ระบบสังหาร จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 527 ของขวัญ
ภาพนี้ทำให้เสวี่ยปิงและคนอื่น ๆ ตกตะลึง แต่หลี่เต้าไม่ได้สนใจเรื่องพวกนั้น เขาอุ้มเสี่ยวอวี่เอ๋อร์เอาไว้แล้วถามว่า “เหตุใดเจ้าจึงมาเล่นอยู่ที่นี่?”
เสี่ยวอวี่เอ๋อร์ซุกหน้าลงบนไหล่ของหลี่เต้าพลางสูดดมเบา ๆ แล้วตอบไม่ตรงคำถามว่า “กลิ่นของท่านอา”
จากนั้นนางก็หัวเราะคิกคักอย่างมีความสุข หลี่เต้าจึงได้แต่ส่ายหน้า พอเงยหน้าขึ้นเขาก็พบว่าพวกนางกำนัลและขันทีต่างกำลังจ้องมองเขาด้วยสายตาคาดหวัง
เขาจึงเดินเข้าไปหานางกํานัลที่เป็นหัวหน้า เมื่อนางเห็นเสี่ยวอวี่เอ๋อร์กลับมาอย่างปลอดภัยจึงรีบเอ่ยปากว่า “ขอบคุณท่านอานกง ขอบคุณท่านอานกงเจ้าค่ะ”
ส่วนคนที่เหลือก็รีบคำนับทันที หลี่เต้ากล่าวว่า “พอเถอะ นี่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร อย่างคนใต้บังคับบัญชาของข้าก็จะไม่ทำร้ายเสี่ยวอวี่เอ๋อร์หรอก” เสี่ยวอวี่เอ๋อร์เองก็พูดเสริมว่า “ใช่แล้ว พวกท่านอาประหลาดพวกนั้นจะไม่รังแกเสี่ยวอวี่เอ๋อร์หรอก”
พวกนางกำนัลและขันทีต่างใช้หางตาแอบเหลือบมองไปทางจางเหมิงและคนอื่น ๆ อย่างระมัดระวัง แม้ภายนอกจะยังดูสงบนิ่งแต่ในใจคิดอย่างไรนั้นก็ไม่มีใครรู้
“เสี่ยวอวี่เอ๋อร์ ให้พวกนางดูแลเจ้านะ”
แม้ในใจของหลี่เต้าจะอาลัยอาวรณ์ แต่ในที่สุดเขาก็ต้องจากวังหลวงไป
“ไม่เอา ท่านอาอย่าไปนะ”
เมื่อเห็นว่าตนเองกำลังจะถูกปล่อยลง เสี่ยวอวี่เอ๋อร์ก็เอาแขนทั้งสองข้างโอบรอบคอของหลี่เต้าไว้ทันที
นางกํานัลที่เป็นหัวหน้าจึงเอ่ยปากปลอบว่า “องค์หญิงน้อย ท่านออกมานานมากพอแล้ว หากองค์หญิงทรงทราบเข้า คราวหน้าก็อาจจะไม่ได้ออกมาอีกเลย”
เมื่อได้ยินคำพูดของนางกำนัล เสี่ยวอวี่เอ๋อร์ก็พลันนึกถึงมารดาขึ้นมา นางจึงเม้มริมฝีปากเบา ๆ เมื่อเห็นแววตาลังเลของเสี่ยวอวี่เอ๋อร์ หลี่เต้าจึงบีบแก้มน้อย ๆ ของนางอย่างเบามือก่อนจะเอ่ยว่า
“เสี่ยวอวี่เอ๋อร์รีบกลับไปอยู่เป็นเพื่อนมารดาเถิด หากมีโอกาสอาจะมาเยี่ยมเจ้าอีก”
“จริงหรอ!”
