี่มีร่องรอยของค่ายกล น่านะเป็นค่ายกลที่แยกจวนอัครเสนาบดีออกจากโลกภายนอก หากไม่ได้เข้ามาข้างในก็จะไม่มีทางรู้ถึงสถานการณ์ภายในได้เลย”
หลี่เต้ามองศพที่นอนอยู่บนพื้นแล้วกล่าวว่า “ไปตรวจสอบดู”
“ครับ” จางเมิ่งและเสวี่ยปิงรีบเข้าไปตรวจสอบศพที่อยู่บนพื้น ไม่นานทั้งสองก็เดินกลับมา
“หัวหน้า พวกเขาถูกพลังปราณแท้ทำลายเส้นลมปราณที่หัวใจจนแตกสลาย ดูเหมือนว่าพวกเขาไม่ได้ต่อต้านเลย อาจเป็นไปได้ว่าเป็นฝีมือของคนคุ้นเคย หรือไม่ก็เป็นผู้มีวรยุทธ์สูงส่ง ถึงได้ลงมือในยามที่พวกเขาไม่ทันตั้งตัวได้ หรืออาจเป็นทั้งสองกรณี เพราะข้าพบศพของผู้แข็งแกร่งระดับปรมาจารย์อยู่ด้านใน”
หลี่เต้าเงยหน้ามองลึกเข้าไปในจวนอัครเสนาบดีแล้วเอ่ยว่า “ให้คนจัดการศพพวกนี้ พวกเราจะเดินหน้าต่อ”
“ครับ”
หลี่เต้าพาหลี่ชิงเอ๋อร์เดินไปตามระเบียงทางเดิน มุ่งหน้าเข้าไปในเขตจวนอัครเสนาบดี ทุกก้าวที่เดินไปจะพบศพปรากฏอยู่ ดูจากการแต่งกายแล้วก็ล้วนเป็นบ่าวรับใช้ภายในจวนอัครเสนาบดี ยิ่งพบศพมากขึ้นเท่าไร สีหน้าของหลี่เต้าก็ยิ่งดูไม่ค่อยดีมากขึ้นเรื่อย ๆ ในที่สุดเมื่อทั้งสองคนมาถึงลานด้านหลัง ทันใดนั้นก็มีเสียงความเคลื่อนไหวดังแว่วมา
ที่ลานด้านหลัง
“อย่าฆ่าข้า! เจ้าฆ่าข้าไม่ได้ ข้าเป็นถึงองค์ชาย หากอัครเสนาบดีของเจ้ายังไม่ฆ่าข้า แล้วเจ้าบังอาจฆ่าข้า เขาจะไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่”
องค์ชายรองจ้าวซุ่ยทรุดนั่งอยู่บนพื้นด้วยสีหน้าตื่นตระหนก พลางโบกมือปัดป้องอย่างหวาดกลัว และตรงหน้าของเขานั้นมีชายชราผู้หนึ่งยืนอยู่ ทั่วทั้งร่างเปรอะเปื้อนด้วยเลือด ผมเผ้ารุงรัง หากมีผู้ใดอยู่ที่นี่คงจะจำได้ว่า ชายชราผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่น เขาคือพ่อบ้านชราแห่งจวนอัครเสนาบดีที่ก่อนหน้านี้ได้ติดตามเจียนจื่อเต้าเข้าวังนั่นเอง เพราะเจียนจื่อเต้าดึงดูดความสนใจของทุกคนไป จึงไม่มีใครทันสังเกตเห็นว่าหลังจากเจียนจื่อเต้าระเบิดร่างตนเอง พ่อบ้านชราผู้นั้นก็ได้หายตัวไปแล้ว เมื่อได้ยินดังนั้นพ่อบ้านชราก็หัวเราะเยาะพลางกล่าวว่า
“องค์ชายรอง ข้ากำลังจะส่งท่านไปพบท่านอัครเสนาบดีนั่นแหละ” ท่านอัครเสนาบดีสิ้นแล้ว ความศรัทธาทั้งชีวิตของเขาก็ตายตามไปด้วย ดังนั้นผู้ที่เกี่ยวข้องกับท่านอัครเสนาบดีทั้งหมดจะต้องตาย อย่างไรเสียท่านอัครเสนาบดีก็สิ้นแล้ว พวกเขาจะถือสิทธิ์อะไรมามีชีวิตอยู่ในโลกนี้ จวนอัครเสนาบดีเป็นเพียงจุดเริ่มต้น รอให้สังหารทุกคนในจวนอัครเสนาบดีหมดแล้ว เขาก็จะไปสังหารคนที่เหลือ
