ระบบสังหาร จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 504 บ่วงกาง
รองประมุขสำนักปราบสวรรค์มีเพียงความคิดเดียวในหัวเท่านั้น เขาวิ่งนำหน้าและวิ่งอย่างรวดเร็วที่สุด เขาเชื่อว่าตนเองจะต้องรอดชีวิตไปได้แน่นอน แต่สิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือเหล่าผู้นำระดับสูงของสำนักปราบสวรรค์ในที่อื่น ๆ ล้วนแต่ถูกสังหารจนสิ้นซากไปแล้ว
“ถึงแล้ว !”
ด้วยความเร็วของเขาเขาเกือบจะวิ่งออกจากหุบเขาเป่ยหมางได้แล้ว
ทว่าน่าเสียดายที่วรยุทธของเขามีเพียงแค่ระดับกึ่งเทพมนุษย์เท่านั้น แม้จะสามารถเหาะได้ในระยะใกล้และความเร็วสูงแต่ก็ยังไม่ถึงขั้นที่จะข้ามเขาเป่ยหมางไปได้ มิเช่นนั้นเขาก็คงเหาะออกไปได้โดยตรงไปแล้ว
ขณะที่รองประมุขกำลังจะออกจากเขตเขาเป่ยหมาง ทันใดนั้นก็มีลำแสงสายหนึ่งพุ่งลงมาจากฟากฟ้าและฟาดลงบนพื้นตรงหน้าเขา
รองประมุขพลันหยุดชะงักทันทีและมองไปด้านหน้าเขาเห็นง้าวยาวที่มีสายฟ้าพันอยู่รอบ ๆ ด้ามปักอยู่บนเส้นทางที่เขาต้องผ่าน
ในเวลาเดียวกันนั้นร่างหนึ่งก็ค่อย ๆ ลอยลงมาจากท้องฟ้า
“เหตุใดเจ้าจึงไล่ตามข้าทันหรือว่าเจ้าละทิ้งพวกเขามา ?”
สีหน้าของรองประมุขสำนักเปลี่ยนไปอย่างผิดปกติ เขาคิดว่าตนเองโชคร้ายที่ถูกจับตามอง
หลีเตาส่ายหน้า “วางใจได้พวกเขารออยู่เบื้องล่างก่อนแล้ว”
ครั้งนี้สีหน้าของรองประมุขสำนักยิ่งดูย่ำแย่กว่าเดิม การที่สามารถจัดการคนอื่นได้ในเวลาอันสั้นเช่นนี้แสดงให้เห็นว่าฝีมือของอีกฝ่ายแข็งแกร่งกว่ามาก เขาจึงยิ่งไม่มีโอกาสหนีรอดได้เลย
“ไอ้สารเลว … ข้าสู้ตายกับเจ้า !”
รองประมุขสำนักที่รู้ว่าไม่อาจหนีรอดไปได้จู่ ๆ ในดวงตาก็ฉายแววตัดสินใจอย่างเด็ดขาด เขาตะโกนก้องแล้วพุ่งเข้าโจมตีหลีเตาทันที
เมื่อเห็นดังนั้นหลีเตาก็รู้สึกประหลาดใจอยู่บ้างแต่ก็ยินดีที่ศัตรูไม่ได้หนีไป
ดังนั้นเขาจึงไม่ปรานีอีกทำการลงมือจัดการอีกฝ่ายโดยไม่ลังเลทันที แม้ระดับกึ่งเทพมนุษย์จะอยู่ระหว่างเทพมนุษย์แต่มันก็ไม่ใช่ระดับเทพมนุษย์ที่แท้จริง สิบกระบวนท่าแรกรองประมุขสำนักยังพอต่อสู้ได้บ้าง
สิบกระบวนท่ากลางรองประมุขสำนักเริ่มเสียเปรียบได้แต่ถอยร่นไปเรื่อย ๆ และพอถึงสิบกระบวนท่าสุดท้ายรองประมุขสำนักก็ไม่สามารถต้านทานได้อีกต่อไป
ฉึก!
หลีเตาแทงง้าวมังกรทมิฬทะลุทรวงอกของรองประมุขสำนักในทันที
“เจ้า … เจ้า !”
รองประมุขสำนักก้มมองดูง้าวมังกรทมิฬที่อกของตน ก่อนจะกระอักเลือดสดที่มีเศษอวัยวะภายในปนออกมา
เขาเงยหน้าขึ้นมองหลีเตาพลางเอ่ยด้วยแววตาที่ไม่ยอมแพ้ “เจ้าชนะแล้วแต่ท่านประมุขสำนักจะต้องแก้แค้นให้พวกข้าแน่”
รองประมุขสำนักฝีเท้าซวนเซถอยหลังไปหลายก้าว ก่อนจะดึงร่างออกจากง้าวมังกรทมิฬเผยให้เห็นรูใหญ่เต็มไปด้วยเลือดที่ทรวงอก เมื่อเลือดไหลนองเต็มพื้นการเคลื่อนไหวของเขาก็หยุดชะงักทั้งร่างล้มลงในแอ่งเลือดก่อนจะสิ้นลมหายใจไป แต่หลังจากรองประมุขสำนักตายไปแล้วหลีเตาก็ไม่ได้ขยับเขยื้อนแต่อย่างใด เขาเพียงแค่ชักง้าวมังกรทมิฬกลับมาแล้วยืนนิ่งอยู่ที่เดิมพลางจ้องมองศพในแอ่งเลือดอย่างเงียบ ๆ
ผ่านไปครู่หนึ่ง
หลีเตาพลันเอ่ยกับศพว่า “เจ้ารออะไรอยู่รอให้ศพเน่าเหม็นหรือ ?”
