ระบบสังหาร จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 596 ยึดทรัพย์
ไม่นานหลังจากนั้น ไป่อวิ๋นเปียนก็ไล่ตามเงาร่างของหลี่เต้าทัน
“ท่านอูอันกง ข้าจะเดินทางกลับด้วยกัน” ไป่อวิ๋นเปียนเอ่ยทักทาย
หลี่เต้าหันกลับมามองนักพรตชราผู้มีความอยากรู้อยากเห็นผู้นี้แวบหนึ่ง ก่อนจะหันหน้ากลับไปเดินต่อตามทางของตน ทว่าไป่อวิ๋นเปียนเองก็หนาทนพอ เพื่อสนองความอยากรู้อยากเห็นของตนเอง เขาจึงขยับเข้าไปใกล้แล้วพยายามชวนพูดคุยสอบถามอย่างมีเจตนาแอบแฝง หลี่เต้าไม่สะทกสะทานตลอดทาง จนกระทั่งเดินมาถึงนอกวังหลวง เขาถึงได้เอ่ยปากขึ้นมาเอง “ท่านนักพรตไป่ ข้าขอตัวก่อน” หลังจากพูดจบทั้งร่างก็หายวับไปในความมืด
เมื่อเห็นภาพเช่นนั้น ไป่อวิ๋นเปียนก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างจนปัญญา ไม่นานนักเขาก็กวาดสายตามองไปโดยรอบอย่างระมัดระวัง จากนั้นก็ล้วงของสิ่งหนึ่งออกมาจากอก แผ่นหินหักได้ปรากฏอยู่ในมือ สิ่งประหลาดคือตรงกลางแผ่นหินมีรอยเท้าสีน้ำตาลแดงปรากฏอยู่ รอยเท้านี้ไม่ใช่สิ่งอื่นใด มันคือรอยเท้าที่หลี่เต้าทิ้งไว้บนพื้นตอนที่กลายร่างเป็นโครงกระดูกเดินออกมาจากหลุม ไม่ทราบสาเหตุว่าเพราะอะไร บนรอยเลือดที่เพิ่งทิ้งไว้สด ๆ นี้ พลังชีวิตที่หลงเหลืออยู่บนนั้นกำลังจางหายไปอย่างรวดเร็ว เขาต้องลำบากลำบนกว่าจะเก็บรักษาแผ่นหินที่ยังมีพลังชีวิตหลงเหลืออยู่เพียงแผ่นเดียวนีไว้ได้ ยิ่งไปกว่านั้นเขายังต้องใช้พลังปราณแท้คอยรักษาพลังชีวิตสายนี้เอาไว้ตลอดเวลา มิเช่นนั้นพลังชีวิตสายนี้คงจะสลายไปนานแล้ว
‘คอยดูต่อไปอีกสักพักดีกว่า…’ ในวิชาลับที่เขาร่ำเรียนมา มีวิชาหนึ่งที่สามารถใช้เลือดในการติดตามและคำนวณชะตาทำนายผู้คนได้ แต่ตอนนี้มีแผ่นหินเพียงแผ่นเดียว ใช้ไปครั้งเดียวก็อาจจะหมดแล้ว ที่สำคัญกว่านั้นคือ เขาเพิ่งจะกระอักเลือดออกมา ยังต้องพักฟื้นร่างกายก่อนจึงจะลงมือได้อีกครั้ง มิเช่นนั้นหากกระอักเลือดออกมาอีกครั้ง ก็อาจจะส่งผลเสียต่อแก่นแท้ของเขา
ดังนั้นแล้วเพื่อความรอบคอบ สมควรรอให้คนที่เขาได้กำชับไว้สืบหาข้อมูลเพิ่มเติมก่อน เมื่อเตรียมการทุกอย่างพร้อมแล้ว ค่อยสืบสาวให้กระจ่างจะดีกว่า
หลังแยกจากไป่อวิ๋นเปียน หลี่เต้าก็มุ่งหน้าสู่จวนอูอันกง ระหว่างทางเขาเห็นเมืองหลวงในยามราตรีคึกคักขึ้น เนื่องจากการระเบิดตัวตายของเจียนจื่อเต้าทำให้เกิดความวุ่นวายอย่างใหญ่หลวง เขาได้ส่งองครักษ์ในวังหลวงออกไปรักษาความสงบเรียบร้อยแล้ว จึงไม่น่าจะมีปัญหาใหญ่ใด เมื่อกลับถึงจวนอูอันกง พอก้าวเข้าประตูเขาก็เห็นจิ่วเอ๋อร์และคนอื่น ๆ รออยู่ที่โถงใหญ่นานแล้ว
“คุณชาย”
“ท่านใต้เท้า”
“พี่ชาย” After หลังพบหน้ากันทุกคนเดินเข้ามาทักทาย
