ระบบสังหาร จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 505 การระเบิดตัวเอง
เมื่อได้ยินคำพูดของไกเชียนจง หลี่เต่าก็เผยรอยยิ้มบาง
“ถ้าเจ้าทำได้นะ”
“โฮก !!”
ทันใดนั้นเสียงคำรามของมังกรก็ดังขึ้น เมื่อทั้งสองคนหันไปมอง พวกเขาก็เห็นเส้นชีพจรมังกรกำลังคำรามแล้วพุ่งเข้าใส่ตำแหน่งที่พวกเขายืนอยู่
“คราวนี้ข้าจะปล่อยเจ้าไปก่อน !!”
ไกเชียนจงตั้งท่าจะหลบหนีไป
ทันใดนั้นง้าวมังกรทมิฬก็พุ่งเข้าไปฟาดใส่เขาตรงๆ
“แม้จะสู้กับเส้นชีพจรมังกรไม่ได้ แต่ข้าผู้เป็นประมุขใช่ว่าจะสู้กับเจ้าไม่ได้ !!”
สายตาของไกเชียนจงเย็นชา เขาใช้การคุ้มครองเทพมนุษย์ป้องกันร่างกายเอาไว้ พร้อมจะสั่งสอนหลี่เต่าให้รู้สำนึก
แต่สิ่งที่เขาไม่คาดคิดคือเพียงแค่ผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วยาม พลังของหลี่เต่ากลับเพิ่มขึ้นมหาศาล ด้วยเหตุนี้การคำนวณของเขาจึงผิดพลาด
จนกระทั่งในชั่วเวลาที่เผลอประมาทไป หน้าอกของเขาก็ได้ถูกกรีดเป็นรอยเลือด
และการเคลื่อนไหวของหลี่เตาก็ยังไม่จบ ในขณะที่ไกเชียนจงยังไม่ทันได้สติ เขาก็เห็นจิตวิญญาณของเส้นชีพจรมังกรขนาดมหึมา กำลังจะพุ่งเข้าใส่ใบหน้า
ดังนั้นหลี่เตาจึงถีบเท้าใส่การคุ้มครองเทพมนุษย์ของไกเชียนจง
การคุ้มครองเทพมนุษย์รับแรงถีบส่วนใหญ่เอาไว้ได้ แต่ร่างของเขากลับถูกแรงที่เหลือซัดกระเด็นออกไป
“โฮก !!”
เมื่อเห็นไกเชียนจงลอยกระเด็นออกมา ดวงตาของเส้นชีพจรมังกรก็เป็นประกายสว่างวาบ มันคำรามเสียงดังแล้วอ้าปากงับเข้าใส่
ในยามคับขัน ไกเชียนจงพลันได้สติโต้ตอบทันท่วงทีและพยายามหลบหลีก ทว่าแม้เขาจะหลบปากมังกรไปได้ แต่ก็ถูกกรงเล็บมังกรตบจนลอยกระเด็นออกไปในทันที
หากเป็นก่อนหน้านี้ แม้จะถูกกรงเล็บมังกรตบจนบาดเจ็บ เขาก็ยังมีเวลาตั้งตัวเพื่อเตรียมรับมือต่อไปได้
แต่เพราะการปรากฏตัวของหลี่เตา เขาจึงไม่มีเวลาเช่นนั้นแล้ว
หลังจากที่ไกเชียนจงถูกกรงเล็บมังกรตบจนกระเด็น หลี่เตาก็ตอบสนองได้อย่างรวดเร็วด้วยการพุ่งออกไปสกัดเขาไว้
“ไร้เทียมทาน ! ดาวพิฆาต !”
หลี่เตาไม่ได้มุ่งหมายจะสังหารไกเชียนจง เขาเพียงแค่ต้องการขัดขาอีกฝ่ายเท่านั้น
เมื่อโจมตีเสร็จ หลี่เตาก็ส่งร่างอีกฝ่ายกลับไปอยู่ตรงหน้าเส้นชีพจรมังกรทันที
เส้นชีพจรมังกรเองก็ไม่รอช้า เมื่อศัตรูมาถึงตรงหน้าแล้ว มันก็โจมตีออกไปอย่างไม่ปรานี
หางมังกรขนาดมหึมาฟาดกวาดลงมา ก่อให้เกิดเสียงกึกก้องดังไปทั่ว
แม้จะมีพลังปราณแท้คอยปกป้องร่างกายเอาไว้ได้อย่างหนาแน่น แต่ภายใต้การโจมตีของหางมังกร ไกเชียนจงก็ยังถูกกระแทกจนกระอักเลือดออกมา
ตู้ม !
เพราะการโจมตีครั้งนี้มันรุนแรงเกินไป หลี่เตายังไม่ทันได้ตอบสนอง ไกเชียนจงก็ถูกฟาดจนจมลงไปในพื้นดินแล้ว
ต้องซ้ำเติมตอนที่บาดเจ็บ !
“หลอมรวม !!”
