ระบบสังหาร จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 559 การต่อต้านของจันทรา
เป็นดังที่หลี่เต้าคาดการณ์ไว้ หลังจากไป่อวิ๋นเปียนออกจากจวนอูอันกงแล้ว ในใจก็ไม่ได้คิดจะปล่อยเรื่องนี้ไปง่าย ๆ แน่นอนว่าไม่ได้หมายความว่าไป่อวิ๋นเปียนจะต้องเป็นศัตรูกับหลี่เต้า เพียงแต่บางเรื่องก็ได้กลายเป็นความยึดติดไปแล้ว โดยเฉพาะสำหรับผู้บำเพ็ญ หากจัดการกับความยึดติดได้ไม่ดี มันก็อาจจะกลายเป็นมารในใจได้ง่าย ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการบำเพ็ญ แต่การจะสืบหาความลับของหลี่เต้านั้นในตอนนี้เขายังทำไม่ได้
ดังนั้นเขาจึงต้องลองหาทางลัดดู ศาสตร์แห่งการทำนายยิ่งรู้ข้อมูลน้อยเท่าไหร่ ราคาที่ต้องจ่ายก็ยิ่งสูงมากขึ้นเท่านั้น แต่หากจะทำนายเกี่ยวกับหลี่เต้าทั้งอย่างนี้ เขาก็รับไม่ไหวแน่ หากสามารถเข้าใจเรื่องราวของหลี่เต้าได้มากขึ้น ราคาที่ต้องจ่ายก็จะน้อยลงเรื่อย ๆ หลังจากคิดให้กระจ่างแล้ว ไป่อวิ๋นเปียนก็ตัดสินใจส่งคนไปสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับหลี่เต้า
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เพียงชั่วพริบตาหลี่เต้าก็พำนักอยู่ในเมืองหลวงมาได้หนึ่งเดือนแล้ว ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้ไม่ได้มีเรื่องวุ่นวายอะไรมากเหมือนตอนที่หลี่เต้าเพิ่งเข้ามาในเมืองหลวงใหม่ ๆ หรืออาจเป็นเพราะการที่เขาจัดการสั่งสอนคนในราชสำนักไปครั้งก่อน จึงทำให้พวกที่คอยจับตามองเขาต้องหยุดการเคลื่อนไหวไปชั่วคราว โดยรวมแล้วหนึ่งเดือนนี้ก็ถือว่าสงบสุขดี และด้วยความสงบสุขนี้เองจึงทำให้หลี่เต้ามีเวลาเข้าวังไปพบบุตรสาวสุดที่รักของเขา
วันนี้ ณ ตำหนักแห่งหนึ่งในพระราชวัง หลี่เต้ากำลังเดินอยู่บนระเบียงทางเดิน นางกำนัลที่เดินผ่านไปมาต่างทักทายเขาอย่างคุ้นเคย
“ท่านใต้เท้าหลี่มาอีกแล้วหรือเจ้าคะ”
“อืม พวกเจ้าเห็นองค์หญิงกับเสี่ยวอวี่เอ๋อร์หรือไม่”
“เรียนท่านใต้เท้าหลี่ องค์หญิงและองค์หญิงน้อยอยู่ที่ลานด้านหลังเจ้าค่ะ ท่านเดินตรงไปได้เลย”