ทันใดนั้นดวงตาคู่งามของเสี่ยวอวี่เอ๋อร์ก็พลันสว่างวาบขึ้นทันที
เมื่อเห็นสีหน้าเปี่ยมด้วยความคาดหวังของเสี่ยวอวี่เอ๋อร์ หลี่เต้าก็พูดไม่ออก ทั้งที่คำพูดมาถึงริมฝีปากแล้ว ดูเหมือนว่าด้วยสถานะของเขาในตอนนี้คงไม่มีเหตุผลที่จะทำให้มาหาเสี่ยวอวี่เอ๋อร์ได้ เมื่อนึกถึงร่างอันงดงามในความทรงจำ หัวใจของหลี่เต้าก็พลันสั่นไหว ดูเหมือนหญิงผู้นั้นเคยบอกไว้ว่านางติดหนี้บุญคุณเขา เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมา หลี่เต้าจึงก้มหน้าลงพูดว่า “หากเจ้าอยากพบอาอีก ก็ลองบอกมารดาของเจ้าดู”
จากนั้นเสี่ยวอวี่เอ๋อร์ถึงได้พยักหน้าอย่างจริงจัง “เสี่ยวอวี่เอ๋อร์เข้าใจแล้ว จะต้องบอกท่านแม่อย่างแน่นอน”
หลี่เต้ามองดูเสี่ยวอวี่เอ๋อร์ที่ทั้งนอนสอนง่ายและน่ารัก ในใจจึงเกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา พลังปราณโลหิตสีเลือดพลันปรากฏขึ้นรอบฝ่ามือ ชั่วครู่ต่อมาวัตถุรูปหยดน้ำขนาดเท่าหัวแม่มือก็ปรากฏขึ้นในฝ่ามือของเขา มันมีสีเลือดใสกระจ่างราวกับเป็นหยกโลหิต ทั้งยังส่งกลิ่นหอมประหลาดออกมา สิ่งนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นเลือดวิเศษ แต่มันมีค่ามากกว่าเลือดวิเศษทั่วไปที่มีปริมาณเท่ากันนัก อาจกล่าวได้ว่าเป็นสารสกัดจากพลังปราณโลหิตที่หลี่เต้าหลอมรวมขึ้นมา
เพียงแคคุณสมบัติชั่วคราวที่สูญเสียไปก็มีถึงหนึ่งหมื่นแต้มแล้ว กล่าวโดยง่ายคือหากคนทั่วไปสามารถดูดซึมมันได้ทั้งหมดก็จะมีพลังถึงระดับปรมาจารย์ขั้นสูงสุดได้ในทันที แต่แน่นอนว่าคนทั่วไปไม่มีทางย่อยมันได้ทั้งหมด แม้แต่กองทัพหมาป่าฟู่ถูเองก็ไม่อาจทำได้ เพราะความบริสุทธิ์ของมันนั้นสูงเกินไป หากกลืนกินลงไปและบังคับดูดซึมทั้งอย่างนั้นก็จะมีจุดจบเพียงอย่างเดียวนั่นคือร่างระเบิดจนตาย ทว่าการที่หลี่เต้าหลอมรวมสิ่งนี้ขึ้นมานั้นไม่ใช่เพื่อให้เสี่ยวอวี่เอ๋อร์กินหรือดูดซับ
“เสี่ยวอวี่เอ๋อร์ อาขอมอบสิ่งนี้ให้เจ้า กลับไปให้มารดาของเจ้าช่วยร้อยแล้วเอามาสวมไว้ มันจะช่วยบำรุงร่างกายและปกป้องเจ้าไปพร้อมกัน”
แม้จะไม่สามารถให้เสี่ยวอวี่เอ๋อร์ดูดซึมพลังปราณโลหิตภายในนั้นได้ แต่กลิ่นอายที่แผ่ออกมาโดยธรรมชาติของแก่นแท้พลังปราณโลหิตนี้ก็สามารถช่วยบำรุงร่างกายได้ ขณะเดียวกันภายในแก่นแท้นี้ก็ยังแฝงไว้ด้วยพลังเจตจำนงของหลี่เต้า ตามที่หลี่เต้าได้กำหนดเอาไว้ แก่นแท้ปราณโลหิตจะสามารถใช้พลังของมันเพื่อปกป้องเสี่ยวอวี่เอ๋อร์ในยามวิกฤตได้