ในชั่วขณะถัดมาแสงสีฟ้าสายหนึ่งก็พลันพุ่งออกมาจากกลางหน้าผากของศพ มันมุ่งหน้าหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นเช่นนั้นหลีเตาจึงหยิบง้าวมังกรทมิฬขึ้นมาและสะบัดมือเหวี่ยงออกไป
“ดับสูญ !”
ง้าวมังกรทมิฬพุ่งทะยานแหวกผ่านท้องฟ้าและตกกระทบกลุ่มแสงสีฟ้านั้นได้ทัน
อ๊าก!
ท่ามกลางเสียงร้องโหยหวนง้าวมังกรทมิฬได้พุ่งทะลุผ่านแสงสีฟานั้นไป กลุ่มแสงสีฟ้าแตกกระจายเป็นประกายเล็ก ๆ ก่อนมันจะหายวับไปในอากาศ
[ฆ่าศัตรูหนึ่งคนได้รับคุณสมบัติ : 58318.28]
เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบหลีเตาจึงค่อยพยักหน้า นี่แหละถูกต้องแล้ว ไหนเลยจะมีคนตายแล้วไม่ปล่อยค่าคุณสมบัติออกมาเว้นแต่ว่าผู้นั้นยังไม่ตายจริง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสำนักปราบสวรรค์ที่ชำนาญวิชาควบคุมวิญญาณเช่นนี้ด้วยแล้วก็ยิ่งต้องระวังกลอุบายแบบนี้ให้มาก
“ระบบ !!”
[นายท่าน : หลีเตา]
[พลังกาย : 425043.69]
[คุณสมบัติที่ใช้ได้ : 118314.28]
เนื่องจากยังต้องเผชิญหน้ากับประมุขสำนักผู้ครองสวรรค์และเส้นชีพจรมังกรที่ไม่รู้ที่มา เพื่อความไม่ประมาทหลีเตาจึงตัดสินใจที่จะทะลวงพลังของตนเองเป็นการชั่วคราว
‘เพิ่มคุณสมบัติ !’
เพียงแค่ความคิดผุดขึ้น คุณสมบัติที่สะสมมาหลายแสนก็กลายเป็นกระแสความร้อนไหลเข้าสู่ร่างของหลีเตาทันที หลังจากนั้นไม่นาน …
[นายท่าน : หลีเตา]
[พลังกาย : 543357.97]
[คุณสมบัติที่ใช้ได้ : 0]
หลีเตากำหมัดแน่นเขาลองสัมผัสถึงพลังที่มีอยู่ภายในร่างดู ด้วยพลังกายที่เขามีในตอนนี้ น่าจะไล่ทันระดับกึ่งเทพมนุษย์แล้ว
แม้ดูเหมือนว่าการเพิ่มคุณสมบัติหลายแสนจุดจะเพิ่มคุณสมบัติโดยรวมขึ้นมาเพียงหนึ่งในสี่เท่านั้น แต่ความจริงแล้วพลังกายไม่ใช่เพียงตัวเลขที่ระบบจะคำนวณได้อย่างง่ายดาย
ยิ่งเมื่อถึงช่วงท้ายพลังกายก็ยิ่งยากที่จะเพิ่มพูน
เพียงแต่เขามีระบบจึงทำให้สามารถเพิ่มพูนได้อย่างไรขีดจำกัดเช่นนี้
เมื่อมาถึงจุดนี้หลีเตาก็อดชื่นชมระบบในใจไม่ได้ เดิมทีเขากังวลว่าหากเพิ่มแต้มมากเกินไป ระบบอาจจะหักออกหรือเรียกร้องสิ่งแลกเปลี่ยนในการเพิ่มแต้ม
แต่ไม่คิดว่าจนถึงตอนนี้ระบบจะยังคงซื่อตรงให้เท่าไหร่ก็ได้เท่านั้น ดังนั้นดูจากที่ระบบแสดงแล้วแม้คุณสมบัติจะดูเหมือนเพิ่มขึ้นเพียงแค่หนึ่งในสี่แต่ความจริงแล้วพลังโดยรวมกลับเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว
ก่อนหน้านี้ไกเชียนจงยังพลาดท่าบาดเจ็บจากมือเขาได้ หากตอนนี้อีกฝ่ายยังประมาทอีกเขาก็จะสามารถโจมตีจนอีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บสาหัสได้
หากโชคดีพอการต่อกรกับระดับเทพมนุษย์ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้
หลีเตามองไปยังเส้นชีพจรมังกรที่ยังคงอาละวาดอยู่ในที่ไกล ๆ ก่อนจะถือง้าวมังกรทมิฬแล้วค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้ ๆ อย่างระมัดระวัง
“เฮ้อ!”