“เข้าใจแล้ว”
เมื่อได้ยินดังนั้นหลี่เต้าก็รีบมุ่งหน้าไปยังลานด้านหลัง
หลังจากหลี่เต้าเดินผ่านไป นางกำนัลหลายคนก็พากันซุบซิบ
“เดือนนี้อูอันกงมาที่นี่กี่ครั้งแล้ว เกือบสิบครั้งแล้วกระมัง”
“ตอนแรกเจ็ดวันมาครั้งหนึ่ง ตอนนี้สามวันก็มาเยือนแล้ว”
“พวกเจ้าว่าสุดท้ายแล้วอูอันกงจะได้เป็นพระสวามีขององค์หญิงหรือไม่”
“เป็นไปได้แน่นอน องค์หญิงล้วนรังเกียจบุรุษอื่น มีเพียงท่านอูอันกงเท่านั้นที่สามารถมาที่นี่ได้บ่อย”
อีกด้านหนึ่งหลี่เต้าได้รีบมาถึงลานด้านหลังอย่างรวดเร็ว เขาเพิ่งจะก้าวเข้าสู่ลาน ทันใดนั้นก็มีเสียงแผ่วเบาดังขึ้น
“อ้อ วันนี้มาเร็วกว่าปกตินะ”
เมื่อหลี่เต้าเงยหน้าขึ้นมอง สายตาก็สบเข้ากับองค์หญิงหมิงเยว่ที่กำลังประทับอยู่ในศาลา
“ทูลองค์หญิง วันนี้กระหม่อมรับประทานอาหารกลางวันเสร็จเร็ว จึงมาแล้วพะยะค่ะ”
องค์หญิงหมิงเยว่ชายตามองอย่างไม่พอใจก่อนนางจะเอ่ยว่า “อูอันกง นี่ก็ผ่านมาหนึ่งเดือนแล้ว หากมีจุดประสงค์ใดก็พูดมาตรง ๆ ได้หรือไม่? จำเป็นต้องมาวนเวียนให้ยุ่งยากเช่นนี้หรือ?”
พูดตามตรงหากไม่ใช่เพราะเห็นแก่หน้าซานเหนียงและเสี่ยวอวี่เอ๋อร์ที่อยากสนิทสนมกับหลี่เต้า นางคงไม่มีทางเข้าใกล้บุรุษแปลกหน้าบ่อยครั้งเช่นนี้ เมื่อได้ยินดังนั้นหลี่เต้าก็ยิ้มเล็กน้อย “องค์หญิงไม่ทรงทราบหรือว่าข่าวลือภายนอกพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างเราสองอย่างไรบ้าง?”
องค์หญิงหมิงเยว่พลันเลิกคิ้วขึ้น “หรือว่าอูอันกงต้องการจะเกี้ยวข้าจริงๆ”
“ก็ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้นี่พะยะค่ะ เพราะองค์หญิงทรงงามล้ำเลิศดังเทพธิดา”
“แล้วเจ้าคิดอย่างไรกับซานเหนียง?”
“กระหม่อมก็ชื่นชอบนางมากเช่นกัน”
ความรู้สึกที่เขามีต่อเถียซานเหนียงนั้น หลี่เต้าไม่มีความตั้งใจที่จะปิดบังมันต่อหน้าองค์หญิงหมิงเยว่เลย
“ฟังจากคำพูดนั้นแล้ว เจ้าต้องการครอบครองทั้งข้าและซานเหนียงใช่หรือไม่? แล้วจะให้ใครเป็นอนุเล่า?”
