ระบบสังหาร จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 509 จิตวิญญาณมังกร
เมื่อเทียบกับทัณฑสวรรค์ครั้งก่อนของอวินอ๋อง การลงทัณฑ์ครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
เปรี้ยง !
สายฟ้าแลบผ่านบนท้องฟ้า อสนีบาตขนาดมหึมาพุ่งตรงเข้าใส่หลี่เตา
หลี่เตายกง้าวมังกรทมิฬขึ้นต้านรับทัณฑสวรรค์โดยตรง
ไม่นานนักทัณฑสวรรค์ก็มาถึงปลายง้าวมังกรทมิฬ แม้ว่าภายในง้าวมังกรทมิฬจะมีพลังทัณฑสวรรค์อยู่ด้วยเลยถือว่ามีความต้านทานต่อทัณฑสวรรค์อยู่บ้าง
แต่ท้ายที่สุดแล้วมันก็กำลังเผชิญหน้ากับทัณฑสวรรค์ที่แท้จริง ทั้งสองฝ่ายจึงมีความแตกต่างกันอยู่พอสมควร
ภายใต้การกระตุ้นของทัณฑสวรรค์ ง้าวมังกรทมิฬทั้งเล่มเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงและร้อนระอุราวกับมันกำลังถูกหลอมใหม่
โดยปกติแล้วการที่อาวุธถูกหลอมใหม่ถือเป็นเรื่องดี แต่ง้าวมังกรทมิฬนั้นเป็นอาวุธที่มีจิตวิญญาณในตัวเอง
การหลอมใหม่อีกครั้งจึงเท่ากับเป็นการทำลายจิตวิญญาณปัจจุบันของง้าวมังกรทมิฬ
หลี่เตาสัมผัสได้ถึงแรงกดดันจากง้าวมังกรทมิฬ หลังจากนั้นความคิดหนึ่งผุดขึ้น
พลังปราณโลหิตพันกระหวัดดึงดูดพลังทัณฑสวรรค์จำนวนมากมาสู่ร่างของเขาโดยตรง เพื่อช่วยบรรเทาแรงกดดันของง้าวมังกรทมิฬ
ภายใต้อิทธิพลของพลังทัณฑสวรรค์ พลังกายอันแข็งแกร่งของหลี่เตาได้เริ่มถูกทดสอบ
จากนั้นจึงเห็นเพียงว่าผิวหนังบนร่างกายของเขาเริ่มดำคล้ำและหลุดลอกออกภายใต้อิทธิพลของพลังทัณฑสวรรค์
แต่ด้วยพลังการฟื้นฟูอันแข็งแกร่งของเขา ทุกครั้งที่ผิวหนังหลุดลอกออก ผิวหนังชั้นใหม่ก็จะงอกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
หลังจากนั้นกระบวนการเดิมก็เกิดขึ้นซ้ำอีก
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใด หลี่เตาพบว่าภายใต้พลังทัณฑสวรรค์นั้น ร่างกายของเขาเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างออกไปจากเดิม
เนื้อเยื่อในร่างกายของเขาตายและฟื้นฟูอยู่อย่างต่อเนื่องภายใต้พลังทัณฑสวรรค์
และระหว่างการตายและฟื้นฟูนั้น ร่างกายของเขากลับเกิดปรากฏการณ์คล้ายกับตอนที่ร่างกายแปรสภาพครั้งแรก
แม้ว่าจะไม่ชัดเจนเท่าตอนที่ร่างกายทะลวงขีดจำกัดและแปรสภาพ แต่การที่สามารถส่งผลต่อร่างกายที่แปรสภาพแล้วของเขาได้นั้นก็นับว่าแข็งแกร่งมากแล้ว
เมื่อมีความแข็งแกร่งถึงระดับของเขาแล้ว แม้ดูเหมือนก้าวหน้าเพียงเล็กน้อย แต่ความก้าวหน้าเพียงน้อยนิดนี้ก็อาจต้องใช้ความพยายามทั้งชีวิตของบางคนและอาจยังไม่สามารถบรรลุถึงได้
อีกด้านหนึ่ง
ด้วยความช่วยเหลือของหลี่เตา ง้าวมังกรทมิฬจึงไม่ต้องเผชิญกับแรงกดดันมากเกินไป ในขณะเดียวกันมันก็เกิดการเปลี่ยนแปลงใหม่ขึ้น
มันเป็นอาวุธที่หลอมสร้างขึ้นด้วยฝีมือมนุษย์จนถึงขีดสุด
และในตอนนี้ภายใต้อิทธิพลของพลังแห่งฟ้าดิน สิ่งเจือปนในชั้นลึกได้ค่อยๆ ถูกขับออกมาทีละน้อย
หากจะกล่าวว่าง้าวมังกรทมิฬเป็นอาวุธที่หลี่เตาขอให้เถี่ยซานเหนียงช่วยหลอมเพื่อนำมารับมือกับระดับมหาราชาปรมาจารย์เช่นนั้น ง้าวมังกรทมิฬในตอนนี้ที่ผ่านการชำระล้างด้วยทัณฑสวรรค์มาแล้ว มันกำลังวิวัฒนาการไปสู่อาวุธระดับเทพ
