ระบบสังหาร จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 502 เส้นชีพจรมังกรตื่นจากการหลับใหล
แต่ในชั่วขณะถัดมา ง้าวมังกรทมิฬที่มีสายฟ้าพันรอบและเต็มไปด้วยกลิ่นอายการลงทัณฑ์จากสวรรค์นั้น ก็ได้ถูกหลีเตาฟาดลงบนพื้นดินอย่างหนักหน่วง
การโจมตีครั้งนี้ทำให้พื้นดินแตกร้าวและพังทลาย อสนีบาตอันทรงพลังได้ระเบิดออกมา
ในชั่วขณะนั้นสายฟ้าทั้งหมดถูกควบคุมโดยหลีเตาใหม่ให้มันไหลลงสู่ใต้พื้นดิน
ภาพเหตุการณ์นี้ทำให้ไกเชียนจงรู้สึกตกตะลึง แต่ไม่นานหลังจากนั้นพื้นดินก็สั่นสะเทือนอีกครั้ง
ทว่าการสั่นสะเทือนครั้งนี้ไม่ใช่คลื่นกระเพื่อมจากการโจมตีของหลีเตา แต่มันเป็น…
“โฮก !!”
ทันใดนั้นเสียงคำรามของมังกรที่เต็มไปด้วยพลังกดดันอันไร้ที่สิ้นสุดก็ดังขึ้นมาจากใต้พื้นพิภพ
“เป็นไปได้อย่างไร !!”
เมื่อได้ยินเสียงคำรามของมังกร สีหน้าของไกเชียนจงก็เปลี่ยนไปในทันที
แต่ก่อนที่เขาจะทันได้คิดอะไรไปมากกว่านี้ พื้นดินก็เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ
โดยมีหุบเขาเป่ยหมางเป็นจุดศูนย์กลาง พื้นดินในรัศมีร้อยลี้เริ่มสั่นสะเทือนตามมา
นอกจากนี้ยังมีเสียงคำรามของมังกรดังขึ้นมาจากใต้พื้นพิภพเป็นระยะ ราวกับว่ามันกำลังดิ้นรนต่อสู้อยู่
แต่สิ่งที่ทำให้ผู้คนรู้สึกหวาดกลัวโดยไม่รู้ตัวคือ เสียงคำรามของมังกรนั้นมันแฝงไปด้วยความโกรธแค้นและความอาฆาต
อีกด้านหนึ่ง หลีเตากำลังรู้สึกประหลาดใจที่ตนเองสามารถปลุกสิ่งที่อยู่ใต้พื้นพิภพให้ตื่นขึ้นมาได้จริงๆ
ทันใดนั้นเขาพลันรู้สึกได้ถึงบางสิ่ง สีหน้าจึงเปลี่ยนไปเล็กน้อย
จากนั้นเขาก็รีบก้าวถอยไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว
โครม!
จากนั้นตรงที่เขาเพิ่งยืนอยู่เมื่อครู่ก็ทรุดตัวลงทั้งหมด ทิ้งไว้เพียงหลุมลึกที่มองไม่เห็นก้นเท่านั้น
ในเวลาเดียวกันเขาก็ยังสังเกตเห็นได้ว่าพร้อมกับที่หลุมนั้นปรากฏขึ้น ไกเชียนจงก็ไม่ได้สนใจเขาอีกต่อไป
เห็นได้ชัดว่าสิ่งที่อยู่ใต้พื้นพิภพนั้นสำคัญกว่าเขามาก
“โฮก !!”
ทันใดนั้นเสียงคำรามของมังกรที่สนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้น ในครั้งนี้เสียงคำรามของมันชัดเจนเป็นพิเศษ
หลังจากเสียงคำรามของมังกรดังขึ้น กระแสพลังจากหลุมลึกก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
นี่มัน… พลังสวรรค์พิภพงั้นหรือ ?