นับตั้งแต่ที่ทะลวงขั้นเทพมนุษย์มา ไกเชียนจงไม่เคยต้องอับจนหนทางถึงเพียงนี้มาก่อน แต่ตอนนี้เขาถึงกับถูกบดขยี้ลงกับพื้น
แม้จะเป็นเส้นชีพจรมังกรก็ไม่ควรทำเช่นนี้
ทว่าน่าเสียดายเขาได้แต่ทำใจดีสู้เสืออยู่ในใจเท่านั้น
ก่อนหน้านี้เขาเคยโอหังต่อหน้าหลีเตามากเพียงใด ต้องมาพบจุดจบอันน่าอนาถต่อหน้าเส้นชีพจรมังกรมากเพียงนั้น การคุ้มครองเทพมนุษย์ใช้ไม่ได้ พลังปราณแท้ในร่างกายก็ยังควบคุมไม่ได้ ที่สำคัญกว่านั้นคือการโจมตีธรรมดาใช้กับเส้นชีพจรมังกรที่เป็นพลังปราณบริสุทธิ์ไม่ได้ผล สรุปคือเมื่อเผชิญหน้ากับเส้นชีพจรมังกรแล้วเขาก็แทบไม่มีโอกาสชนะได้เลยแม้แต่น้อย ในที่สุดไกเชียนจงก็ทนไม่ไหวแล้ว
ตอนนี้เขาไม่อยากคิดถึงเรื่องเส้นชีพจรมังกรอีกต่อไป และไม่คิดจะจัดการกับหลีเตาอีกแล้ว
สิ่งที่เขาต้องคิดในตอนนี้คือวิธีรักษาชีวิตตัวเองเอาไว้ก่อน
“หนีกันเถอะ !”
ไกเชียนจงคิดเหมือนรองประมุขสำนักปราบสวรรค์ แม้จะน่าอับอายอยู่บ้างแต่ขอเพียงภูเขาเขียวยังอยู่ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีฟืนเผา สำนักปราบสวรรค์ของพวกเขาก็เดินทางมาเช่นนี้ตลอด ในอดีตมีคู่ต่อสู้มากมายที่ถูกวิชาลับของสำนักปราบสวรรค์ทำให้ตายอย่างทรมาน
เมื่อคิดได้เช่นนี้ไกเชียนจงจึงเลือกที่จะเลิกติดพันกับเส้นชีพจรมังกรอีก
แม้เส้นชีพจรมังกรจะแข็งแกร่งและสามารถกดข่มเขาได้ แต่ท้ายที่สุดแล้วมันก็เป็นเพียงสิ่งวิเศษของฟ้าดินเท่านั้น วิธีการโจมตีเองก็เรียบง่ายรุนแรงทั้งยังไม่เข้าใจเล่ห์เหลี่ยมกลอุบาย
หากเขาต้องการจะหลบหนีไปก็ไม่ใช่เรื่องยาก
แต่ในขณะที่ไกเชียนจงกำลังจะหลบหนีไปนั้น เงาร่างหนึ่งก็พลันปรากฏขวางหน้าเขาไว้ ไม่ใช่ผู้ใดอื่นแต่เป็นหลีเตาที่กลับมาดูการต่อสู้
เดิมทีหลีเตาตั้งใจจะดูการต่อสู้ระหว่างเส้นชีพจรมังกรกับไกเชียนจง เขาหวังจะได้ประโยชน์จากการจับปลาในน้ำขุ่น
แต่ไม่นานนักเขาก็พบว่าไกเชียนจงดูเหมือนจะมีความคิดที่ไม่ควรมี
ดังนั้นเขาจึงต้องออกมาปรากฏตัวเช่นนี้มิเช่นนั้นแล้วหากปลาตัวใหญ่เช่นนี้หลุดรอดไปก็ไม่รู้ว่าจะได้พบอีกเมื่อใด
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคนอย่างไกเชียนจงจะวางแผนอุบายใด เขาทิอยู่ในที่แจ้งก็ยอมป้องกันได้ยาก
ดังนั้นแล้ววันนี้ไกเชียนจงจะต้องตกตายอยู่ที่นี่นั่นเอง
“เจ้าอยากตายหรือไร !”
“จะโผล่ออกมาตอนไหนก็ไม่มา มาโผล่เอาตอนนี้นะไอ้สารเลว !”
ไกเชียนจงยอมเข้าใจความคิดของหลีเตาในตอนนี้ได้เป็นอย่างดี