เทพมนุษย์คือระดับที่เหนือกว่าหลังจากมนุษย์ธรรมดาทะลวงขีดจำกัดแล้ว
เช่นเดียวกันอาวุธระดับเทพมนุษย์ก็คืออาวุธที่เหนือกว่าหลังจากอาวุธทะลวงขีดจำกัดแล้ว
หากง้าวมังกรทมิฬสามารถแปรสภาพได้สำเร็จในที่สุด ก็จะส่งผลต่อการเสริมพลังให้กับหลี่เตาอย่างชัดเจน
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด
เนื่องจากง้าวมังกรทมิฬได้กลืนกินพลังวิญญาณมังกรที่อยู่ในเส้นชีพจรมังกรเข้าไป
แม้จะไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่ดูจากการที่มีทัณฑสวรรค์เกิดขึ้นแล้ว ก็เห็นได้ชัดว่านั่นไม่ใช่ของธรรมดา
ทว่าแม้จะทำให้สวรรค์พิโรธ แต่ทัณฑสวรรค์ก็ย่อมมีขีดจำกัด ไม่ใช่ว่าจะฟาดจนคนตายไปเสียทีเดียว
ตราบใดที่ผู้ก่อกรรมสามารถรับผลที่ตนก่อได้ หลังจากที่สวรรค์ระบายความโกรธแล้วก็จะไม่ถือสาอีกต่อไป
นี่ก็คือโอกาสรอดชีวิตที่สวรรค์มอบให้แก่สรรพชีวิตทั้งปวง
เมื่อพลังปราณโลหิตในร่างของหลี่เตาเหลือเพียงครึ่งเดียว ในที่สุดทัณฑสวรรค์ก็หยุดลง
สุดท้ายเมื่อพลังกายของหลี่เตาแปรสภาพอย่างต่อเนื่องภายใต้ทัณฑสวรรค์ ความแข็งแกร่งของเขาก็เพิ่มขึ้นมาก
แม้จะเหลือพลังปราณโลหิตเพียงครึ่งเดียว แต่ความสามารถในการรับมือกับพลังทัณฑสวรรค์กลับแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม
พอรับรู้ได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย แม้จะไม่ได้ทะลวงขั้นจนถึงกับแปรสภาพไปอย่างน่าตื่นตะลึง
แต่ข้อดีคือครั้งนี้เป็นการแปรสภาพทั่วทั้งร่างกาย
หากคำนวณออกมาเป็นตัวเลข ความแข็งแกร่งของร่างกายของหลี่เตาในตอนนี้น่าจะมากกว่าก่อนเผชิญทัณฑ์สวรรค์ถึงเท่าตัว
แน่นอนว่าความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นมาเท่าตัวนี้ไม่ได้แสดงขึ้นมาในระบบ
ก็เหมือนกับสถานการณ์ที่ร่างกายแปรสภาพในครั้งก่อน
“คงจะไล่ตามได้บ้างแล้ว” หลี่เตาเอ่ยพึมพำกับตนเอง
แม้ว่าในตอนนี้เขาจะยังไม่สามารถยกระดับพลังกายไปถึงระดับเทพมนุษย์ได้จริงๆ แต่หากต้องต่อสู้กับไกเชียนจงอีกครั้ง เขาก็คงจะไม่ได้ไร้พลังเหมือนกับครั้งก่อนแล้ว
โดยรวมแล้วน่าจะห่างกันสามส่วนกับเจ็ดส่วน เขา (หลี่เตา) สามส่วน ไกเชียนจงเจ็ดส่วน
อย้ามองว่าทั้งสองฝ่ายมีช่องว่างห่างกันมากขนาดนี้
หากเป็นเมื่อก่อนน่ะหรือ ให้บอกว่าเป็นหนึ่งส่วนกับเก้าส่วนก็ยังถือว่าประเมินหลี่เตาสูงเกินไปด้วยซ้ำ
ท้ายที่สุดแล้วความแตกต่างระหว่างเทพมนุษย์กับผู้ที่ไม่ใช่เทพมนุษย์นั้นมันห่างกันมากเกินไป
หลังจากทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของร่างกายแล้ว หลี่เตาก็ย้ายความสนใจไปที่ง้าวมังกรทมิฬ
ในครั้งนี้ง้าวมังกรทมิฬต่างหากที่เป็นตัวเอก ส่วนเขาเป็นเพียงแค่เครื่องมือเท่านั้น
หากแม้แต่เขาที่เป็นเพียงแค่เครื่องมือยังได้รับผลลัพธ์มากมายถึงเพียงนี้ แล้วตัวเอกที่แท้จริงเล่า ?
หลังจากจับง้าวมังกรทมิฬขึ้นมาพิจารณาดูอย่างละเอียด
ทันใดนั้นก็มีแสงสว่างปรากฏขึ้นบนง้าวมังกรทมิฬ ในชั่วขณะถัดมาร่างสีขาวร่างหนึ่งพลันพุ่งออกมาจากง้าวมังกรทมิฬ
และเมื่อมองเห็นได้ชัดเจนแล้ว หลี่เตาก็ถึงกับชะงักงัน
“พลังวิญญาณมังกร ?”
สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าหลี่เตานี้ไม่ใช่สิ่งอื่นใด แต่เป็นพลังวิญญาณมังกรที่เคยดึงดูดทัณฑสวรรค์มาก่อนหน้านี้
แต่สิ่งที่แตกต่างคือแม้พลังวิญญาณมังกรก่อนหน้านี้จะมีรูปร่างเป็นมังกร แต่หลังจากที่เขาสังหารเส้นชีพจรมังกรแล้ว มันก็ได้กลายเป็นสิ่งไร้ชีวิต
ทว่าพลังจิตวิญญาณมังกรที่อยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้ มันกลับให้ความรู้สึกมีชีวิตชีวาราวกับเป็นสิ่งมีชีวิตอย่างแท้จริง
“ไม่ถูกต้อง… นี่ไม่ใช่พลังวิญญาณมังกร”
เพราะถึงแม้ว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าหลี่เตานั้นจะมีรูปร่างเป็นมังกร แต่มันดูคล้ายกับพลังที่มีลักษณะใกล้เคียงกับเส้นชีพจรมังกรมากกว่า
“จิตวิญญาณมังกร ?”
เมื่อจิตวิญญาณมังกรปรากฏตัว สายตาของมันก็กวาดมองไปรอบๆ ก่อนจะจับจ้องมาที่หลี่เตา
ในชั่วขณะถัดมา ดวงตาของมันพลันเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้น
แล้วจากนั้นมันก็พุ่งเข้ามาหาหลี่เตาทันที ลอยวนไปเวียนมาอยู่กลางอากาศ สุดท้ายก็เข้าไปถูไถกับแก้มของหลี่เตาไม่หยุด
“เจ้าคือ… ง้าวมังกรทมิฬหรือ ?”
หลังจากได้สัมผัสกับจิตวิญญาณมังกร หลี่เตาก็รู้สึกถึงพลังอันคุ้นเคย เขาจึงเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ
จิตวิญญาณมังกรพยักหน้าด้วยรูปลักษณ์ของมังกรน้อยกอปรกับแววตาไร้เดียงสาแบบทารกแรกเกิด จึงทำให้ดูน่ารักน่าเอ็นดูอย่างบอกไม่ถูก
เมื่อเห็นจิตวิญญาณมังกรพยักหน้า หลี่เตาก็พอจะเข้าใจสถานการณ์แล้ว
ที่ง้าวมังกรทมิฬครอบครองพลังวิญญาณมังกรเอาไว้ เพราะมันเข้าใจว่าพลังวิญญาณมังกรจะมีประโยชน์มหาศาลต่อตัวมัน
และประโยชน์นั้นก็คือการสามารถแปลงร่างเป็นจิตวิญญาณของตัวเองออกมาเช่นนี้
ก่อนหน้านี้เมื่อหลี่เตารู้ว่าง้าวมังกรทมิฬสามารถสร้างจิตวิญญาณของตัวเองได้ เขาก็ได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับอาวุธที่มีจิตวิญญาณมาบ้างแล้ว
โดยทั่วไปแล้วอาวุธของมนุษย์ธรรมดาๆ นั้นอย่างมากก็แค่เกิดจิตวิญญาณขึ้นมา
แต่การที่สามารถสื่อสารกับผู้ใช้ได้อย่างเลือนรางก็ถือว่าเป็นขีดจำกัดสูงสุดแล้ว
ส่วนอาวุธที่สามารถแปลงร่างจิตวิญญาณของตัวเองออกมาปรากฏในโลกแห่งความเป็นจริงได้นั้น หลี่เตาไม่เคยเห็นเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน
แม้แต่ในข้อมูลเกี่ยวกับอาวุธของเทพมนุษย์ที่เขารู้มา ไม่เคยมีบันทึกถึงเหตุการณ์เช่นนี้เลย
นี่หมายความว่าง้าวมังกรทมิฬได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของอาวุธเทพมนุษย์ไปแล้วงั้นหรือ
หลี่เตามองจิตวิญญาณมังกรก่อนจะหันไปมองง้าวมังกรทมิฬแล้วเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“เจ้าออกห่างจากง้าวมังกรทมิฬแล้วร่างแท้ของเจ้ายังควบคุมได้อยู่อีกหรือไม่ ?”
จิตวิญญาณมังกรเข้าใจความหมายในคำพูดของหลี่เตา มันจึงพยักหน้า
หลี่เตาเห็นอีกฝ่ายมาหยุดตรงหน้าร่างแท้ของมัน จากนั้นมันก็กระดิกกรงเล็บมังกรน้อยๆ แล้วง้าวมังกรทมิฬก็ลอยขึ้นมาเองในทันที
จากนั้นจิตวิญญาณมังกรก็ควบคุมง้าวมังกรทมิฬแล้วทำในสิ่งที่ทำให้หลี่เตาถึงกับตะลึงงัน