เนื่องจากอยู่ใกล้มาก หลีเตาจึงสามารถสัมผัสได้ถึงพลังมหาศาลที่แฝงอยู่ในกระแสพลังเหล่านั้นได้อย่างชัดเจน
ภายใต้พลังนี้พละกำลังที่เขาเคยสูญเสียไปก่อนหน้านี้ก็ได้รับการเติมเต็มอย่างมีประสิทธิภาพ
แต่ก่อนที่เขาจะทันได้ตอบสนองอะไร เงาขาวโปร่งแสงขนาดมหึมาก็พุ่งทะยานออกมาจากหลุมเหินขึ้นสู่ท้องฟ้า
ในชั่วขณะนั้นสายตาของทุกคนจับจ้องตามเงาขาวนั้นไป ทุกคนต่างเงยหน้ามองท้องฟ้าพร้อมกัน
ขณะนี้บนท้องฟ้ามีเมฆดำปกคลุมไปทั่ว สายฟ้าแลบแปลบปลาบ
ทันใดนั้นเมฆดำทะมึนก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลง มันค่อยๆ สลายตัวออกจากกัน เผยให้เห็นช่องว่างขึ้นมา
จากนั้นก็มีกรงเล็บขนาดมหึมายื่นออกมาจากช่องว่างนั้นภายใต้สายตาของทุกคน
ตามด้วยลำตัวส่วนเล็กๆ ส่วนหนึ่ง
และเมื่อช่องว่างนั้นขยายใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ เงาสีขาวนั้นก็เผยร่างกายทั้งหมดออกมาสู่สายตาของทุกคน
มันเป็นมังกรสีขาวกึ่งโปร่งใสตัวหนึ่ง !
“วิญญาณแห่งเส้นชีพจรมังกร…!”
เมื่อมองดูมังกรยักษ์ที่ทอดตัวยาวหลายร้อยจั้งอยู่บนท้องฟ้า ไกเชียนจงก็เอ่ยพึมพำออกมา
วิญญาณแห่งเส้นชีพจรมังกรงั้นหรือ… หลีเตามองดูมังกรยักษ์พลางคิดในใจ
เมื่อรับรู้ถึงสภาพของเส้นชีพจรมังกรแล้ว เขาก็รู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง
เพราะเขาพบว่าเส้นชีพจรมังกรนั้นมันประกอบขึ้นจากพลังสวรรค์พิภพอันบริสุทธิ์ หรือก็คือพลังปราณบริสุทธิ์นั่นเอง
และพลังสวรรค์พิภพที่ประกอบขึ้นเป็นตัวมันนั้นมีความบริสุทธิ์สูงยิ่ง
ในขณะเดียวกันเขาก็สัมผัสได้ถึงพลังสวรรค์พิภพที่ตอบสนองอยู่รอบกายมังกร
เมื่อพิจารณาจากสิ่งที่เห็นนี้ ก็ดูเหมือนว่าเส้นชีพจรมังกรนี้จะไม่ใช่แค่ของประดับอย่างที่คิดไว้
หลีเตาไม่แน่ใจว่าเขาคิดไปเองหรือไม่ แต่เขาเห็นความโกรธและความดุดันในดวงตาที่ประกอบขึ้นจากพลังสวรรค์พิภพของเส้นชีพจรมังกร
“โฮก !!”