โดยเฉพาะเมื่อเห็นลักษณะการแต่งกายของหลี่เต้า ทุกคนก็นึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร เมื่อเห็นหลี่เต้าปลอดภัยดีทุกคนก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เพราะหลี่เต้าคือเสาหลักของพวกเขา หลังจากคอยปรนนิบัติให้หลี่เต้านั่งลง จิ่วเอ๋อร์ก็เอากาน้ำชาที่เตรียมไวมารินชาให้หนึ่งถ้วย หลี่เต้ารับมาแล้วดื่มรวดเดียวหมด เมี้ยวเมี้ยวซินแอบย่องมาอยู่ด้านหลังหลี่เต้าตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้มือน้อย ๆ ทั้งสองข้างวางบนบ่าที่แข็งแรงนั้นแล้วนวดให้เบา ๆ อาจเพราะเป็นครั้งแรกที่กล้าทำเช่นนี้ แม้จะมีผ้าคลุมหน้าอยู่ แต่ก็ยังสามารถมองเห็นสีแดงระเรื่อบนใบหน้างดงามของนางได้ แต่ในไม่ช้านางก็กล้ามากขึ้น นางเรียนรู้จากจิ่วเอ๋อร์มานานแล้ว ในที่สุดก็ได้โอกาส หลี่ซิวเอ๋อร์ที่ด้านข้างมองภาพนี้ด้วยความอิจฉาแต่นางเข้าใจสถานะของตัวเองดี
“พี่ชาย เกิดอะไรขึ้นที่วังหลวงหรือ ถึงได้มีความวุ่นวายใหญ่โตเช่นนี้” หลังจากหลี่เต้านั่งลงอย่างมั่นคงแล้ว หลี่ชิงเอ๋อร์ก็อดถามไม่ได้ ส่วนที่เหลือก็ต่างจ้องมองด้วยสายตาเปี่ยมความสงสัย
เสียงความวุ่นวายก่อนหน้านี้ไม่ธรรมดาเลย แม้แต่จวนของอูอันกงก็ยังได้รับผลกระทบ กำแพงที่ไม่แข็งแรงหลายจุดพังถล่มลงเพราะแรงสั่นสะเทือน หลี่เต้าไม่มีอะไรต้องปิดบังกับคนรอบข้าง ดังนั้นเขาจึงเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวังหลวงให้ฟัง เหล่าสตรีที่ได้ฟังต่างตื่นเต้นกันถ้วนหน้า พวกนางไม่อาจคาดคิดว่าเพียงแค้คืนเดียว ด้านนอกจะเกิดเหตุการณ์มากมายถึงเพียงนี้
“พี่ชาย…” หลี่ชิงเอ๋อร์เอ่ยเรียกอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ
หลี่เต้าไม่ต้องถามก็รู้ว่าน้องสาวของตนคิดอะไรอยู่ นางไม่ได้ไปดูเรื่องสนุกด้วย หลี่เต้าเงยหน้าขึ้นกล่าวว่า “ตอนนั้นสถานการณ์อันตรายมาก ข้าก็ไม่กล้ารับรองว่าจะรอดปลอดภัยกลับมาได้”
หลี่ชิงเอ๋อร์ไม่ใช่คนไร้เหตุผล นางรู้จากคำพูดนั้นทันทีว่ามันอันตรายมากเพียงใด นั่นคือเทพมนุษย์ ในตอนที่พี่ชายของนางต่อสู้กับไก่เซียนจงประมุขสำนักปราบสวรรค์ พวกนางต้องหลบไปไกลถึงร้อยลี้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังรู้สึกถึงความเคลื่อนไหวใหญ่โตได้ ทันใดนั้นหลี่ชิงเอ๋อร์ก็ถามขึ้นว่า “แล้วต่อจากนี้เล่า? ควรทำอย่างไรต่อไป”
หลี่เต้าหยิบชาที่จิ่วเอ๋อร์รินใหม่ขึ้นมา เขาเป่าตามความเคยชินแล้วกล่าวว่า “ต่อจากนี้คงเป็นการชำระบัญชี ถึงอย่างไรอัครเสนาบดีก็ตายไปแล้ว แต่เขาได้ทิ้งของไว้ไม่น้อย”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ดวงตาของหลี่ชิงเอ๋อร์ก็พลันเปล่งประกาย นางกล่าวขึ้นว่า “ถ้าเช่นนั้น ท่านไปบอกหมิงเยว่ให้ท่านจัดการเรื่องจวนอัครเสนาบดีเถิด ในตอนนั้นจวนอัครเสนาบดีปฏิบัติต่อจวนอันหยวนป๋อของพวกเราอย่างไร พวกเราก็จะจัดการพวกเขาเช่นนั้น”