และหากเป็นอันตรายที่มาจากมนุษย์ มันก็จะทำการโจมตีกลับ เมื่อเห็นหยกรูปหยดน้ำโปร่งใสที่หลี่เต้ายื่นมาให้ เสี่ยวอวี่เอ๋อร์ก็หลงรักมันตั้งแต่แรกเห็น หลังรับมาแล้วนางก็กล่าวอย่างดีใจว่า “ขอบคุณท่านอาเจ้าค่ะ”
ไม่รู้ว่าทำไมเสี่ยวอวี่เอ๋อร์ถึงได้รู้สึกว่าเมื่อถือหยกโลหิตชิ้นนี้เอาไว้แล้ว ก็เหมือนมีท่านอาอยู่ข้างกาย ทำให้นางอยากจะเข้าใกล้โดยไม่รู้ตัว เมื่อได้ยินเสียงอ่อนหวานของเสี่ยวอวี่เอ๋อร์ขอบคุณเช่นนั้น หลี่เต้าก็พลันยิ้มบางให้ ก่อนเขาจะวางเสี่ยวอวี่เอ๋อร์ลงบนพื้น
อาจเป็นเพราะได้รับของมาจากหลี่เต้า นางจึงไม่ได้รู้สึกเศร้าเท่าใดแล้ว
“เสี่ยวอวี่เอ๋อร์ จงกลับไปหามารดาพร้อมกับพวกนางเถิด อาต้องไปแล้ว”
ว่าแล้วหลี่เต้าก็ลูบศีรษะของเสี่ยวอวี่เอ๋อร์เบา ๆ เสี่ยวอวี่เอ๋อรถือหยกโลหิตไว้ในมือ นางเงยหน้าขึ้นพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานว่า “ท่านอา ท่านต้องมาเยี่ยมขานะ”
“อาจะมาแน่นอน”
หลี่เต้ายืดตัวขึ้นพลางพยักหน้าตอบ หลังจากนั้นเสี่ยวอวี่เอ๋อร์จึงเดินไปพลางหันกลับมามองเป็นระยะ จวบจนกระทั่งนางกำนัลและขันทีพานางเดินห่างออกไปไกล
ในระหว่างทางกลับ เสี่ยวอวี่เอ๋อร์กำหยกโลหิตที่หลี่เต้ามอบให้ไว้แน่น นางกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจไปตลอดทาง นางกำนัลคนหนึ่งเห็นภาพนั้นจึงเอ่ยปากว่า “องค์หญิงน้อยระวังหน่อยเพคะ หากไม่สะดวกให้หม่อมฉันถือหยกก้อนนั้นเจ้าไว้ก่อนดีหรือไม่ หากเผลอทำหลุดมือก็อาจตกแตกเอาได้”
แม้จะไม่รู้ว่าหยกโลหิตนั้นคืออะไร แต่ดูเหมือนมันจะเปราะบางยิ่ง
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเสี่ยวอวี่เอ๋อร์จึงหยุดฝีเท้า นางก้มมองหยกโลหิตในมือ นางชอบของขวัญที่ท่านอามอบให้มาก แต่หากมันแตกนางคงได้ร้องไห้เสียใจแน่ ดังนั้นนางจึงกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นเมื่อกลับไปแล้วเจ้าต้องคืนให้ข้านะ”
“องค์หญิงน้อยโปรดวางใจ”
ดังนั้นเสี่ยวอวี่เอ๋อร์จึงได้ส่งหยกโลหิตให้นางกำนัลไป แต่ทันทีที่นางกำนัลรับหยกโลหิตมา มันก็พลันเปล่งแสงสีแดงขึ้น นางกำนัลรู้สึกได้ถึงความร้อนระอุที่ปรากฏขึ้นบนมือราวกับสัมผัสถูกลูกไฟเข้า