แม้กะแสเสียงขององค์หญิงหมิงเยว่จะดูเรียบเฉย แต่หลี่เต้ากลับได้ยินความเยียบเย็นที่แฝงอยู่ในนั้น
หากตอบว่าให้องค์หญิงหมิงเยว่เป็นอนุ นางจะต้องก่อเรื่องขึ้นมาแน่ เพราะตั้งแต่ก่อตั้งราชวงศ์แคว้นต้าเฉียนมา ไม่เคยมีองค์หญิงคนใดต้องเป็นอนุมาก่อน แต่หากคำตอบคือให้เถียซานเหนียงเป็นอนุภรรยา ถ้าคำพูดในวันนี้ลอยไปเข้าหูเถียซานเหนียงเข้า หลี่เต้าก็คงจะลำบากใจไม่น้อย ดังนั้น…
หลี่เต้าได้เอ่ยตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า “องค์หญิง หากกระหม่อมได้รับตำแหน่งอ๋อง เรื่องนี้ก็จะคลี่คลายไปเอง”
สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ หลี่เต้าในฐานะผู้ที่กลับชาติมาเกิดและข้ามภพ เขาไม่ได้มีความคิดเรื่องลำดับชั้นมากนัก ในใจของเขาไม่ว่าเป็นผู้ใดที่เป็นคนของเขา ก็ล้วนแต่มีสถานะเท่าเทียมกัน เมื่อได้ยินดังนั้นองค์หญิงหมิงเยว่ก็ไม่มีคำใดจะกล่าวออกมา นางไม่อาจพูดว่าหลี่เต้าหยิ่งผยองเกินไปได้ เพราะดูจากความสามารถที่หลี่เต้าแสดงออกมาในตอนนี้ การได้รับแต่งตั้งเป็นอ๋องนั้นเป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้ว เพียงแค่รอเวลาเท่านั้น
องค์หญิงหมิงเยว่กล่าวด้วยท่าทีเย็นชา “เลิกล้มความคิดนี้เสียเถิด ข้าไม่มีทางชอบเจ้าได้หรอก ต่อให้พยายามต่อไปก็ไร้ประโยชน์”
ในตอนนั้นเองจู่ ๆ เสียงของเสี่ยวอวี่เอ๋อร์ก็ดังขึ้นจากทางด้านข้าง เมื่อหลี่เต้าหันกลับไปมองเขาก็เห็นบุตรสาวสุดที่รักกำลังวิ่งเข้ามาหา ดังนั้นเขาจึงเลิกสนทนากับองค์หญิงหมิงเยว่อย่างไม่ลังเล แล้วเดินตรงเข้าไปหาเสี่ยวอวี่เอ๋อร์
เมื่อเห็นว่าตนเองถูกเพิกเฉยเช่นนี้ สีหน้าขององค์หญิงหมิงเยว่ก็พลันแดงก่ำด้วยความอับอายและโกรธ โดยเฉพาะเมื่อเห็นบุตรสาวสุดที่รักของนางวิ่งเข้าสู่อ้อมกอดของหลี่เต้า นางก็ยิ่งรู้สึกโมโห เลือดเนื้อเชื้อไขของนางยังไม่ทันได้สวมกอดก็นาน ๆ ครั้ง แต่กลับถูกผู้อื่นดึงออกไปเสียแล้ว ไม่ได้… จะต้องหาวิธีตัดความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาให้ได้
“ท่านอา ในที่สุดท่านก็มาแล้ว เสี่ยวอวี่เอ๋อรรอท่านตั้งนาน”
เมื่อพลังปราณโลหิตจากหยกโลหิตผสานเข้าสู่ร่างกายของเสี่ยวอวี่เอ๋อร์ พลังสายเลือดของหลี่เต้าที่อยู่ในร่างของเสี่ยวอวี่เอ๋อร์ก็ค่อย ๆ ฟื้นคืนขึ้นมา ความรู้สึกเชื่อมโยงทางสายเลือดนี้ทำให้เสี่ยวอวี่เอ๋อร์รู้สึกสนิทสนมกับหลี่เต้ามากขึ้นเรื่อย ๆ
