ระบบสังหาร จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 503 การสังหารผู้นำระดับสูงของสำนักปราบสวรรค์
- Home
- ระบบสังหาร จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ
- บทที่ 503 การสังหารผู้นำระดับสูงของสำนักปราบสวรรค์
“จงประมุข พวกเราควรทำอย่างไรดี ?”
เมื่อเห็นประมุขของตนถูกเส้นชีพจรมังกรโจมตีจนต้องถอยร่นไปเรื่อย ๆ หนึ่งในผู้นำระดับสูงของสำนักปราบสวรรค์ก็อดถามรองประมุขที่อยู่ด้านข้างไม่ได้ ในตอนนี้รองประมุขสำนักปราบสวรรค์เองก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเช่นกัน เพราะการต่อสู้ระหว่างเส้นชีพจรมังกรกับไกเชียนจงนั้นไม่ใช่เรื่องที่พวกเขาจะสอดมือเข้าไปยุ่งได้ หากสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไปก็มีแต่จะหาความตายเท่านั้น
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง รองประมุขก็กัดฟันพูดขึ้นว่า
“พวกเราออกจากเขาเป่ยหมางกันก่อนเถอะ”
“จะให้ออกจากเขาเป่ยหมางหรือ ?”
รองประมุขพยักหน้าพลางกล่าวอย่างจริงจัง
“แทนที่จะอยู่ที่นี่แล้วเป็นคนไร้ประโยชน์ สู้ไปหาที่ซ่อนตัวก่อน”
“ด้วยวิชาลับของสำนักแล้ว เมื่อใดที่ท่านประมุขได้รับชัยชนะก็จะมาตามหาพวกเราเอง”
ชัยชนะ ?
ทุกคนไม่หันกลับไปมองก็ยังดี แต่พอหันกลับไปแล้วพวกเขาก็เห็นไกเชียนจงถูกเส้นชีพจรมังกรบดขยี้ลงบนเทือกเขาเป่ยหมาง
“ท่านรองประมุขพูดถูกแล้ว ข้าเห็นด้วยกับความคิดของท่าน”
“ใช่ ๆ รอให้ท่านประมุขชนะแล้วก็จะออกตามหาพวกเราเอง พวกเราอยู่ที่นี่ไปก็จะเป็นแค่ตัวถ่วงท่านประมุข ทำให้ท่านไม่สามารถแสดงฝีมือได้อย่างเต็มที่”
“รีบไปกันเถอะ หากช้าไปอาจเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นก็เป็นได้”
ไม่นานนักทุกคนก็ตกลงกันอย่างรวดเร็ว รองประมุขตบอกตนเองพลางกล่าวอย่างจริงจังว่า
“ทุกอย่างเพื่อสำนักปราบสวรรค์”
“เพื่อสำนักปราบสวรรค์”
ในขณะที่ทุกคนกำลังเตรียมตัวจะจากไปนั้น ทันใดนั้นก็เห็นเงาร่างหนึ่งค่อย ๆ เดินเข้ามาหาพวกเขา
เมื่อมองเห็นได้ชัดเจนแล้วสีหน้าของทุกคนก็แสดงความตื่นตระหนกออกมา
“พวกเจ้ากำลังจะไปที่ใดกัน ?”
หลีเตาแบกง้าวมังกรทมิฬไว้บนบ่าพลางเอ่ยถามเสียงเรียบ รองประมุขก้าวเท้าออกมากล่าวว่า
“เจ้าอย่าได้หยิ่งผยอง รอให้ท่านประมุขวางมือเมื่อไหร่เจ้าต้องจบไม่สวย เป็นดังนั้นเจ้าควรรีบจากไปก่อนที่ท่านประมุขจะว่างมาจัดการเจ้าเสียดีกว่า”
โครม!
ทันทีที่รองประมุขพูดจบ เงาร่างหนึ่งก็ร่วงลงมาจากที่ไกลนักกระแทกเข้ากับพื้นอย่างรุนแรง
ด้วยวรยุทธของทุกคนที่อยู่ในที่นี้ ย่อมเห็นได้ชัดว่าเงาร่างนั้นไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นไกเชียนจง
เงาร่างอันใหญ่โตของเส้นชีพจรมังกรได้เคลื่อนผ่านพวกเขาไปอย่างรวดเร็วพร้อมส่งเสียงคำรามดังกึกก้องมุ่งหน้าไปยังจุดที่ไกเชียนจงร่วงลงไป จากนั้นเสียงโดนตีก็ดังขึ้นมาจากบริเวณที่ไกเชียนจงตกลงไป เหล่าผู้คนของสำนักปราบสวรรค์ “…”
ทันใดนั้นรองประมุขสำนักก็ได้ตะโกนขึ้นเขารีบพุ่งตัวออกไปเป็นคนแรก
คนที่เหลือตกตะลึงไปชั่วครู่แต่ก็ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว พากันรีบพุ่งออกไปคนละทิศละทาง
ส่วนเรื่องที่ว่าจะจากนี้อีกฝ่ายจะเลือกใครเป็นเป้าหมายหลักก็ต้องรอดูว่าใครจะเป็นผู้โชคร้าย
หลีเตามองดูคนเหล่านั้นที่วิ่งหนีกระเจิดกระเจิงไปด้วยความรู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก ราวกับเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาหลายครั้งแล้ว
ตอนนั้นเขาจัดการมันอย่างไรนะ ?