ในชั่วขณะถัดมา หยกโลหิตก็พลันหลุดออกจากมือของนางเอง แล้วกลับไปอยู่ในมือของเสี่ยวอวี่เอ๋อร์อีกครั้ง
เมื่อเห็นเหตุการณ์นี้ เสี่ยวอวี่เอ๋อร์ก็ตื่นเต้นสุด ๆ ในขณะเดียวกันเหล่านางกำนัลและขันทีก็เข้าใจได้ในทันทีว่า ของขวัญที่ท่านอานกงให้นั้นไม่ได้ธรรมดาอย่างที่เห็น หลังจากกลับมาถึงตำหนักหมิงเยว่ หัวหน้านางกำนัลจึงได้ไปพบกับองค์หญิงหมิงเยว่ แล้วเล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างเสี่ยวอวี่เอ๋อร์ออกไปเที่ยวเล่นในตอนกลางวันให้ฟัง
รวมถึงเรื่องที่นางได้พบกับกองทัพหมาป่าฟู่ถูและหลี่เต้าด้วย แน่นอนว่านางได้เล่าเรื่องหยกโลหิตให้องค์หญิงหมิงเยว่ฟังด้วย
“พบกับท่านอานกงอีกแล้วหรือ?”
องค์หญิงหมิงเยว่แสดงสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย หากนางจำไม่ผิด ท่านอานกงเข้าวังมาเพียงไม่กี่ครั้ง แต่ดูเหมือนเสี่ยวอวี่เอ๋อร์จะมีวาสนากับเขามากเกินไปแล้ว
“เสี่ยวอวี่เอ๋อร์”
จากนั้นองค์หญิงหมิงเยว่จึงส่งเสียงเรียกเบา ๆ ครั้งหนึ่ง
“เสด็จแม่”
เสี่ยวอวี่เอ๋อร์ที่กำลังเล่นหยกโลหิตอยู่ เมื่อนางได้ยินเสียงเรียกนั้นก็วิ่งเข้ามาซุกอยู่ในอ้อมอกองค์หญิงหมิงเยว่
ขณะที่สูดดมกลิ่นกายของท่านแม่ เสี่ยวอวี่เอ๋อร์ก็พลันนึกถึงท่านอาขึ้นมา หากกลิ่นของท่านอาผสมกับกลิ่นของท่านแม่ คงจะหอมยิ่งกว่านี้เป็นแน่ เสี่ยวอวี่เอ๋อร์จึงเงยหน้าขึ้นกล่าวว่า “เสด็จแม่เพคะ ต่อไปท่านจะให้ท่านอามาเล่นกับข้าได้หรือไม่”
องค์หญิงหมิงเยว่จึงถามว่า “เจ้าชอบท่านอาของเจ้ามากหรอ”
“ชอบเพคะ!”
เสี่ยวอวี่เอ๋อร์รีบตอบอย่างร่าเริง ท่าทางน่าเอ็นดูนั้นทำให้องค์หญิงหมิงเยว่รู้สึกเจ็บแปลบในใจเล็กน้อย นางจึงถามว่า “แล้วเจ้าชอบแม่หรือท่านอามากกว่ากัน”
เสี่ยวอวี่เอ๋อร์จึงพลันชะงักไป ก่อนจะครุ่นคิดด้วยสีหน้า
หลังจากนั้นนางก็เอ่ยตอบอย่างจริงจังว่า “ชอบทั้งท่านแม่และท่านอาเพคะ”
“ข้าถามว่าเจ้าชอบผู้ใดมากกว่ากัน”
“ชอบทั้งคู่เพคะ!”
“ชอบผู้ใดมากกว่ากัน”
“ก็ชอบทั้งคู่นั่นแหละเพคะ!”
“เจ้าเด็กไร้น้ำใจ”
องค์หญิงหมิงเยว่โกรธจนหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลง ร่างใหญ่และร่างเล็กต่างยืนเผชิญหน้ากันเช่นนี้