หลี่เต้าพยักหน้า “ข้าจะลองดู”
การจัดการกับเจียนจื่อเต้าเพียงอย่างเดียวนั้นยังไม่พอ เมื่อตัดสินใจแก้แค้นแล้วก็ต้องทำให้ถึงที่สุด ในตอนนั้นสิงโตหินหน้าจวนอันหยวนป๋อแตกละเอียดอย่างไร สิงโตหินหน้าจวนอัครเสนาบดีก็ต้องยับเยินยิ่งกว่านั้น ราตรีกาลผ่านไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงของไก่ขันยามอรุณรุ่งมาเยือน วันนี้ถนนในเมืองหลวงคึกคักกว่าทุกวัน ผู้คนมากมายต่างพากันสอบถามว่าในวังหลวงเกิดเหตุการณ์ใหญ่อะไรขึ้น ถึงได้มีความวุ่นวายถึงเพียงนี้ ทว่าแม้จะมีขุนนางฝ่ายปกครองและฝ่ายทหารมากมาย แต่ข่าวสารกลับไม่ได้แพร่สะพัดออกมาอย่างที่คาดไว้ เพราะทุกคนพบว่าที่จวนของขุนนางน้อยใหญ่ทั่วเมืองหลวง ไม่รู้ว่ามีองครักษ์จากวังหลวงมาเฝ้าตั้งแต่เมื่อใด ผู้คนที่มามุ่งดูต่างไม่รู้ว่าเหตุใดคนพวกนี้ถึงได้ปรากฏตัวขึ้น แต่ผู้ที่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังต่างทราบดีว่า วังหลวงกำลังจะเริ่มชำระสะสางบัญชีแล้ว
พวกที่ก่อนหน้านี้สนับสนุนเจียนจื่อเต้าในวังหลวงอย่างไร ตอนนี้ก็กำลังหวาดหวั่นเท่านั้น ฮ่องเต้องค์ใหม่ขึ้นครองราชย์ ขุนนางก็ต้องเปลี่ยนตาม ไม่มีใครรู้ว่าหลังจากองค์หญิงหมิงเยว่ขึ้นครองบัลลังก์แล้ว นางจะจัดการกับขุนนางเก่าเหล่านี้อย่างไร ตอนที่ฮ่องเต้จ้าวซิงยังอยู่อาจจะยังพอเห็นแก่ความสัมพันธ์เก่าแก่เก็บคนเจ้าไว้บ้าง แต่พวกเขาไม่มีความสัมพันธ์เก่าแก่กับองค์หญิงหมิงเยว่เลยแม้แต่น้อย
ยามเช้าตรู่ของอีกวัน ประตูจวนอูอันกงก็ถูกเคาะเปิด
“ท่านอูอันกง องค์หญิงทรงมีรับสั่ง” จ้าวอี๋ก้มกายคำนับหลี่เต้าอย่างนอบน้อมก่อนแล้วจึงค่อยเอ่ยปาก เมื่อมองดูใบหน้าที่ยังดูเยาว์วัยของหลี่เต้า จ้าวอี๋ก็นึกถึงเรื่องราวมากมายในยามนี้ จนถึงตอนนี้เขาก็จดยังจำแม่ทัพหนุ่มที่เคยเห็นอยู่ข้างหยางหลินที่ด่านเฟยเฟิงได้ ไม่มีใครคาดคิดว่าเพียงแค่เวลาผ่านไปราวห้าปี แม่ทัพหนุ่มผู้นั้นจะก้าวขึ้นมาถึงตำแหน่งในปัจจุบันได้ หลี่เต้าเห็นว่าจ้าวอี๋เป็นคนคุ้นเคยจึงไม่เกรงใจ เขายิ้มน้อย ๆ พลางกล่าว “ลำบากท่านขันทีแล้ว”
“ท่านอูอันกง นี่ไม่นับว่าเป็นการลำบากอะไร” จ้าวอี๋ไม่รอให้หลี่เต้าทำอะไร เขาก็คลี่ราชโองการออกอ่าน ในเมื่อองค์หญิงหมิงเยว่ได้ตรัสไว้แล้ว อูอันกงจึงไม่จำเป็นต้องเข้าเฝ้า
“องค์หญิงมีรับสั่ง มอบหมายให้อูอันกงหลี่เต้า จัดการเรื่องราวทั้งหมดของเจียนจื่อเต้า ขุนนางทรยศต่อราชสำนัก”
“รับพระบัญชา!”