หลีเตามองดูกลุ่มคนที่กำลังหลบหนีไปจากนั้นเขาก็ปักด้ามง้าวมังกรทมิฬลงข้างเท้าแล้วยกมือซ้ายขึ้นมา ในชั่วขณะถัดมาพลังปราณโลหิตสีเลือดก็เริ่มหลอมรวมตัวกันจากฝ่ามือของเขาทั้งด้านบนและล่าง ไม่นานนักคันธนูยาวสลักลายมังกรสีเลือดที่สร้างจากพลังปราณโลหิตก็ปรากฏขึ้นในมือของเขา จากนั้นเขาก็เอามือขวาวางลงบนสายธนูที่สร้างขึ้นจากพลังปราณโลหิตเช่นกัน เมื่อดึงเบา ๆ หนึ่งครั้งลูกธนูที่สร้างจากพลังปราณโลหิตก็ปรากฏขึ้นบนนั้น
“ฉึบ!”
เมื่อเสียงพูดดังขึ้นลูกธนูก็แยกออกเป็นแปดดอกในเวลาเดียวกันนั้น ดวงตาของหลีเตาก็มีประกายวูบผ่าน ชั่วขณะนั้นโลกทั้งใบในสายตาของเขาได้เคลื่อนไหวช้าลง บรรดาผู้นำสำนักปราบสวรรค์ที่กำลังหลบหนีไปทุกทิศทุกทางต่างปรากฏอย่างชัดเจนในสายตาของเขา ฉิว!
ในชั่วขณะถัดมาหลีเตาพลันปล่อยสายธนู จากนั้นลูกธนูทั้งแปดดอกก็พุ่งออกไปในทันทีราวกับเป็นลำแสงสีเลือด
และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น
ทันใดนั้นมือทั้งสองข้างของหลีเตาก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วจนเห็นเป็นเงาพร่า ดีงสายธนูยิงออกไปนับครั้งไม่ถ้วน
เห็นเพียงลูกธนูสีเลือดพุ่งกระจายออกไปในอากาศ เล็งเข้าไปยังเหล่าผู้นำสำนักปราบสวรรค์ที่กำลังหลบหนีอยู่ ผู้นำสำนักปราบสวรรค์ผู้หนึ่งกำลังวิ่งหนีสุดชีวิตแต่จู่ ๆ เขาก็ได้ยินเสียงแหวกอากาศดังมาจากด้านหลัง
เมื่อหันกลับไปมองดูเขาก็เห็นลูกธนูสีแดงจำนวนมากกำลังพุ่งเข้ามาใส่ตน
ลูกธนูหรือ ?
ดวงตาของผู้นำสำนักปราบสวรรค์ฉายแววดูแคลน ทันใดนั้นเขาก็เปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ทันที
แต่ผลคือลูกธนูเหล่านั้นราวกับเล็งเป้าหมายไว้ที่ตัวเขา พวกมันเองก็เปลี่ยนทิศทางแล้วพุ่งตามมาเช่นกัน
เมื่อเห็นเช่นนั้นเขาก็คิดหาวิธีรับมือได้อย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นเขาก้มตัวต่ำเรียดแนบติดพื้นพอจวนจะชนกำแพงก็พลันพุ่งตัวขึ้นตามหน้าผาในแนวดิ่ง
ส่วนลูกธนูเหล่านั้นกลับหลบหลีกไม่ทัน พวกมันจึงปักเข้าไปในหน้าผาทั้งหมด เมื่อยืนอยู่บนภูเขาแล้วมองเห็นหลีเตาไม่ได้ไล่ตามมา เขาจึงถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก ทันใดนั้นสัญญาณเตือนภัยในใจเขาก็ดังขึ้น ในชั่วขณะถัดมาก็มีลำแสงหลายสิบสายพุ่งออกมาจากภายในภูเขา เห็นได้ชัดว่าเขาไม่สามารถขวางลูกธนูสีแดงเหล่านั้นเอาไว้ได้ ดังนั้นเขาจึงรีบเร่งใช้พลังปราณแท้ในร่างกายพร้อมกับระดมพลังสวรรค์พิภพเพื่อต้านทานพวกมัน
เมื่อลูกธนูสีแดงปะทะเข้ากับพลังปราณแท้อบกายเขามันก็ระเบิดออกด้วยพลังอันน่าสะพรึงกลัวท่วมท้นร่างเขาไปในพริบตา ผ่านไปครู่หนึ่งหลังจากหลังการระเบิดสิ้นสุดลง ร่างของคนผู้หนึ่งก็ปรากฏขึ้นท่ามกลางฝุ่นควัน
“แคก แคก”