หลี่เต้าอุ้มเสี่ยวอวี่เอ๋อร์ไว้ในอ้อมกอด เขาลูบเส้นผมนุ่มสลวยนั้นเบา ๆ พลางหยิบหยกโลหิตออกจากลำคอของเสี่ยวอวี่เอ๋อร์อย่างระมัดระวัง หลังจากผ่านไปหลายวัน พลังปราณโลหิตในหยกโลหิตก็ถูกเสี่ยวอวี่เอ๋อร์ดูดซับไปไม่น้อย หลังจากนั้นหลี่เต้าก็ใช้พลังปราณโลหิตตรวจสอบร่างกายของเสี่ยวอวี่เอ๋อร์อีกครั้ง
เมื่อพบว่าไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ เขาจึงวางใจได้ จากนั้นเขาก็เติมพลังปราณโลหิตในหยกโลหิตให้ใหม่อีกครั้ง ตอนนี้แม้เสี่ยวอวี่เอ๋อร์จะดูดซับพลังปราณโลหิตไปมากมาย แต่ภายนอกก็ยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงใด แต่หลี่เต้ารู้ดีว่าพลังปราณโลหิตเหล่านั้นได้กลายเป็นศักยภาพบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในร่างของเสี่ยวอวี่เอ๋อร์ เขาค่อย ๆ วางรากฐานให้เสี่ยวอวี่เอ๋อร์อย่างแนบเนียน เมื่อถึงเวลาที่เสี่ยวอวี่เอ๋อร์เริ่มบำเพ็ญ การเปลี่ยนแปลงในตอนนี้ก็จะแสดงผลให้เห็น
ดังคำกล่าวที่ว่า หากผู้ใดได้บรรลุธรรมแม้แต่ไก่และสุนัขก็จะได้ขึ้นสวรรค์ไปด้วย ยิ่งไปกว่านั้นนางยังเป็นบุตรีแท้ ๆ ของหลี่เต้า ผ่านไปครึ่งวันองค์หญิงหมิงเยว่มองดูคนตัวใหญ่กับคนตัวเล็กสองคนที่กำลังเล่นกันอยู่ นางคิดไม่ออกจริงๆ ว่าเหตุใดอูอันกงผู้สูงศักดิ์ถึงได้มาคอยเอาอกเอาใจนางถึงเพียงนี้ หรือว่าจะเป็นเพราะตัวนางจริงๆ?
ขณะที่องค์หญิงหมิงเยว่กำลังครุ่นคิดอยู่นั้น จู่ ๆ เสียงของจีหมิงเยว่ก็ดังขึ้นในห้วงความคิดของนาง
“ในที่สุดก็เตรียมพร้อมเกือบหมดแล้ว”
“เจ้าตื่นแล้วหรอ”
“อืม นี่มันเกิดอะไรขึ้น”
เมื่อจีหมิงเยว่มองผ่านดวงตาขององค์หญิงหมิงเยว่ นางก็เห็นหลี่เต้าและเสี่ยวอวี่เอ๋อร์กำลังเล่นกันอยู่ เมื่อได้ยินเช่นนั้นองค์หญิงหมิงเยว่ก็รู้สึกว่าในที่สุดนางก็ได้พบคนที่จะระบายความในใจด้วย นางจึงเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนที่ผ่านมาให้อีกฝ่ายฟังทั้งหมด
หลังจากฟังจบจีหมิงเยว่ก็เอ่ยหยอกว่า “หุหุ หาได้ยากนักที่จะพบคนดีมีใจเช่นนี้ เจ้าลองรับไมตรีเขาดูสิ”
“บอกแล้วว่าเป็นไปไม่ได้ เจ้ารีบคิดหาวิธีให้ข้าเถอะ”
“เอาละ เรื่องนั้นเป็นเรื่องรอง ตอนนี้ปัญหาสำคัญคือต้องแก้ไขเรื่องการทะลวงขั้นก่อน”
“สามารถทะลวงขั้นได้แล้วหรือ ไม่มีปัญหาใช่หรือไม่”
“วางใจได้ ไม่มีปัญหาแน่นอน อย่างไรเสียก็เตรียมการมาเป็นเดือนแล้ว อีกอย่างข้าก็ได้คิดวิธีที่จะเพิ่มความบริสุทธิ์ของสายเลือดในร่างเสี่ยวอวี่เอ๋อร์ได้แล้ว รอเพียงแค่ทะลวงขั้นก็จะสามารถลงมือได้ทันที หลังจากชำระสายเลือดให้บริสุทธิ์ เสี่ยวอวี่เอ๋อร์ก็จะสามารถเริ่มบำเพ็ญได้แล้ว”