ทันใดนั้นร่างเส้นชีพจรมังกรก็บิดตัวพร้อมส่งเสียงคำรามดังกึกก้อง
เศียรมังกรขนาดมหึมาพลันเคลื่อนไหว ดวงตาคู่นั้นจ้องเขม็งไปยังร่างของไกเชียนจงที่ลอยอยู่กลางอากาศ
ในยามนี้ไกเชียนจงเองก็รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่ามีบางสิ่งผิดปกติ
แต่ไม่นานนักเขาก็ตระหนักได้ว่าเหตุใดเส้นชีพจรมังกรถึงได้จ้องมองมาที่ตน
เดิมทีเส้นชีพจรมังกรควรอยู่ในภวังค์หลับใหล แต่เขากลับใช้เคล็ดวิชาลับปิดบังชะตาจากสวรรค์
ทั้งยังบูชาส่วนหนึ่งของชะตาแผ่นดินต้าเฉียนไป เพื่อดูดซับพลังสวรรค์พิภพจากอีกฝ่ายด้วย
หากเส้นชีพจรมังกรยังคงหลับใหลต่อไปก็คงจะไม่เป็นไร
เพราะเมื่อพวกเขาย่อยพลังสวรรค์พิภพในร่างจนหมดสิ้นแล้ว พลังเหล่านั้นก็จะกลายเป็นของพวกเขาโดยสมบูรณ์
แต่ปัญหาคือเส้นชีพจรมังกรได้ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาในยามนี้แล้ว
และเมื่อเส้นชีพจรมังกรฟื้นคืนสติเช่นนี้ ก็ย่อมต้องค้นพบว่าพลังสวรรค์พิภพของตนถูกขโมยไป
ลองคิดดูว่าหากเจ้าของบ้านพบว่าบ้านตนถูกยกเค้า แล้วพอตื่นขึ้นมายังเห็นโจรเดินวนเวียนอยู่หน้าประตูอีก จะมีปฏิกิริยาเช่นไร
ยิ่งไปกว่านั้นในฐานะที่เป็นเจ้าของแล้ว ก็ยังมีพละกำลังที่ไม่ธรรมดาอีกด้วย
ในยามนี้เส้นชีพจรมังกรและพวกไกเชียนจงก็กำลังแสดงบทบาทเจ้าของบ้านกับโจรอยู่ พวกเขาถูกเส้นชีพจรมังกรจับจ้องเสียแล้ว
“โฮก !!”
ทันใดนั้นเส้นชีพจรมังกรก็คำรามออกมาเสียงหนึ่ง ก่อนจะพุ่งเข้าโจมตีไกเชียนจงทันที
การคุ้มครองเทพมนุษย์ !
เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีของเส้นชีพจรมังกร ไกเชียนจงจึงลองใช้การคุ้มครองเทพมนุษย์เพื่อต้านทานเอาไว้
แต่เขากลับพบว่าการโจมตีของเส้นชีพจรมังกรนั้น สามารถทะลุผ่านการคุ้มครองเทพมนุษย์ไปได้โดยไม่มีความเสียหายใดๆ เลย
ในตอนนั้นเองที่เขาเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเส้นชีพจรมังกรคือสิ่งมีชีวิตที่เกิดจากสวรรค์และพิภพ
การคุ้มครองเทพมนุษย์จะป้องกันใครก็ได้ แต่ไม่สามารถป้องกันผู้ที่เป็นพวกเดียวกันได้
และเมื่อการคุ้มครองเทพมนุษย์ใช้ไม่ได้ผล ก็เหลือเพียงแต่…
เมื่อไกเชียนจงคิดจะใช้พลังปราณแท้จำนวนมหาศาลโจมตีเส้นชีพจรมังกร เขาก็พบกับปัญหาอีกอย่าง
ความเร็วในการควบคุมพลังปราณแท้ในร่างกายของเขากลับช้าลงอย่างมาก
สีหน้าของไกเชียนจงพลันเปลี่ยนเป็นย่ำแย่ในทันที