หลังจากไอออกมาอย่างรุนแรง ร่างอันยับเยินของผู้อาวุโสสำนักปราบสวรรค์ก็ปรากฏขึ้น
ทั่วทั้งร่างของเขาในยามนี้ไม่มีที่ใดที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ บางจุดถึงขั้นเห็นกระดูกด้วยซ้ำ
ทันใดนั้นจู่ ๆ เขาก็หัวเราะลั่นขึ้นมา
สาเหตุที่หัวเราะก็เป็นเพราะเมื่อเทียบกับคนโชคร้ายที่อาจต้องตายคนอื่น ๆ แล้ว เขากลับรอดชีวิตมาได้ แม้ว่าบาดแผลของเขาในตอนนี้จะดูน่าเวทนาอย่างยิ่ง แต่สำหรับผู้ที่อยู่ในระดับมหาราชาปรมาจารย์อย่างพวกเขาแล้ว การฟื้นฟูร่างกายก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็น แต่ทว่าในชั่วขณะถัดมาเสียงหัวเราะของเขาก็หยุดชะงักกลางคันแล้ว
นี่มัน …
เมื่อเงยหน้าขึ้นมองเขาพลันเห็นลูกธนูสีเลือดจำนวนมากกว่าเดิมถึงสิบกว่าเท่าปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าและพวกมันยังพุ่งตรงลงมาที่เขา
“ไม่นะ !”
ท่ามกลางเสียงตะโกนอันไม่ยอมจำนน ร่างของเขาได้ถูกลูกธนูสีเลือดถาโถมใส่จนมิด ครั้งนี้เขาไม่มีพลังเพียงพอที่จะต้านทานลูกธนูพวกนั้นอีกแล้ว เพียงแค่ทำลายลูกธนูไปได้ไม่ถึงครึ่งเขาก็สิ้นลมหายใจ จากนั้นภาพอันน่าพิศวงก็ปรากฏขึ้น
หลังจากที่เขาตายไปลูกธนูสีเลือดที่เหลืออยู่ก็ไม่ได้ร่วงหล่นลงมาแต่อย่างใด
แต่กลับหันปลายลูกศรแล้วพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าอีกครั้งราวกับกำลังมองหาเป้าหมายถัดไป
เหตุการณ์เดียวกันนี้ได้เกิดขึ้นในที่อื่น ๆ ด้วย
ไม่มีผู้นำระดับสูงของสำนักปราบสวรรค์คนใดหนีรอดจากการไล่ล่าของลูกธนูสีเลือดนี้ได้เลย
พวกเขามีทางเลือกเพียงอย่างเดียวนั้นคือต้องทำลายลูกธนูพวกนี้เท่านั้น และด้วยพลังในปัจจุบันของหลีเตาแล้ว ในบรรดาผู้ที่เหลืออยู่เหล่านี้นอกจากรองประมุขที่อยู่ในระดับกึ่งเทพมนุษย์แล้วแม้ยอดฝีมือระดับมหาราชาปรมาจารย์ของสำนักปราบสวรรค์จะรับมือกับลูกธนูสีเลือดได้แต่ความสามารถในการรับมือของพวกเขาก็มีจำกัดอย่างน้อยลูกธนูสีเลือดที่หลีเตาปลดปล่อยออกมามากๆพวกเขาก็ไม่สามารถรับมือกับพวกมันได้ทั้งหมด ดังนั้นหลีเตาจึงเพียงแค่ใช้พลังปราณโลหิตส่วนหนึ่งเท่านั้น จากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นในสมองเป็นระยะ
[ฆ่าศัตรูหนึ่งคนได้รับคุณสมบัติ : 12135.12]
[ฆ่าศัตรูหนึ่งคนได้รับคุณสมบัติ : 8521.87]
[ฆ่าศัตรูหนึ่งคนได้รับคุณสมบัติ : 20135.19]
[ฆ่าศัตรู …….]
ในที่สุดผู้นำระดับสูงของสำนักปราบสวรรค์ทั้งหมดก็ล้มตายเหลือเพียงรองประมุขเท่านั้นที่ยังมีชีวิตรอดจากการโจมตีของลูกธนูสีเลือด สำหรับรองประมุขผู้นี้การโจมตีเช่นนั้นคงไม่สามารถเอาชนะเขาได้โดยง่าย
หลีเตาจำเป็นต้องลงมือจัดการด้วยตนเอง ด้วยดวงตาที่ผ่านการแปรสภาพมาแล้วหลีเตาจึงสามารถระบุตำแหน่งของรองประมุขได้อย่างรวดเร็วจากนั้นเขาก็ไล่ตามไป