“ตายซะ!” จากนั้นภายใต้สายตาตื่นตระหนกของจ้าวซุ่ย พ่อบ้านชราก็ได้ปลดปล่อยพลังปราณแท้พุ่งตรงเข้าไปที่ใบหน้าของจ้าวซุ่ย แต่ในชั่วขณะถัดมา แสงสีแดงสายหนึ่งก็พุ่งมาจากที่ไกล สกัดการโจมตีนั้นจนสลายไป
เมื่อเห็นแสงสีแดงนั้น ร่างของพ่อบ้านชราก็พลันสั่นสะท้าน ดวงตาฉายแววหวาดกลัว เมื่อหันกลับไปมองก็เห็นร่างของคนที่ทำให้เขาหวาดกลัวยืนอยู่ตรงนั้น
“หึ ๆ ก็ว่าก่อนหน้านี้ดูเหมือนจะลืมอะไรบางอย่างไป ก็ลืมเจ้านี่เอง”
หลี่เต้ากวาดตามองดูสภาพในเรือนหลังอย่างผ่าน ๆ เมื่อเทียบกับเรือนหน้าและเรือนกลางแล้ว สภาพในเรือนนี้ยิ่งดูโหดร้ายกว่า ดูเหมือนว่าพ่อบ้านชราจะจงใจรวบรวมผู้คนในเรือนหลังเอาไว้ ศพทั้งหมดถูกกองรวมกันอยู่ที่เดียว เลือดสดสาดกระเซ็นเต็มพื้น ยิ่งไปกว่านั้นศพเหล่านี้ก็เพิ่งตายใหม่ ๆ ยังมีร่องรอยหลงเหลืออยู่บ้าง ทุกคนล้วนมีวรยุทธ์และเป็นยอดฝีมือทั้งสิ้น น่าเสียดายจริงๆ หลี่เต้าเงยหน้ามองจ้าวซุ่ย สีหน้าของเขาแสดงความประหลาดใจออกมา เดิมทีนึกว่านอกจากจ้าวคังและจ้าวหย่งแล้ว องค์ชายองค์อื่น ๆ จะสิ้นชีพไปหมด ที่แท้ในเรือนนี้ก็ยังมีคนรอดชีวิตอีกคน แต่เมื่อตรวจดูสภาพของจ้าวซุ่ยแล้วก็คาดว่าถึงแม้จะมีชีวิตอยู่ แต่ก็คงอยู่ได้ไม่เกินสองสามปี
สุดท้ายหลี่เต้าก็ทอดสายตามองไปที่พ่อบ้านชรา “พวกนั้นตายไปแล้ว เช่นนั้นก็ใช้เจ้ามาชดเชยแทนแล้วกัน”
เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของพ่อบ้านชราก็พลันเคร่งเครียดขึ้นมาทันที ทันใดนั้นกระแสพลังอันน่าสะพรึงกลัวก็พวยพุ่งออกมาจากร่างของพ่อบ้านชรา เป็นพลังระดับมหาราชาปรมาจารย์ขั้นสูงสุด ต้องบอกว่าสมกับเป็นพ่อบ้านใหญ่แห่งจวนอัครเสนาบดีจริงๆ เมื่อเห็นเช่นนั้นหลี่เต้าก็คิดว่าพ่อบ้านชราจะต่อต้านจนถึงที่สุด แต่แล้วในชั่วพริบตาถัดมา เขากลับเห็นพ่อบ้านชราพุ่งเข้าใส่จ้าวซุ่ยอย่างสุดกำลัง เห็นได้ชัดว่าตั้งใจจะตายพร้อมกับจ้าวซุ่ย จ้าวซุ่ย “…” โดนผู้อื่นบีบบังคับมาแล้ว จะมาทำเช่นนี้กับเขาทําไม ช่างเลือกรังแกเขาที่เป็นเหยื่ออ่อนแอนเสียจริง
ด้วยวรยุทธ์ระดับโฮ่วเทียนของจ้าวซุ่ยแล้ว ภายใต้กระแสพลังระดับมหาราชาปรมาจารย์ขั้นสูงสุด เขาจึงไม่มีโอกาสต่อต้านเลยแม้แต้น้อย ถึงขั้นปัสสาวะรดตัวเองอยู่กับที่
“ข้าไม่อาจปล่อยให้เจ้าฆ่าผู้คนตามอำเภอใจได้อีกต่อไป” ขณะที่พ่อบ้านชรากำลังจะลงมือสังหารจ้าวซุ่ย ก็มีมือข้างหนึ่งยื่นมาขวางหน้าพ่อบ้านชราเอาไว้
พ่อบ้านชรายังพูดไม่ทันจบก็ต้องหยุดชะงักกลางคัน
ในเวลาเดียวกัน…
[ฆ่าศัตรูหนึ่งคน ได้รับคุณสมบัติ : 45319.53]