ระบบสังหาร จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 551 หมิงเยว่หึง
ไม่นานหลังจากนั้นรถม้าก็หยุดลง ทั้งสามคนก้าวลงจากรถม้า หลังจากลงจากรถม้าแล้วสิ่งที่เห็นตรงหน้าก็คือตำหนักหลังหนึ่ง ดูจากรอบนอกแล้วมันใหญ่กว่าเรือนของจ้าวเชียวเสียอีก เห็นได้ชัดว่าฮ่องเต้รักและเอ็นดูองค์หญิงหมิงเยว่มาก
“เข้าไปกันเถอะ เสี่ยวอวี่เอ๋อร์น่าจะกำลังเล่นอยู่ข้างใน”
ไม่นานนักหลี่เต้าและอีกสองคนก็เดินตามองค์หญิงหมิงเยว่เข้าไปในจวน เมื่อมาถึงสวนด้านหลัง ทั้งสามคนก็เห็นร่างเล็ก ๆ กำลังนั่งยองเล่นกับปลาอยู่ริมสระน้ำ ไกล ๆ กับร่างเล็กนั้นมีนางกำนัลสี่ห้าคนคอยดูแลอยู่แต่อย่างระมัดระวัง กลัวว่าเด็กน้อยจะพลาดพลั้งตกลงไปในสระ พวกหลี่เต้าไม่ได้ปิดบังเสียงฝีเท้า จึงทำให้พวกนางกำนัลสังเกตเห็นได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นว่าใครมาพวกนางกำนัลก็รีบทักทายทันที “องค์หญิง”
พอได้ยินเสียงของเหล่านางกำนัล ใบหูน่ารักของเสี่ยวอวี่เอ๋อร์ก็ขยับเล็กน้อย
“เสด็จแม่กลับมาแล้วหรือ?”
เมื่อหันกลับมานางก็มองไปทางองค์หญิงหมิงเยว่ด้วยใบหน้าเปี่ยมด้วยความยินดี และเมื่อเห็นผู้ที่อยู่ข้างกายองค์หญิงหมิงเยว่อย่างชัดเจน ดวงตาของเสี่ยวอวี่เอ๋อร์ก็พลันเปล่งประกายยิ่งขึ้นกว่าเดิม “ท่านอา?” จากนั้นเสี่ยวอวี่เอ๋อร์ก็ละทิ้งฝูงปลาอย่างไม่ลังเล นางจับชายกระโปรงแล้วก้าวเท้าเล็กวิ่งเหยาะ ๆ มาหาทั้งสามคน
เมื่อเห็นท่าทางร่าเริงกระตือรือร้นของเสี่ยวอวี่เอ๋อร์ องค์หญิงหมิงเยว่จึงมองทั้งสองคนพลางหัวเราะเบา ๆ “เด็กคนนี้ติดข้านัก ทุกครั้งก็เป็นเช่นนี้”
ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือไม่ แต่หลี่เต้ารู้สึกว่าองค์หญิงหมิงเยว่ดูเหมือนจะมีท่าทีอวดอยู่สักหน่อย เถียซานเหนียงมองเสี่ยวอวี่เอ๋อร์ จากนั้นก็เหลือบมองหลี่เต้าที่อยู่ด้านข้าง ทันใดนั้นสีหน้าของนางก็เริ่มแดงระเรื่อด้วยความอาย ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ ในไม่ช้าเสี่ยวอวี่เอ๋อร์ก็มาถึงเบื้องหน้าของทั้งสามคน
“เสด็จแม่!” เสี่ยวอวี่เอ๋อร์เอ่ยเรียกเสียงอ่อนหวาน
“อืม”
องค์หญิงหมิงเยว่ก้มหน้ามองและกำลังจะโน้มตัวลงไปอุ้มธิดาของตน แต่แล้วในชั่วขณะถัดมา เสี่ยวอวี่เอ๋อร์ก็ก้าวเท้าหลบและวิ่งผ่านข้างกายนางไป หลังจากที่สังเกตเห็นของขวัญในมือของเถียซานเหนียง องค์หญิงหมิงเยว่จึงคิดในใจว่า เจ้าเด็กน้อยคงจะคิดถึงของขวัญของซานเหนียงกระมัง เด็กน้อยจริงๆ ทว่าหลังจากที่เสี่ยวอวี่เอ๋อร์หลบไปแล้ว นางกลับวิ่งตรงไปหาหลี่เต้า
“ท่านอา!”