อาวุธปราณโลหิตจำนวนมากได้มารวมกันที่รอบตัวหลี่เต่า กลายเป็นห่าฝนสีเลือดที่โปรยปรายลงไปยังจุดที่ไกเชียนจงตกลงไป
ทันใดนั้นหุบเขาเป่ยหมางก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง จนกระทั่งเห็นเส้นชีพจรมังกรเคลื่อนเข้ามาใกล้ หลี่เตาถึงได้หยุดมือลง
ในขณะเดียวกันเขาก็รับรู้ได้ว่าลมหายใจของไกเชียนจงยังไม่หายไป
“เห็นได้ชัดว่าการโจมตีแบบครอบคลุมนั้นไม่อาจทำอะไรไกเชียนจงได้”
“เทพมนุษย์… ช่างยากที่จะสังหารเหลือเกิน”
หลี่เตาประเมินในใจเงียบๆ แม้การลงมือของเขาจะไม่สามารถสร้างความเสียหายได้มากนัก แต่การลงมือของเส้นชีพจรมังกรนั้นแตกต่างออกไป
ในตอนที่เส้นชีพจรมังกรได้ลงมือกับไกเชียนจงก่อนหน้านี้ หลี่เตาก็สังเกตเห็นว่าทุกครั้งที่เส้นชีพจรมังกรลงมือ มันจะสามารถดูดเอาพลังปราณแท้จำนวนมากจากไกเชียนจงมาได้
รอจนกระทั่งพลังปราณแท้มหาศาลในร่างของไกเชียนจงหมดสิ้นนั่นก็จะเป็นเวลาที่อีกฝ่ายต้องตายแล้ว
แต่ในระยะเวลาอันสั้นนี้คงจะเป็นไปไม่ได้แน่
“ไร้ขอบเขต” ในชื่อผู้บรรลุไร้ขอบเขตนั้นมาจากปริมาณพลังปราณแท้ที่มีอยู่
เนื่องจากการแทรกแซงของหลี่เตา จึงทำให้ไกเชียนจงไม่มีโอกาสหลบหนีไปได้เลยหากไม่กำจัดหลี่เตาสียก่อน
และการจะกำจัดหลี่เตานั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ก่อนหน้านี้ตอนที่พลังของหลี่เตายังไม่ได้เพิ่มขึ้น อีกฝ่ายยังไม่สามารถจัดการกับหลี่เตาในเวลาอันสั้นได้
และหลังจากที่พลังของหลี่เตาเพิ่มขึ้นแล้ว เขาก็ยิ่งไม่สามารถจัดการกับหลี่เตาในเวลาอันสั้นได้
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือพลังปราณโลหิตของหลี่เตานั้นแข็งแกร่งเกินไป
แข็งแกร่งถึงขนาดที่หลายครั้งที่ไกเชียนจงเกือบจะหลบหนีไปได้ แต่หลี่เตาก็ยอมบาดเจ็บสาหัสเพื่อที่จะรั้งตัวเขาเอาไว้
แม้หลี่เตาจะได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ก็สามารถฟื้นฟูกลับมาเป็นปกติได้ในเวลาอันสั้น
และยังมีปัญหาอีกอย่างคือ ไกเชียนจงได้ทะลวงขีดจำกัดของการฝึกลมปราณในร่างกาย มีพลังปราณแท้มหาศาลจนได้รับการขนานนามว่าเป็นผู้บรรลุไร้ขอบเขตแห่งสำนักเต๋า
ตามหลักการแล้วเขาไม่ควรกลัวการต่อสู้แบบประลองพลังยืดเยื้อเช่นนี้
แต่ปัญหาคือคู่ต่อสู้ที่เจอในครั้งนี้มันไม่เหมือนเดิม
ที่เรียกว่าผู้บรรลุไร้ขอบเขตนั่น นอกจากตัวเขาเองจะมีพลังปราณแท้มหาศาลที่สามารถใช้ได้แล้ว ความเร็วในการดูดซับพลังสวรรค์พิภพจากภายนอกก็ไม่ธรรมดา
ในขณะที่เขาใช้พลังปราณแท้อย่างสิ้นเปลืองก็ยังสามารถได้รับการเติมเต็มจากภายนอกได้อย่างต่อเนื่อง
แต่เมื่อเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้อย่างเส้นชีพจรมังกรแล้ว ก็อาจกล่าวได้ว่ามีแต่ทางออกไม่มีทางเข้า
เพราะว่าตอนนี้พลังสวรรค์พิภพทั้งหมดรอบข้างล้วนแต่แผ่ออกมาจากร่างของเส้นชีพจรมังกร
เดิมทีเขาก็ดูดซับพลังสวรรค์พิภพที่มาจากเส้นชีพจรมังกรมากเกินไปจนถูกเส้นชีพจรมังกรเล่นงานเช่นนี้
หากยังจะดูดซับเพิ่มอีกก็เท่ากับหาเรื่องใส่ตัวโดยแท้
ดังนั้นในสภาวะที่มีแต่การสูญเสียไม่ได้มีเพิ่มเช่นนี้
หลังจากต่อสู้กันมาหนึ่งวันหนึ่งคืน พลังปราณแท้ในร่างของไกเชียนจงก็หมดลงในที่สุด
ตอนที่เขายังมีพลังปราณแท้เหลือเพียงพอ เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีของหลี่เตา เขาจะใช้พลังปราณแท้ในร่างต้านทานโดยตรง
แต่ตอนนี้เพื่อลดการสูญเสียโดยสิ้นเปลือง เขาจำเป็นต้องหาวิธีหลบหลีกการโจมตีของหลี่เตาและเส้นชีพจรมังกรไปพร้อมกัน
ทว่าน่าเสียดายเมื่อเวลาผ่านไปแล้ว ดูเหมือนเส้นชีพจรมังกรจะเข้าใจว่าหลี่เตากำลังช่วยมันจัดการกับเจ้าโจรผู้นั้น
การประสานงานจึงยิ่งกลมกลืนมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้สถานการณ์ของไกเชียนจงยิ่งลำบากขึ้นทุกที
“โฮกกก !!”