เขาเข้าใจดีว่านี่คือผลจากการที่ก่อนหน้านี้เขาได้ดูดซับพลังสวรรค์พิภพจากเส้นชีพจรมังกรมาแต่มันยังย่อยไม่หมด
เส้นชีพจรมังกรกำลังใช้พลังของมันเองส่งผลกระทบต่อเขา ดังนั้นก้าวหนึ่งช้า ทุกก้าวก็ช้า
เส้นชีพจรมังกรได้โจมตีใส่ไกเชียนจงอย่างหนักหน่วงจนเขาลอยกระเด็นออกไป
หลีเตาที่ยืนอยู่บนพื้นเห็นเลือดสดพุ่งออกมาจากปากของไกเชียนจงที่อยู่กลางอากาศ
เห็นได้ชัดว่าการโจมตีของเส้นชีพจรมังกรไม่ใช่เรื่องที่จะรับมือได้โดยง่าย
“ดูเหมือนว่าไม่จำเป็นต้องหนีแล้ว”
เดิมทีหลีเตาเตรียมพร้อมที่จะหนีไปแล้ว ไม่คิดว่าจะมีผู้ช่วยเช่นนี้อยู่
ยิ่งไปกว่านั้นไกเชียนจงยังโชคร้ายถูกเส้นชีพจรมังกรนี้ข่มเอาไว้ได้อย่างสิ้นเชิง
การคุ้มครองเทพมนุษย์ใช้ไม่ได้ผล พลังปราณแท้มหาศาลที่ใช้เป็นวิธีโจมตีก็ไม่สามารถแสดงประสิทธิภาพดังเดิมออกมาได้
อาจกล่าวได้ว่าอีกฝ่ายถูกเส้นชีพจรมังกรจับจุดอ่อนได้อย่างแม่นยำ
หลังจากโจมตีครั้งแรกไปแล้ว เส้นชีพจรมังกรก็ไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น แตมันยังคงโจมตีไกเชียนจงต่อไป
ดูเหมือนว่ามันต้องการเอาของที่ถูกขโมยไปกลับคืนมา
หากเป็นการขโมยทั่วไปก็อาจจะคืนของให้ได้ และเจ้าของอาจจะยอมปล่อยไปเพื่อป้องกันไม่ให้โจรจนตรอกจนแว้งกัด
แต่ไกเชียนจงเป็นโจรที่ต่างออกไป
พลังสวรรค์พิภพที่ได้ดูดซึมเข้าร่างกายไปแล้วนั้นจะให้คายออกมาได้อย่างไร เขาไม่อาจยอมรับผลลัพธ์เช่นนั้นได้
และถึงแมจะคืนได้แล้ว แต่ใครจะรู้ว่าเส้นชีพจรมังกรจะยอมเลิกราง่ายๆ หรือไม่
การที่ไม่สามารถสื่อสารกับเส้นชีพจรมังกรได้ก็เป็นปัญหาหนึ่ง
หลีเตามองการต่อสู้ระหว่างมังกรกับมนุษย์ เขายังไม่มีท่าทีที่จะเข้าไปแทรกแซงแต่อย่างใด
ไกเชียนจงถูกเส้นชีพจรมังกรต้อนจนจนมุม แต่หากเป็นเขาก็คงไม่เหมือนกัน
เพื่อป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายจนตรอกแล้วแว้งกัด หลีเตาจะไม่วิ่งเข้าไปในตอนนี้ แต่จะให้เขาอยู่เฉยๆ ไปก็คงไม่ดี ต้องหาอะไรทำบ้าง
ดังนั้นเขาจึงเบนสายตาไปที่ผู้นำระดับสูงที่เหลือของสำนักปราบสวรรค์
เขาอาจจัดการประมุขสำนักปราบสวรรค์อย่างไกเชียนจงไม่ได้ แต่จัดการกับพวกที่เหลือนั้นไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย
คนพวกนี้ในสายตาของเขาแล้วล้วนแต่เป็นปลาใหญ่ทั้งสิ้น
อีกด้านหนึ่ง รองประมุขและบรรดาผู้นำระดับสูงที่เหลือของสำนักปราบสวรรค์คิดว่าเรื่องราวกำลังจะจบลงแล้ว
แต่พวกเขาก็ไม่คาดคิดว่าจะมีเส้นชีพจรมังกรโผล่ออกมาขวางทางกลางคันเช่นนี้