หลังจากเรียกด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานแล้ว เสี่ยวอวี่เอ๋อร์ก็กระโจนเข้าหาหลี่เต้าทันที หลี่เต้ายกมือขึ้นรับโดยสัญชาตญาณ ก่อนจะอุ้มเสี่ยวอวี่เอ๋อร์ไว้ในอ้อมอก องค์หญิงหมิงเยว่ “…”
หลังจากที่กอดหลี่เต้าอย่างสนิทสนมแล้ว เสี่ยวอวี่เอ๋อร์ถึงได้หันไปมองเถียซานเหนียงแล้วเอ่ยเรียกเสียงอ่อนหวานว่า
“แม่ทูนหัว”
เถียซานเหนียงมองดูคนสองคนที่สนิทสนมกัน แม้จะไม่เข้าใจว่าเหตุใด แต่เมื่อได้ยินเสียงของเสี่ยวอวี่เอ๋อร์ก็ยังตอบสนอง
“เสี่ยวอวี่เอ๋อร์ แม่ทูนหัวเอาของขวัญมาให้เจ้าด้วย”
พอพูดจบนางก็ยื่นของในมือส่งให้
“ขอบคุณท่านแม่ทูนหัวเจ้าค่ะ”
เสี่ยวอวี่เอ๋อร์รับของขวัญจากในอ้อมอกของหลี่เต้า จากนั้นนางก็หันไปพูดกับหลี่เต้าว่า “ท่านอา เสี่ยวอวี่เอ๋อร์ได้ของขวัญแล้ว”
เถียซานเหนียงที่อยู่ด้านข้างมองภาพตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ นางรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
“อา น่าอิจฉาเสี่ยวอวี่เอ๋อร์จริงๆ” หลี่เต้ากล่าวด้วยรอยยิ้มน้อย ๆ
หลังจากนั้นคนทั้งสองคนก็สนิทสนมกันอย่างออกรสต่อหน้าองค์หญิงหมิงเยว่และเถียซานเหนียง ภาพตรงหน้านี้ทำให้องค์หญิงหมิงเยว่รู้สึกหึงหวงขึ้นมาในใจ แม้จะรู้ว่าท่าทีของเสี่ยวอวี่เอ๋อร์ที่มีต่อหลี่เต้านั้นแตกต่างไป แต่เมื่อได้เห็นปฏิสัมพันธ์ของทั้งสองคนด้วยตาตัวเองแล้ว นางถึงได้พบว่าตนประเมินเสน่ห์ของหลี่เต้าต่ำเกินไป ทำไมซานเหนียงถึงได้หลงเสน่ห์เขา แม้แต่เสี่ยวอวี่เอ๋อร์ก็ยังถูกดึงดูดไปด้วย นางยังเป็นเพียงเด็กน้อยเท่านั้น
“ท่านอา ข้าจะบอกท่านว่าปลาน้อยน่ารักมาก เสี่ยวอวี่เอ๋อร์ตั่งชื่อให้พวกมันทุกตัวแล้ว ท่านอาอยากดูหรือไม่” ทันใดนั้นเสี่ยวอวี่เอ๋อร์ก็พลันเอ่ยปากขึ้นมา
“นั้นต้องถามเสด็จแม่ของเจ้าแล้ว”
ด้วยความรู้สึกที่ไวต่อการรับรู้ หลี่เต้าได้พบกับกลุ่มความแค้นที่มีชื่อว่าองค์หญิงหมิงเยว่แล้ว เมื่อได้ยินดังนั้นเสี่ยวอวี่เอ๋อร์จึงหันกลับมามององค์หญิงหมิงเยว่ด้วยสีหน้าเปี่ยมความคาดหวังก่อนจะถามว่า
“เสด็จแม่ เสี่ยวอวี่เอ๋อร์ไปเล่นกับท่านอาได้หรือไม่เพคะ”
เมื่อเห็นท่าทีอันสนิทสนมของทั้งสองคน องค์หญิงหมิงเยว่คิดอยากจะปฏิเสธแต่ก็หาเหตุผลไม่ได้ อย่างไรเสียนางก็เป็นคนพาเขามาเอง อีกทั้งนางก็ไม่อยากให้ธิดาของตนเห็นภาพลักษณ์ที่จิตใจคับแคบของนาง ดังนั้นนางจึงอดกลั้นต่อความหึงหวงในใจเอาไว้แล้วกล่าวว่า “หากเจ้าต้องการ ก็ไปเถอะ”
เสี่ยวอวี่เอ๋อร์พลันตื่นเต้นขึ้นมาทันที “ขอบพระทัยเพคะเสด็จแม่” จากนั้นนางจึงปีนลงจากตัวของหลี่เต้าอย่างกระตือรือร้น แล้วจูงมือใหญ่นั้นพลางกล่าวว่า “ท่านอา ตามข้ามาเถิด”
เมื่อมองดูเงาร่างของทั้งสองคนที่ค่อย ๆ เดินจากไป สุดท้ายองค์หญิงหมิงเยว่ก็กระทืบเท้าอยู่ที่เดิมอย่างอดไม่ได้ เถียซานเหนียงเดาใจสหายสนิทของตนออกจึงหัวเราะเบา ๆ “เป็นอะไรไป? อิจฉาหรือ?”