หลังจากหลี่เตาหาจังหวะเหมาะส่งไกเชียนจงกระเด็นออกไปได้อีกครั้ง คราวนี้เส้นชีพจรมังกรก็เตรียมพร้อมรออยู่แล้ว
ปากมังกรขนาดมหึมางับร่างของไกเชียนจงเอาไว้โดยไม่ให้โอกาสแม้แต่น้อย
ภายใต้แรงกัดอันมหาศาลนั้น ไกเชียนจงได้แต่ระดมพลังปราณแท้ที่เหลืออยู่ในร่างทั้งหมดมาเพื่อต้านทาน
จวะ !
ในที่สุดไกเชียนจงก็ใช้พลังที่เหลืออยู่ดิ้นรนหลุดออกมาจากเส้นชีพจรมังกรได้
แต่แขนข้างหนึ่งของเขากลับถูกกัดขาดติดอยู่ในปากของเส้นชีพจรมังกร
ไกเชียนจงยืนอยู่กลางอากาศด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
มือซ้ายเขายกคุมแขนขวาที่บาดเจ็บ พลังปราณแท้ในร่างเหือดแห้ง อีกทั้งยังสูญเสียแขนไปหนึ่งข้างอีก
นี่คือช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดของเขา
ยิ่งพอมาถึงตอนสุดท้ายแล้ว หลี่เตาก็ยิ่งไม่ต้องการให้โอกาสไกเชียนจงแม้แต่น้อย
ดูเหมือนเส้นชีพจรมังกรเองก็คิดเช่นเดียวกัน
ดังนั้นทั้งคนและมังกรจึงไม่ให้โอกาสไกเชียนจงได้หายใจหายคอเลย พร้อมใจกันเปิดฉากโจมตีครั้งสุดท้าย
เมื่อไกเชียนจงเห็นภาพตรงหน้า ดวงตาทั้งสองข้างก็เต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย
จากนั้นก็ได้ยินเพียงเสียงเขากัดฟัน
“อยากตายก็ตายด้วยกัน !”
ทันใดนั้นพลังอันน่าสะพรึงกลัวก็พลันปะทุออกมาจากร่างของไกเชียนจง
หลี่เตาและเส้นชีพจรมังกรยังไม่ทันได้โจมตี ร่างของศัตรูก็พลันพองขยายขึ้นอย่างรวดเร็ว
ระเบิดตัวเองงั้นหรือ ?
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า คำหนึ่งก็แวบเข้ามาในความคิดของหลี่เตาทันที
พร้อมกับที่ความคิดนั้นผุดขึ้นมา ร่างของเขาก็เคลื่อนไหวโดยสัญชาตญาณ
หลี่เตาหยุดฝีเท้าลงพร้อมกับถอยหลังอย่างรวดเร็ว
แต่เส้นชีพจรมังกรดูจะไม่ฉลาดพอ กว่ามันจะรู้ตัวว่ามีบางอย่างผิดปกติก็ตอนที่เข้าไปใกล้แล้ว
ทว่าสายเกินไปเสียแล้ว ในชั่วขณะถัดมา แสงสว่างสีขาวก็ได้แผ่กระจายไปทั่วทั้งฟ้าดิน ราวกับว่าโลกทั้งใบกลายเป็นสีขาวโพลนในพริบตา
ก่อนที่แสงสว่างจะตกกระทบกับร่าง คำถามหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในห้วงความคิดของหลี่เตา
“ศีรษะของคนผู้นี้จะนับเป็นของใครกันแน่ ?”
จนกระทั่งเห็นแสงสีน้ำเงินสายหนึ่งพุ่งมาหาเขาท่ามกลางแสงขาวโพลนนั้น หลี่เตาก็ได้เข้าใจแล้วว่าศีรษะนั้นจะนับเป็นของใคร
ด้วยเหตุนี้เขาจึงทุ่มสมาธิทั้งหมดในการต้านทานพลังมหาศาลที่เกิดจากการระเบิดตัวเองเอาไว้