หากเป็นคนอื่นองค์หญิงหมิงเยว่คงไม่มีทางยอมรับ แต่เถียซานเหนียงไม่ใช่คนอื่น
“ข้าก็ไม่รู้ว่าทำไม แต่เด็กน้อยผู้นี้เดิมทีไม่สนิทกับผู้ใดนอกจากข้า แต่พอพบกับอูอันกงตั้งแต่ครั้งแรกก็เอ่ยปากขอให้อุ้มเสียแล้ว” องค์หญิงหมิงเยว่เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเสี่ยวอวี่เอ๋อร์กับหลี่เต้าให้ฟังอย่างคร่าว ๆ
หลังจากฟังจบเถียซานเหนียงจึงปลอบว่า “บางทีอาจเป็นเพราะเสี่ยวอวี่เอ๋อร์มีวาสนาต่อกันกับพี่หลี่ก็ได้”
“วาสนาหรือ?” องค์หญิงหมิงเยว่กล่าว “จะมีวาสนาอะไรกัน พวกเขาไม่ควรมีความเกี่ยวข้องกันด้วยซ้ำ”
“บางทีชาติก่อนพวกเขาอาจเป็นพ่อลูกกันก็ได้”
“เจ้าอย่าพูดเหลวไหล เสี่ยวอวี่เอ๋อร์เป็นธิดาของข้าเท่านั้น”
“ก็บอกว่าชาติก่อนนะ”
“สมมติก็ไม่ได้”
เมื่อเห็นสหายรักของตนแสดงท่าทางหึงหวงเช่นนั้น เถียซานเหนียงก็อดที่จะหัวเราะไม่ได้ นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้เห็นสหายทำท่าทางเช่นนี้ โดยปกติแล้วสหายของนางมักจะมีนิสัยเย็นชามาก โดยเฉพาะหลังจากเกิดเรื่องนั้นขึ้น จนกระทั่งมีเสี่ยวอวี่เอ๋อร์นางจึงค่อย ๆ ละลายความเย็นชานั้นลง เถียซานเหนียงนึกถึงคำพูดของตนเมื่อครู่ จึงเหลือบมองไปยังเสี่ยวอวี่เอ๋อร์และหลี่เต้าที่อยู่ไม่ไกล ต้องยอมรับว่าทั้งผู้ใหญ่และเด็กคู่นี้ดูคล้ายพ่อลูกกันอยู่
ทันใดนั้นคิ้วงามของเถียซานเหนียงก็ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
คล้ายพ่อลูกกัน?
หากไม่รู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของหลี่เต้า คำพูดเช่นนี้ก็คงเป็นเพียงคำพูดเล่น แต่ตอนนี้นางรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของหลี่เต้าแล้ว หรือพูดอีกอย่างหนึ่ง เสี่ยวอวี่เอ๋อร์ก็ควรจะต้องเรียกหลี่เต้าว่าท่านพ่อจริงๆ แต่เสี่ยวอวี่เอ๋อร์เป็นเด็กที่หมิงเยว่รับมาเลี้ยงจากภายนอกมิใช่หรือ?
เว้นเสียแต่ว่าสหายรักผู้นี้จะโกหกนาง แต่เสี่ยวอวี่เอ๋อร์ก็โตถึงเพียงนี้แล้ว หากหมิงเยว่ตั้งครรภ์ในตอนนั้นนางจะต้องสังเกตเห็นแน่ ๆ ทันใดนั้นเถียซานเหนียงก็นึกขึ้นได้ว่าจู่ ๆ หมิงเยว่ก็มีวรยุทธ์ขึ้นมา ดูเหมือนว่าจะมีเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นกับหมิงเยว่ซึ่งเกินความเข้าใจของนางไปแล้ว เมื่อคนเริ่มมีความสงสัย ความสงสัยนั้นก็จะยิ่งเพิ่มพูนมากขึ้นเรื่อย ๆ
ยามนี้เมื่อพินิจดูให้ดี หน้าตาของเสี่ยวอวี่เอ๋อร์กับหมิงเยว่ก็มีส่วนคล้ายคลึงกันอยู่หลายส่วน หากนี่เป็นเพียงความบังเอิญ ตอนนี้นางกลับพบว่าเสี่ยวอวี่เอ๋อร์ดูเหมือนจะคล้ายกับหลี่เต้าอยู่บ้าง และเมื่อรวมกับความรู้สึกสนิทสนมที่ทั้งสองมีมาแต่กำเนิด… ความบังเอิญเหล่านี้ดูเหมือนจะมากเกินไปแล้ว
“เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด” เถียซานเหนียงสั่นศีรษะอย่างแรงเพื่อขับไล่ความคิดอันน่าสะพรึงกลัวนี้ออกไป หากสิ่งที่นางคาดเดาเป็นความจริง ผลลัพธ์ที่ออกมาคงเลวร้ายยิ่งนัก
ริมสระน้ำ หลี่เต้าที่เล่นเป็นเพื่อนเสี่ยวอวี่เอ๋อร์อยู่นั้น ไม่รู้เลยว่าในใจของเถียซานเหนียงกำลังคิดอะไรอยู่ เขามองดูเสี่ยวอวี่เอ๋อร์ที่กำลังแนะนำปลาตัวน้อยอย่างกระตือรือร้น ในใจมีเพียงความคิดเดียวนั้นคือต้องหาทางไขข้อข้องใจในใจให้ได้